APP WAR ตัวตนของคน 4.0

รีวิวโดย บุษบา (การให้ดาวและคะแนนเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล)

ทุกวันนี้ โลกในยุค 4.0 นั้นขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันและเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจด้านแวดวงไอทีที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือที่เรียกกันว่า Startup ซึ่งเป็นอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ชอบความท้าทาย ต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยความคิดสร้างสรรค์ อยากจะเปลี่ยนโลกทั้งใบด้วยปลายนิ้วคลิก และประสบความสำเร็จในเวลาอันสั้น ไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไปแบบรุ่นพ่อแม่หรือก้มหน้าก้มตาทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนไปวันๆ

ภาพยนตร์เรื่องที่สองของค่าย T-Moment ผลงานกำกับโดย ยรรยง คุรุอังกูร (2538 อัลเทอร์มาจีบ) เรื่องนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘โรเมโอกับจูเลียตในยุคดิจิตอล” ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ ไทยแลนด์ 4.0 ในแง่ของ ความสดใหม่ และสะท้อนมุมมองแนวคิดของคนหนุ่มสาวร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผลงานเรื่องแรกของค่ายอย่าง Oversize ทลายพุง ที่มีรูปแบบค่อนข้างเก่าเชยแล้ว App War ก็เปรียบดังธุรกิจ Startup ที่พุ่งทะยานเลยทีเดียว

ความสดอันดับแรกที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนักในหนังไทย ก็คือเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของอาชีพการงาน การแข่งขันของสองทีมทำแอพนั้นไม่เพียงสะท้อนถึงธุรกิจดิจิตอลในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงลิ่ว ต้องเร็ว ต้องสวย ต้องดี (รวมถึงต้องฟรี!) และในโลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างล้วนมีคนเคยทำมาแล้วและพร้อมที่จะถูกทำเลียนแบบได้ตลอดเวลา

ความสนุกหลักๆ ของหนังจึงอยู่ที่การไล่บี้กันระหว่าง 2 ทีมทำแอพคู่แข่ง ได้แก่ Inviter ของฝ่ายพระเอก ซึ่งออกตัวก่อนและใช้งานได้ดีมีความเสถียร แต่หน้าตาทื่อๆ แข็งๆ ไม่ค่อยรับแขก (เหมือนกับบุคลิกพระเอก) กับ Amjoin ของฝ่ายนางเอก ที่มาทีหลังแต่โดนใจคนทั่วไปมากกว่า ด้วยลุคที่ดูว้าวและเข้าถึงง่าย (เหมือนกับบุคลิกนางเอก) แต่ก็มีปัญหาในเรื่องเทคนิคที่ยังใช้งานได้ไม่ดีนัก

โดยการขับเคี่ยวของทั้งสองทีมนั้นก็ช่างคู่คี่สูสีและแทบจะก็อปกลยุทธกันมาโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งคนของฝ่ายตัวเองเข้าไปสอดแนมการทำงานของอีกฝ่าย (แต่ต้องยอมรับว่าสปายของฝ่ายนางเอกที่เป็นเด็กฝึกงานสาวสวยน่ารักสเปคผู้ที่รับบทโดย อร BNK48 นั้นเปล่งออร่าขโมยซีนไปเต็มๆ) การตัดหน้าช่วงชิงจังหวะพรีเซนท์กับนายทุนใหญ่ ลามไปถึงการดูดข้อมูลและขโมยแล็ปท็อปกันเลยทีเดียว

นอกจากการชอบแข่งขันและเอาชนะที่เป็นลักษณะนิสัยของคนยุค 4.0 นี้แล้ว หนังยังสอดแทรกประเด็นความสัมพันธ์ที่มีความย้อนแย้งอย่างน่าสนใจ เมื่อฝ่ายพระเอกและนางเอกเกิดไอเดียพัฒนาแอพหาเพื่อนขึ้นมาจากความประทับใจในกันและกัน แต่สุดท้ายมันกลับทำให้พวกเขาต้องกลายมาเป็นศัตรู (คล้ายกับในหนังเรื่อง The Social Network ที่ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ทำ facebook จนเสียเพื่อน)

และจะว่าไป คาแรกเตอร์ของ บอมบ์  (ณัฏฐ์ กิจจริต) ก็มีความคล้ายคลึงกับตัวละคร มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ใน The Social Network อยู่เหมือนกันในแง่ของความเป็นกีค เข้ากับคนอื่นได้ยาก ตรงเป็นไม้กระดานจนบางครั้งดูเหมือนไม่แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น (IQ สูงแต่ EQ ต่ำว่างั้นเถอะ) ซึ่งตรงข้ามกับนางเอก จูน (จิงจิง วริศยา ยู) ที่เป็นคนสดใสร่าเริง เปี่ยมด้วยแพสชั่น ช่างคิดช่างฝัน พร้อมจะส่งต่อพลังความกระตือรือร้นไปสู่ผู้อื่น สมกับสโลแกนของแอพ Amjoin ที่ว่า “Relationship is Miracle”

ส่วนสโลแกนของแอพ Inviter อย่าง ‘Non-Romantic Relationship’ นั้นก็สะท้อนปมในใจของพระเอกที่กล้าๆ กลัวๆ ในการเปิดตัวเองหรือสานสัมพันธ์กับนางเอก เขาอาจเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความแนว ชอบอะไรเฉพาะตัวไม่เหมือนชาวบ้าน และใจหนึ่งก็อยากหาคนที่มาแชร์ความสนใจเหมือนๆ กัน แต่ก็ไม่พร้อมที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงโรแมนติก เพราะสบายใจในการใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองและเพื่อนฝูงมากกว่า

แม้หนังจะไม่ได้นำเสนอเกี่ยวกับ Startup อย่างเจาะลึกมากมายอะไรนัก และการผสมเส้นเรื่องของงานกับความรักก็ยังไม่กลมกล่อมเท่าไหร่ในบางช่วง ซึ่งอาจทำให้คนดูที่เป็นผู้ใหญ่เลยวัยเลข 4 รู้สึกไม่อินบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าหนังเล่าเรื่องได้อย่างสนุกลื่นไหล นักแสดงเล่นดีมีคาแรกเตอร์ โปรดักชั่นเนี้ยบ งานภาพสวยใสราวกับใช้แอพแต่ง มุกตลกเรียกเสียงฮาอย่างได้ผล ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ App War เป็นผลงานที่คืนฟอร์มสดทันสมัยให้กับค่าย T-Moment และถือเป็นหนังไทยน้ำดีเรื่องหนึ่งของปีนี้ที่ไม่ควรพลาด

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก