ไดโรม่อน ญาติชาวไทยของโดราเอม่อน !?

จาก Lets List Cartoon Thai Special 14 : Stand by me ไดโรม่อน
บทความโดย นิรวาณ คุระทอง

หัวข้อของเราในวันนี้ จะเกี่ยวกับน้องนอกไส้ของเจ้าแมวสีฟ้าชื่อก้องโลก
ที่ใครๆ ก็รู้จักในนาม “โดราเอม่อน” เจ้าแมวจากโลกอนาคตที่เริ่มจะไม่ไกลมากแล้ว
ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่ญาติ(?) ของเขาคนนี้ถือกำเนิดแถวๆ สยามเมืองยิ้มไทยแลนด์เรานี่เอง…..

อะไรนะมีด้วยเหรอ?
อย่าเพิ่งแปลกใจไป ขอแนะนำให้รู้จักกับ
เจ้าแมวสีแดงหน้าคล้ายแร็คคูน นาม ไดโรม่อน !!…….

สำหรับที่มาที่ไปของเจ้าแร็คคูน เอ๊ย แมวตัวนี้  หากจะขอคาดเดา คงต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงกระแสการ์ตูนไพเรทละเมิดลิขสิทธ์บูมช่วง พ.ศ 2520-2526 นั่นเลยละมั้ง?
ช่วงนั้นกระแสการ์ตูนที่โด่งดังฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองไปจนหมดก็คงจะเป็น โดราเอม่อน นั่นเอง ที่มีหลายๆ เจ้าแย่งกันพิมพ์มั่วไปหมด ขนาดหนังสือพิมพ์ ยักษ์ใหญ่เช่น ไทยรัฐ ยังเอามาพิมพ์แทรกในหนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ด้วย พิมพ์กันชนิดที่ว่า ออกเล่มใหม่ๆ มา กลับมีโดราเอม่อนตอนใหม่แทรกอยู่แค่ตอนสองตอนเท่านั้น..

จนกระทั่ง ยุครุ่งเรืองของการ์ตูนแปลละเมิดลิขสิทธ์ของบ้านเราสิ้นสุดลง ประมาณ พุทธศักราช 2536 วงการการ์ตูนในไทยเริ่มเดินสายเข้าสู่วงจรของการขอลิขสิทธ์อย่างถูกต้องจากทางญี่ปุ่น……การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดังหลายๆ เรื่องเริ่มเดินทางเข้าสู่มือเจ้าของลิขสิทธ์ในเมืองไทย

แน่นอน ย่อมรวมไปถึง เจ้าแมวอ้วนตัวฟ้า โดราเอม่อน
ที่ทาง เนชั่นเอ็ดดูเทนเม้นท์ เจ้าของนิตยสารรายสัปดาห์อย่าง Boom เป็นผู้คว้าลิขสิทธ์ในการจัดทำเป็นภาษาไทย มาจนปัจจุบัน……

ซึ่งนั่นทำให้ สำนักพิมพ์ไพเรท(ไม่มีลิขสิทธิ์)ในบ้านเราขาดบ่อเงินบ่อทองที่สำคัญไปโดยปริยาย
และในช่วงประมาณ ปี 2538 จึงบังเกิดการ์ตูนที่มีแมวหน้าตาคล้ายๆ โดราเอม่อน แต่ตัวเป็นสีแดง ที่ชื่อคล้ายๆ นาม ไดโรม่อน! โผล่มาทักทายบนแผงการ์ตูนพ็อคเก็ตบุ้คบ้านเรา…….

ถึงตรงนี้ต้องขอ สารภาพตามตรง ว่าไม่เคยสนใจเรื่องราวของ เจ้าแมว ไดโรม่อน ตัวนี้มาก่อนเลย
เนื่องด้วยช่วงนั้น ยังคงขยาดกับ การ์ตูน Copy ฝีมือ พี่ไทยที่เอาเหล่านักสู้จาก Dragonball มายำรวมเข้ากับ โดราเอม่อน อย่างหน้าตาเฉย (หรือบางทีก็เจอนินจาเต่า…..มีจริงๆ นะเออ ไม่ได้โม้) ที่เคยออกขายมาก่อนหน้านี้
ก็เลยมองเจ้าไดโรม่อน ตัวนี้ เป็นแค่การ์ตูนCopy กากๆ ที่หวังตีหัวคนซื้อที่ไม่ทันสังเกตเท่านั้น เส้นทางระหว่างมันกับผู้เขียนจึงไม่เคยมาบรรจบกันเลยเป็นเวลากว่า 20 ปี …….

จนพึ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเจอ Pocketbook เรื่องนี้บนแผงแบกะดินแถวตลาดใกล้บ้าน เลยซื้อมาอ่านเล่นขำๆ ก็เจอแง่มุมหรือประเด็นอะไรหลายๆ อย่างที่ว่าน่าจะเขียนเกี่ยวกับ การ์ตูนลอก(ล้อ)เลียน เรื่องนี้ได้บ้าง

หน้าแรกของ ไดโรม่อน

อย่างแรกคือ การ์ตูนเรื่องนี้เป็นฝีมือ ลายเส้นของ คุณ โต๊ด โกสุมพิสัย นักวาดการ์ตูนเล่มละบาทผู้มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ในแวดวงนี้ นั่นเอง!!

ตัวอย่างงานลายเส้น ของคุณ โต๊ด จากเรื่อง จอมคาถา

เมื่อผู้เขียน มีโอกาส ได้ทัศนา ลายเส้นของ ไดโรม่อน เป็นครั้งแรกก็คุ้นๆ ก่อนจะค่อนข้างแน่ใจว่า นี่เป็นลายเส้นของ คุณ โต๊ด มือเล่มละบาท ชื่อดังอย่างแน่นอน เพราะลายเส้นแกดูเป็นเอกลักษณ์ เสียขนาดนั้น เพิ่งจะเซอร์ไพรซ์ตอนนี้ จริงๆ ว่า การ์ตูนไดโรม่อนช่วงแรกๆ นี่เป็นฝีมือของเขา? (ซึ่งในเล่มตัวอย่างที่เอามาลงให้ดูนี่ เขาฝากฝีมือเอาไว้ 4 ตอน ส่วนตอนที่เหลือในเล่มเป็นการ์ตูน Copy จากโดเรม่อนต้นฉบับล้วนๆ โดยนักวาดไทยหลายท่าน ดังนั้นจึงจะขอกล่าวถึง ไดโรม่อน จากฝีมือคุณ โต๊ด เป็นหลักขอรับ)

มาดูเนื้อหาในเล่มกันดีกว่า เนื้อหาของเรื่อง เปิดขึ้นในโลกอนาคต พ.ศ 2638 ที่กรุงเทพฯ เจริญถึงขีดสุด (โม้เหม็นชัดๆ) ด็อกเตอร์เฉลิมศักดิ์ และ ลูกชาย นาม ไอคิว มีความต้องการจะส่งของเล่นไปให้คุณปู่ของพวกเขา ในอดีต (พ.ศ 2538) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของคุณปู่ให้ฉลาดเท่าทันคน โดย คุณปู่ของพวกเขามีนามว่า นายแว่น……

ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะว่า นายแว่น ก็คือ โนบิตะ นี่เอง (ฮา)

หน้าเปิดตัว โนบิตะ เอ๊ย นายแว่น (สังเกตถือปิ่นโตมาโรงเรียนซะด้วย กันคำครหาว่าไม่ไทยเบยสินะ ฮา)

ดังนั้น ด็อกเตอร์ เฉลิมศักดิ จึงสร้างหุ่นยนต์แมวรูปร่างคล้ายแร็คคูนนาม ไดโรม่อน ขึ้นมา เพื่อเป็นเพื่อนเล่น และ ผู้คอยชี้แนะแนวทางสู่การเป็นชายเหนือชาย เอ๊ย ปัญญาชน ให้กับนายแว่นนั่นเอง…..
โอ้ ดูเอาเถิดครับ เรื่องดั้งเดิม โดเรม่อน เป็นหุ่นรับใช้ที่หลานของโนบิตะ เซวาชิ ซื้อมาจากโรงงานในโลกอนาคต แล้วส่งกลับมาช่วยโนบิตะ ที่เป็นบรรพบุรุษของเขาเอง แต่ไดโรม่อนของเราเหนือขั้นกว่า เพราะคนไทยเราลงทุนคิดประดิษฐ์หุ่น ขึ้นมาเอง เพื่อส่งกลับไปช่วยคุณปู่ของตน นี่มันเกทับ ตัวต้นแบบกันเห็นๆ เลยนะครับ เนี่ย (ฮา)

โดย ชื่อ ไดโรม่อน มีที่มาจาก ได หมายถึง มือที่วิเศษสุด โร ก็คือ พุงโร อ้วนจ้ำม่ำ ส่วน มอน ก็มาจากคำว่า สนุกสนาน (เออ มันใช่ เหรอว๊ะ)…….

โดย เจ้า ไดโรม่อน มีกระเป๋าติดหน้าท้องที่เชื่อมต่อกับอนาคต และมีของเล่นมากมายที่ด็อกเตอร์เฉลิมศักดิ์สร้างขึ้น (อันนี้ก็อปมาตรงๆ ฮา)


เอ่อ อันนี้ เขาเรียกคอปเตอร์ไม้ไผ่ นะ…..

แต่ที่น่าจะแตกต่างจาก โดเรม่อน คือ ไดโรม่อน ไม่มีไทม์แมชชีน และไม่ได้โผล่จากลิ้นชักโต๊ะนายแว่นนะขอรับ ตอนเจอกันครั้งแรกก็โดนหย่อนลงมากลางห้อง นายแว่น ในสภาพย่อส่วน นี่ก็น่าจะเรียกว่าสร้างความแตกต่างจากต้นฉบับได้ละมั้ง (ฮา)

นายแว่น พบ ไดโรม่อน เป็นครั้งแรก

หลังจากเจอกันแล้ว ความวุ่นวายก็บังเกิดขึ้น เมื่อนายแว่นเอาของวิเศษของ ไดโรม่อน ไปเล่นจนเกิดเรื่องวุ่นวายตามมา นำคนอ่านไปพบกับ ตัวละครสมทบ อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนคู่หูที่ชอบข่มนายแว่น เช่น นาย โอปากแหลม และ นายแอนท์จอมพลังเป็นต้น

นาย โอ กับ นายแอ็นท์

ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะว่า นายโอ ก็คือ ซูเนโอะ ส่วน นาย แอนท์ ก็คือ ไจแอนท์ นั้นเอง!!

ก่อนจะพาผู้อ่านไปพบ ตัวละครหญิงอีกตัว นาม หนูแหม่ม คนที่เป็นหวานใจนายแว่น ไม่ต้องบอกก็รู้กันนะ ว่า หนูแหม่มก็คือ ชิซูกะจัง แถมยังชอบอาบนำเหมือนกันเสียอีก!!

ถึงเป็นการ์ตูนเลียนแบบก็ต้องมีฉากบังคับ เหล่านี้สินะ คึๆ……

จะมีความกล้าก็ต้องหล่นลงไปในห้องน้ำหญิง สินะ โอว์……..

แต่ที่แตกต่างจาก ชิซูกะ จัง คือ บ้านหนูแหม่มเป็นคนรวยนะครับ มีแม่ชื่อ คุณนายโรส (จำได้ว่าตั้งแต่อ่านโดเรม่อนมา ผมยังไม่รู้จักชื่อ พ่อแม่ชิซูกะเลยนา ฮา)…….

นอกจากนี้ยังมีการพาไปดู อนาคตของทั้งคู่ด้วย แต่เชื่อว่า อนาคตแบบนี้ แม้แต่นายโนบิตะตัวต้นแบบก็คงไม่ปรารถนา แน่นอนครับ (ฮา)

อันนี้ มัน Thailand Only…..จริงๆ

ส่วนนี่เป็นอนาคตของ นาย แอนท์ (ไจแอนท์ไทยแลนด์) ที่ต้องบอกว่า ก้าวหน้ากว่าตัวต้นฉบับอยู่หลายขุม ครับ!!…..


เจอแบบนี้ ตัดใจดีกว่า ม้าง ไอ้น้อง……

จากนั้นก็เปิดตัว พ่อแม่ของนายแว่น คุณแม่เป็นแม่บ้านเหมือนต้นแบบ แต่คุณพ่อเนี่ยสิครับ ถีอว่าลำหน้ากว่าโดเรม่อน อีกแล้ว …..เพราะป๊ะป๊า โนบีตะ เป็น Salaryman บริษัทต๋อกต๋อย แต่พ่อนายแว่นมีดีกรีเป็นนักโบราณคดี ขุดค้นซากไดโนเสาร์อยู่ขอนแก่น เชียวขอรับ!

แถมดูๆ บ้านนายแว่น ดูจะมีฐานะกว่า โนบิตะ อยู่พอตัว เพราะมีรถส่วนตัวขับด้วย (แต่อันนี้ไม่รู้ปัจจุบัน บ้านโนบิตะ อัพเกรด มีรถส่วนตัวใช้รึยังนะ?) ฮา……

พ่อกับ แม่ นายแว่น…….

ว่าแต่ เจ้าไดโรม่อน นี่ มีประโยชน์กว่า โดเรม่อน อีกนะ เป็นคนขับรถยามจำเป็นก็ได้…….ฮา

จากนั้นพวกเขาก็ไปผจญภัยยุคดึกดำบรรพ์กัน ที่พวกเด็กๆ ของเราไม่ต้องพึ่งไทม์แมชชีน! แต่อาศัยแว่นวิเศษ?…..แทน

เจอ ไดโนเสาร์ (คาดว่าตอนนี้คงเอามาจากตอนพิเศษตะลุยโลกดึกดำบรรพ์) แต่ที่แตกต่างคือ ไดโนเสาร์เราเว้าอีสานได้ด้วย (ฮา)

เออ ขนมโมโมทาโร่ ใช่ไหม?

ความรู้สึกแรกหลังอ่าน ไดโรม่อน(เฉพาะเวอร์ชั่นคุณโต๊ด) นี้จบ คือ ……….สนุกครับ!!

โอเค คือเนื้อหามันลอก โดเรม่อน มาแทบจะเป๊ะๆ แล้วเปลี่ยนรายละเอียดตัวละคร นิดหน่อยๆ แต่อ่านแล้วกลับลื่นไหล และสนุกได้อย่าง ไม่น่าเชื่อ!!(จริงๆนะไม่ได้ประชดเสียดสี ฮา) อาจเป็นที่ลายเส้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ คุณโต๊ดเอง ที่ช่วยให้การ์ตูนที่น่าจะเรียกว่าเป็นการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาชาวบ้านมาใช้เรื่องนี้ ดูสนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะลายเส้น คุณ โต๊ด นั่นแน่นอน แกมีความเป็นตัวของตัวเอง สูงมากจนเกินจะเป็น ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ได้ (และแน่นอนว่า อาจารย์ ฟูจิโอะ ก็ไม่มีทางเป็น คุณ โต๊ด ได้แน่ ครับ)

นั่นทำให้ผมมอง การ์ตูนเรื่องนี้เหมือนเป็นการ์ตูนล้อเลียน โดราเอม่อน ต้นฉบับ นะครับ ถึงรายละเอียด พวกของวิเศษต่างๆ จะเอาของเขามาใช้ แต่ด้วยอารมณ์ของตัวละครและการเล่าเรื่องก็เหมือนว่า เรากำลัง ดูรายการก่อนบ่ายคลายเครียดที่กำลังล้อเลียน การ์ตูนญี่ปุ่น เรื่อง ดัง อยู่ อย่างไรก็ไม่ปาน…….

        เรื่องนี้ก็ทำให้ผมหวนคิดดู อีกทีอย่าง จริงๆ จังๆ ว่า จะดีกว่าไหม หากคุณ โต๊ด (หรือ นายทุน ที่พิมพ์การ์ตูนเล่มนี้) จะคิดใหม่ทำใหม่ คือเอาองค์ประกอบอะไรที่วาดออกมาเป็น ไดโรม่อน นี้ สร้าง Original Character ของเราเองขึ้นมาเลย ! คือ โอเค คุณ อาจเอาไอเดียตั้งต้น หรือ แนวคิดมาจากโดเรม่อน แต่ ครีเอทและสร้างสรรค์ แคแร็กเตอร์ของคนไทยเราเองขึ้นมา โดยอาศัย สไตล์เส้นที่ คุณ โต๊ด วาด ไดโรม่อน แบบนี้แหละครับ แต่มีมุกแบบไทยๆ หรือพื้นฐานของเรื่อง  อิงมาจากชีวิตประจำวันแบบคนไทยเรา ก็น่าจะสร้างตลาดการ์ตูนไทยเราขึ้นมาได้ และสร้างแฟนคลับขึ้นมาได้ ไม่แพ้ โดเรม่อน เลยนะ (จริงๆ อย่าง ปังปอนด์ ของ พี่ต่าย ก็เคยทำได้มาแล้วเพียงแต่ต้องอาศัยเวลาเท่านั้นเอง) มากกว่าจะปล่อยให้กลายเป็นการ์ตูน Copy ที่หายไปกับกาลเวลา เช่นนี้

สุดท้ายนี้ ก็ขอทิ้งท้าย คอลัมน์ นี้ ด้วยประโยคของคุณ Tabunman เจ้าของคอลัมน์ K-os Theory ประจำนิตยสาร Lets แล้วกันขอรับ

“บางครั้งการเลียนแบบก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือไม่ควรทำตาม เสมอไป การเลียนแบบยังมีอีกหน้าที่นึงที่พอมีประโยชน์อยู่บ้าง ก็คือ การได้เรียนรู้จากต้นแบบที่ประสบความสำเร็จมาพัฒนาต่อให้เป็น ก้าวแรก ของเรา เพื่อนำไปสู่การที่จะทำอะไรให้เป็นแนวทางของเราเองจริงๆ ต่อไป”

ข้อมูลประกอบการเขียน

พ็อคเก็ตบุ้ค ไดโรม่อน ของ สำนักพิมพ์ สามดาว

บทความโดย นิรวาณ คุระทอง fb – http://bit.ly/2ti1blW

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic