การลงทุนมีความเสี่ยง ควรดู “หนัง”ก่อนตัดสินใจลงทุน

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่การเงินและการลงทุนได้เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมอย่างรวดเร็วด้วยอำนาจของเทคโนโลยี เกิด “เศรษฐกิจยุคดิจิตอล” ขึ้นมาจากการลงทุนแบบออนไลน์มากมาย เช่น Bitcoin, Litecoin (LTC), Ethereum, Zcash, Ripple (XRP), Monero (XMR) ฯลฯ อีกกว่า 700 รูปแบบ ซึ่งล้วนแต่เป็นสกุลเงินรูปแบบใหม่ที่เหล่านักลงทุนผู้ชอบความเสี่ยงหวังจะกอบโกยเพื่อรวยทางลัด ครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเงินการลงทุนมานำเสนอให้ทุกคนได้เรียนรู้ เคล็ดลับ วิธีการ เส้นทางสู่ความสำเร็จ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อหายนะในการลงทุน เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรดูหนังประกอบการตัดสินใจ

 

The Wolf of Wall Street (2013)

ดัดแปลงจากหนังสืออัตชีวประวัติ The Wolf of Wall Street ของ จอร์แดน เบลฟอร์ส โบรกเกอร์ที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล และใช้ชีวิตสำราญเสเพลเยี่ยงหมาป่าหัวหน้าฝูงจนกลายเป็นตำนานแห่ง วอลล์ สตรีท โดยหนังได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความกล้าบ้าบิ่นและเส้นทางชีวิตอันโชกโชนของเบลฟอร์ทในแวดวงการเงิน การทำงานที่ล้ำเส้นเข้าไปสู่ธุรกิจสีเทาที่ผิดกฎหมาย ผ่านการแสดงชนิดทุ่มสุดตัวของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และฝีมือการถ่ายทอดของผู้กำกับชั้นเซียน มาร์ติน สกอร์เซซี หนังเรื่องนี้ยังได้สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าอยากยืนอยู่บนจุดสูงสุด คุณต้องกล้าและฉลาดที่จะเสี่ยง และถ้าคุณไม่ทันเกมพอ ก็อาจตกเป็นเหยื่อของฝูงหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่รอตะครุบเหยื่ออยู่ก็เป็นได้

Barbarians at the Gate (1993)

หนังทางโทรทัศน์แนวชีวประวัติเจ้าของสองรางวัลลูกโลกทองคำ นำเสนอกลยุทธทางธุรกิจแบบทุนนิยมในทศวรรษที่ 80 โดยเฉพาะวิธีการลงทุนในแบบ ‘จับเสือเกือบมือเปล่า (Leveraged Buy-out) หรือขั้นตอนการ take over บริษัทใหญ่ๆ การกู้เงินเพื่อมาซื้อกิจการ ก่อนนำกิจการมาแยกขายเป็นส่วนๆ หรือประกอบกิจการต่อ สร้างจากหนังสือที่เคยเป็นกระแสถึงเนื้อหาในเล่มที่สามารถนำมาใช้ตำราประกอบการเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ MBA ได้เลยทีเดียว กำกับโดย เกล็น จอร์แดน นำแสดงโดย เจมส์ การ์เนอร์

Margin Call (2011)

ผลงานกำกับโดย เจ ซี แชนดอร์ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิกฤตทางการเงินของอเมริกาในปี 2008 ช่วงเวลาที่ วอลล์ สตรีท กำลังปั่นป่วน สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถาบันการเงินชั้นนำของโลก และภาพของคนรวยที่เลือกจะเอาตัวรอดและแสดงความเห็นแก่ตัวอย่างไรในภาวะที่เกิดวิกฤต ซึ่งในท้ายที่สุด ปัญหาทางเศรษฐกิจครั้งนั้นส่งผลต่อผู้คนจำนวนมาก และทำให้เห็นถึงสภาวะการใช้เงินลงทุนของคนในแต่ละระดับทางการเงิน หนังรวมพลดาราคับคั่ง ทั้ง เควิน สเปซี่, แสตนลี่ ทุชชี่, พอล เบตตานี่, เดมี่ มัวร์

The Big Short (2015)

หนังดีกรีเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ของผู้กำกับ อดัม แม็คเคย์ สร้างจากหนังสือของ ไมเคิล ลูอิส เล่าถึงวิกฤติซับไพรม์หรือภาวะฟองสบู่แตกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา ช่วงปี 2008 ตั้งแต่ที่มาที่ไปเหตุและผลที่ทำให้เกิดวิกฤตครั้งนี้ รวมถึงกลุ่มคนที่เล็งเห็นว่ามันจะเกิดและฉกฉวยโอกาสจากวิกฤติ เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาค่อนข้างซับซ้อน มีศัพท์เทคนิคจำนวนมาก แต่หนังเลือกวิธีอธิบายด้วยมุกตลก เพื่อให้คนดูสามารถเข้าใจและเห็นภาพ โดยมีนักแสดงระดับแถวหน้ามาปะทะคารมกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียน เบล, ไรอัน กอสลิง, สตีฟ คาเรลล์ และ แบรด พิตต์ 

Wall Street (1987)

ผลงานกำกับโดย โอลิเวอร์ สโตน นำแสดงโดย ไมเคิล ดักลาส, ชาร์ลี ชีน เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับแวดวงการเงินที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ ด้วยความเป็นหนังดราม่าที่ตีแผ่แง่มุมการเมืองและสะท้อนสังคมอเมริกันได้เป็นอย่างดี นำเสนอภาพของนักธุรกิจและนักลงทุนในอเมริกาทั้งในมุมที่ดีและเลว เราจะเห็นการหลอกลวง ฉ้อฉล เพื่อนำไปสู่อำนาจและเงินตรา หนังยังมีภาคต่อออกมาในปี 2010 คือ Wall Street: Money Never Sleeps ซึ่ง ไชอา ลาบัฟ รับบทเป็นโบรกเกอร์หนุ่มไฟแรง ลูกเขยเด็กปั้นของป๋ากูรูการเงิน กอร์ดอน เก็คโค (ไมเคิล ดักลาส) ด้วย

Glengarry Glen Ross (1992)

หากเปรียบธุรกิจเป็นเหมือนเกม คงไม่มีคำว่ามิตรแท้หรือศัตรูถาวร ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับคำว่าการแข่งขันและผลประโยชน์ ทุกคนต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จขึ้นไปถึงจุดสูงสุด หนังเรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคและปัญหาทั้งในชีวิตครอบครัวและอาชีพการงานของเหล่าเซลล์แมนทั้งหลาย ที่ราวกับเดินไต่อยู่บนเส้นลวด ต้องแข่งกับทั้งคนและเวลา ผ่านปฏิกิริยาตอบสนองต่อปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาของแต่ละตัวละครที่แตกต่างกันออกไป นำแสดงโดย อัล ปาชิโน, อเล็ก บอลด์วิน, เควิน สเปซีย์ กำกับโดย เจมส์ โฟลีย์

Money Monster (2016)

ผลงานกำกับของสาวเก่ง โจดี้ ฟอสเตอร์ นักแสดงหญิงดีกรีออสการ์ โดยมี จอร์จ คลูนีย์ และ จูเลีย โรเบิร์ต มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ในบทของนักวิเคราะห์หุ้นชื่อดัง กับโปรดิวเซอร์หญิงของรายการทีวีแนะนำการเล่นหุ้น จนกระทั่งวันหนึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวจากการนำเงินไปลงทุนตามคำแนะนำของกูรูหุ้นในรายการนี้ ได้บุกเข้ามาในสถานีโทรทัศน์และจับตัวพิธีกรรายการเป็นตัวประกันต่อหน้าผู้ชมทางจอทีวี เพื่อแสดงให้เห็นว่าเนื้อหาที่นำเสนอแก่ผู้ชมนั้นเป็นเพียงแค่การหลอกลวงปั่นหัวคนดูให้ทำตามเท่านั้น เรื่องนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงมากแค่ไหน ทั้งผู้ตามที่อาจกลายเป็นแค่เหล่าแมงเม่าบินเข้ากองไฟ และผู้นำที่อาจถูกประชาทัณฑ์ได้เหมือนกัน

The Scam (2009)

หนังแนวแอ็คชั่น/อาชญากรรม ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนังเกาหลีใต้เรื่องแรกที่ว่าด้วยเรื่องราวของตลาดหุ้น ผลงานกำกับโดย ลี โฮ-แจ นำแสดงโดย พัก ยง‑ฮา, คิมมูยอล, พาร์ค ฮีซุน เล่าถึงนักลงทุนมากฝีมือที่สร้างความวุ่นวายให้กับตลาดเงินเกาหลี จนตกเป็นที่ต้องการของกลุ่มนักต้มตุ๋นที่วางแผนจะปล้นเงิน 60 ล้านวอน แต่การต้มตุ๋นครั้งนี้กลับกลายเป็นการหักหลังกัน เป็นหนังที่แนะนำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นได้ดู เพื่อเห็นว่าตัวเราเป็นส่วนที่เล็กมากในตลาดหุ้น ตราบใดที่ยังไม่ได้เป็นคนวงในหรือมีส่วนรู้เห็นในการเงินระดับชาติ

Capitalism a love story (2010)

ทุนนิยม: ทุนภิรมย์ หนึ่งในสารคดีของผู้กำกับจอมแฉ ไมเคิล มัวร์ ที่ตีแผ่ต้นตอของปัญหาที่ทำให้คนนับล้านต้องไร้บ้านและตกงานเพื่อผลประโยชน์ของนายทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และบริษัทยักษ์ใหญ่ในความสัมพันธ์ของระบบทุนนิยม ที่สูบเงินอย่างไม่บันยะบันยังจากอเมริกัน หนังขุดคุ้ยเรื่องฉาวด้วยเรื่องเล่าของเหยื่อผู้ถูกยึดและจำนองบ้านรอการขายทอดตลาด และการต่อสู้ของพนักงานโรงงานที่ไม่ยอมปล่อยให้การถูกปลดจากงาน ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในการเงินการลงทุนของภาครัฐหรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบถึงเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

Shares