รวมข้อมูลและรายได้ อาชีพนักวาดการ์ตูน ญี่ปุ่น อเมริกา และไทย !!

บทความจากกิจกรรม Plotter Offer กิจกรรมนำเสนอหัวข้อให้เรานำมาทำจริง !
โดยคุณ Pichat Winta
บทความโดย THE JEFF, THE ต้น และ THE หมี่

ในปัจจุบันการ์ตูนถือเป็นสื่อที่พบเห็นและเข้าถึงได้ทุกง่ายเพศทุกวัย รวมไปถึงอาชีพนักวาดการ์ตูนนั้นก็กลายเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น มีผู้ที่สนใจรวมไปถึงใฝ่ฝันที่จะประกอบอาชีพนักวาดการ์ตูนกันมากมาย ว่าแต่.. ข้อมูลของอาชีพนี้นั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันเรื่อยมา เนื่องจากความอิสระในอาชีพที่สูง รวมไปถึงยังไม่ใช่อาชีพที่แพร่หลายมากนัก ดังนั้นแล้ว ในครั้งนี้ Plotter ก็ได้รับโจทย์ให้มานำเสนอข้อมูลเบื้องลึกเท่าที่ทำได้ ของอาชีพนักวาดการ์ตูนนี้ให้ได้ทราบกันนั่นเองครับ จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลยจ้า


การ์ตูนญี่ปุ่น

จุดเริ่มต้นของการ์ตูนญี่ปุ่น

เดิมทีคำว่าการ์ตูนนั้นเริ่มต้นมาจากทางยุโรปหมายถึง ภาพ 2 มิติที่มีการตัดทอนรายละเอียดของตัวละครใช้ในการเล่าเรื่อง แต่หลังจากที่การ์ตูนเริ่มเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นได้มีการคิดคำที่ใช้เรียกการ์ตูนญี่ปุ่นว่า  มังงะ (ญี่ปุ่น: 漫画 manga):7j’การ์ตูนญี่ปุ่นในยุคเริ่มต้นจะมีความเรียบง่ายในลักษณะการ์ตูนช่องสั้นๆ ที่มีเนื่อหาง่ายและเป็นการวาดตัวละครมุมเดียวในฉากคล้ายการเล่นละครหรือที่นิยมเรียกกับว่า นิยายภาพ

จนกระทั่ง เท็ตซึกะ โอซามุ ผู้ริเริ่มให้การ์ตูนญี่ปุ่นก้าวไปสู่ยุคใหม่ มีมุมมองที่หลากหลายโดยมีการใส่ช่องคำพูด ช่องอธิบายความคิด แทนการบรรยายภาพ มีการดำเนินเรื่องคล้ายกับภาพยนตร์ จึงนำไปสู่ศักราชใหม่ของการ์ตูน และการ์ตูนญี่ปุ่นก็เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

เท็ตซึกะ โอซามุ ปรมาจารย์แห่งการ์ตูนญี่ปุ่น

Shin Takarajima มีจังหวะการเล่าที่ลื่นไหลถือเป็นต้นแบบของการตูนญี่ปุ่นในยุคต่อๆ มา

ลักษณะการทำงาน

นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นจะต้องส่งต้นฉบับให้ทันในทุกสัปดาห์ซึ่งจำนวนที่ต้องวาดขั้นต่ำคือ 16-20 หน้า และบางครั้งยังต้องวาดหน้าเปิด 4 สีหรือหน้าปกรวมเล่มด้วย ซึ่งหากทำงานทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวคงไม่ทันแน่ จึงจำเป็นต้องจ้างผู้ช่วยนักเขียนเพื่อช่วยแบ่งเบาหน้าที่ โดยหน้าที่ของผู่ช่วยจะมีตั้งแต่ ช่วยถมดำ แปะสกรีนโทน วาดฉากหลัง ไปจนถึงวาดตัวประกอบต่างๆ ภายในฉาก โดยนักเขียนส่วนใหญ่จะจ้างผู้ช่วยแค่ 1-2 คนเพราะค่าแรงค่อนข้างสูงแต่ถ้าหากเป็นนักเขียนที่ผลงานได้รับความนิยมและมีกำลังทรัพย์สูงก็อาจจ้างผู้ช่วยจำนวนมาก 5 คนขึ้นไปเพื่อความสะดวกในการทำงาน แต่ถึงยังไงการวาดตัวละครหลักหรือการตัดเส้นตัวละครก็ยังเป็นหน้าที่ที่นักเขียนควรทำด้วยตนเอง

โต๊ะทำงานของ อิซะยะมะ ฮะจิเมะ(Attack on titan)

โต๊ะทำงานของเออิจิโร่ โอดะ(One piece)

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนการ์ตูน

รายได้ของนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น

เรามาดูรายได้ของนักเขียนการ์ตูนกันดีกว่า โดยค่าต้นฉบับของนักเขียนมือใหม่จะอยู่ที่หน้าละ 8,000-9,000 เยนหรือราว (2,400 บาทต่อหน้า)  สมมุติว่าในหนึ่งสัปดาห์เขียนได้ 20 หน้า ก็จะได้รายได้ 20×8,000=160,000 เยนต่อสัปดาห์ (ประมาณ 48,000 บาทต่อสัปดาห์) โดยค่าต้นฉบับอาจเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ได้ลงพิมพ์ผลงาน ซึ่งถ้าหักค่าจ้างผู้ช่วย ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวันไปแล้วรายรับที่ได้ก็อาจจะเหลือไม่มากเท่าไหร่โดยเฉพาะเงินเดือนของผู้ช่วย ซึ่งนักเขียนมืออาชีพต้องเสียเงินจ้างผู้ช่วยอยู่ที่คนละ 350,000 – 450,000 (ประมาณ 106,000 บาทต่อเดือน ) ถ้าฝีมือดีก็ต้องจ่ายแพงกว่านั้น
ด้วยเหตุนี้นักเขียนส่วนมากจึงติดตัวแดงในช่วงเริ่มต้นอาชีพ แต่ถ้าผลงานได้รับความนิยมเรื่องค่าผู้ช่วยก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไหร่

หลายคนจึงมองว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูนไม่มั่นคงและรายได้น้อย ซึ่งจริงๆ แล้วรายได้หลักของนักเขียนการ์ตูนไม่ได้อยู่ที่ค่าต้นฉบับแต่อยู่ที่ เงินค่าลิขสิทธิ์ของฉบับรวมเล่ม เพราะเมื่อนักเขียนเขียนผลงานลงนิตยสารระยะนึง จะได้รับการพิมพ์เป็นผลงานรวมเล่ม โดยหนังสือการ์ตูน 1 เล่ม นักเขียนจะได้เงินค่าลิขสิทธิ์ 10% ของราคาหนังสือ ถ้าหนังสือราคา 420 เยน(ประมาณ 126 บาท) ก็จะได้ 42 เยนต่อเล่ม(ประมาณ 12.6 บาทต่อเล่ม)และถ้ายิ่งหนังสือขายดีจนได้รับการพิมพ์เพิ่มมากขึ้นรายได้ของนักเขียนก็จะมากตามไปด้วย 1 ล้านเล่ม ก็จะได้ 42 ล้านเยน หรือราว 12 ล้านบาท หมายความว่าถ้าสร้างผลงานฮิตได้ก็จะรวยแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

อาจารย์โมริตะ มาซาโนริ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่อง Rokudenashi Blues (42 เล่ม) และ Rookies (24 เล่ม) ยอดขาย 1 เล่ม ได้ค่าลิขสิทธิ์ 40 เยน ยอดขายรวม 75 ล้านเล่ม รวมเป็น 3,000 ล้านเยน

การแข่งขันที่สูง

การเขียนผลงานเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารญี่ปุ่นนั้นเป็นสิ่งที่กดดันเอามากๆ เพราะจะมีการจัดอันดับความนิยมในการ์ตูนทุกเล่ม ยกตัวอย่าง นิตยสารโชเน็นจัมป์ ที่จะมีลงการ์ตูนลงราว 20 เรื่องใน 1 เล่มโดยจะมีการจัดอันดับผ่านใบแบบสอบถามแนบในเล่มที่จะให้ผู้อ่านเลือกการ์ตูนที่ตัวเองชอบมา 3 อันดับและเมื่อนำมานับคะแนนแล้วผลงานที่ได้อันดับต้นๆ จะถือว่าเป็นผลงานยอดนิยม ส่วนผลงานที่อยู่อันดับล่างๆ นานๆ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะถูกตัดจบ นักเขียนการ์ตูนจึงต้องพยายามผลักดันงานตัวเองให้ได้อันดับสูงทั้งศึกษาความนิยมหรือพัฒนาลายเส้นและเนื้อเรื่องให้ดีขึ้น ถือเป็นการแข่งขันที่มีความกดดันเป็นอย่างสูง แต่มันก็ช่วยให้ผลงานออกมามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นผลดีต่อผู้อ่าน

นิตยสาร โชเน็นจัมป์                                ใบสอบถามความนิยม

การได้สร้างเป็นอนิเมชั่น

การที่ผลงานการ์ตูนของตัวเองได้สร้างเป็นอนิมชั่นถือเป็นสิ่งที่นักเขียนหลายๆ คนคาดหวัง เพราะนอกจากจะได้เห็นตัวการ์ตูนของตัวเองเคลื่อนไหวบนจอแล้ว ยังได้ค่าลิขสิทธิ์อีกไม่ใช่น้อยๆ ด้วย แต่การที่ผลงานจะได้สร้างเป็นอนิเมะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะนอกจากจะต้องได้ความนิยมในระดับนึงแล้ว เนื้อหาก็ต้องเหมาะสมกับการสร้างด้วยทั้งเรื่องจำนวนตอนที่มี รวมถึงภาพที่ต้องสามารถออกอากาศได้ โดยอนิเมชั่นส่วนใหญ่จะมีจำนวนตอนราว 12 – 26 ตอนซึ่งจะมีการกระชับเนื้อหาให้ดูสนุกที่สุด แต่ถ้าผลงานได้รับความนิยมสูงและมีสปอนเซอร์สนับสนุนก็อาจได้ฉายยาวต่อเนื่องทั้งปีเลยทีเดียวโดยคุณภาพของตัวอนิเมชั่นอาจจะไม่ได้ดีมากด้วยเวลาการผลิตที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งก็จะต้องลุ้นผลเรตติ้งกันอีกทีว่าจะได้ทำภาคต่อหรือไม่ โดยรายได้จากการที่งานได้สร้างเป็นอนิเมชั่นคือค่าลิขสิทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น อ. เออิจิโร่ โอดะ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่อง One Piece จะได้รับรายได้จากอนิเมชั่น ในการฉาย 1 ตอน ประมาณ 300,000 เยน ต่อตอนซึ่งใน 1 ปีมีฉายถึง 50 ตอน บวกกับรายได้จากอนิเมชั่นหนังใหญ่ฉายในโรงภาพยนตร์ อีก 1 ล้านเยน

  attack on titan จำนวน 25 ตอน                               One Piece ฉายยาวต่อเนื่องทั้งปี

สถานการณ์วงการการ์ตูนญี่ปุ่นในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าการ์ตูนญี่ปุ่นจะยังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่ยอดขายของนิตยสารการ์ตูนก็มีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ จากการมาถึงของ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบุ๊ก และผลจากอัตราการเกิดที่ลดลงในญี่ปุ่นก็ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายที่ซื้อหนังสือการ์ตูนอ่านได้ลดลงไปด้วย โดยนิตยสาร โชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ เจ้าตลาดนิตยสารการ์ตูนเด็กผู้ชายประเทศญี่ปุ่นของสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะ ยอดขายก็ลดลงมาอยู่ที่ 2.01 ล้านฉบับ หรือลดลงราว 10% จากยอดขายเดิม 2.24 ล้านฉบับในไตรมาสแรก (มกราคม – มีนาคม) ของปีเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ของ โชเน็นจัมป์ ซึ่งเคยมียอดขายสูงถึงกว่า 6 ล้านฉบับในยุครุ่งเรือง

ต้องรอดูกันต่อไปครับว่าวงการการ์ตูนญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ผมเชื่อว่าหากนักเขียนยังคงสร้างผลงานที่ดีออกมาอย่างสม่ำเสมอ และผู้อ่านก็ให้การสนับสนุนซื้อของแท้ที่มีลิขสิทธ์ล่ะก็ การ์ตูนญี่ปุ่นก็จะยังคงอยู่ให้เราอ่านกันอีกนานครับ


การ์ตูนอเมริกันคอมมิกส์

ที่มาการ์ตูนอเมริกันคอมมิกส์

หนังสือการ์ตูนชาวอเมริกันเป็นหนังสือที่มีความยาวประมาณ 32 หน้า เกิดขึ้น­ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1933 ซึ่งตอนนั้นเป็นคอมมิกส์ออกแนวนิทานภาพประกอบ

ต่อมาคอมมิกส์เล่มแรกที่สร้างรายได้ถล่มทลายอย่าง Action Comics ปี ค.ศ. 1938 ซึ่งเป็นเล่มแรกที่มีการเปิดตัว ซูเปอร์แมน เพราะเป็นการสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ตกอยู่ในภาวะสงคราม ทำให้เป็นที่นิยมมากในหมู่ทหาร จนจบสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นก็มีคอมมิกส์ซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ออกมามากมาย นับเป็นจุดเริ่มต้นของคอมมิกส์ซูเปอร์ฮีโร่มาจนถึงปัจจุบัน

ลักษณะการทำงาน

มีนักวาดบางท่านที่ทำงานด้วยตัวคนเดียว แต่เพื่อการผ่อนแรงงานอาจถูกแบ่งระหว่างผู้เชี่ยวชาญหลายตำแหน่ง อาจมีนักเขียนและศิลปินแยกกันต่างหาก โดยหลักๆ จะแบ่งเป็น 4 ตำแหน่ง ดังนี้

Penciller (นักวาดร่างเส้นด้วยดินสอ)

Inker (ผู้ที่ลงหมึกตัดเส้น)

Colorist (ผู้ที่ลงสีในเล่ม)

Letterer (ผู้ที่เพิ่มคำอธิบายภาพและบอลลูนคำพูดต่างๆ)

นอกจากนั้นแล้วทีมนักเขียนและศิลปินอาจร่วมมือกับผู้จัดพิมพ์หนังสือการ์ตูนเพื่อขอความช่วยเหลือด้านการตลาดการโฆษณาและการขนส่งอื่นๆ ผ่านผู้จัดจำหน่ายเช่น Diamond Comic Distributor ผู้จัดจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ที่ช่วยกระจายสื่อสิ่งพิมพ์ให้แก่ผู้ค้าปลีก

รายได้

เงินเดือนโดยเฉลี่ยของศิลปินนักวาดคอมมิกส์อเมริกันอยู่ที่เดือนละ 20,000 ดอลลาร์

(ราว 600,000 บาท)

รายได้ปกติของแต่ละตำแหน่ง คือหน้าละ 100 ดอลล่าห์ ขึ้นไป (ราว 3,000 บาท)

แต่ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ (ถ้ามี) จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับบริษัท และเงื่อนไขการจ้างงาน สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง DC หรือ Marvel สามารถจ่ายเงินเดือนได้ถึง 40,000 ดอลล่าห์(ราว 1,290,000 บาท) หรือสูงกว่า

แต่ถ้าศิลปินที่เก่งมากๆ สามารถทำได้หลายอย่าง และจบงานได้รวดเร็วและตรงเวลาก็เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ผู้จัดพิมพ์ต้องจ่ายเงินให้แก่ศิลปินรายนี้มากขึ้น แทนที่พวกเขาจะจ่ายเงินให้หลายคน ตัวอย่างเช่นถ้าจ่าย Penciller, inker และ colorist คนละ 100 ดอลล่าห์สำหรับแต่ละหน้าจะใช้จ่าย 300 ดอลล่าห์ ต่อหน้าหนังสือ แต่ถ้าเขาจ่ายเงินให้ศิลปินเพียง 200 ดอลล่าห์ เพื่อทำหน้าที่ทั้งสามอย่างแทน ก็จะคุ้มค่ากว่า

รายได้ของศิลปิน ต่อคอมมิกส์ 1 เล่ม มี 24 หน้าขึ้นไป คือ 2,400 – 6,250 ดอลล่าห์

(ราว 70,000 – 220,000 บาท)

ส่วนการตีพิมพ์นั้น ของ Marvel และ DC Comics จะตีพิมพ์รายสัปดาห์ละประมาณ 20 ฉบับ

เดือนละประมาณ 100 ฉบับ สามารถเข้าไปดูปฏิทินออกคอมมิกส์ได้ที่

http://marvel.com/comics/calendar/

https://www.dccomics.com/comics

และมีช่องทางการอ่านออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่นอีกด้วย

อนาคตของวงการคอมมิกส์อเมริกัน

ปัจจุบันคอมมิกส์ซูเปอร์ฮีโร่นอกจากจะทำการตลาดสิ่งพิมพ์แล้ว ยังได้ถูกนำไปสร้างภาพยนต์ต่างๆ มากมาย ซึ่งเป็นตลาดที่สากล เข้าถึงได้ง่าย นอกจากกระแสภาพยนตร์จะโด่งดังแล้ว ยังสร้างฐานจากแฟนๆ หนังมากขึ้น เพิ่มความนิยม ทำให้คนที่ชอบหนัง สามารถตามมาอ่านคอมมิกส์ เพื่อติดตามภูมิหลัง หรือรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบ

เชื่อว่าอนาคตวงการการ์ตูนอเมริกันคอมมิกส์ก็จะยังสร้างเรื่องราวต่อไป และจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการตีตลาดวงการภาพยนตร์ เพราะจักรวาลของคอมมิกส์ยิ่งใหญ่มาก อาจจะมีหนังออกมาให้เราได้ดูอีกนานนนนนน


การ์ตูนไทย

จุดเริ่มต้นของการ์ตูนไทย

     ประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยเริ่มจากการเข้ามาของวิทยาการเขียนภาพแบบตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ 3 -4 จนถึง พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้นักเขียนการ์ตูนมีเสรีภาพในการเสนอความคิดเห็นมากขึ้น จึงมีนักเขียนการ์ตูนดังๆ เกิดขึ้นในยุคนี้หลายคน

เปล่ง ไตรปิ่น นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองคนแรกของไทย

ลักษณะการทำงาน

    นักเขียนการ์ตูนไทยส่วนใหญ่จะไม่มีช่วงเวลาการส่งผลงานที่แน่นอนนักแต่โดยมากแล้วจะเป็นรายเดือน(หรือตามแต่ช่วงเวลาที่สำนักพิมพ์กำหนด) ผลงานเกือบ 90% ของงานทั้งหมด ส่วนมากแล้วตัวนักเขียนจะต้องเป็นคงลงมือทำเอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดอาร์ต จัดวางตัวอักษร รวมถึงการลงเส้นและแสงเงา อาจมีระบบการทำงานเป็นทีมบ้างแต่เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงจึงทำให้เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยากในตลาดที่ยังไม่ใหญ่นักของประเทศไทย

รายได้ของนักเขียนการ์ตูนไทย

       ค่าต้นฉบับการ์ตูนของนักเขียนไทยนั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากสำหรับนักวาดแต่ละคน โดยจะอยู่ที่ตั้งแต่ประมาณ 250 บาทสำหรับนักวาดหน้าใหม่ไปจนถึงราวๆ 1,000 บาทต่อ 1 หน้าสำหรับนักวาดมืออาชีพ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงและผลงานของตัวนักเขียนเอง และเมื่อผลงานของนักเขียนได้รวมเล่มก็จะได้รับค่าตอบแทน ต่างหากตามแต่ตกลงกับสำนักพิมพ์ หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะอยู่ที่ราวๆ 7-10% จากราคาปก หรืออาจจ่ายเงินเป็นรอบๆ การพิมพ์ตามแต่ตกลง (ในกรณีที่สำนักพิมพ์ไม่เปิดเผยยอดพิมพ์) ซึ่งโดยรวมๆ แล้วรายได้ของการรวมเล่มจะอยู่ที่ราวๆ 30,000 – 100,000 บาทต่อการพิมพ์ 1 ครั้ง นอกจากนั้นแล้วนักเขียนการ์ตูนไทยก็มีการทำงานค่อนข้างเป็นอิสระ ไม่มีสัญญาผูกมัดเท่าไหร่นักเหมือนของญี่ปุ่นและอเมริกา จึงสามารถรับงานได้หลากหลายสำนักพิมพ์และหลายรูปแบบงานมาทดแทนรายได้ที่น้อยกว่า

สถานการณ์ของวงการการ์ตูนไทยในยุคปัจจุบัน

       เนื่องจากปัญหาความซบเซาของสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคปัจจุบัน ทำให้สำนักพิมพ์ที่พิมพ์การ์ตูนเป็นเล่มค่อยๆ ทยอยปิดตัวลงกันไป นักเขียนการ์ตูนส่วนมากทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจึงนิยมมาเขียนการ์ตูนลงเว็บคอมมิคแทน เช่น
Line webtoon ,comico ซึ่งเปิดกว้างสำหรับนักเขียนหน้าใหม่มากกว่า

รายได้ของนักวาดการ์ตูนในเว็บคอมมิค

         รายได้ของนักวาดเว็บคอมมิคนั้นก้นับว่ามีความแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละคน โดยอาจต้องเริ่มจากการลงผลงานฟรีเพื่อให้เป็นที่รู้จักก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มได้รับรายได้ที่ประมาณ 10,000 บาท – 23,000 บาท ต่อเดือน และอาจจะมากกว่านี้ได้อีกขึ้นอยู่กับความนิยมและจำนวนยอดอ่านของเรื่องนั้นๆ (รวมไปถึงก็อาจลดลงได้ด้วยหากความนิยมน้อยลง)


จะเห็นได้ว่าความแตกต่างของรายได้ของนักวาดการ์ตูนในประเทศไทยนั้น ยังห่างจากของญี่ปุ่นและอเมริกาอยู่มาก จนอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เราจะสามารถเปรียบเทียบกันได้โดยตรง ทั้งนี้ก็คงต้องอาศัยการเติบโตและพัฒนาของวงการในภาพรวมกันต่อไป ไม่แน่ว่าในซักวันหนึ่งวงการการ์ตูนไทยนั้นอาจจะมีเส้นทางการเติบโตเป็นของตัวเอง และมีช่องทางให้เหล่าศิลปินและผู้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักวาดการ์ตูนทุกท่านได้ก้าวเดินไปพร้อมกันได้อย่างมีความสุข

จนกว่าจะถึงวันนั้นก็ขอเป็นกำลังใจให้ศิลปินและเหล่าผู้คนในวงการทุกท่านมา ณ ที่นี้ ด้วยครับ

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter ครับผม


ขอบคุณข้อมูลจาก

https://bizfluent.com/info-7944635-average-salary-comic-book-artist.html

https://en.wikipedia.org/wiki/American_comic_book

https://bizfluent.com/info-8068093-much-artist-make-per-project.html

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"