Studio Zero กับบทเรียนกว่าจะมาเป็นผู้ให้กำเนิดโดราเอมอน

บทความโดย : Noodle Kung

หากพูดถึง โดราเอมอน คงไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่รู้จักหุ่นยนต์แมวสีฟ้าผู้ชื่นชอบการกินโดรายากิ และเต็มไปด้วยอุปกรณ์วิเศษจากโลกอนาคตตัวนี้ เพราะนอกจากจะเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมจากเด็กๆ ทั่วโลกแล้ว โดราเอมอน ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นทูตอนิเมชั่น เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกด้วย

โดราเอมอน คือผลงานอมตะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากปลายปากกาของนักเขียนการ์ตูนนามว่า ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ(เดิมทีเป็น ฟุจิโอะ ฟุจิโกะ ซึ่งเป็นนามปากการ่วมของ ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ และโมโตโอะ อะบิโคะ ก่อนจะแยกกันเหลือแต่เพียง ฮิโรชิ ที่ยังทำโดราเอมอนในภายหลัง) แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จมหาศาลถึงตอนนี้ ทั้งคู่ก็เคยล้มเหลวมาก่อน ซึ่งพวกเขาก็ได้จดจำเป็นบทเรียนในการทำงานจนโด่งดังมาถึงทุกวันนี้ บทเรียนที่เขาได้ผ่านมานั้นคืออะไร ไปดูกันเลยดีกว่า

———————————————————————————————————————————————————-

เสียงานเพราะรับงานมากเกิน

ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ หรือชื่อจริงคือ ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ ในสมัยที่ยังร่วมงานเขียนการ์ตูนคู่กับเพื่อนนักเขียนอีกคนคือ โมโตโอะ อาบิโกะ ทั้งคู่เขียนการ์ตูนส่งสำนักพิมพ์ไปเรื่อยๆ จนเริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้างมากขึ้น แต่ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1955 จนถึงต้นปี ค.ศ. 1956 ทั้งคู่ต้องพักงาน เนื่องจากเมื่อตอนกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดโทะยะมะช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการฉลองกันหนักเกินไปจนทำให้เสียงาน และไม่สามารถส่งต้นฉบับการ์ตูนได้ทันตามกำหนด ความน่าเชื่อถือของทั้งคู่จึงลดลง ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งสองคนรับงานมากเกินไป และเกิดหมดไฟทำงานในช่วงที่กลับบ้าน ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ทั้งสองคนก็ไม่มีงานเข้ามาอีกเลย

ภาพ จากหนังสือ บุคคลที่น่ารู้จัก ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ

———————————————————————————————————————————————————-

ก่อตั้งบริษัทของตัวเอง

หลังจากที่ว่างงานอยู่ระยะหนึ่ง ในภายหลังพวกเขาได้รับโอกาสให้เขียนผลงานตีพิมพ์ในนิตยสาร โชเน็นซันเดย์ ที่ บริษัทโชกักคัง เป็นผู้ผลิต โดยมีผลงานเรื่องแรกคือ “เจ้าชายแห่งท้องทะเล” ทำให้ทั้งสองคนก้าวเข้าสู่การเขียนการ์ตูนแบบจริงจัง และได้รับรางวัลจากการ์ตูนเรื่อง ”โรบอท ลุย” กับ “เท็ตจังถุงมือ” จนวันหนึ่งพวกเขาได้รับการเชิญชวนจากเพื่อนที่ลาออกจากบริษัทผลิตอนิเมชั่น ทั้งสองคนจึงได้ตัดสินใจลงทุนจัดตั้งบริษัทการ์ตูนอนิเมชั่นชื่อ สตูดิโอซีโร่ ขึ้นโดยได้เพื่อนเก่าอย่าง ชินอิจิ ซูซูกิ, โชทาโร่ อิชิโนะโมะริ, จิโร่ สึโนะดะ และ คิโยะอิจิ สึโนะดะ ซึ่งเป็นเพื่อนจากกลุ่มนักวาดการ์ตูนหน้าใหม่ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในบ้านการ์ตูน*มาเป็นทีมงาน

*บ้านการ์ตูน คือ บ้านเช่าแห่งนี้มีนักวาดการ์ตูนหน้าใหม่หลายคนอาศัยอยู่ จึงมีชื่อเรียกกันเล่น ๆ ว่า บ้านการ์ตูน และได้มีการจัดตั้งชมรมการ์ตูนยุคใหม่ขึ้นด้วย(Plotter อาจหาข้อมูลมานำเสนอภายหลัง) 

———————————————————————————————————————————————————-

กำเนิดสตูดิโอซีโร่

สตูดิโอ ซีโร่ เปิดตัวขึ้นในปี ค.ศ.1963 โดยในตอนแรกพวกเขามีเงินทุนไม่มาก ที่ตั้งของบริษัทจึงเป็นเพียงชั้น 2 ของอาคารเก่า ๆ ซอมซ่อที่เคยถูกใช้เป็นโกดังเก็บผัก และโรงยิมฝึกซ้อมมวยมาก่อน ด้วยความที่ค่าเช่าถูกจึงจำเป็นต้องใช้ที่นี่เป็นสตูดิโอ เหล่าพนักงานถึงกับแซะว่าน่าจะเป็นสตูดิโอโกโรโกโสมากกว่าสตูดิโอซีโร่ ประธานบริษัทรุ่นแรกผู้มีอำนาจลงนามคือ ซูซูกิ ชินอิจิ โดยมีผู้อำนวยการบริหารชื่อ สึโนะดะ คิโยะคาสึ ซึ่งมีอาชีพหลักเป็นช่างภาพเข้ามารวมงานเพื่อดูแลงานด้านบริหาร สมาชิกที่เหลือทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการ และมีพนักงานธรรมดาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ออฟฟิศแห่งแรกของ สตูดิโอซีโร่ (ภาพจากหนังสือ ฟูจิโกะ SF คอลเลคชั่น)

บรรยากาศการทำงานของ สตูดิโอซีโร่

———————————————————————————————————————————————————-

ร่วมงานสร้างเจ้าหนูอะตอม กับตอนที่ 34 ที่หายไป!

ก่อนหน้าที่ สตูดิโอซีโร่ จะเปิดตัวเพียง 2 ปี  มุชิโปรดักชั่น (Mushi Production) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ 1961 โดย เทซึก โอมุ บิดาแห่งการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งผลงานที่มีชื่อเสียงของมุชิโปรดักชัน ได้แก่ เจ้าหนูอะตอม, เจ้าหญิงอัศวิน เป็นต้น โดยสิ่งที่น่าสนใจคือตอนที่ 34 ที่หายไปของการ์ตูนเจ้าหนูอะตอม ซึ่งในเวลานั้น เทซึก โอมุ ต้องการให้พนักงานของมุชิโปรดักชัน หยุดพัก 1 สัปดาห์เขาจึงตัดสินใจที่จะจ้างงานส่วนนี้กับสตูดิโอซีโร่  ซึ่งในเวลานั่นสมาชิกทุกคนยังขาดประสบการณ์ในการสร้างอนิเมชั่น การเคลื่อนไหวที่ได้รับการเอาใจใส่น้อยมากๆ และใบหน้าของเจ้าหนูอะตอมก็มีลายเส้นเปลี่ยนไปตามคนวาด ผลงานจึงออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจและ เทซึก โอมุ ก็ถือว่าตอนนี้เป็นงานที่ล้มเหลวและให้บริษัทอื่นสานต่อแทน หลังจากนั้น สตูดิโอซีโร่ ก็ไม่ได้รับงานจาก มุชิโปรดักชั่น อีกเลย

ภาพซ้าย อนิเมชั่นเจ้าหนูอะตอม / ขวา ลายเส้นที่เปลี่ยนไปตามลายเส้นของผู้วาด

ภาพฟุตเทจอนิเมชั่น โดย อาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ

———————————————————————————————————————————————————-

งานแจ้งเกิดของสตูดิโอซีโร่

ถึงจะได้ชื่อว่าเป็น สตูดิโออนิเมชั่น แต่ด้วยความที่ก่อตั้งโดยนักเขียนการ์ตูน ส่วนใหญ่ทุกคนจึงมีงานการ์ตูนเป็นของตัวเอง โดยเริ่มแรกสตูดิโอซีโร่รับงานเล็กๆ น้อยๆ จากบริษัทอื่นแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะสร้างกำไรให้กับบริษัท ฮิโรชิ จึงคิดเปิดแผนกนิตยสารขึ้นเพื่อช่วยเหลือเรื่องรายได้ โดยในช่วงนั้น ฮิโรชิ และ อาบิโกะ จำเป็นต้องช่วยกันคิดผลงานเรื่องใหม่ที่จะลงพิมพ์ซีรีส์ยาวใน โชเน็นซันเดย์ และคาดหวังว่าจะได้กระแสตอบรับที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน จนในปี ค.ศ.1964 ผลงานเรื่อง” ผีน้อยคิวทาโร่(Qtaro the Ghost) ได้ลงตีพิมพ์ติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือนโดยในช่วงแรกที่ตีพิมพ์แทบไม่มีปฏิกิริยาจากผู้อ่าน จนกระทั่งเมื่อเขียนถึงตอนสุดท้ายได้ก่อให้เกิดกระแสความนิยมอย่างคาดไม่ถึงจากคนติดตามโดยเฉพาะเด็กๆ เป็นจำนวนมาก

ภาพการ์ตูน ผีน้อยคิวทาโร่ ปี ค.ศ.1964

ทำให้ ผีน้อยคิวทาโร่ กลายเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและได้มีการเขียนภาคต่อลงนิตยสารต่างๆ ร่วม 7 ฉบับ จนในที่สุดก็ได้ถูกสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นจัดฉายทางโทรทัศน์ ในปี ค.ศ.1965 โดยสตูดิโอซีโร่ ซึ่งถือเป็นผลงานอนิเมชั่นชิ้นแรกที่ถูกสร้างมาเป็นของตัวเอง ส่งผลให้มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก จนมีสินค้าผลิตออกมามากมาย และ สตูดิโอซีโร่ ก็เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภาพ การ์ตูนอนิเมชั่น ผีน้อยคิวทาโร่ ปี ค.ศ.1965

คลิปวีดีโอเพลงเปิด การ์ตูนอนิเมชั่นผีน้อยคิวทาโร่ปี ค.ศ.1965 ที่สร้างโดยสตูดิโอซีโร่ โดยในยุคนั้นการ์ตูนจะยังเป็นภาพขาวดำและมีการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่สำหรับเด็กยุคนั้นคงเป็นอะไรที่สนุกสนานไม่น้อย

———————————————————————————————————————————————————-

ยุคทองของสตูดิโอซีโร่

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับผลงาน ผีน้อยคิวทาโร่ ก็มีผลงานในนิตยสารต่างๆ ตามมาอีกมากมาย และในภายหลังก็ได้นำมาสร้างเป็นอนิเมชั่นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไคบุซึ (Kaibutsu-kun), นินจาฮาโตริ (Hattori the Ninja), ปาร์แมน (parman), 21 เอมอน (21-emon) และ เจ้าชายจอมเปิ่น(the Ume Planet prince) เป็นต้น ถือเป็นช่วงคลื่นลูกแรกของกระแสบูม ของการ์ตูนอนิเมชั่นทางทีวีเลยทีเดียว

ภาพ นินจาฮาโตริ (Hattori the Ninja) ปี ค.ศ.1966

ภาพ ปาร์แมน (parman) ปี ค.ศ.1967

 

ภาพ ไคบุซึ (Kaibutsu-kun)  ค.ศ.1968

เจ้าชายจอมเปิ่น (the Ume Planet prince) ปี ค.ศ.1969

โดยหลังจากที่ ปาร์แมน เริ่มฉาย สตูดิโอซีโร่ก็เริ่มมีงานทำการ์ตูนอนิเมชั่นเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทจึงย้ายออฟฟิศจาก อิโนอุเอะ ไปที่ ชินจูกุ และเริ่มขยายตัวจนกลายเป็นบริษัทใหญ่ชั้นแนวหน้าที่มีจำนวนพนักงานถึง 80 คน

ตึกสำนักงานใหม่ของสตูดิโอซีโร่ ปัจจุบันถูกทุบทิ้งไปแล้ว

ภาพเหล่าพนักงานของสตูดิโอซีโร่ในช่วงยุครุ่งเรือง

———————————————————————————————————————————————————-

เริ่มต้นจากศูนย์จบลงที่ศูนย์

หลังจากอนิเมชั่น เจ้าชายจอมเปิ่น ที่ฉายทางทีวีจบลง ก็ไม่มีผลงานฮิตผลิตออกมาอีก สตูดิโอซีโร่ เริ่มประสบปัญหาด้านการเงินถึงขนาดต้องควักเนื้อจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด จนในที่สุดบริษัทก็ไม่สามารถจ่ายเงินเลี้ยงดูพนักงานทั้ง 80 คนได้ สตูดิโอซีโร่ จึงต้องปิดตัวลงในที่สุด แต่ฮิโรชิก็ไม่ได้ท้อแท้กับการปิดตัวในครั้งนี้ และได้มองว่าแม้จะต้องปิดแต่เขาก็ได้รับประสบการณ์ที่มีค่ามากมาย และทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ ก็ต้องจบลงที่ศูนย์ตามชื่อของสตูดิโอ ซึ่ง ซีโร่ แปลว่า “ศูนย์” นั่นเอง..

———————————————————————————————————————————————————-

กำเนิดโดราเอมอน

หลังจากนั้นในปี ค.ศ 1970 ก็เป็นปีเปิดตัวผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาทั้งสองนั่นก็คือผลงานเรื่อง โดราเอมอน ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ซึ่งก็ได้ลงตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร โชกักอิจิเน็นเซย์-โยะเน็นเซย์ โดยจะเน้นไปที่กลุ่มผู้อ่านวัยเด็ก ซึ่งในช่วงแรกอาจยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากตอนนั้นคนจะนิยมตัวการ์ตูนที่ฉายทางทีวีมากกว่า จนในปี ค.ศ.1974 หนังสือฉบับรวมเล่มของโดเราเอมอนก็ได้วางจำหน่าย ทำให้คนอ่านที่ไม่ได้ซื้อนิตยสารเข้าถึงได้เป็นวงกว้าง จนในที่สุดโดราเอมอนได้ผลิตเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นฉายทางทีวี ทำให้ได้รับความสนใจและนิยมไปอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้นไปอีก ฮิโรชิ ได้รับ รางวัลชนะเลิศ การประกวดการ์ตูนเด็ก ของ บริษัทโชกักคัง ในปี ค.ศ. 1988 และโดราเอมอนก็ได้โด่งดังไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

———————————————————————————————————————————————————-

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับเรื่องราวของ สตูดิโอซีโร่ เห็นได้ชัดเลยว่าแม้แต่นักเขียนการ์ตูนเจ้าของผลงานอมตะอย่าง ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ กว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องผ่านอะไรมามากมาย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้และสร้างสรรค์ผลงานออกมาอีกมากมายให้เราได้อ่าน ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับคนที่มีความฝันทุกท่านนะครับ ว่าแล้วก็หยิบผลงานของอาจารย์มากไล่อ่านดีกว่า เย้!

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter ครับผม

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

http://cartoonresearch.com/index.php/the-lost-astro-boy-episode/

http://www.geranun.com/archives/1929/

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%B0_%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%B0

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"