เมื่อ “สะอาด” ไปสอนเด็กวาดการ์ตูน!!!

จาก Let’s comic ฉบับ ที่ 19 ประจำเดือน พฤษภาคม 2555

คอลัมน์ ลอดช่อง

By สะอาด

ปาโบล ปิกัสโซ ศิลปินชื่อกระเดื่องโลกเคยกล่าวไว้ว่า “เด็กทุกคนล้วนเป็นศิลปิน ปัญหาคือทำอย่างไรให้ความเป็นศิลปินนั้นยังคงอยู่เมื่อเขาเติบใหญ่”

ผมเป็นคนไม่ศรัทธาคำคม วันหนึ่งผมจึงหาเรื่องไปพิสูจน์คำพูดปิกัสโซด้วยการบุกไปสอนศิลปะเด็กชั้นประถม ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านโชคชัย ๔ (ผ่านความเห็นชอบจากผู้อำนวยการเรียบร้อย)


ครับ – ผมไปสอนเด็กมันวาดการ์ตูนช่อง

—————————————————————————————————————————————————————————

ภายหลังจากที่แนะนำตัวกับน้องๆ ว่าตัวเองเป็นนักเขียนการ์ตูนแล้ว เด็กทั้งห้องก็ฮือฮา ยื้อแย่งกันมาขอลายเซ็น (เด็ก:ครูเขียนการ์ตูนเรื่องอะไรคะ ครู:เบ็นเท็นกับนารูโตะครับ) จากนั้นผมจึงลงมือสวมวิญญาณนักศึกษาที่ได้ร่ำเรียนวิชาครูมาอย่างเข้มข้น (แต่ซิ่ว)ดำเนินการสอนตามแผนการที่เตรียมมาอย่างดิบดี (เมื่อห้านาทีก่อน) โดยเนื้อหามีอยู่สั้นๆ ว่า

ถัดมา ผมยื่นโจทย์ที่มั่นใจว่านักเรียนทุกคนในห้องจะต้องทำได้คือ เขียนการ์ตูนในหัวข้อ ‘สิ่งที่ฉันทำมาเมื่อเช้านี้’ พร้อมยกตัวอย่างโดยสมมุติให้น้องเพนเค้กที่นั่งอยู่หน้าห้องเป็นคนทำโจทย์นี้เพื่อดึงดูดความสนใจเพื่อนๆ ให้มีส่วนร่วม


แต่ในขณะที่ผมยังไม่ทันจะอธิบายจบดี…

ต่อมาผมจึงพบว่าทันทีที่ผมประกาศให้นักเรียนหยิบกระดาษขึ้นมาเตรียมวาดการ์ตูน กว่า ๔๐% ของห้องก็ได้บรรเลงช่องตามอำเภอใจพวกมันเป็นที่เรียบร้อย  ผมจึงต้องเปลี่ยนแผนฉับพลันเป็นให้วาดอะไรก็ได้ เอากี่ช่องก็ได้  ตามใจเอ็ง ส่วนโจทย์ก็มีไว้สำหรับคนไม่รู้จะวาดอะไรเท่านั้น

ซึ่งหลังจากปล่อยให้น้อง ๆ โยนความคิดไปวิ่งเล่นบนหน้ากระดาษ ผมก็เดินสำรวจจินตนาการของพวกเขาไปเรื่อย ๆ  ใครอยากให้ช่วยคิดก็ยกมือเรียก หรือใครวาดเสร็จแล้วอยากเล่าเรื่องให้ฟัง ครูจะดิ่งเข้าไปหาทันที

ส่วนใหญ่แล้ว คนที่ภักดีต่อโจทย์จะเป็นผู้หญิงที่มักเล่าเรื่องในทำนองว่า เช้าวันนี้ฉันตื่นเช้ามาอาบน้ำแปรงฟัน –  ฉันนั่งรถมาโรงเรียนกับเตี่ย –  อากาศก็ดี – ท้องฟ้าสดใส – โลกสวยงามจังเลย

ส่วนแก๊งค์ที่ทำตัวกบฏต่อโจทย์ผมจะเป็นเด็กผู้ชายที่วาดการ์ตูนแอคชั่นเลือดสาด สัตว์ประหลาดสู้กัน ระเบิดตูมตาม ฆ่าล้างโคตร

ปิกัสโซอาจกล่าวถึงคุณค่าของภาพวาดเด็กในแง่จิตรกรรมว่าเส้นของเด็กนั้นมีความมั่นใจ ความบริสุทธิ์อิสระ แต่ในสายตาของผมที่วันๆ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเขียนการ์ตูนนั้น ผมชอบความซื่อตรงในการเล่าเรื่องของเด็ก เช่น เวลาตัวละครจะทำอะไรมันก็จะพูดตามไปด้วย หันหน้าให้คนอ่านอยู่ตลอดเวลา มีการวางช่องในมุมกล้องอันจำกัดจำเขี่ย ซูมใกล้ไกลไม่เป็น แต่เต็มไปด้วยรายละเอียด จัดเป็นสไตล์ที่ไร้ลูกล่อลูกชน หากแต่เปี่ยมเสน่ห์ยิ่ง โดยเฉพาะเวลาที่ได้ฟังเด็กได้อธิบายในสิ่งที่เขาคิดไปด้วย

และเนื่องจากผมเล็งเห็นว่าน้อง ๆ เหล่านี้บางคนอาจจะเป็นกำลังสำคัญของวงการการ์ตูนไทยในอนาคต จึงใคร่ขอนำเสนองานสามชิ้นที่ผมมั่นใจว่าเป็นผลงานที่สุดยอดที่สุดในชั้น ป.๒/๔ มาให้คุณผู้อ่านรับชม

—————————————————————————————————————————————————————————

อันดับ ๓

ไซอิ๋ว โดย ด.ช.จักรภัทร เลขที่ ๑๙

“จะเห็นว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีการทิ้งฉากแม่น้ำเพื่อสร้างเสปซในการอ่าน!”

ความน่าสนใจของงานชิ้นไม่ใช่เพียงแค่มันเป็นงานที่ลงสีได้สมบูรณ์ทุกช่องเพียงชิ้นเดียวในห้องเท่านั้น ด้านการดีไซน์คาแรคเตอร์ก็นับว่าน่าสนใจ มีสไตล์จัดเจนแต่ประถม อีกทั้งหากเราสังเกตช่องที่ ๒ จะเห็นว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีการทิ้งฉากแม่น้ำเพื่อสร้างเสปซในการอ่าน! เทคนิคนี้แม้แต่นักศึกษามหาวิทยาลัยบางคนยังไม่รู้ และการตัดจบด้วยภาพพระยูไลกลับวัดนั้นให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังอาร์ตเมืองคานส์ ที่อาจจะเหวอๆ งงๆ แต่เรารู้สึกได้ว่ามันต้องมีอะไรล้ำลึกอยู่เบื้องหลังแน่ๆ

—————————————————————————————————————————————————————————

อันดับ ๒

ตอนนี้สองพ่อลูกยังเล่นไม่หยุด โดย นิรนาม

“การที่ปลั๊กของตัวเกมไม่เสียบกับเต้ารับ! นี่อาจเป็นปริศนาธรรมอันลึกซึ้งก็เป็นได้”

ด้านงานภาพสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้เขียนที่ร่างภาพด้วยดินสอและตัดเส้นด้วยที่ดินสอที่ออกแรงกดมากกว่าอีกที เทคนิคการเล่าเรื่องด้วยคนเล่นเกมจัดว่าแปลกใหม่ในวงการการ์ตูนโลกอย่างชัดแจ้ง อีกทั้งยังมีการใช้คำบรรยายที่หลุดพ้นไปจากกรงขังทางภาษา แต่จุดที่น่าทึ่งที่สุดในงานชิ้นนี้ก็คือ การที่ปลั๊กของตัวเกมไม่เสียบกับเต้ารับ! นี่อาจเป็นปริศนาธรรมอันลึกซึ้งก็เป็นได้ และการที่น้องคนนี้ไม่ได้เขียนชื่อตัวเองส่งครู ก็เปรียบประดุจศิลปินในอดีตที่อุทิศตัวทำงานศิลปะรับใช้ศาสนาโดยไม่เคยเซ็นลายเซ็นลงผลงานของตัวเองเพื่อสลายอัตตาในใจ

—————————————————————————————————————————————————————————

อันดับ ๑

ไม่มีชื่อ โดย ด.ช.กันตภณ เลขที่ ๔

“พบว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นหักมุมเชือดเฉือนมิตรภาพที่มีการเล่าแบบโดดช่อง!”

มองเผินๆ งานชิ้นนี้อาจจะไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่าช่องจบของเรื่องอยู่ทางด้านซ้ายล่าง ทีแรกผมคิดว่าไอ้เด็กคนนี้มันไม่ธรรมดาเว้ยเฮ้ย เขียนการ์ตูนอ่านจากซ้ายไปขวาแบบญี่ปุ่นได้ด้วย แต่พอคุยไปคุยมาก็พบว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นหักมุมเชือดเฉือนมิตรภาพที่มีการเล่าแบบโดดช่อง! ซึ่งเจตนาของผู้เขียนต้องการจะลำดับช่องเป็นดังนี้


การเล่าเรื่องเช่นนี้จัดว่าล้ำกว่าสามัญสำนึกของคนอ่านเท่าไปจะเท่าทัน เป็นการทำลายกรอบศิลปะที่ไม่มีนักเขียนการ์ตูนคนใดกล้าแม้แต่จะคิด

—————————————————————————————————————————————————————————

บทสนทนากับด.ช.กันตภณ

—————————————————————————————————————————————————————————

เมื่อมีคนถามเออเนสต์ เฮมิงเวย์ นักเขียนรางวัลโนเบลชื่อกระเดื่องโลกว่า อะไรคือการฝึกฝนในระยะแรกเริ่มที่ดีที่สุดสำหรับนักเขียน เขาตอบว่า “วัยเด็กที่ไร้ความสุข”

เฮมิงเวย์อาจต้องการจะบอกว่าความเศร้าเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ได้ดีกว่าความสุข แต่สำหรับผมในฐานะผู้พยายามจะเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพ กลับรู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดจะสำคัญไปกว่าช่วงเวลาที่ได้เขียนการ์ตูนเล่นสมัยยังเด็กอีกแล้ว

ช่วงเวลาที่ยังไม่รู้จักเดดไลน์ ไม่รู้จักความคาดหวังของคนอ่าน ไม่รู้จักอาการปวดหลัง ค่าของเงิน หรือความสำเร็จ ผมจะเปิดสมุดขึ้นมาหนึ่งเล่มพร้อมปากกาหนึ่งด้าม นอนขีดๆ เขียนๆ สิ่งที่อยู่ในหัวออกมาจนหมึกเยิ้มเลอะมือ
ทุกครั้งที่ผมท้อกับการทำงาน ภาพแห่งความสุขยามนั้นมักจะผุดขึ้นมาในหัว เสมือนเป็นหยาดน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่ทำให้ผมยังพอมั่นใจในทางสายนี้

ครับ การได้ไปสอนน้องๆ ทำให้ผมรู้สึกว่าโดยพื้นฐานแล้ว เด็กทุกคนชอบวาดรูป หากเราไม่ไปบังคับความงามของเขา

ชอบเล่าเรื่อง หากเราพร้อมจะรับฟังเขา
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าเขาเป็นศิลปินตามที่ปิกัสโซบอกหรือไม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ในเมื่อผมได้เห็นว่าแววตาตอนที่เขากำลังเล่าเรื่องให้ผมฟังมันเปล่งประกายเพียงใด

—————————————————————————————————————————————————————————

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"