30 MUST SEE TEACHER MOVIES คุณครูในโลกภาพยนตร์

โดย กอร์ดอน เก็กโค่ และ ยอริฟ อมิซิทตัส (จากคอลัมน์ The 30 Must See to be a Movie Lover ในนิตยสาร Starpics ฉบับที่ 839 เดือนมีนาคม 2014)

        หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณครู หรือ Teacher Movies นั้น สามารถอยู่ภายใต้กรอบของการแยกประเภท โดยใช้ “อาชีพ” เป็นเกณฑ์ เช่น นอกเหนือจากหนังคุณครู ก็อาจจะมีหนังที่เกี่ยวกับ ทหาร, นักฆ่า, นักเต้น, ตำรวจ เป็นอาทิ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพิจารณาในฐานะตระกูลภาพยนตร์ จะพบว่าหนังคุณครูไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรที่แตกต่างจากชาวบ้านชาวช่อง-ในระดับที่จะสถาปนาความเป็นตระกูลอันใหญ่โตขึ้นมาได้-นอกเสียจากการที่ตัวละครหลักของเรื่องประกอบอาชีพเป็นผู้สอนหนังสือ

        ตรงกันข้ามกับหนังที่ตัวละครมีอาชีพเป็นอาชญากร ที่พอจะไปแอบอิงกับตระกูลหนังอาชญากรรม ซึ่งมีเนื้อหาเล่าถึงความสกปรกโสมมของสังคมและการทำผิดกฎหมายเป็นล่ำเป็นสันโดยเฉพาะ ดังนั้น หนังว่าด้วยคุณครูจึงลอยล่องไปหยิบยืมลักษณะของภาพยนตร์ตระกูลต่างๆ กระจัดกระจายไปหมด บางเรื่องจึงเป็นหนังโรแมนติก บางเรื่องเป็นหนังตลก บางเรื่องเป็นหนังดราม่า และกระทั่งบางเรื่องก็เข้าข่ายหนังระทึกขวัญ

        เมื่อตัดความยุ่งยากซับซ้อนทั้งหลายออกไป หนังเกี่ยวกับครูที่นิยมสร้างกันน่าจะมีอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆ นั่นคือ 1) หนังเกี่ยวกับครูที่ให้แรงบันดาลใจ เนื้อหาจะมุ่งเน้นไปยังการสรรเสริญวีรกรรมของครูที่ฝ่าข้ามอุปสรรคนานัปการเพื่ออบรมสั่งสอนให้ลูกศิษย์มีชีวิตและจินตนาการที่ดีขึ้น และ 2) หนังเกี่ยวกับครูที่ไหลรวมไปกับสไตล์และเนื้อหาอื่นๆ อาทิ ครูมีพฤติกรรมเลวระยำต่ำช้า ผสมผสานกับสูตรหนังเขย่าขวัญ หรือควบรวมกับพล็อตเรื่องว่าด้วยการเป็นเหยื่อในสังคม เป็นต้น

        อันที่จริง หนังที่อิงกับวิชาชีพอย่างคุณครู มีคุณประโยชน์อีกประการแก่คนดูทั่วไป นั่นคือ การเปิดโลกทัศน์ให้แก่คนที่อยากล่วงรู้ว่าการเป็นครูนั้นต้องประสบพบเจออะไรบ้าง ทำอย่างไรถึงจะชนะใจลูกศิษย์ และรวมไปถึงคุณลักษณะแบบใดในการเป็นครูที่ไม่ควรกระทำเด็ดขาด ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เราได้รวบรวมมาอยู่ใน 30 หนัง ซึ่งผสมคละเคล้าหลากหลายรูปแบบเนื้อหาและสไตล์การนำเสนอ

        Starpics ขอเชิญทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของ “คนรักหนังคุณครู”

 

 TO SIR WITH LOVE FORMULA: ในเงื้อมเงาของ “แด่คุณครูด้วยดวงใจ

        หนังเกี่ยวกับครูโดยส่วนใหญ่อยู่ในประเภท Inspirational Teacher นั่นคือ คุณครูผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหา คู่ควรแก่การเคารพบูชา และหากรายชื่อที่ให้ไปยังน้อยเกินไป เรายังมีหนังครูผู้เป็นแบบอย่างที่น่าสนใจ อาทิ Music of the heart (1999), The Karate Kid (1984), Finding Forrester (2000), The Miracle Worker (1962), Akeelah and the Bee (2006), October Sky (1999), และ ครูสมศรี เป็นต้น

 

30. TO SIR, WITH LOVE (1967)

        หากพูดถึงหนังคุณครูแล้วไม่มี to Sir, with Love ก็เหมือนพูดถึงหนังเกย์แล้วลืม Brokeback Mountain!

        ซิดนี่ย์ ปอยเตียร์ กลายเป็นไอคอนคนสำคัญแห่งโลกภาพยนตร์ด้วยบทคุณครูผิวสี ผู้ซึ่งทุ่มเททั้งชีวิตให้แก่การสอนนักเรียนในย่านสลัมแห่งลอนดอน อุดมคติอันสูงส่งทำให้เขาไม่แยแสกับความอึดอัดคับข้องหรือปัญหาประดามีที่พุ่งตรงเข้ามาแบบไม่หยุดยั้ง และนั่นเอง เมื่อเหล่าเด็กๆ ทั้งหลายถึงคราวโบยบินไปสู่โลกกว้างและพบว่า “มีวันนี้เพราะครูให้” จึงเป็นที่มาของความซาบซึ้งสะเทือนใจ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เข้ากับชื่อหนัง “แด่คุณครูด้วยดวงใจ” อย่างที่สุด

 

29. LEAN ON ME (1989)

        แม้ตัวละคร โจ คลาร์ก ซึ่งรับบทโดย มอร์แกน ฟรีแมน จะเป็นครูใหญ่ในระดับเอบวก-ผู้ทุ่มเทพลิกโรงเรียนสัปปะรังเค ให้กลายเป็นสถานศึกษาปลอดยาและความรุนแรง ทว่าวิธีการของเขาอยู่ในระดับ “ฮาร์ดคอร์” ด้วยการไล่จัดการพวกก่อความวุ่นวายแบบไม่ยั้งมือ ปัญหาอยู่ไหนเขาไม่ลังเลที่จะเล่นบทโหดจนทั้งครูและนักเรียนต่างอ้าปากค้าง

        บางทีคนดูอย่างเราๆ แทบจะได้ยินประโยคว่า “ใครมีปัญหาเจอกูได้” ลอยมาเลย และนี่คือผลสำเร็จทางดราม่าจากฝีมือของผู้กำกับออสการ์จาก Rocky (1976) จอห์น จี อวิลด์เซ่น

 

28. STAND AND DELIVER (1988)

        เจมี่ เอสคาลันเต้ ต้องเป็นครูขวัญใจนักเรียนไทยปัจจุบันอย่างแน่นอน แต่อันที่จริง เขาควรจะเป็นครูขวัญใจนักเรียนทั่วโลกด้วยซ้ำ เมื่อต้องเข้ามารับปัญหาหนักอึ้งกับการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับบรรดาเด็กนักเรียนเต่าถุย-ผู้ไม่อยากจะเรียน (และอันที่จริง หัวสมองก็ไม่ได้เลอเลิศนัก) เขาอธิบายทุกอย่างให้ง่ายดายเหลือเชื่อ และนำความยากเย็นของตัวเลขหรือสมการบ้าบอทั้งหลายมาเชื่อมโยงกับชีวิตส่วนตัว อาทิ แฟน กิ๊ก ฯลฯ ได้อย่างสนุกสนานยิ่งนัก

        เอ็ดเวิร์ด เจมส์ ออลมอส เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายออสการ์จากเรื่องนี้

 

27. DEAD POETS SOCIETY (1989)

        มันไม่ใช่แค่หนังที่พูดถึง “ครูโคตรเจ๋ง” แต่ยังเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจระดับชนะเลิศอีกด้วย ครูนอกรีตแต่อยู่ในใจผู้คนอย่าง จอห์น คีตติ้ง (โรบิน วิลเลียมส์) เริ่มสอนนักเรียนด้วยการให้ทุกคน “ฉีกตำราทิ้งซะ” และหันมาดื่มด่ำกับวิถีทางของเขา บ้างก็กระซิบกระซาบบทกวี บ้างก็พาไปเดินเล่นนอกสถานที่ บ้างก็ทำตัวเป็นหัวหน้าแก๊งด้วยการให้เด็กเรียกว่า “โอ้ กัปตัน มาย กัปตัน” ความแหกคอกของเขาทำให้เหล่านักเรียนจำนวนหนึ่งแหกกรอบเห่ยเฝ่ยของชีวิตออกมาด้วย และตามล่าหาความฝันกันอุตลุด

        นี่คือหนึ่งในหนังระดับยอดเยี่ยมของปี 1989 ที่ ปีเตอร์ เวียร์ ทำให้การอ่านบทกวีและภาษาวรรณกรรมเป็นเรื่องน่าลุ่มหลงยิ่งนัก!

 

26. THE GREAT DEBATERS (2007)

        เดนเซล วอชิงตัน ลงมือกำกับและแสดงนำเองในหนังเรื่องนี้ ซึ่งมันให้ผลที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องราวของอาจารย์แห่งมหาวิทยาลัย “รองบ่อน” อย่าง ไวลี่ย์ คอลเลจ เท็กซัส ผู้มีนามว่า เมลวิน บี. ทอลสัน เขามีพลังงานสิงสถิตเต็มร่างไปหมด จนถึงขึ้นริอ่านระดมพลลูกศิษย์ตั้ง “ทีมโต้วาที” เพื่อไปแข่งระดับประเทศ โดยมีอุปสรรคขวางทางพวกเขาก็คือ การต้องปะทะกับทีมโต้วาทีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

        และการต่อสู้ครั้งสำคัญนี้เอง ที่ทำให้เรื่องราว (ที่สร้างจากเรื่องจริง) นี้กลายเป็นตำนาน

 

25. DANGEROUS MINDS (1995)

        ลำพังเรื่องราวของอดีตทหารสาว-ซึ่งรับบทโดย มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์ ต้องมาเป็นครูปราบนักเรียนสุดถ่อยในย่านอันตราย ก็นับว่าน่าดูชมแล้ว แต่ยังมีเครื่องเคราอื่นๆ น่าสนใจ อาทิ การใช้คาราเต้ กับ เพลงของ บ็อบ ดีแลน ในการสอนลูกศิษย์ อีกทั้งยังมีเพลงประกอบหนังสุดฮิตโดยฝีมือของ Coolio อย่าง “Gangsta’s Paradise” ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้มีจังหวะจะโคน และการบิลท์อารมณ์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก

 

24. MR. HOLLAND’S OPUS (1995)

        บทบาทการแสดงครั้งสำคัญในชีวิตของ ริชาร์ด ไดรย์ฟัสส์ เมื่อต้องรับบทเป็น เกล็นน์ ฮอลแลนด์ นักดนตรีคลาสสิคที่หลงคิดว่า การมาเป็นครูสอนดนตรีจะทำให้เขามีเวลาทำเพลงมากขึ้น ทว่านั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างยิ่งยวด อย่างไรก็ตาม การมุมานะสอนศิษย์ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ก็ทำให้จิตวิญญาณของเขาถูกเติมเต็ม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้เห็นคนที่สอนมากับมือนั้นถูกดนตรีโอบอุ้มไปสู่แสงสว่างในที่สุด

        หาก Dangerous Mind มีเพลง “Gangsta’s Paradise” เอาไว้เรียกแขก หนังเรื่องนี้ก็มี “Beautiful Boy” เข้าไปยึดครองหัวใจคนดูเช่นกัน

 

23. CONRACK (1974)

        ครูในหนังเรื่องนี้ออกแนวเสียสละแก่คนยากคนจน เมื่อคุณครูผิวขาว แพท คอนรอย (จอห์น วอยจ์) ต้องไปสอนหนังสือให้แก่เด็กในหมู่เกาะทางตอนใต้ของเซาธ์ คาโรไลน่า เดินทางยากลำบากไม่พอ ที่นี่ยังมีแต่พวกเด็กผิวดำและยากจน แถมยังอ่านชื่อเขาไม่ได้และแผลงเป็น คอนรัค อีกด้วย แต่แน่นอนว่าครูอย่างเขาก็ต่อสู้ดิ้นรนจนได้ชื่อว่าเป็นคุณครูผู้เจ๋งที่สุดในปฐพี (เกาะ)

        หนังออกแนวช่วยเหลือผู้ยากไร้ จนได้รับรางวัล UN awards จากเวทีบาฟต้ามาครอง

 

22. THE CHORUS (2004)

        เรื่องราวของครูสอนดนตรีมักจะจับจิตจับใจคนดู และหนังฝรั่งเศสเรื่องนี้ก็เช่นกัน เมื่อคุณครูต้องเผชิญหน้ากับลูกศิษย์กินนอนประจำ-ซึ่งล้วนแล้วไม่เอาอ่าว บ้างก็ขี้เกียจ บ้างก็อันธพาล ทว่าเขาก็สามารถกำราบเด็กทโมนพวกนี้ และตั้งวงประสานเสียงขึ้นมาได้อย่างงดงาม ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาเป็นระยะ

        หนังเข้าชิงออสการ์เรื่องนี้ บรรจุบทเพลงไพเราะเอาไว้อย่างครบครัน และเป็นหนึ่งในซาวด์แทร็คที่ควรหามาเก็บเป็นคอลเล็คชั่นส่วนตัว

 

21. COACH CARTER (2005)

        หนังครูสอนกีฬาที่คอยกำราบลูกศิษย์ และรวมพลังขั้นสุดท้ายเพื่อเอาชัยชนะมาสู่โรงเรียน โดยที่ระหว่างนั้นต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคใหญ่น้อยหลายระดับ – ถือว่ามีให้เห็นเกลื่อนกลาดฮอลลีวู้ด และหนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน มันเดินตามสูตรแบบตรงเผงไม่ยอกย้อน ทว่าความดีงามก็คือหนังปลุกเร้าอารมณ์ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ-เมื่อได้การแสดงชั้นยอดของ แซมมวล แอล. แจ็คสัน และบางที อาจรวมไปถึงเจ้าเด็กนักบาสจอมทโมนทั้งหลาย ซึ่งเพิ่มดีกรีความเข้มข้นด้วยการก่อปัญหาวุ่นวายไม่หยุดหย่อน

 

20. THE SCHOOL OF ROCK (2003)

        มันอาจเป็นหนังที่ตัวละครแสดงกันได้อย่างบ้าบอคอแตกที่สุดเรื่องหนึ่ง (ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งคนอย่าง แจ็ค แบล็ค ลงมาบนโลก!) เล่นมุกตึงตังจนแทบจะเลอะเทอะ แถมยังเฮฮาครื้นเครงจนมีภาพลักษณ์หนังตลกมากกว่าหนังของความเป็นครู แต่กระนั้น นี่คือหนังที่เดินตามสูตรคุณครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ-ชนิดก้าวต่อก้าว เมื่อไอ้อ้วนที่ไม่คิดจะมาเป็นครูนั้น จำใจต้องรับงานสอนดนตรีให้แก่เด็กในโรงเรียน และทีละน้อยเขาก็เริ่มมันมือกับการวิสาสะกับเด็ก เพลิดเพลินกับการสอนดนตรีร็อคอย่างระเบิดเถิดเทิง ก่อนจะนำไปสู่เหตุการณ์สุดหฤหรรษ์ในตอนท้ายเรื่อง

        มันเป็นหนังที่หลายคนลืมไปแล้ว ว่ากำกับโดยเจ้าพ่ออินดี้อย่าง ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์

 

19. FREEDOM WRITERS (2007)

        ในตอนแรก คุณครู อีริน กรูเวลล์ (ฮิลารี่ สแวงค์) – ครูหน้าใหม่หัวใจสะอาด คือหนึ่งในเป้าหมายเกลียดชังของนักเรียน นั่นเพราะเด็กเหล่านี้ไม่เพียงไม่สนใจการเรียน เกกมะเหรกเกเร หากแต่ยังมีความเกลียดชังอยู่เต็มหัวใจ พวกเขาพร้อมจะบันดาลโทสะใส่ใครก็ตามที่ไม่ชอบหน้า แน่นอนว่าครูอีรินของเราก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย

        แต่ก็นั่นแหละ ครูดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องพยายาม อีรินค่อยๆ ก้าวเข้าไปในหัวใจเด็กๆ ด้วยพลังแห่งความอดทน เข้าอกเข้าใจ และสอนให้พวกเขาได้รู้จักการเขียนงานดีๆ ซึมซาบความงดงามของวรรณกรรม และนำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม

 

18. MONA LISA SMILE (2003)

        หนังเรื่องนี้มีชื่อและนัยยะที่เหมาะสมกับ “เจ๊จู” จูเลีย โรเบิร์ตส์ ราชินีปากกว้างของโลกภาพยนตร์อย่างที่สุด ในฐานะตัวละครครูสอนประวัติศาสตร์หัวทันสมัย-เธอพบว่าตัวเองก้าวล่วงสู่ดินแดนดึกดำบรรพ์ทางความคิดในวิทยาลัยหญิงล้วนแห่งหนึ่ง เหล่าสาวสวยวัยเอ๊าะไม่สนใจใยดีโลกเท่าไหร่-เพราะถูกปลูกฝังให้ทำตัวอนุรักษ์นิยมเข้าไว้ และรอคอยจะมีสามีสักวัน

        คงไม่ต้องคาดเดาว่าความสนุกอยู่ที่คุณครู แคทเธอรีน แอนน์ วัตสัน จะพาเด็กๆ เหล่านี้ – ซึ่งแสดงโดยตัวท็อปของวงการ ทั้ง เคียร์สเท่น ดันสท์, จูเลีย สไตล์ส เป็นอาทิ – ไปสู่โลกกว้าง เปลี่ยนความคิด ซึ่งสร้างความสนุกสนานแกมซาบซึ้งประทับใจให้แก่คนดู มันเป็นหนังสูตรที่ทำออกมาได้กลมกล่อมลงตัว เพราะคนกำกับคือ ไมค์ นีเวลล์ – คนที่คุณก็รู้ว่านี่คือหนังในทางของเขา

 

17. THE RON CLARK STORY (2006)

        หนังนอกสายตาเรื่องนี้ถูกมองข้ามเสมอมา ทั้งที่มีจุดเด่นอยู่หลายอย่าง เราจะได้พบกับคุณครูจากบ้านนอก รอน คลาร์ก (แมทธิว เพอร์รี่) ต้องดั้นด้นมาสอนในเมืองอันสะเปะสะปะวุ่นวายอย่าง นิวยอร์ก ปัญหาของเขาคือต้องจัดการเหล่าเด็กนักเรียนซึ่งมีพฤติกรรมค่อนข้างเรื้อน แต่ด้วยความเก่งกาจและเต็มไปด้วยแรงจูงใจชั้นเลิศ รอนใช้วิธีการที่เขาคิดขึ้นมาเองในการสอนสั่ง ทำให้เด็กสนใจ กระตือรือร้น และในที่สุด คลาสประวัติศาสตร์ของรอนก็เป็นคลาสที่น่าตื่นตาตื่นใจ-ซึ่งสวนทางกับที่ครูคนอื่นเขาเป็นกัน

        ความยอดเยี่ยมของหนัง (ที่จริงแล้วมันถูกสร้างเพื่อฉายทางทีวี) คือการแสดงอันยอดเยี่ยมของเพอร์รี่ ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมว่ายึดกุมหัวใจคนดูได้อย่างอยู่หมัด เขาเป็นครูที่เข้าใจเด็ก และเข้าใจมนุษย์ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ทุกคนที่อยากเป็นครู และนั่นเอง บทนี้จึงถูกเสนอเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำอย่างสมเกียรติ

 

16. UP THE DOWN STAIRCASE (1967)

        ยอดผู้กำกับอย่าง โรเบิร์ต มุลลิแกน (To Kill a mockingbird) ขึ้นชื่อเรื่อง “ความเข้าใจในมนุษย์” และนั่นก็สะท้อนผ่านเรื่องราวของครูสาวผู้กำลังเริ่มต้นชีวิตเรือจ้างอย่าง ซิลเวีย บาร์เร็ตต์ (แซนดี้ เดนนิส) ที่ต้องเผชิญศึกสองด้าน เมื่อมารับงานในโรงเรียนที่ผสมผสานคนหลายแบบเข้าด้วยกัน ความสำเร็จของเธอคือการเอาชนะศึกทั้งสองด้าน นั่นคือ ไม่เพียงซื้อใจนักเรียนที่เป็นมนุษย์เจ้าปัญหาจำนวนมากได้สำเร็จ หากยังต่อกรกับบรรดาผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่เพียงไม่เชื่อหน้าเธอ หากยังดูหมิ่นดูแคลนเหล่านักเรียนพวกนั้นอีกด้วย

        แม้คนจะลืมๆ กันไปบ้าง แต่กล่าวได้ว่า บท การแสดง และการกำกับของหนังเรื่องนี้ อยู่ในขั้นยอดเยี่ยม

 

15. TO BE AND TO HAVE (2002)

        นี่คือหนังสารคดียอดเยี่ยมของยุโรป โดยผู้กำกับ นิโคลาส์ ฟิลิแบรต์ เราจะได้เห็นความสมจริง (แน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องจริง) ของคุณครูผู้ทุ่มเทเสียสละ จอร์กส์ โลเปซ ผู้อุทิศตนเองมาสอนในโรงเรียนบ้านนอกของฝรั่งเศส สิ่งที่เรียกว่าโรงเรียนนี้-มีห้องเดียว แต่มีนักเรียนหลายระดับ เขาต้องสอนเด็กตั้งแต่อายุ 4 – 11 ขวบโดยไม่ย่อท้อ กล่าวได้ว่าความอดทนในการรับมือกับทุกสถานการณ์ของเขานั้น ปริ่มๆ ว่าจะบรรลุระดับเหนือมนุษย์

 

THIS IS ALSO A TEACHER: แบบนี้ก็คุณครูนะ!

        ครูก็เป็นคนนะ! ดังนั้น มิติอื่นๆ ที่แปลกแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมนอกลู่นอกรอย วิธีการนำเสนอของหนังที่ผิดแผก หรือครูใดก็ตามที่ไม่เป็นไปตามแบบฉบับอนุรักษ์นิยม ก็มีให้เห็นและศึกษาอยู่เนืองๆ นอกเหนือจากรายชื่อที่เราให้ไป ยังมีหนังครูพิลึกซึ่งควรหามาชมกัน อันได้แก่ Rushmore (1998), Summer School (1987), 187 (1997), Footnote (2011), Educating Rita (1983) และ Renaissance Man (1994) เป็นต้น

 

14. THE SUBSTITUTE (1996)

        อันที่จริง ครูหนุ่มสุดโหดของเราไม่ใช่ครูแท้ๆ แต่เมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจกำราบพวกค้ายา เขาก็มาเยี่ยมแฟนสาวที่เป็นครูสอนประวัติศาสตร์ ก่อนจะพบว่าละแวกนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล เมื่อเธอผู้เป็นที่รักถูกทำร้าย เขาจึงสวมรอยมาเป็น “ครูแทน” ซะเลย และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้พี่ล่ำในคราบครูได้ปัดกวาดเช็ดถูปัญหายาเสพติดแถวนี้ให้เหี้ยนเตียนมันซะเลย

 

13. CHILDREN OF A LESSER GOD (1986)

        หนังที่เฉียดฉิวจะคว้าหนังยอดเยี่ยมออสการ์เรื่องนี้ ไม่เพียงมีองค์ประกอบที่ดีไปทุกส่วน (หนังได้รางวัลนักแสดงนำหญิงจาก มาร์ลี แมทลิน) แต่ยังสะท้อนภาพความละเมียดละไม ระหว่างครูหนุ่ม (วิลเลียม เฮิร์ท) ผู้มาสอนการสื่อสารให้กับหญิงสาวผู้เป็นใบ้ ทุกอย่างอาจจะขลุกขลักตามประสาคนที่มีประสาทสัมผัสไม่เท่ากัน และมันยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเขาตกหลุมรักเธอ ส่วนตัวเธอนั้นปฏิเสธจะเรียนรู้เพื่อก้าวสู่โลกภายนอก

        ผู้กำกับหญิงแกร่ง แรนด้า เฮนส์ อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยกันนัก และยิ่งเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อทำหนังดีๆ แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาผู้กำกับ (ทั้งที่ตัวหนังและนักแสดงเข้าชิงกันหมด) แต่เธอนี่เองคือผู้เชี่ยวชาญหนังเกี่ยวกับครูตัวจริง เพราะผลงานอีกชิ้นที่นับว่ายอดเยี่ยมก็คือ The Ron Clark Story ที่ลือลั่นในปี 2006 นั่นเอง

 

12. ELECTION (1999)

        ครูคนไหนที่ได้เจอนักเรียนสาวผู้ทะเยอทะยานอย่าง เทรซี่ ฟลิค (รีส วิทเธอร์สพูน) ก็คงรู้สึกหวาดหวั่นไม่ใช่น้อย และยิ่งเมื่อหล่อนก้าวเข้ามาลงเลือกตั้งประธานนักเรียน-ซึ่งยิ่งเพิ่มพลังอำนาจมากขึ้นอีก มันก็ทำให้ครูผู้หลุกหลิกอย่าง จิม แม็คอัลลิสเตอร์ (แมทธิว บรอเดอริค) เห็นท่าไม่ดี หวาดระแวงจนต้องเล่นสกปรกทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยยัยหนูแรงสูงคนนี้ไปให้พ้นทาง

        แต่ทั้งมวล มันไม่ใช่เรื่องแค่จิมเป็นคนไร้จริยธรรม หากแต่เขาเป็นคนห่วยแตกอีกด้วย! และนั่นนำมาซึ่งความครื้นเครงในหนังระดับท็อปของ อเล็กซานเดอร์ เพย์น เรื่องนี้

 

11. BAD TEACHER (2011)

        เธอคืออุดมคติของครูประเภทกะหลั่ว! ไล่ตั้งแต่สอนแบบมั่วซั่ว ดื่มหนักจนหมดสภาพ นั่งดูดกัญชา เปิดหนังให้เด็กดูแล้วแอบหลับ ความฝันของเธอมีอย่างเดียวคือได้สามีรวยๆ และเมื่อวันหนึ่งคิดว่าไอ้หนุ่มคู่หมั้นนั้นไม่รอดเงื้อมมือแน่ เอลิซาเบธ ฮาลซี่ย์ (คาเมรอน ดิแอซ) ก็จัดการลาออกจากโรงเรียนที่เธอคิดว่าเส็งเคร็งสุดขีดนี้ซะ (และแน่นอน สร้างวีรกรรมสุดเหวอทิ้งท้ายเอาไว้ด้วย) แต่ความซวยมาเยือน เมื่อเธอถูกสลัดทิ้งหน้าตาเฉย และทำได้เพียงก้มหน้าเดินกลับมาขอรับงานสอนอีกครั้ง

        และท่ามกลางความอิหลักอิเหลื่อกับผู้คนมากมาย ทั้งครูพละที่มองเธอในแง่ดี หรือครูหล่อรวยที่ชื่นชอบการ “ถูไถ” เธอก็เริ่มค้นพบความต้องการที่แท้จริงของชีวิต

 

10. GTO (1999)

        ยังมีใครไม่รู้จัก คุณครูโอนิซูกะ อีกไหม?

        แม้เวอร์ชั่นหนังจะไม่ฟู่ฟ่าเท่ากับการเป็นการ์ตูนและซีรี่ส์ แต่เนื้อเรื่องและตัวละครที่ยอดเยี่ยม อย่างไรเสียมันก็ยอดเยี่ยมวันยังค่ำ เรียกว่าเขาคือไอดอลตลอดกาลของเหล่าลูกศิษย์สุดเฮี้ยว – ที่ค้นพบว่าต้องเป็นไอ้บ้าสุดคลั่งนี่แหละที่จะกำราบพวกเขาได้อย่างแท้จริง

 

9. THE CLASS (2008)

        อันที่จริง หน้าหนังเหมือนจะเข้าสูตรครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ เมื่อครูหนุ่มตั้งใจสอนให้กับศิษย์หน้าตาซื่อๆ -ท่ามกลางบรรยากาศอัตคัด แต่แล้ว ทุกอย่างก็พลิกผัน เมื่อเหล่าเด็กๆ เริ่มจู่โจมเขาด้วยข้อหาต่างๆ นานา และเมื่อทำผิดพลาดเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ ก็ถูกกระแสความเกลียดชังและหวาดระแวงถาโถมเข้าใส่ราวกับพายุ จน คุณครูฟรังซัวส์ (ฟรังซัวส์ เบกอโด) นั้นแทบกระอักเลือด

        บรรยากาศการต่อล้อต่อเถียง การสบถถ่มถุย และความอาฆาตมาดร้ายจากเหล่าเด็กๆ นั้น ทำให้ห้องเรียนมีสภาพราวกับขุมนรก

 

8. CHALK (2006)

        ความพิลึกพิลั่นของหนังว่าด้วย “ความระบมของการเป็นครู” เรื่องนี้ คือการถูกทำออกมาในสไตล์สารคดีล้อเลียน (Mockumentary) ที่ชีวิตของตัวละครอย่าง มิสเตอร์โลว์รี่ย์ ต้องเผชิญกับความสาหัสสากรรจ์ในการสอนหนังสือ ทุกสิ่งอย่างนั้นเหมือนวันโลกาวินาศ จนเจ้าตัวแทบจะร้องว่า “กูไปฆ่าพ่อใครตายวะเนี่ย?”

 

7. TEACHING MRS. TINGLE (1999)

        เคที่ โฮล์มส์ เล่นเป็น ลีห์ แอนน์ วัตสัน นักเรียนที่อยากได้ทุนฮาร์วาร์ดจนตัวสั่น ทว่าปัญหาก็คือ เธอยังตามหลังตัวเก็งเต็งหนึ่งอยู่เล็กน้อย หนทางที่จะแซงได้ก็คือการทำคะแนนวิชาประวัติศาสตร์ของ มิสซิส ทิงเกิ้ล (เฮเลน เมียร์เรน) ให้เป็นอันดับหนึ่ง แต่โลกนี้ก็บูดเบี้ยวพอที่จะขับดันให้ทุกอย่างเลวร้าย เมื่อเจ๊ทิงเกิ้ลนั้นไม่ชอบขี้หน้ายัยหนูลีห์ และไม่ว่าลีห์จะทำอะไรก็ดูจะเลวร้ายต่ำตมไปเสียหมด

และนั่นเอง หายนะจึงบังเกิด เรียกว่าอาจจะพินาศไปพร้อมๆ กันทั้งครูและลูกศิษย์

 

6. THE KING AND I (1956)

        ถ้าใครอยากสัมผัสประสบการณ์การเป็นครูให้กับลูกของพระเจ้าแผ่นดิน-ในดินแดน เอ่อ สยาม ขอเรียนเชิญดูเรื่องนี้ ซึ่งเป็นหนังที่ตัวละครแหม่มแอนนา รับบทโดย เดบอราห์ เคอรร์ กับพระเจ้าแผ่นดินแห่งสยาม (รัชกาลที่ 4) รับบทโดย ยูล บรินเนอร์ เชือดเฉือนบทกันสุดมัน และลงเอยด้วยการเข้าชิงออสการ์ดารานำทั้งคู่ (ก่อนที่ปู่ยูลจะได้รับเกียรติคุณสูงสุด)

 

5. HALF NELSON (2006)

        แดน ดันน์ (ไรอัน กอสลิ่ง) เป็นครูสอนประวัติศาสตร์มาดอินดี้ ซึ่งวิธีการสอนนั้นล้ำสมัยและเปิดกว้างให้เด็กๆ ได้ขบคิดของจริง มากกว่าจะยึดถือตามตำราเฉิ่มเชย ความโดดเด่นของหนังก็คือ ตัวของแดนก็มีปัญหาเรื่องยาเสพติด เขาเสพยาจนร่างกายเริ่มผุพังและยังไม่รวมถึงการที่สาวน้อยวัย 13 ผู้เป็นศิษย์อย่าง เดรย์ (ชารีก้า เอพส์) มาเจอเขาในห้วงเวลาอันย่ำแย่ กระนั้นก็ตาม นาฏกรรมแห่งการเยียวยากันและกัน ระหว่างครูกับศิษย์ที่เข้าอกเข้าใจกันก็เริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ

        นี่คือหนังที่ ไรอัน กอสลิ่ง ถูกจับตามองในฐานะ “หนุ่มมากฝีมือแห่งฮอลลีวู้ด” และหลุดเข้าไปชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำชาย-ทั้งที่หนังสุดแสนจะเจียมเนื้อเจียมตัว จนแทบไม่มีใครรู้จักด้วยซ้ำไป

 

4. THE PIANO TEACHER (2001)

        ความป่วยไข้ทะลักล้นในหนังเรื่องนี้ เมื่อ อิซาเบลล์ อูแปรต์ รับบทครูสอนเปียโนผู้ค้นพบตนเองทีละน้อยว่ามีอาการทางจิต เธอมีสัมพันธ์พิเรนทร์กับลูกศิษย์หนุ่ม และเมื่อรู้สึกอิจฉาริษยาเด็กนักเรียนเปียโนสาวๆ เธอก็ไม่อาจหักห้ามใจตัวเอง-ในการทำสิ่งบัดซบได้

        แน่นอนว่า มิคาเอล ฮานาเก้ ผู้กำกับจอมเยาะเย้ยชนชั้นกลาง ทำให้หนังออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บแสบราวกับเอาทิงเจอร์ราดแผลสด ซึ่งเขาก็ผลักดันให้อาการของตัวละครหนักขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งคนดูรู้สึกรังเกียจแกมเวทนาอยู่ในที

 

3. CONFESSIONS (2010)

        หนังจากญี่ปุ่นเรื่องนี้อาจทำให้คนดูรู้สึก “ไม่รักก็เกลียด” ไปเลย เมื่อตัวละครคุณแม่ผู้ทุกข์ระทมกับความตายของลูกสาวอันเนื่องมาจาก “นักเรียนชั่วๆ” ได้ตัดสินใจมาเป็นคุณครูในโรงเรียนซะเอง และปฏิบัติการล้างแค้นเจ้าพวกเด็กกเฬวรากอย่างสาสม

        หนังสร้างจากนิยายเรื่องนี้ อาจทำให้พวกตัวแสบในโรงเรียนเกิดอาการผวาบ้างเล็กน้อย (และได้แต่ภาวนาว่า นี่ก็แค่หนัง) แต่สำหรับใครก็ตามที่เคยถูกกลั่นแกล้งในสถานศึกษามาก่อน และใครก็ตามที่เป็นครูผู้ต้องหงอให้แก่ลูกศิษย์อยู่เนืองๆ อาจพบว่านี่คือช้อยส์แห่งการบำบัดที่ยิ่งใหญ่

        หนังเข้าชิงรางวัลใหญ่ในปี 2011 ทั้งระดับประเทศ (ญี่ปุ่น) และระดับทวีป (เอเชีย) ก่อนจะคว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยม, ผู้กำกับ, บท และการลำดับภาพ ของประเทศญี่ปุ่นมาครองได้สำเร็จ

 

2. LESSON OF EVIL (2012)

        ถ้าหากงานอย่าง Confessions ยังไม่สาแก่ใจล่ะก็ เรื่องราวครูที่ต้องใช้วิธีการสุดเหวี่ยงในการกำราบนักเรียนตัวแสบ ยังมีให้เพลิดเพลินแบบซาดิสม์กันต่อ ซึ่งแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นการเล่าที่ทื่อตรงและไม่ยอกย้อนพันลึก แต่ใครเลยจะกล้าสบประมาทหนังของ – เจ้าพ่อหนังโหดแห่งแดนอาทิตย์อุทัย – ทาคาชิ มิอิเกะ?

 

 1. THE HUNT (2012)

        ความซวยไม่เข้าใครออกใคร แต่เผอิญมันดันสิงสู่คุณครูซึ่งรับบทโดยยอดนักแสดงอย่าง แม้ดส์ มิคเคลเซ่น เมื่อยัยหนูที่เขาดูแลนั้นแปรสภาพกลายเป็นเด็กเปรต เมื่อเธอล่วงรู้ว่าครูใจดีนั้นไม่หยิบยื่นบางสิ่งที่เธอต้องการให้ ก็เลยแอบจิตคิดอัปมงคล ด้วยการป่าวประกาศว่าถูกล่วงเกินทางเพศ และนั่นนำมาสู่การ “ไล่ล่า” และแปรสภาพให้ครูผู้น่าสงสารนี้กลายเป็นเหยื่อของสังคมบ้องตื้นในที่สุด

        หนังระดับท็อปของ โธมัส วินเทอร์เบิร์ก เรื่องนี้ สอนให้เรารู้ว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจเด็ก”

 

 

 

 

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก