10 อันดับเรื่องสั้นสายดาร์คของ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ผู้วาด โดราเอม่อน

บทความโดย Noodle D

หากพูดถึงผลงานของ อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ผู้วาดการ์ตูนสุดโด่งดังอย่างโดราเอม่อนแล้วทุกคนคนนึกถึงการ์ตูนเด็กลายเส้นน่ารักสะอาดตา เนื้อหาสบายๆ เป็นมิตรต่อผู้อ่านเป็นที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่าอีกด้านหนึ่ง อ.ฟูจิโกะ ก็ได้เขียนเรื่องสำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเนื้อหาของหลายๆ เรื่องก็มีความหม่นหม่องและน่ากลัวภายใต้ลายเส้นที่ยังดูน่ารัก ซึ่งวันนี้เราจะมาจัดอันดับผลงานที่มีความดาร์คมากที่สุด 10 อันดับ โดยจะวิเคราะห์จากเนื้อหาและประเด็นที่ อ.ฟูจิโกะ ต้องการจะสื่อครับ

 

อันดับที่ 10 เรือโนอาห์เต็มแล้ว

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร SF แม็คกาซีน ปี ค.ศ.1974

เนื้อเรื่องเล่าถึงชายหนุ่มหัวหน้าครอบครัวที่ได้รู้เข้าโดยบังเอิญว่ามีองค์กรลับกำลังวางแผนสร้างจรวดเพื่อช่วยเหลือผู้คนจากการพุ่งชนโลกของดาวหาง หลังข่าวแพร่ออกไปก็ได้เกิดความหวาดกลัวและมีการก่อจลาจลออกเป็นวงกว้างจนในที่สุดรัฐบาลก็ออกมาบอกว่าทั้งหมดเป็นแค่เรื่องโกหกของ 18 มงกุฎ ประชาชนจึงกลับมาสบายใจอีกครั้งแต่แท้จริงแล้วทั้งหมดเป็นอุบายที่รัฐบาลจัดฉากขึ้นเพื่อสร้างความอุ่นใจแก่ผู้คน เพราะความจริงคือดาวหางจะเฉียดโลกและมีผู้คนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะได้รับการช่วยเหลือ

ความน่ากลัวที่แฝงอยู่ในเรื่องนี้คือการจัดการของรัฐบาล ที่เรียกได้ว่าหลอกคนหมู่มากให้สบายใจ และปล่อยให้ประชาชนรับเคราะห์ตามยถากรรมเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของคนส่วนน้อย ซึ่งตรงกับสังคมความเป็นจริงที่ว่าค่าของมนุษย์ในสังคมนั้นไม่เท่าเทียมกัน และหากโลกกำลังจะแตกขึ้นมาจริงๆ เพื่อนๆ คิดว่าคนธรรมดาอย่างพวกเราจะมีสิทธิได้ขึ้นจรวดมั้ยครับ..

 

อันดับที่ 9 กล้องคุณไสย

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร บิ๊กคอมิกส์ ปี ค.ศ.1983

เมื่อเซลล์แมนปริศนาได้เสนอขายกล้องประหลาดให้กับชายคนหนึ่ง กล้องวิเศษที่เมื่อถ่ายภาพใครมาแล้วหากเรานำรูปนั้นมาทำร้าย ผู้ที่ถูกถ่ายก็จะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย ช่ายหนุ่มได้กล้องมาเพื่อทดลองใช้ และได้พยายามใช้มันเพื่อล้างแค้นคนที่เค้าเกลียดที่สุด แต่แล้วก็เกิดเรื่องวุ่นวายที่ทำให้กล้องถูกแย่งไปเค้า และนำไปสู่จุดจบที่ไม่สวยสักเท่าไหร่

ความเกลียดชังเป็นเครื่องมือการค้าได้เป็นอย่างดี เรามักจะพยายามหาทางทำร้ายผู้อื่นที่เราไม่ชอบโดยใช้วิธีที่เราได้รับผลกระทบน้อยที่สุด การทำคุณไสยก็เป็นความเชื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสนองความประสงค์ดั่งกล่าวมาตั้งแต่โบราณ แต่สุดท้ายแล้วการทำร้ายกันด้วยความเกลียดชังไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่ได้รับก็มีแต่ความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่ายโดยไม่มีที่สิ้นสุด

อันดับที่ 8 มายเชลเตอร์

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร ซูเปอร์ แอคชั่น ปี ค.ศ.1983

เรื่องเริ่มจากชายวัยกลางคนกำลังเก็บหอมรอมริบเพื่อที่จะใช้มันสร้างบ้านในฝันให้ครอบครัว แต่จู่ๆ ก็มีชายลึกลับแนะนำกับเค้าว่าเค้าควรสร้างเชลเตอร์หลบภัยมากกว่า เพราะหากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น นั่นจะเป็นทางรอดเดียวของเค้า คำพูดของชายลึกลับทำให้เค้ากังวลอย่างมากจนเก็บไปฝันถึงผลลัพท์ต่างๆ ที่น่าจะเกิดขึ้น หากเค้าเลือกที่จะสร้างหรือไม่สร้างเชลเตอร์ แต่ไม่ว่าจะหนทางไหนก็ไม่มีผลลัพท์ที่ดีที่สุดให้กับเค้าและครอบครัวเลย

สงครามนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ยิ่งกับคนญี่ปุ่นที่เคยผ่านการสูญเสียจากสงครามมามากมายแล้ว ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าวิตกเป็นอย่างมาก ซึ่งผลลัพธ์จากท้ายเรื่องนี้ก็บ่งบอกถึงความโหดร้ายของมันได้เป็นอย่างดี

 

อันดับที่ 7 ตามล่าคนโง่ในแดนเถื่อน

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร บิ๊กคอมิกส์ ปี ค.ศ. 1978

ชายแก่จรจัดคนหนึ่งได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยเมื่อ 27 ปีก่อน เขาได้พบกับตัวเองในวันหนุ่มซึ่งเป็นลูกชายของบ้านที่มีฐานะแต่เค้ากลับเลือกที่จะหนีออกจากบ้านเพื่อไปอยู่กับหญิงที่ตนรัก ชายแก่ผู้มาจากอนาคตรู้ดีว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดและพยายามเกลี้ยกล่อมชายหนุ่ม เพื่อไม่ให้ต้องมาใช้ชีวิตแบบยากลำบากอย่างที่เค้าเป็นอยู่ แต่ความดื้นรั้นของตัวเค้าในอดีตก็กลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ถ้าหากคุณอยากพูดกับตัวเองในอดีตได้คุณจะบอกเค้าว่าอย่างไร นี่อาจเป็นสิ่งที่หลายคนเคยนึกสนุกเล่นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นของการ์ตูนเรื่องนี้คือ ชายแก่ในวัยหนุ่มไม่คิดจะรับฟังคำเตือนของชายแก่จากอนาคตเลยแม้แต่น้อย แม้ลึกๆ ในใจเค้าจะอาจจะเชื่อแต่ความดื้อดึงและทิฐิของเค้าก็ยังคงพาเค้าไปในทางที่ยากลำบากเช่นเดิม เรียกได้ว่าเราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ การกล่าวโทษตัวเองในอดีตก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดประโยชน์ สิ่งที่ทุกคนมีอยู่คืออนาคต ถึงแม้เส้นทางข้างหน้าจะมืดมนเกินกว่าที่จะอยากเดินต่อก็ตาม

 

อันดับที่ 6 จานมิโนทาวราส

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร บิ๊กคอมิกส์ ปี ค.ศ 1968

เรื่องนี้ถือเป็นผลงานวัยรุ่นเรื่องแรกที่ อ.ฟูจิโกะ เขียน เป็นเรื่องราวของนักบินอวกาศที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ต้องลงจอดยานที่ดาวดวงหนึ่ง สิ่งที่เค้าได้เห็นในดาวดวงนั้นคือเผ่าพันธุ์ที่ปกครองดาวดวงนี้คือ วัว และมนุษย์เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงในคอกที่เป็นอาหารให้กับวัว โดยเขาได้พบรักหญิงสาวชื่อ มิโนอา ที่มีชะตากรรมจะต้องถูกกิน เค้าพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะช่วยเหลือคนที่เค้ารัก แม้ว่า มิโนอา ยินดีที่ตนจะถูกกินก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจของการ์ตูนเรื่องนี้นอกจากเรื่องความน่ากลัวที่มนุษย์จะต้องถูกกินแล้ว ยังสามารถกล่าวถึงวัฒนธรรมและวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากมนุษย์บนดาววัวในเรื่อง ที่ยอมรับการถูกกินเหมือนเป็นเรื่องปกติ ก็เปรียบเสมือนกับที่มนุษย์กินเนื้อวัวเป็นเรื่องปกติเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่าผิดหรือถูกแต่ถ้าหากคิดดูดีๆ แล้ว การกระทำของพระเอกที่พยายามฝืนวัฒนธรรมของดาวดวงนั้น แล้วพยายามยัดเยียดว่าการกินคนเป็นสิ่งที่ผิดและโหดร้ายก็อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกก็เป็นได้

 

อันดับที่ 5 วันหนึ่ง

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร มังงะคิโซเท็นไก ปี ค.ศ.1982

ณ ชมรมนักสร้างภาพยนตร์สมัครเล่นที่มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ทุกกคนได้นำผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนวของพวกเค้ามาเปิดโชว์กันอย่างสนุกสนุกสนาน จนถึงคนสุดท้ายที่เป็นหนังของชายหนุ่มใส่แว่น เนื้อหาของหนังคือชีวิตประจำวันธรรมดาๆ ของผู้คนในเมืองที่ตอนจบทุกอย่างถูกตัดจบดื้อๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น แล้วทุกอย่างหายไปหมด ทุกคนในชมรมต่างหัวเราะเยาะเค้าว่าเป็นหนังที่หักมุมจนดูไม่รู้เรื่อง และเมื่อชายหนุ่มใส่แว่นได้พยายามอธิบายถึงแนวคิดของเค้าบางสิ่งบางอย่างก็ได้เกิดขึ้น

          วันหนึ่งชื่อเรื่องที่แสนจะเรียบง่ายแต่ก็มีมุมมองที่นาสนใจทีเดียวโดยตัวละครในเรื่องพยายามจะบอกว่าชีวิตของพวกเราทุกคนนั้นเป็นเพียงพลเมืองตัวเล็กที่จะหายไปเมื่อไหร่ก้ได้ ไม่มีลางบอกเหตุ ไม่มีเวลาให้ตั้งตัว หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นจริงๆ เราไม่อาจหนีพ้นได้ซึ่งวันนั้นอาจจะมาถึงโดยไม่ที่เราไม่คาดคิด หรือไม่แน่มันอาจจะเป็นวันนี้ก็…….ฟึ่บบบบ……

 

อันดับที่ 4 เกาะสูญพันธุ์

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เท็นโตมุฉิ คอมมิกส์ เบ็ทสัทสึ โขะโระโขะโระบัง ปี ค.ศ.1995

เรื่องเริ่มต้นจากคู่หนุ่มสาววัยรุ่นกำลังหาอาหารอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง พวกเค้าได้คุยกันว่าโลกของเราได้ถูกรุกรานโดยมนุษย์ต่างดาว เมืองต่างๆ ถูกโจมตีพังพินาศและมนุษยชาติก็ได้ถูกทำลายจนเกือบเหลือเพียงกลุ่มของพวกเค้าที่รอดชีวิตเนื่องจากมาเที่ยวบนเกาะอันห่างไกลแห่งนี้ แต่พูดไม่ทันจบก็พบว่ามีจานบินบุกมายังเกาะ และได้ฆ่าผู้คนในหมู่บ้านที่นั่นอย่างโหดเหี้ยม ทั้งสองคนต้องหาทางดิ้นรนอย่างที่สุดเพื่อเอาชีวิตรอดจากมนุษย์ต่างดาวที่โหดเหี้ยมและพวกเค้าอาจจะเป็นมนุษย์โลกคู่สุดท้ายที่เหลืออยู่

ภาพและฉากต่างๆ ของการ์ตูนเรื่องนี้มีความรุนแรงน่ากลัวที่ค่อนข้างชัดเจน โดยสาเหตุที่มนุษย์ต่างดาวในเรื่องล่ามนุษย์ก็เพราะเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์หายากที่กินแล้วรักษาโรคได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับความเชื่อสมัยโบราณชองชนเผ่าที่เชื่อว่าตุ๊กแกย่างเป็นยาวิเศษ จนในที่สุดพวกมันก็ถูกล่าจนสูญพันธ์ จึงเห็นได้ว่าคุณค่าของชีวิตนั่นย่อมถูกมองแตกต่างกันตามเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า ไม่แน่ว่ามนุษย์อย่างเราๆ ก็อาจไม่ต่างกับหนอนแมลงในสายตามนุษย์ต่างดาวและเราจะเรียกร้องอะไรได้หาถูกฆ่า เพราะทุกวันนี้เรายังเหยียบมดโดยไม่รู้สึกผิดกันอยู่เลย

 

อันดับที่ 3 หักล้าง

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารบิ๊กคอมิกส์ ปี ค.ศ.1974

เนื้อเรื่องเล่าจากชายแก่คนหนึ่งซี่งทำงานเป็นพนักงานเฝ้าตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญ ซึ่งจู่ๆ ก็ได้มีชายหนุ่มนักข่าวคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยกับเขาถึงประเด็นเรื่อง การทิ้งเด็กทารกในตู้ล็อคเกอร์ ซึ่งในเนื้อเรื่องนั่นถือว่าเกิดขึ้นบ่อยจนเห็นศพเด็กเป็นเรื่องชินตา ทันใดนั้นก็เกิดเหตุแทงกันตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยนักข่าวได้เล่าให้เค้าฟังถึงทฤษฎีแปลกๆ ที่ว่า หากมนุษย์มีจำนวนประชากรที่มากเกินไป ก่ารฆ่ากันเองของมนุษย์ก็อาจเป็นเครื่องมือที่ธรรมชาติใช้ในการควบคุมจำนวน หลังจากนั้นไม่นานชายแก่เริ่มรู้สึกหดหู่และต้องพบกับชะตากรรมที่คาดไม่ถึง

การทิ้งเด็กทารกเป็นสิ่งที่อ่อนไหวและเกิดขึ้นบ่อยในสังคมบางประเทศ มันเกิดจากความไม่รับผิดชอบหรือเราสูญเสียความรักกันแน่ ซึ่งในเรื่องนี้ได้บอกเอาไว้ว้าหากประชากรมนุษย์มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ความรักระหว่างมนุษย์จะหายไป การเห็นคุณค่าของชีวิตจะลดลงและการฆ่ากันจะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น โดยการทิ้งเด็กทารกในตู้ล็อคเกอร์ก็เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันว่าหากสังคมเราเดินทางไปถึงจุดนั้นเราจะทำอย่างไร

 อันดับที่ 2 รากไม้ล้ม

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร บิกส์คอมิกส์ ปี ค.ศ.1974

เรื่องของพนักงานกอง บ.ก. คนหนึ่ง ที่ต้องมาทวงต้นฉบับของนักเขียนนิยายชื่อดัง เขาได้พบกับ อ.นักเขียน ซึ่งภายนอกก็ดูปกติดี แต่สิ่งที่แย่ก็คือ อ. ปฎิบัติกับภรรยาของเค้าราวกับคนรับใช้และชอบทุบตีภรรยาของตัวเองเวลามีเรื่องขัดใจหรือไม่พอใจ พนักงานหนุ่มเริ่มกดดัน ทั้งจากต้นฉบับที่ อ.เพิ่งจะเริ่มเขียน กับคุณภรรยาที่ชอบมีท่าทางแปลกๆ ในบ้าน จนในที่สุดชายหนุ่มก็ได้พบกับความลับที่ว่า คุณภรรยากำลังวางแผนฆ่าสามีตัวเองโดยพยายามทำให้ทุกอย่างดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งแผนการทุกอย่างนั้นดำเนินอยู่ในชีวิตประวันโดยไม่ได้สังเกตทั้งสิ้น

ในสังคมญี่ปุ่นสมัยก่อน ผู้ชายมักเป็นใหญ่ในบ้านและภรรยาจะต้องคอยทำตามที่สามีบอก ถึงแม้ในปัจจุบันความไม่เท่าเทียมทางเพศเช่นนี้ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ผู้หญิงหลายคนต้องทนกับการทำร้ายร่างกายโดยอ้างว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว แล้วคุณแน่ใจแล้วหรือว่าผู้หญิงที่โดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว จะไม่วางแผนเอาคืนคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก ทางที่ดีหากรักกัน ก็ควรให้เกียรติซึ่งกันและกันจะเป็นหนทางอยู่ร่วมกันที่ดีที่สุดครับ

 

อันดับที่ 1 ไม้สั้นไม้ยาวของแคมบีเซส (Cambyses)

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เบ็นสัทสึมนไดโชเส็ทสึ ปี ค.ศ.1977

เป็นเรื่องราวของซัลค์ทหารชาวเปอร์เซียโบราณ ที่หลงเข้ามาอยู่ในดินแดนรกร้างที่ไร้ซึ่งผู้คน เขาได้เข้าไปหลบในอาคารแปลกประหลาดที่ถูกสร้างด้วยวิทยาการล้ำยุค และได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง หลักจากใช้เวลาอยู่นานในที่สุดทั้งสองก็สามารถสื่อสารกันเข้าใจ ซัลค์เล่าถึงอดีตอันน่ากลัวของเขาถึงความอดอยากในเอธิโอเปีย ที่ทำให้เค้าต้องหลบหนีจากเพื่อนที่หิวจนต้องการจะกินเค้า แล้วเค้าก็ได้รู้ความจริงว่าตัวเขาหลุดมาอยู่ในโลกอนาคตที่ทุกอย่างพังพินาศจากสงคราม เหลือเพียงหญิงสาวที่จำศีลมานานกว่าสองแสนปีเพื่อรอคอยความช่วยเหลือจากอารยธรรมนอกโลก หลังจากนั้นนั้นไม่นานเสบียงก็ได้หมดลงทั้งสองคนต้องจับไม้สั้นไม้ยาวเพื่อหาฝ่ายที่จะต้องถูกกิน เพื่อให้อีกคนรอดชีวิตให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด หากนึกสภาพว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะมีชิวิตในสถานที่ๆไม่มีอาหาร เราจะยอมกินเนื้อเพื่อนตัวเองมั้ย หรือเราจะยอมให้คนอื่นกินรึเปล่า ประโยคที่นางเอกได้พูกกับ ซัลค์ ก็คือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกล้วนมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ รักษาเผ่าพันธุ์ของตัวเองให้อยู่รอดนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เช่นเดียวกับมนุษย์ แล้วคุณล่ะคิดว่าการอยู่รอดของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญถึงขนาดต้องยอมกินผู้อื่นมั้ย?

.
.
.
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับ 10 อันดับผลงานที่ได้กล่าวมา ถึงแม้การ์ตูนที่ยกมาจะมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหดหู่ หรือเสียดสีสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ให้แง่คิดและแง่มุมที่น่าสนใจที่สามารถสื่อสารกับคนกลุ่มวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ได้อย่างลึกซึ้งด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่า อ. ฟูจิโกะ ให้ความสำคัญกับนักอ่านทุกช่วงอายุ และพร้อมจะสร้างผลงานที่มีคุณค่าให้พวกเราได้จดจำมาจนถึงวันนี้นั่นเองครับ

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter ครับผม
—————————–

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

หนังสือ รวมผลงานอมตะ ฟุจิโกะ sf คอลเล็คชั่น เล่ม1-8

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"