8 ฉากเสี่ยงตายของ ทอม ครูซ ในหนังชุด MISSION: IMPOSSIBLE

นอกจาก ทอม ครูซ จะเป็นซูเปอร์สตาร์หน้าหยกในวัย 56 ที่ไม่ยอมแก่หรือหมดไฟง่ายๆ เขายังมีความบ้าระห่ำในการแสดงฉากเสี่ยงตายด้วยตัวเองมากเป็นพิเศษ เห็นได้จากแฟรนไชส์หนังแอ็คชั่นสุดมันส์ที่เขาเป็นตัวตั้งตัวตีทั้งนำแสดงและร่วมลงขันสร้างอย่าง Mission: Impossible ที่ล่าสุดภาค 6 Fallout เพิ่งเข้าฉาย ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาพร้อมฉากโชว์ความกล้าไม่กลัวตายของครูซอีกเช่นเคย ว่าแล้วก็ไปย้อนดูวีรกรรมสุดระห่ำของป๋าครูซกัน

1.กระโดดทะลุแทงค์น้ำ

นอกเหนือไปจากฉากจำอย่างการโรยตัวลงมาจากฝ้าเพดานเพื่อแฮ็คข้อมูลจากห้องนิรภัยของซีไอเอแล้ว ฉากแอ็คชั่นที่ดูเท่ไม่เบาในหนัง Mission: Impossible ภาคแรก ก็คือตอนที่ อีธาน ฮันต์ ใช้ระเบิดหมากฝรั่งบอมบ์ร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยตู้ปลาใบยักษ์เพื่อหนีการจับกุมของซีไอเอที่ใส่ร้ายเขา ฉากนี้ใช้ตู้กระจกที่บรรจุน้ำถึง 16 ตัน ซึ่งครูซต้องกะจังหวะเวลาให้เหมาะเจาะในการกระโดดออกมาก่อนที่บรรดาเศษกระจกและมวลน้ำจะถาโถมเข้าใส่เขา โดยเฮียแกก็ผ่านฉากนี้มาได้อย่างหล่อๆ ไร้รอยขีดข่วน

2.ปีนหน้าผาด้วยมือเปล่า

ฉากเปิดเรื่องอย่างชวนอึ้ง ทึ่ง เสียว ของ Mission: Impossible II ที่สายลับ อีธาน ฮันต์ ไปพักร้อนแบบโชว์ความแกร่งของกล้ามแขน ด้วยการห้อยโหนโจนหน้าผาด้วยมือเปล่า! เบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ที่ Dead Horse Point ในรัฐยูท่าห์ คือ ทอม ครูซ ปีนหน้าผาเองจริงๆ โดยมีเพียงสายเคเบิลช่วยพยุง แต่เขามีตัวช่วยเป็นสตันท์ตัวแทนหลัก คีธ แคมพ์เบลล์ ตามคำบอกเล่าของ เอิร์ล วิกกินส์ ช่างกล้องที่ทำงานในหนัง

 “ทอมปีนเองหมดครับยกเว้นตอนที่ตัวละครลื่นแล้วไปห้อยอยู่ที่หน้าผา – นั่นคือ คีธ แคมพ์เบลล์ ทอมต้องอยู่บนหน้าผาเพื่อถ่ายทำฉากนี้ถึง 5 วันแต่เขาก็ไม่เคยบ่น ซึ่งนับว่าหายากสำหรับดาราใหญ่ ฉากปีนผานี้ถูกออกแบบคิวโดยผู้ประสานงานสตันท์ Brian Smrz เขาเป็นมือหนึ่งของวงการเลย อย่างไรก็ตาม ลำดับท่าทางยังรวมถึงองค์ประกอบที่ผู้กำกับ จอห์น วู รู้สึกว่าสำคัญ อย่างเช่นท่าตรึงกางเขน (ท่าที่ตัวละครกางแขนสองข้างเหมือนกับพระเยซูถูกตรึงกางเขน ซึ่งนักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่ามักจะมีให้เห็นในหนังของ จอห์น วู ผู้เป็นชาวคริสต์ที่อุทิศตน) ผมก็ได้ยินมาว่าจะต้องมีในหนังของวูทุกเรื่อง ซึ่งผมบอกไม่ได้หรอกว่ามันจริงหรือเปล่า แต่มันสำคัญสำหรับจอห์น ฉากกระโจนไปข้างๆ ก็ด้วย”

3.มีด(เกือบ)ทิ่มตา

ฉากต่อสู้ท้ายเรื่องของหนังภาคสองเช่นกัน เมื่อ อีธาน ฮันต์ ต้องดวลตัวต่อตัวกับวายร้าย ฌอน แอมโบรส ชนิดที่ทำเอาคนดูหวาดเสียวแทน ฉากนี้เป็นไอเดียของผู้กำกับ จอห์น วู ซึ่งเฮียครูซฟังแล้วก็พร้อมลุยทันที โดยหลังฉากปลายมีด(ของจริง)ที่แหลมเปี้ยบก็จ่ออยู่ที่แก้วตาของครูซจริงๆ แต่ที่ด้ามมีดมีสายสลิงผูกไว้ให้ห่างจากลูกตาของครูซแค่ 1 นิ้ว! ซึ่งงานนี้คนที่น่าจะเครียดสุดก็คือเพื่อนร่วมซีน ดักเรย์ สก็อตต์ ที่โดนครูซจี้ว่าให้ออกแรงเล่นเต็มที่เพื่อให้ดูสมจริงที่สุด เรียกว่าถ้าเขาพลาดไปเพียงนิดก็อาจได้ชื่อว่าเป็นคนทำซูเปอร์สตาร์ตาบอดก็เป็นได้

4.บันจี้จัมป์บนตึกสูง

หลังจากที่ไปเล่นหนังแอ็คชั่น ไซ-ไฟ อย่าง Minority Report (2002) มา ทอม ครูซ ที่ยังติดใจกับความสูงเลยอยากจะอัพเกรดความเสี่ยงตายของตัวเองขึ้นอีกขั้นใน Mission: Impossible III กับฉากที่ อีธาน ฮันต์ ใช้การกระโดดบันจี้จัมป์จากตึกระฟ้า Bank of China เพื่อส่งตัวเองไปยังดาดฟ้าของอาคารเป้าหมาย โดยเบื้องหลังของฉากนี้ ผู้กำกับ เจเจ เอบรามส์ ที่ยังไม่โด่งดังมากในตอนนั้น กลัวว่าทำลายอนาคตตัวเองซะเปล่าๆ หากเกิดอะไรผิดพลาดไป เลยไม่ยอมให้ครูซไปโดดที่ตึกจริง แต่ใช้การสร้างตึกจำลองขึ้นมาในสตูดิโอเพื่อควบคุมความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

5.ไต่ตึก เบิร์จ คาลิฟา (แข่งกะ สไปเดอร์-แมน)

เหมือนภาคที่แล้วยังไม่หนำใจ ภาคต่อมา Mission: Impossible – Ghost Protocol เฮียครูซเลยขอจัดใหญ่ ปีนตึกที่ครองสถิติสูงที่สุดในโลกในปัจจุบันอย่าง เบิร์จ คาลิฟา ที่ดูไบ ในฉากที่ อีธาน ฮันต์ ต้องปีนอาคารจากด้านนอกเพื่อเข้าไปยังห้องเสิร์ฟเวอร์ด้านบน โดยมีอุปกรณ์เพียงถุงมือสุญญากาศคู่หนึ่ง (แถมแบตหมดไปข้าง) หลังฉากครูซเริ่มปีนที่ความสูง 1700 ฟุต (518 เมตร) และมีการใช้สลิง 6 เส้นผูกตัวเขาไว้ตลอดจากนั้นจึงใช้ซีจีลบออกไป เขาต้องห้อยตัวอยู่นอกอาคารนาน 8 วัน วันละเกือบ 10 ชั่วโมง ท่ามกลางความเสี่ยงมากมายอย่างลมพัด นกขี้ใส่ (?) หากสุดท้ายก็ได้ฉากสุดเสียวไส้สมใจ แถมเฮียแกยังไปถ่ายภาพบนยอดตึกมาโปรโมทหนังให้ฮือฮาอีกด้วย (แต่บางฉากที่อันตรายเกินไปก็ยังใช้การถ่ายทำตึกจำลองในสตูดิโออยู่)

  

เล่น YOGA FLY หรอพี่ทอม

6.เกาะเครื่องบินที่กำลังเทคออฟ

ตั้งแต่ภาค 2 เป็นต้นมา ก็ดูเหมือนว่าการเปิดเรื่องด้วยซีนสุดระทึกจะเป็นธรรมเนียมของหนังชุดนี้ไปแล้ว และในภาค 5 Mission: Impossible – Rogue Nation ก็เปิดฉากมาลำใหญ่เลยทีเดียว นั่นคือภารกิจเกาะติดเครื่องบินของ อีธาน ฮันต์ ที่ไม่ใช่แค่เครื่องบินธรรมดาๆ แต่เป็นเครื่องที่กำลังบินขึ้นด้วย โดยทีมงานเลือกใช้เครื่องบินแอร์บัส A400m ถ่ายทำที่ฐานทัพอากาศ RAF Wittering ในอังกฤษ ตอนถ่ายทำนั้น เครื่องกำลังบินด้วยความเร็ว 250 ไมล์ต่อชั่วโมงที่ความสูง 5000 ฟุต (ซึ่งสูงกว่าตึก เบิร์จ คาลิฟา เสียอีก)  โดยมีอุปกรณ์ยึดตัวครูซไว้กับเครื่องบิน (แล้วใช้ซีจีลบออกภายหลัง) พร้อมออกแบบวิธีขึงกล้องติดกับเครื่องบินเพื่อให้ได้มุมภาพที่ต้องการ ซึ่งทีมงานได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ต้านลมสำหรับกล้องเพื่อใช้ในงานนี้โดยเฉพาะ และต้องคอยระวังไม่ให้อะไรกระเด็นหรือปลิวมาโดนพระเอกของเราด้วย

ฉากนี้ถ่ายทำทั้งหมด 8 เทค ใช้เวลาเตรียมการนานนับเดือนและถ่ายทำรวม 10 วัน แต่ปรากฏบนจอแค่ 90 วินาที ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่าและสนองตัณหาของเฮียครูซแล้ว ผมมักสงสัยอยู่เสมอว่าด้านนอกของเครื่องบินขณะที่กำลังบินอยู่มันเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ผมรู้แล้ว และนั่นเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาอย่างไม่ต้องสงสัย ครูซเอ่ย

7.ดำน้ำในบ่อมรณะ

อีกหนึ่งความท้าทายของเฮียครูซนอกจากความสูงก็คือความอึด ด้วยฉากชวนลุ้นนั่งไม่ติดเก้าอี้ในหนังภาค 5 – Rogue Nation ที่ อีธาน ฮันต์ ต้องโดดลงไปในบ่อลึกใต้โรงไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ชิพให้เบนจี้สามารถผ่านระบบรักษาความปลอดภัยสุดเข้มงวดได้โดยไม่โดนยิงตายซะก่อน เขาต้องดำอึดแล้วกลับขึ้นมาให้ได้ภายใน 3 นาทีก่อนที่ออกซิเจนจะหมด แถมยังมีท่อเหล็กอะไรที่คอยจะหมุนมาชนอยู่เรื่อยๆ ฉากนี้พี่ครูซก็เล่นเองดำเอง โดยเขาต้องไปฝึกฝนหลักสูตรการดำน้ำแบบทหารที่ต้องดำได้นานและสามารถเคลื่อนไหวร่างกายไปด้วย จนสุดท้ายเฮียแกสามารถดำน้ำได้อึดสุดยอดถึง 6 นาที! (คนทั่วไปดำได้ประมาณ 1-2 นาที) ชนิดที่น่าจะเรียกสายลับ อีธาน ฮันต์ ไปดำน้ำช่วยทีมหมูป่าในถ้ำกับหน่วยซีลด้วยจริงๆ

8.ดิ่งพสุธาท้ามฤตยู

สดๆ ร้อนๆ ในภาคล่าสุดที่กำลังเข้าฉาย Mission: Impossible – Fallout งานนี้พี่ครูซของเราเหินเวหาเป็นกระรอกบินกันเลยจ้า กับฉากสตันท์ท้ามฤตยูมากมายที่เรียกได้ว่ารวมมิตรครบเครื่อง ไล่ตั้งแต่ฉาก ‘เชือกราว’ การไต่เชือกที่ห้อยจากเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินอยู่บนความสูง 2,000 ฟุต ก่อนจะปล่อยตัวร่วงลงมา 40 ฟุต, ฉากไล่ล่าด้วยเฮลิคอปเตอร์, รถยนต์, มอเตอร์ไซค์, ฉากกระโดดข้ามหลังคาจนเกิดอุบัติเหตุทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนัก ถึงขั้นกระดูกข้อเท้าแตกเป็นเสี่ยงเลยทีเดียว

แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งความระห่ำของ ทอม ครูซ ได้ หลังจากพักฟื้นจนกลับมาฟิตแล้ว เขายังไปถ่ายทำฉากดิ่งพสุธาออกจากเครื่องโบอิ้ง C-17 Globemaster III บนความสูง 25,000 ฟุต ที่เรียกว่า ‘ฮาโล’ อันเป็นเทคนิคการกระโดดร่มที่หน่วยทหารพิเศษใช้เพื่อแทรกซึมเข้าไปยังพื้นที่ของศัตรู เป็นการปิดกล้องปิดจ็อบ Mission Impossible อย่างสวยงาม ตบมือรัวๆ ให้กับ อีธาน ฮันต์!

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก