30 MUST SEE SPACE FILMS – ในห้วงอวกาศ

โดย ยอริฟ อมิซิทตัส และ กอร์ดอน เก็กโค่ (จากคอลัมน์ 30 Must See to be a Movie Lover ในนิตยสาร Starpics ฉบับที่ 833 เดือนกันยายน 2013)

         ภาพยนตร์แนวห้วงอวกาศ (Space Films) มักจะสร้างความสับสนให้แก่คนดูที่ชื่นชอบการจำแนกแยกแยะตระกูลภาพยนตร์ (Genre) เป็นอย่างยิ่ง เพราะสถานะของมันคาบเกี่ยวหนังตระกูลอื่นๆ แบบเบี้ยบ้ายรายทางไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็น ผจญภัย (Adventure) เขย่าขวัญ (Thriller) หรือกระทั่ง แอ็คชั่น (Action) แต่เอาเข้าจริงแล้วมันก็อาจจะสัมผัสแต่เพียงผิวเผิน และเก้อเขินเกินกว่าจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โดยสรุป เรามีข้อสังเกตหลายประการดังต่อไปนี้

         ประการแรก เป็นมุกตลกอันน่าสังเวชใจ เพราะมีคนสะเพร่าคิดว่า หนังอวกาศ กับ หนังอาวองท์การ์ด (Avant Garde-หนังหัวก้าวหน้า) คือหนังแบบเดียวกัน จริงอยู่ว่าเวลาอ่านออกเสียงอาจจะกร่อนคำ พูดไม่ชัด หรือหูไม่ดี ใดๆ ก็ตามข้อนี้จึงเป็นได้เพียงมุกตลกสุดคัลท์เท่านั้น

         ประการถัดมา ผู้คนมักรวบเอาหนัง Space Films ให้เป็นหนึ่งในตระกูลย่อยของหนังแนว ไซไฟ (Scientific Fiction) หรือหนังแนวนิยายจินตนาการทางวิทยาศาสตร์ ข้อนี้ถือว่าใกล้เคียงความเป็นจริงขึ้นมาอีกนิด เพราะโดยส่วนใหญ่ หนังที่พรรณนาภาพของห้วงอวกาศมักจะสำแดงถึงความคิดจินตนาการทางความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติ ลามเลยไปถึงการมีลักษณะเป็นเรื่องอนาคตเพ้อฝัน มันจึงขลุกขลิกกับแนวไซไฟ-ซึ่งดูมีขนาดใหญ่เบ้อเริ่มและโอบคลุมอะไรก็ตามที่อยู่เหนือพ้นชีวิตสามัญของเรา

         อย่างไรก็ดี อาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของหนังแนวไซไฟสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายสถานที่ ทั้งดวงดาวอันไกลโพ้น (เช่น Forbidden Planet) หรือ โลกมนุษย์ในอนาคต (อาทิ Blade Runner) โดยไม่จำเป็นจะต้องเห็นห้วงอวกาศใดๆ (เพียงแค่เซ็ทฉากว่านี่คือดาวอังคาร และเดินเรื่องไปตามน้ำ…ก็จบแล้ว) ส่วนหนังแนวอวกาศนั้นถือว่าเน้นไปยัง “การผจญภัยในห้วงอวกาศ” เป็นหลัก แบบที่หนังดังอย่าง Gravity หรือ Hubble 3D นำเสนอ

         ขณะเดียวกัน หนัง Space Films หลายต่อหลายเรื่องกลับอ้างอิงซื่อตรงต่อข้อเท็จจริงและไม่ได้คิดฝันให้เกินเลยนัก บางเรื่องจึงเป็นหนังที่อิงกับความรู้ความสามารถในปกติปัจจุบันของมนุษย์ และบางเรื่องถึงขั้นเป็นหนังแนวสารคดีด้วยซ้ำไป ดังนั้น จำพวกสารคดีไอแม็กซ์ที่เกี่ยวกับการไปอวกาศของมนุษย์จึงไม่ใช่ภาพยนตร์แนวไซไฟ หรือถ้าเป็นไซไฟคงเป็นแบบอ่อนๆ ราวกับแบตเตอรี่ในโทรศัพท์ที่เหลือ 1%

         เราคัดหนังที่เกี่ยวกับการเดินทาง การอยู่อาศัย หรือมีฉากหลังอันเกี่ยวพันกับห้วงอวกาศ มาเสนอแก่คุณผู้อ่าน หลายต่อหลายเรื่องไม่ได้กล่าวถึงสภาพอวกาศโดยตรง แต่ก็ใช้เป็นแบ็คกราวด์อย่างคุ้มค่าและมีนัยยะสำคัญต่อท้องเรื่อง ทั้งมวลสามารถสรุปได้สั้นๆ ว่า สำหรับใครที่ชอบคิดฝันถึง “เหนือท้องฟ้าเบื้องบนขึ้นไป” เหล่านี้เป็นหนังที่น่าดู…

         Starpics ขอเชิญทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของ “คนรักหนังอวกาศ”

 

1. 2001: A SPACE ODYSSEY (1968)

         ด้วยเสียงเยินยอต่อเนื่องหลายสิบปี จนกลายเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาลในหมวด “หนังไซไฟตะลุยอวกาศ” คงแทบไม่เหลืออะไรให้กล่าวถึงงานของอัจฉริยะอย่าง สแตนลี่ย์ คิวบริค อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจำลองบรรยากาศบนยานที่เล่นเอามนุษย์อวกาศตัวจริงยกนิ้วให้, ไอ้คอมพิวเตอร์สามานย์ชื่อว่า ฮาล, การผันแปรอารยธรรมและจิตใจของมนุษย์ และแน่นอน ความเสียวสยองกับปรัชญาอันล้ำลึกที่เหล่าตัวละครนักบินอวกาศได้เจอ

         หนังโด่งดังอยู่บนหิ้งจนแทบจะกลายเป็นที่เคารพบูชาในหมู่นักทำหนัง นักเขียนไซไฟ ตลอดจนคนทำงานในแวดวงอวกาศ และหากใครสักคนริอ่านมาขยำขยี้หรือบริภาษก่นด่า ก็อาจถึงขั้นถูกคนในสังคมหนังรุมประณามหยามเหยียดเอาได้

 

2. ALIEN (1979)

         เราสามารถให้หนังชุด Alien ติดมาแบบยกแพ็คทั้ง 4 ภาคก็ได้ ในฐานะที่ เอลเลน ริปลี่ย์ (ซิกอร์นี่ย์ วีเวอร์) ไม่เคยได้ใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ให้เราเห็นสักที เธอลอยเท้งเต้งอยู่บนยานบ้าง ในศูนย์อวกาศบ้าง อาณานิคมต่างดาวบ้าง ไปจนถึงลอยแหลกเหลวเป็นจุณก่อนจะถูกนำมาโคลนนิ่งขึ้นใหม่!!! แต่หากต้องเลือกสถานะของการเป็นหนังซึ่งแสดงให้เห็นถึง “บางอย่างที่อยู่ข้างบนนั้น” ได้ดีที่สุด เห็นทีจะต้องเลือกภาคแรกอันผสมผสานสูตรหนังระทึกขวัญกับไซไฟเข้ากันได้อย่างกลมกล่อมที่สุด และขรัวเฒ่าอย่าง ริดลี่ย์ สก็อตต์ ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดปีศาจบนอวกาศอย่างตัว เอเลี่ยน อันเป็นดาวร้ายที่น่าหวาดผวาที่สุดตัวหนึ่งของโลกภาพยนตร์

 

3. EXPLORERS (1985)

         มันเป็นเรื่องของเด็กอยากสำรวจอวกาศ พอหมกมุ่นมากๆ เข้าก็เก็บเอาไปฝัน และเผอิญว่าพอตีความฝันออกมา มันดันกลายเป็นโปรแกรมซับซ้อนที่ทำให้กลายเป็นแปลนสำหรับสร้าง “ยานอวกาศแบบบ้านๆ” และพุ่งออกไปนอกโลกได้จริง แถมยังเจอเอเลี่ยนอีกต่างหาก

         หนังสำหรับวันเด็กซึ่งส่งหนูน้อยไปอวกาศเรื่องนี้ นำแสดงโดย อีธาน ฮอว์คส และ ริเวอร์ ฟินิกซ์ ในวัยเยาว์ และคงไม่เกินคาดเดาว่าพล็อตสปอยล์เด็กเยี่ยงนี้ เป็นผลมาจากนักทำหนังที่ขึ้นชื่อเรื่องหากินกับความเป็นเด็กอย่าง โจ ดังเต้

 

4. SOLARIS (1972)

         อังเดร ทาคอฟสกี้ คือหนึ่งในปรมาจารย์หนังโซเวียต และงานอย่าง Solaris คือหลักฐานชิ้นสำคัญ มันไม่เพียงคว้ารางวัลใหญ่จากเมืองคานส์ หากยังเป็นหนังว่าด้วย “จิตใจที่ฟั่นเฟือนบนห้วงอวกาศ” ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เมื่อนักจิตวิทยาถูกส่งไปตามหาความจริงบนศูนย์อวกาศเจ้าปัญหา พวกที่อยู่ข้างบนก่อนหน้าล้วนมีพฤติกรรมแปลกๆ มีคนฆ่าตัวตาย มีเจ้าหน้าที่เพี้ยนๆ และตัวเขาเองก็ประสบภาวะจิตหลอนอย่างสาหัส เห็นนู่นเห็นนี่และเริ่มยากลำบากที่จะดึงตัวเองกลับมาให้ปกติเหมือนเคย (ภาพของ “มหาสมุทรสุดลึกลับ” และ “แฟนสาวบนนั้น” จะทำให้คนดูลืมไม่ลง)

         ความยาวถึง 167 นาทีและการเดินเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเป็นอุปสรรคสำหรับใครหลายคนในการดู แต่หากใจเย็นในการรับชม และระลึกอยู่เสมอว่ากำลังศึกษาบุคลิกภาพของคนที่กำลังจะกลายเป็นบ้าเพราะห้วงอวกาศ หนังจะให้คุณประโยชน์อเนกอนันต์

 

5. OUTLAND (1981)

         มันอาจมีส่วนผสมของการสืบสวนสอบสวนและฉากแอ็คชั่น มากกว่าการสำรวจอวกาศ แต่การได้ดู ฌอน คอนเนอรี่ แสดงเป็นตำรวจโลกอนาคต ต่อกรกับเหล่าขนยาเสพติดบนดวงดาวไกลโพ้น ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ

 

6. WALL-E (2008)

         หนังอาจจะถูกลืมเลือนไปบ้างเมื่อใครสักคนกล่าวถึงอนิเมชั่นจากสตูดิโอพิกซาร์ (ได้โปรดจงโทษไอ้หุ่นวู้ดดี้กับบัซไลท์เยียร์ที่มาขโมยซีน!) แต่คุณภาพของมันถือว่าอยู่ในกลุ่มจ่าฝูงอย่างสบายๆ ในอนาคตอันห่างไกลออกไปนี้ หุ่นเก็บกวาดบนดวงดาวรกร้างอย่าง วอลล์-อี ทำให้คนดูได้พบความเหงาที่ไม่มีใครเข้าใจ มันอยู่ตรงนั้นมาอย่างยาวนาน นั่งมองดวงดาวเงียบๆ ก่อนจะได้พบ “ความรัก” และกลายเป็นส่วนสำคัญในการหวนกลับมากอบกู้โลกซึ่งมนุษย์ได้ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเอาไว้อย่างมากมาย

 

7. MOON (2009)

         เพราะไม่ได้ลงทุนอย่างบ้าคลั่ง ประโคมโปรโมทเยี่ยงหนังบล็อคบัสเตอร์ หนังคุณภาพสูงแต่ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงเรื่องนี้จึงถูกมองข้ามเสมอมา แต่ได้โปรดเชื่อมั่นว่าผู้กำกับอย่าง ดันแคน โจนส์ ทำผลงานร่วมกับนักแสดงชั้นนำ แซม ร็อคเวลล์ ได้อย่างน่าสรรเสริญที่สุด เราจะได้เห็นมนุษย์อวกาศที่ถูกส่งไปอยู่บนดวงจันทร์ ทำงานในเงามืดอันแสนน่าเบื่อ 3 ปี โดยมีคอมพิวเตอร์นามว่า เกอร์ตี้ ที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีกมลสันดานเหมือน ฮาล แห่ง 2001 คอยเป็นเพื่อนร่วมงาน จนวันหนึ่งเขาได้ส่งของสำคัญกลับมายังโลกมนุษย์ ซึ่งมันอาจจะพลิกโฉมหน้าของทุกสิ่งทุกอย่างในอนาคตก็เป็นได้

         ถ้าใครคิดว่าตนเองรักหนังอวกาศจริงๆ จงอย่ามองข้ามเรื่องนี้โดยเด็ดขาด การันตีโดยรางวัลนักทำหนังหน้าใหม่ยอดเยี่ยมบนเวทีบาฟต้าของอังกฤษ

 

8. APOLLO 13 (1995)

         แม้ว่ามันจะเป็นผู้แพ้บนเวทีออสการ์ (โดน Braveheart ขโมยรางวัลใหญ่ไปหมด) แต่หนังมีเรื่องราวดราม่ากินใจของมนุษย์อวกาศที่กำลังประสบอุบัติเหตุ (ประโยคเด็ดอย่าง “ฮูสตัน, เรามีปัญหา” กลายเป็นหนึ่งในวลีอมตะของฮอลลีวู้ด) ต้องใช้ความเพียรพยายามแก้ปัญหาเชื้อเพลิงเฉพาะหน้า พายานที่ลอยเท้งเต้งระหว่างโลกกับดวงจันทร์กลับมาสู่เมืองมนุษย์ โดยผสมผสานเข้ากับการใช้เทคนิคภาพพิเศษและการทุ่มทุนในการถ่ายทำอย่างใหญ่โต-ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืน การได้ชมหนังเรื่องนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่ฮึกเหิมแบบสุดๆ

         คุณงามความดีโดยส่วนใหญ่ตกสู่ผู้กำกับ รอน ฮาเวิร์ด และนักแสดงนำที่ฮ็อตสุดๆ ในตอนนั้นอย่าง ทอม แฮงค์ส

 

9. GALAXY QUEST (1999)

         มันกลายเป็นหนังในดวงใจของเหล่าคนบ้าอวกาศไปเรียบร้อย ทั้งที่มันไม่ได้พูดถึงการตะลุยห้วงอวกาศอย่างจริงจัง ตรงกันข้าม นี่คือหนังสไตล์ล้อเลียนที่เรียกเสียงฮาอย่างเถิดเทิง แถมคำวิจารณ์ยังออกมาเลิศเลอเหลือเชื่อ (เกรดเฉลี่ยของมันคือ B+ เชียวนะคุณ) คนดูจะเห็นคนอย่าง ทิม อัลเล็น, ซิกอร์นี่ย์ วีเวอร์ และ อลัน ริคแมน มารวมตัวกันแสดงเป็น “นักแสดงซีรี่ส์อวกาศที่ต้องมาร่วมกันทำภารกิจกับมนุษย์ต่างดาวตัวจริง” โดยแฟนๆ สตาร์เทร็คจะเก็ทมุกต่างๆ ได้มากกว่าใครเพื่อน แต่สำหรับผู้ชมอินโนเซ้นท์ที่ไม่เคยรับรู้อะไรมาก่อน ก็ยังพอหาความสำราญจากหนังอวกาศเรื่องนี้ได้เช่นกัน

 

10. LOST IN SPACE (1998)

         การผจญภัยในยานอวกาศเท่ๆ เพื่อไปสำรวจกาแล็กซี่นั้นหาใช่ต้องแปะยี่ห้อจำพวก Star Trek เสมอไป หนังครอบครัวลุยอวกาศอย่าง Lost in Space ก็ทำได้เหมือนกัน มันกลายเป็นงานที่ดูสนุกสนาน โดยไม่ต้องปูพื้นอะไรให้มากมาย จริงอยู่ว่าอาจดูง่ายไปนิด (ยังไง?!?) เดินเรื่องซื่อตรงไปหน่อย (ก็ดีแล้วหนิ?!?)

         เนื้อเรื่องว่าด้วยการหาอาณานิคมใหม่ให้คนบนโลก แต่ยานสำรวจกลับประสบชะตากรรมถูกดูดให้หลงไปในห้วงอวกาศ อาจไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่แถมคำวิจารณ์ก็ไมได้ดีเด่อะไรนัก แต่ก็นั่นแหละ สภาวะความโกลาหล การแก้ไขปัญหา และความอบอุ่นของครอบครัวบนอวกาศนี้ มีพลังดึงดูดพอสำหรับนักดูหนังทุกคนแน่นอน

 

11. STAR TREK (2009) & STAR TREK INTO DARKNESS (2013)

         สตาร์เทรคภายใต้การกุมบังเหียนของ เจเจ เอบรามส์ ทั้งสองภาค เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมเกี่ยวกับห้วงอวกาศ การผสมผสานเทคนิคพิเศษกับการเดินเรื่องที่เข้มข้นจนทำให้เหล่าเทร็คกี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มันมีขอบเขตให้คนดูเลือกชอบอย่างกว้างขวาง ใครที่ชอบความจริงจังของการเดินทางบนห้วงอวกาศ ก็สามารถเพลิดเพลินกับเรื่องนี้ได้พอๆ กับคนที่เชื่อมั่นในจินตนาการฟุ้งฝัน

         หากใครที่เบื่อรถติดในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ เชื่อแน่ว่าคงนั่งสวดมนต์ภาวนาให้การ “วาร์ป” กลายเป็นจริงเข้าสักวัน

 

12. THE RIGHT STUFF (1983)

         ไม่มีเอเลี่ยน ขอย้ำ ไม่มีเอเลี่ยนให้ดู!!! แถมหนังยังพูนไปด้วยรายละเอียดเฉพาะด้านและการเล่าเรื่องแบบไม่แคร์สื่อ กระนั้นก็ตาม หนังว่าด้วยโปรแกรมตะลุยอวกาศของสหรัฐฯ เรื่องนี้ก็ยังสมบูรณ์ในแทบจะทุกด้าน การดัดแปลงจากหนังสือของ ทอม วูล์ฟ นับว่าน่าพึงพอใจอย่างที่สุด และยังมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมจากดาราระดับตำนานทั้ง สก็อตต์ เกล็นน์, เฟร็ด วอร์ด, เอ๊ด แฮร์ริส และ แซม เชเฟอร์ด

         หนังมีทั้งอารมณ์ขันเฉียบคมและฉากแอ็คชั่นสุดตื่นเต้น มีสเปเชียลเอฟเฟ็คท์ระดับไม่อายใคร และแถมยังวิพากษ์วิจารณ์สังคมได้อย่างเมามันอีกต่างหาก หากใครคิดว่าความยาวที่หย่อน 3 ชั่วโมงไปนิดๆ จะถือว่ายืดยาดน่าเบื่อนั้น ต้องบอกว่าคิดผิดซะแล้วล่ะ

 

13. THE FIFTH ELEMENT (1997)

         การผจญภัยบนอวกาศในโลกอนาคตเพื่อตามหา “ธาตุที่ 5” อาจจะเมามันตามแบบฉบับ บรูซ วิลลิส และผู้กำกับ ลุค เบสซง แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ถูกขโมยซีนด้วยแฟชั่นปารีสยุคอวกาศ ซึ่งก้าวล้ำสุดขีด เราจะได้เห็น มิลล่า โจโววิช กับสุดยอดเครื่องแต่งกาย และ แกรี่ โอลด์แมน ผู้มีทรงผมเหลือรับประทาน กล่าวได้ว่าไซไฟ/แฟนตาซีเรื่องนี้ กลายเป็นหนังคลาสสิคได้ก็เพราะ ‘ดีไซน์’ โดยแท้

 

14. LEPRECHAUN 4: IN SPACE (1997)

         มันคือหนังคัลท์ที่มีภาคต่อตามมาราวกับบ้านผีปอบ แต่ความโดดเด่นของไอ้ตัว ลีเพรชอน สุดเพี้ยนในภาคนี้ก็คือ มันไปเล่นพิเรนทร์บนดาวอันไกลโพ้น ด้วยการลักพาตัวเจ้าหญิง และหวังว่าตนเองจะได้กลายเป็นราชากับเค้าบ้าง (เฮ่ย!) แม้พฤติกรรมพะรุงพะรังของมันถูกจัดการโดยทหารหาญ ทว่ามันก็ดันกลับมาใหม่อีกครั้ง ซึ่งนำไปสู่การสร้างสัตว์ประหลาดและวางแผนจะทำลายยานอวกาศให้สิ้นซาก

         คัลท์ได้ใจจริงๆ

 

15. SERENITY (2005)

         “ทุนต่ำ ถูกมองข้าม แต่คุณภาพอัดล้นและคนดูยกย่องให้เป็นหนังคัลท์” น่าจะเป็นคำนิยามที่เหมาะกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง ตัวละครสีสันจัดจ้าน (หนึ่งในนั้นมีพลังจิตพิฆาต) เป็นเพียงเปลือกนอกซึ่งนำพาไปสู่การเดินเครื่องอันกระชับเร้าใจ สงครามเล็กๆ ในห้วงอวกาศนี้อาจมีขอบเขตไม่พิสดารพันลึกแบบ Star Wars แต่มันก็สนุกอย่างพอเพียง และทักษะการทำให้หนังออกมาบันเทิงอย่างเอกอุเช่นนี้เอง ที่นำพาให้ จอสส์ วีดอน ได้กุมบังเหียนหนังสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งโลกซูเปอร์ฮีโร่-The Avengers

 

16. EVENT HORIZON (1997)

         หน่วยกู้ภัยทางอวกาศพบว่ายานได้หายเข้าไปในหลุมดำและกลับออกมาพร้อมกับ “บางสิ่งบางอย่าง” พล็อตที่ผสมผสานอารมณ์ทริลเลอร์เข้าไปแบบนี้ อาจมีให้เห็นบ่อยครั้ง แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดขึ้นนอกโลก มันก็ชวนให้หวาดหวั่นได้เสมอ

         ความลึกลับดำมืดทั้งหมดของเรื่อง บรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจ และแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้น ไม่ได้มาจากเพียงเจตนาของมนุษย์คนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเพราะภายนอกอวกาศมันกดดันให้คนจิตแตกแหลกสลายไปอย่างช้าๆ อีกด้วย

 

17. CONTACT (1997)

         เราจะได้เห็นแทบทุกขั้นตอนเพื่อนำไปสู่การตะลุยอวกาศ ตั้งแต่แรงขับดันในวัยเด็กของ เอลลี่ แอโรเวย์ (โจดี้ ฟอสเตอร์) ที่โตมาก็หมกมุ่นอยู่กับการเฝ้าฟังเสียงประหลาดจากห้วงอวกาศ นำไปสู่การค้นพบรหัสสำคัญจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพื่อสร้างยานอวกาศความเร็วสูง แม้หนังจะมีประเด็นปลีกย่อยซับซ้อนโดยเฉพาะการปะทะกันระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ แต่ก็หาได้ลดทอนความน่าตื่นตาตื่นใจว่าด้วยประสบการณ์บนห้วงอวกาศไปได้

         ลำพังแค่เปิดเรื่องด้วยการเคลื่อนข้ามผ่านดวงดาวต่างๆ มากมายก็ชวนให้ปรบมือชื่นชมแล้ว แต่เราจะยังได้เห็นยานอวกาศเสมือนจริงและการเดินทางสู่เบื้องบนอันน่าตื่นเต้นอีกด้วย น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้จากนิยายของ คาร์ล เซแกน และการกำกับของ โรเบิร์ต เซเม็คคิส ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงและพลาดการอยู่ร่วมชั้นหนังคลาสสิคไป

 

18. MISSION TO MARS (2000)

         ทักษะและเทคนิคของ ไบรอัน เดอ พัลม่า ทำให้หนังออกมาหวือหวาเร้าใจและกระหน่ำคนดูด้วยความระทึกที่เจ้าตัวเชี่ยวชาญ เมื่อภารกิจสู่ดาวอังคารครั้งแรกเกิดความล้มเหลว การส่งอีกทีมไปกอบกู้ความผิดพลาดและพาผู้รอดชีวิตกลับมาจึงเกิดขึ้น หนังอาจไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแสดงวิสัยทัศน์บนห้วงอวกาศนัก-เพียงแต่ต้องการเปลี่ยนทำเลสร้างความระทึกมากกว่า กระนั้นสิ่งที่คนดูจะได้เห็นก็ยังจัดว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย

 

19. SPACEBALL (1987)

         หากคุณอยากสนุกสนานกับหนังของ เมล บรู้คส์ เรื่องนี้ ทำได้สองอย่างคือ จดจำ Star Wars, Star Trek และ Planet of the Apes ในฐานะหนังต้นแบบที่ถูกเอามาปู้ยี่ปู้ยำ หรือไม่ก็ลืมทุกอย่างไปซะ! และแน่นอนตัวละครของ บิลล์ พูลแมน นั้นเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนำไปเปรียบกับ ฮัน โซโล โดย แฮริสัน ฟอร์ด !!!

 

20. DARK STAR (1974)

         มันเป็นหนังไซไฟตะลุยอวกาศที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้าน เมื่อกลุ่มนักทำลายล้างดวงดาวตื่นขึ้นจากการถูกแช่แข็ง แน่นอนกัปตันของพวกเขาได้นำทีมกลับมาป่วนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง แต่ต้องเจอกับสิ่งไม่ปกติและคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของพระเจ้า จากนั้นพวกเอเลี่ยนก็โผล่ออกมาสร้างความวุ่นวายอย่างน่าตระหนกตามแนวทางของผู้กำกับ จอห์น คาร์เพนเตอร์

 

21. SUNSHINE (2007)

         แดนนี่ บอยล์ อาจเป็นผู้กำกับแนว “จับฉ่าย” ระดับหัวแถวของวงการ แต่บรรดาแนวทางและตระกูลต่างๆ ของผลงานหนังที่กระจัดกระจายไปทั่วนั้น เขาก็ยังธำรงรักษาเอกลักษณ์การเล่าเรื่องที่เฉียบขาด และทะลุทะลวงสู่จิตใจตัวละครได้อย่างตรงเผงเสมอมา หนึ่งในหนังที่มักถูกลืมเลือนได้แก่ Sunshine ซึ่งเล่าเรื่องมนุษยชาติในวันใกล้ดับสูญเนื่องจากดวงอาทิตย์กำลังจะดับ ดังนั้นต้องส่งคนขึ้นไปกับยานอวกาศเพื่อจุดระเบิดดวงอาทิตย์ขึ้นมาใหม่

         เราจะได้เห็นบรรดามนุษย์อวกาศหลายสไตล์ซึ่งบางคนมีความเร้นลับอำพราง จิตใจของพวกเขาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะไม่มั่นคง-ระหว่างทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์-นำไปสู่ภาวะระทึกซึ่งหลอนคนดูอย่างสาหัสสากรรจ์

 

 22. OCTOBER SKY (1999)

         การท่องอวกาศนั้นเป็นความฝันของคนไม่จำกัดชนชั้น หนังสร้างจากเรื่องจริงของ โฮเมอร์ ฮิคแคม ลูกชายคนงานเหมือง ที่เห็นจรวดอวกาศสปุตนิกแล้วอยากไปลุยบนดวงดาวบ้าง ซึ่งอาจดูขัดแย้งกับความฝันของคุณพ่อของเขา หนังของ โจ จอห์นสตัน เรื่องนี้ทำทุกอย่างออกมาได้สนุกสนานตามลายเซ็นต์ผู้กำกับ ร่วมด้วยการแสดงของ เจค จิลเลนฮาล, คริส คูเปอร์ และ ลอร่า เดิร์น

 

23. STAR WARS SAGA

         มหากาพย์สงครามอวกาศของ จอร์จ ลูคัส (ทั้งในฐานะผู้กำกับหรือโปรดิวเซอร์) ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับความจริงและห่างไกลจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ใครสักคนจะยึดถือหลักฟิลิกส์ เคมี ชีวะ เข้าไปเพื่อชม ความโดดเด่นคือการสร้างและขยับขยายจินตนาการไปให้ไกลสุดขอบเขต ภาพการห้ำหั่นบนห้วงอวกาศและระหว่างดวงดาวต่างๆ นั้นอาจดูเหมือนลิเกไปสักนิดเหมือนการ์ตูนไปสักหน่อย แต่ความยิ่งใหญ่และรายละเอียดที่สลับซับซ้อนของเรื่องราวคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างหลงใหลมายาวนานหลายสิบปี

         ลุค สกายวอล์คเกอร์, อนาคิน สกายวอล์คเกอร์, ดาร์ธ เวเดอร์, เจ้าหญิงเลอา, ฮัน โซโล, อาจารย์โยดา ไปจนถึงหุ่นกระป๋องอย่าง ซีทรีพีโอ หรือ อาร์ทูดีทู ล้วนเป็นตัวละครคลาสสิคของฮอลลีวู้ดอย่างพร้อมเพรียง

 

24. DESTINATION MOON (1950)

         การย่ำลงบนดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษย์เกิดขึ้นปลายยุค 1960 แต่หนังไซไฟอวกาศเรื่องนี้สร้างขึ้นในปี 1950 โดยจินตนาการอย่างบรรเจิดว่ามนุษย์จะไปเยือนดวงจันทร์อย่างไร กล่าวได้ว่านี่คือหนังธีมอวกาศเรื่องแรกๆ ของโลกที่เน้นความสมจริงสมจัง (ไม่ใช่ประเภท…ในห้วงเวลาอันไกลโพ้นนนน) ใครที่ได้เห็นหนังตัวจริงแล้วอย่าแปลกใจว่าทำไมมันถึงคว้าออสการ์สาขาซีจีมาครอง …ก็นั่นมันเทคโนโลยีล้ำหน้าในยุค 50 เชียวนะ!

 

25. FOR ALL MANKIND (1989)

         นี่คือสารคดีที่เอาภาพภารกิจของยานอพอลโลมาตัดต่อรวมกัน เริ่มตั้งแต่ประธานาธิบดีเคนเนดี้ประกาศเป้าหมายในปี 1962 ว่าจะไปเยือนดวงจันทร์ก่อนยุค 1970 จะมาถึง ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง เราจะได้เห็นฟุตเตจมากมาย ทั้งแผนงานโครงการ คำสัมภาษณ์ของมนุษย์อวกาศ ภาพระหว่างปฏิบัติภารกิจ การมองลงมายังโลกมนุษย์ ไปจนถึงฉากที่ฮีโร่ของมนุษยชาติเหยียบลงบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ

         หนังใช้ดนตรีประกอบแสดงถึงความประหลาดล้ำลึกในภารกิจและความงดงามของสิ่งที่พวกเขาได้พบ ขณะเดียวกัน เหล่ายอดมนุษย์อวกาศของเราก็ได้เอาเพลงขึ้นไปฟัง รายงานผลกีฬา ไปจนถึงการทดสอบทฤษฎีของกาลิเลโอ!!

 

26. SPACE COWBOYS (2000)

         ภาพจินตนาการบนท้องฟ้าไกลโพ้นอาจจะธรรมดา แต่อย่าลืมว่ากลุ่มนักบินอวกาศที่ขึ้นไปซ่อมดาวเทียมในเรื่องนี้เป็นคนแก่หงำเหงือก และที่สำคัญ เราได้ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด มาโชว์ความเก๋าร่วมกับชมรมคนสูงวัยอย่าง ทอมมี่ ลีโจนส์, โดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์ และ เจมส์ การ์เนอร์

 

27. SPACECAMP (1986)

         มันไม่ใช่หนังระดับซีเรียสล้ำลึก ขณะเดียวกันก็หาใช่แฟนตาซีเพ้อเจ้อ เราจะได้เห็นเด็กๆ ไปเข้าค่ายฤดูร้อนที่ศูนย์อวกาศ ต่างคนต่างก็มีเป้าหมาย บ้างก็อยากเท่ บ้างอยากเป็นนักบินอวกาศจริงๆ หรือคนบรรยายที่แท้จริงก็อยากออกไปบินกับเขาด้วย แต่ทั้งมวล พวกเขาได้ออกบินไปสู่ห้วงอวกาศจริงๆ เพราะดันมีคนไปกดปุ่มปล่อยจรวดออกจากฐาน และที่เหลือก็คือการต้องเผชิญหน้ากับปัญหากันจ้าละหวั่น ดารารุ่นเยาว์ในเรื่องนี้ต่อมาเติบโตกลายเป็นคนดังของวงการ อาทิ ลีอา ธอมป์สัน, เคลลี่ เพรสตัน ไปจนถึงไอ้หนู วาคิน ฟินิกซ์!

 

28. SPACE STATION 3D (2002)

         สารคดีไอแม็กซ์ว่าด้วยการไปเยือนสถานีอวกาศเรื่องนี้ จะทำให้คนดูเสมือนเป็นนักบินอวกาศจริงๆ และได้เห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่มีทางได้เห็นมาก่อน ประสบการณ์น่าตื่นเต้นที่มีความยาว 47 นาทีนี้ ให้เสียงบรรยายโดย ทอม แฮงค์ส-หนุ่มใหญ่ที่ถูกมองว่าเป็นฮีโร่จาก Apollo 13 ดังนั้นก็เลยเอามาพากย์เสียงซะ!

 

29. TOTAL RECALL (1990, 2012)

         ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นใหม่สุดล้ำของ เลน ไวส์แมน ที่นำแสดงโดย โคลิน ฟาร์เรล หรือของเก่าสุดเก๋าจาก พอล เวอร์โฮเวน ที่ลุง อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็คเกอร์ รับบทนำ หนังก็ไม่เคยได้รับคำวิจารณ์ในระดับน่าพอใจเลย (อ้าว!!!)

         กระนั้น มันเป็นหนังที่ดูสนุกสนานและแสดงวิสัยทัศน์ล้ำยุคด้วยกันทั้งคู่ เมื่อมนุษย์สามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่างดวงดาวด้วยวิธีสุดพิเศษ แต่การเข้ามาปะทะของความฝันกับความรู้สึกบางอย่างของตัวละครเอก ผลักดันให้ต้องผจญกับเทคโนโลยีในห้วงอวกาศมากมาย ซึ่งเขาหาคำตอบด้วยการใช้กำลังกับอาวุธไฮเทคเป็นหลัก

         เอาเข้าจริงแม้นักวิจารณ์และคนดูบางกลุ่มจะไม่ชอบขี้หน้าหนังสองเรื่องนี้นัก แต่ฉากแอ็คชั่นนับว่าไม่เลว จินตนาการถือว่าสอบผ่าน (“แค่สอบผ่านเองเหรอ?” แฟนนิยายของปรมาจารย์ ฟิลิป เค. ดิ๊ค อาจจะบ่นพึมพำ) และใดๆ ก็ตามที่พูดถึงอวกาศและการเดินทางนั้น นับว่าเป็นของกำนัลชั้นเลิศสำหรับคนชอบแนวนี้

 

30. HITCHHIKER’S GUIDE TO THE GALAXY (2005)

 

         ชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมาซวยสุดขีดในตอนเช้า แต่ก็รอดจากโลกระเบิดอย่างหวุดหวิด เขาต้องเดินทางข้ามกาแล็กซี่ และกลายเป็นคนถูกตามล่าตัวจากตำรวจอวกาศ (อะไรมันจะชงขนาดนั้น?)

         หนังสร้างจากนิยายสุดลือลั่นของ ดั๊กลาส อาดัม ซึ่งรวมเอาดาราน่าสนใจเต็มไปหมด อาทิ แซม ร็อคเวลล์, มอส เดฟ, มาร์ติน ฟรีแมน, โซอี้ เดชาแนล, บิลล์ นายห์ และ จอห์น มัลโควิช โดยคำวิจารณ์ของหนังเรื่องนี้นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก เมื่อเทียบกับหนังแนวไซไฟและหนังแนวอวกาศด้วยกัน

 

Other Recommended:

         หากยังไม่อิ่มกับสภาวะไร้แรงดึงดูด หรือการเดินทางข้ามอวกาศ เรายังมีหนังแนะนำที่น่าสนใจเพิ่มเติม แต่บางเรื่องก็ไม่ได้เน้นอวกาศมากมายนัก (ทำใจนิดนึง) อันได้แก่ Solaris (2002), Pandorum (2009), Avatar (2009), Pitch Black (2000), Starship Troopers (1997), Space Battleship Yamato (2010), Forbidden Planet (1956), Stargate (1994), Silent Running (1972), Apollo 18 (2011), Alien Saga, Star Trek Saga และ Barbarella (1968)

 

 

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก