LET’S See – Cartoons meet Fashion by 24Octobers

315

บทความโดย 24Octobers
จาก Let’s Comic ฉบับที่ 26

เมื่อวันที่เราเป็นเด็กผู้หญิง เราต่างเติบโตขึ้นมากับบรรดาตัวการ์ตูนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น สโนไวท์กับแม่มดใจร้ายในเทพนิยายหนังสือเล่ม หรือฮีโร่สาวขวัญใจในการ์ตูนญี่ปุ่นอย่าง เวดดิ้งพีช และเซเลอร์มูน แต่เมื่อล่วงพ้นเข้าสู่วัยสาวเรากลับพบว่าบรรดาตัวการ์ตูนขวัญใจในวัยเด็กได้ค่อยๆ เลือนหายไปจากชีวิต ในขณะที่ความสนใจในสิ่งใหม่อย่างเรื่องความสวยความงามและแฟชั่นเข้ามาแทนที่ แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าหากวันหนึ่งโลกของวัยเยาว์สามารถก้าวเข้ามาหลอมรวมกับโลกของความสนใจในปัจจุบันได้ นั่นคงเป็นสิ่งที่ต้องหาคำตอบเมื่อการ์ตูนก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของแฟชั่น
—————————————————————————————————-

– ELECTRIC HOLIDAY –
รันเวย์ของเหล่าการ์ตูนดิสนีย์

ถ้าพูดถึงเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีส์มีใครบ้างที่จะไม่นึกถึงตัวอวบป้อมและก้นงอนๆ ของเหล่ามิกกี้เมาส์และโดนัลดั๊กส์ รวมถึงบรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายจากเทพนิยายขวัญใจเด็กผู้หญิง และเพราะความมีเอกลักษณ์และความเป็นเซเลบในโลกการ์ตูนเช่นนี้เอง เมื่อไม่นานมานี้ห้างหรูบน Madison Avenue กลางมหานครนิวยอร์คอย่าง Barney’s จึงได้เปิดโอกาสให้บรรดาตัวการ์ตูนสุดแสนน่ารักอย่างมิกกี้เมาส์ มินนี่เมาส์ เดซี่ดั๊กส์ กูฟฟี่ สโนไวท์ ทีอาน่า หรือแม้แต่ตัวร้ายสุดแสบจากเรื่อง 101 ดัลเมเชี่ยน อย่าง ครูเอลล่า เดวิล ได้ตบเท้ากันขึ้นเดินแบบบนรันเวย์ในคลิปอนิเมชั่นสไตล์แฟชั่นชื่อว่า Electric Holiday

โดยอนิเมชั่นความยาวกว่า 5 นาทีนี้ จะถูกนำไปฉายบนจอขนาดใหญ่ที่ห้าง Barney’s ทุกสาขา ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับบรรดาแบรนด์แฟชั่นชั้นนำต่างๆ อาทิ Balenciaga, Lanvin, Dolce & gabbana, Nina ricci ฯลฯ ที่มาร่วมออกแบบชุดให้กับตัวการ์ตูนอมตะได้อย่างมีสเน่ห์ และถึงแม้จะมีกระแสเสียงท้วงติงมาบ้างว่ามันเป็นการไม่เหมาะสมที่จะนำเสนอตัวการ์ตูนในรูปแบบที่ผอมบางจนเกินไป แต่ใครจะเถียงว่ามันก็เป็นการผสมผสานของศิลปะในสองวงการได้อย่างลงตัว และเป็นปรากฎการณ์ที่สามารถสร้างกระแสได้ดีเป็นที่สุดเชียวล่ะ

 

——————————————————————————————————

– The simpsons –
กับแฟชั่นในปารีส

นอกจากบนรันเวย์และในห้องเสื้อแบรนด์ต่างๆ แล้ว อีกช่องทางหนึ่งที่สาวๆ ผู้เสพแฟชั่นไม่มีทางพลาดก็เห็นจะเป็นบรรดาหนังสือนิตยสารแฟชั่นรายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือนทั้งหลาย และอีกครั้งหนึ่งที่วิถีของการ์ตูนและแฟชั่นได้โคจรมาบรรจบกัน เมื่อนิตยสารแฟชั่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 146 ปีและมียอดขายถล่มทลายไปทั่วโลกอย่าง Harper’s Bazaar นำเหล่าบรรดาครอบครัว Simpsons ซึ่งเราคุ้นเคยกันดีในภาพของซิทคอมที่มีการ์ตูนตัวเหลืองนำแสดงบอกเล่าเรื่องราวเสียดสีวิถีชีวิตของชนชั้นกลางชาวอเมริกัน มาช้อปปิ้งกลางกรุงปารีสในลุคสุดโฉบเฉี่ยวพร้อมด้วยนางแบบชื่อดังแห่งวงการแฟชั่นอย่าง Linda Evangelista ที่จะพาเหล่าสมาชิกครอบครัว Simpsons ไปพบกับดีไซเนอร์ชื่อดังต่างๆ เช่น Versace, Jean Paul Gaultier แห่ง Hermes, Marc Jacobs แห่ง Louis Vuitton ฯลฯ ซึ่งแน่นอน ทั้งหมดมาในรูปแบบของตัวการ์ตูน และแน่นอนอีกเช่นกันที่ทั้งหมดนี้ต้องมาจากปลายปากกาของทีมงานผู้วาดการ์ตูน The Simpsons เรื่องนี้นี่เอง

——————————————————————————————————

– Jojo meet Gucci –
แฟชั่นข้ามศตวรรษ

ใครว่าแฟชั่นที่มาจากการ์ตูนจะมีแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนผู้หญิงเท่านั้น แฟชั่นคอลลเลคชั่น 2013 ของแบรนด์ชื่อดังอย่าง Gucci ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าขนบแบบเดิมนั้นช่างเป็นเรื่องไร้สาระ เมื่อ Frida Giannini ผู้อำนวยการของ Gucci ได้จับมือกับ อ. Hirohiko Araki นักวาดการ์ตูนเรื่องดังสุดเก๋าอย่าง JoJo’s Bizarre Adventure หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ผลิตผลงานที่เกิดการพบกันของการ์ตูนและแฟชั่นฉลองวาระครบรอบ 90 ปีของ Gucci และ 30 ปีของการ์ตูนเรื่องดังกล่าว

ซึ่งผลงานที่ถูกผลิตออกมานั้นมีในสองรูปแบบ ทั้งตัวการ์ตูนในเรื่องโจโจ้ที่มาในชุดแฟชั่นของ Gucci กับท่าโพสต์สุดแสนจะมืออาชีพ และผลงานการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Gucci โดยมีการเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งนิตยสาร ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ รวมถึงการจัดตั้งดิสเพลย์ผลงานดังกล่าวที่หน้าร้าน Gucci กว่า 80 สาขาทั่วโลก

โดยนอกจากจะสามารถสร้างกระแสให้กับผลงานชิ้นนี้แล้ว นับว่าการผสมผสานดังกล่าวยังสร้างความแปลกใหม่อันเปี่ยมเสน่ห์ และเป็นการเปิดโอกาสในวงการแฟชั่นให้การ์ตูนเข้ามามีบทบาทได้อีกก้าวหนึ่งเลยทีเดียว

————————————————————————————————–

– Mickey & Minnie Mouse’s Ears –
แฟชั่นหูหนู

ถ้าจะให้เอ่ยถึงตัวการ์ตูนที่นับได้ว่ามีอิทธิพลมากในโลกแฟชั่นตัวหนึ่ง ความคิดแรกของคนส่วนใหญ่ก็เห็นจะหนีไม่พ้นคู่หนุ่มสาวชาวหนูแห่งโลกดิสนีส์อย่างมิกกี้และมินนี่เมาส์นั่นเอง ด้วยความที่หูของเจ้าหนูทั้งสองดูจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แม้จะเห็นเพียงข้างหลังหรือเป็นแค่เงาก็สร้างการจดจำให้แก่ผู้คนได้ ไม่แตกต่างไปจากสัญลักษณ์ของ Apple หรือ Mc Donald จึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตในวงการแฟชั่นทั้งหลาย

จนในสุดสัญลักษณ์นี้ก็กลายมาเป็นแฟชั่นไอคอนอีกอย่างหนึ่ง ตั้งแต่ที่คาดผมรูปหูมิกกี้ที่ยังคงเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย เรื่อยมาจนถึงทรงผม เสื้อผ้าลายมิกกี้ และแว่นที่เปิดฝาพับออกไปด้านข้างจนกลายเป็นหู โดยมีแฟชั่นนิสต้าตัวแม่อย่าง เลดี้ กาก้า ที่นำเทรนด์จัดมาหมดทุกอย่าง

นอกจากนี้ในส่วนของแบรนด์เสื้อผ้า Gerlan Jeans ที่ได้แรงบันดาลใจจากมินนี่เม้าส์ก็ได้เปิดตัวคอลเลคชั่น Spring / Summer 2013 ใน New York Fashion Week ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าสีหวานสดใสตรงตามคาแรคเตอร์ของเจ้าหนูสาวตัวนี้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

ยังไม่พอในฝั่งแฟชั่นของเกาะอังกฤษ เหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังยังได้ออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมินนี่เม้าส์ในชื่อคอลเลคชั่นว่า Minnie Mouse Must Haves สำหรับ London Fashion Week อีกด้วย

——————————————————————————————————

– One piece One project –
โจรสลัดในโลกแฟชั่น

ถ้าบอกให้ใครสักคนบอกชื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่ชอบมาหนึ่งเรื่อง เป็นไปไม่ได้เลยที่การ์ตูนการผจญภัยของโจรสลัดเรื่องดังอย่าง One piece จะไม่ติดโผ และเพราะความโด่งดังเป็นขวัญใจมหาชนเช่นนี้เอง โจรสลัดมนุษย์ยางอย่าง มังกี้ ดี ลูฟี่ จึงได้โอกาสขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้ชายของค่ายชูเอย์ฉะอย่าง Men’s Non-no ภายใต้ลายเส้นของ อาจารย์เออิจิโร โอดะ ผู้วาดเดิม และการออกแบบเสื้อผ้าของสไตล์ลิสท์ชื่อดังอย่าง ชินอิจิ มิตะ แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ด้วยหมวกฟางใบเก่าที่เราคุ้นชินตา

นอกจากนั้น ไม่ใช่แค่ลูฟี่จะถูกดันเข้าวงการแต่เพียงคนเดียว เพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็ได้รับโอกาสเข้าสู่โลกแฟชั่นด้วย โดยภายในเล่มจะมีภาพถ่ายแฟชั่นของเหล่าผองเพื่อนโจรสลัดอันได้แก่ ลูฟี่, นามิ, โรบิน, โซโล และซันจิ ในเวอร์ชั่นนายแบบนางแบบในโลเกชั่นที่ดูคล้ายเรือ ว่ากันว่าเป็นการฉลองยอดขายกว่าสองร้อยล้านเล่ม ที่ทุบสถิติกลายเป็นการ์ตูนขายดีตลอดกาลแทนที่ Dragon Ball และเพื่อยืนยันกระแสความแรงร่วมกับภาพยนตร์ One Piece: Strong World ที่มีกำหนดออกฉายหลังจากวันวางแผงนิตยสารได้สองวัน เห็นอย่างนี้ยังจะมีใครกล้าค้านอีกว่าของเขาไม่แรงจริง

—————————————————————————————————–

– Jump from paper –
กระเป๋าการ์ตูนสองมิติ

ในขณะที่วงการการ์ตูนกำลังพยายามพัฒนาเพื่อให้ตัวการ์ตูนเข้าใกล้ความเป็นสามมิติให้ได้มากที่สุด แต่ในโลกแห่งแฟชั่นกำลังปรับเทรนด์ที่ตรงกันข้ามเมื่อ Jump From Paper ได้ผลิตกระเป๋าที่ไม่ว่ามองมุมไหนก็รูปร่างหน้าตาเหมือนกระเป๋าลายเส้นการ์ตูนสองมิติออกมาขาย ทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ ไปยันกระเป๋าใส่แท็บเล็ต สร้างความชื่นชอบให้กับเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้าที่ต้องการความแตกต่าง

โดยเมื่อถ่ายรูปออกมา มองเผินๆจะเหมือนว่าได้มีการตัดต่อวาดรูปการ์ตูนสองมิติเป็นรูปกระเป๋าเข้าไป ทว่าแท้จริงแล้วมันคือกระเป๋าซึ่งสามารถใส่ของได้จริง ทว่าต้องเป็นของแบนๆ เท่านั้นเพราะไม่เช่นนั้นกระเป๋าจะบวมป่อง และถึงแม้หน้าตาของมันจะดูไม่ได้หรูหราไฮโซเหมือนกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ ทว่าราคาของมันกลับสูงถึง 2,000 – 3,000 บาท ทำให้บรรดาเด็กวัยรุ่นผู้ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองทำได้แค่มองตาปริบๆ ด้วยความอยากเป็นเจ้าของ งานนี้คงต้องยกประโยชน์ให้กับผู้ใหญ่ใจเด็กที่มีทุนทรัพย์ไปครองก่อนแล้วล่ะ

——————————————————————————————————

แม้หลายๆ คนจะบอกว่าเมื่อวันหนึ่งที่เราเติบโตขึ้น โลกแห่งความฝันของเทพนิยายหรือการ์ตูนที่เราเคยดูเมื่อวัยเด็กจะเป็นได้แค่เพียงความทรงจำที่ไร้ประโยชน์ในชีวิตจริงของปัจจุบัน

แต่หลายๆ ครั้งที่เราได้เห็นว่าการ์ตูนถูกนำไปปรากฎหรือเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของวงการต่างๆ เช่น กีฬา อาหาร แม้กระทั่งแฟชั่น ก็ชวนให้อดตั้งคำถามบางอย่างขึ้นในใจไม่ได้ว่า
หรือแท้จริงแล้วเด็กหญิงเด็กชายผู้หลงรักในเทพนิยายและตัวการ์ตูนคนนั้นไม่ได้หายไปไหนเลย

แม้เวลาจะผ่านไป พวกเขายังคงซุกซ่อนอยู่ภายในจิตใจของวัยหนุ่มวัยสาวรวมถึงวัยชรา
รอเพียงจังหวะและโอกาสที่จะออกมาเริงร่าผ่านผลงานหรือการแสดงออกของพวกเขาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น


 

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"