การ์ตูนการเมือง – การเมืองในการ์ตูน

จากคอลัมน์ Let’s List ใน Let’s comic ฉบับที่ 12 ประจำเดือน มกราคม 2554

By นิรวาณ คุระทอง

ไม่รู้เป็นอะไรสี่ห้าปีมานี้แวดวงการเมืองการปกครองของประเทศเรา มันถึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายเดี๋ยวปฎิวัติบ้างล่ะ เดี๋ยวก็ยุบพรรคบ้างล่ะ เดี๋ยวก็มีม็อบออกมาประท้วง ปิดสนามบินบ้าง เผาบ้านเผาเมือง บ้างล่ะ ใครจะถูกใครจะผิดก็ยากที่จะไปตัดสิน ดีไม่ดีจะโดนตราหน้าว่าเป็นพวกหน้าเหลี่ยม ขายชาติ ไม่ก็ พวกอำมาตยาธิปไตย  ไปโน่นเลย (ฮา)……

คงไม่มีใครที่จะกล้าฟันธงได้แน่ชัดว่า สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันของบ้านเราจะสงบเรียบร้อยกันเมื่อไหร่และจะคลี่คลายไปในทางที่ดีหรือไม่ ดังนั้นในฉบับนี้จึงขอพาผู้อ่านแก้เครียด (?)ด้วยการพาไปรู้จักการ์ตูนการเมืองที่มีเนื้อหาน่าสนใจและเจ้าของคอลัมน์เคยผ่านตามา ก่อนที่เราๆ ท่านๆ อาจจะไม่มีแผ่นดินอยู่กันก็ได้ (อุ้บส์ พูดอะรายออกปาย)…….

——————————————————————————————————-

V For Vendetta

         เรื่องราวของประเทศอังกฤษในอนาคต เมื่ออำนาจการเมืองถูกครอบงำโดยรัฐบาลเผด็จการเต็มรูปแบบ ประชาชนไม่มีสิทธ์ในการแสดงออกทางเสรีภาพใดๆทั้งสิ้น ปรากฎชายลึกลับสวมหน้ากากผู้ขนานนามตนเองว่า V ออกตามล่าชนชั้นสูงในคณะรัฐบาลและก่อวินาศกรรมแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เราจะได้รับรู้เรื่องราวผ่านทาง เด็กหญิงนาม อีวี่ย์ แฮมมอนด์ ผู้ที่ วี ได้ช่วยชีวิตเอาไว้ในระหว่างปฎิบัติการของเขา

V for Vendetta เป็นผลงานของ Alan Moore และถ่ายทอดเป็นภาพโดย David Lloyd ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Warrior ของอังกฤษช่วงปี 1982 – 1985 โดยแรงบันดาลใจของ มัวร์ มาจากสภาพการเมืองในยุคนั้นที่รัฐบาลขวาจัดของ มากาเร็ต แทชเชอร์ บวกกับนวนิยายไซไฟและการเมืองอีกหลายเรื่องจน อย่างไรก็ดีนิยายภาพชุดนี้ก็ตีพิมพ์ไม่จบในบ้านเกิดตนเองเพราะนิตยสารปิดตัวไปเสียก่อน แต่ผลงานชุดนี้นี่เองที่ไปเตะตายักษใหญ่อย่าง DC Comics จนเชื้อเชิญให้ อลัน มัวร์ ไปทำงานด้วย จนออกมาเป็นการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่แหวกกระแสอย่าง Watch Men และ V For Vendetta ก็ได้ตีพิมพ์ใหม่กับ ดีซี จน จบบริบูรณ์และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่หลายๆ คนคงได้ผ่านตากันมาเมื่อหลายปีที่แล้วมานี้เอง

——————————————————————————————————-

Persepolis

ผลงานนิยายภาพกึ่งอัตชีวประวัติของหญิงสาวชาวอิหร่าน Marjane Satrapi ที่เล่าเรื่องชีวิตตั้งแต่วัยเด็กของเธอ ตั้งแต่ที่อาศัยอยู่ในอิหร่านและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธอและครอบครัวอย่างไรบ้าง ด้วยลายเส้นง่ายๆสบายตา โดยเนื้อหาจะเน้นหนักไปที่มุมมอง ตั้งแต่เด็กจนโตของ มาร์เจอเน่ ต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวของเธอ แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าการเมืองเองก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนตาดำๆ ไม่น้อย

Persepolis กลายเป็นนิยายภาพที่นิตยสารอย่าง Time ให้การยกย่องและในมหาวิทยาลัยก็มีการใช้ประกอบการเรียนการสอน และก็ได้กลายมาเป็น แอนิเมชั่น ที่ได้มีโอกาสเข้าชิงรางวัลออสการ์ช่วงปี 2007 และเคยเกือบมีโอกาสจะได้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ก็ถูกถอดออกจากโปรแกรมเพราะสถานทูตอิหร่านขอไว้ เพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ !

——————————————————————————————————-

รู้จักการ์ตูนการเมืองจากฝั่งตะวันตกกันไปแล้ว มารู้จักการเมืองฝั่งอาทิตย์อุทัยกันมั่งดีกว่า

Eagle ผ่าทำเนียบพญาอินทรี

        ผลงานการ์ตูนของ Kawaguchi Kaiji เจ้าของผลงานการ์ตูนสงครามขึ้นหิ้งอย่าง ยุทธการใต้สมุทร มาในคราวนี้เขาจะพาเราเข้าไปเจาะลึกเรื่องราวหนทางการการเข้าไปสู่ทำเนียบขาว อย่างการสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ของสหรัฐ นั่นเอง!……

เนื้อหาของเรื่องจะโฟกัสไปที่ เคนเนส ยามาโอกะ ลูกครึ่งญี่ปุ่นอเมริกันผู้ลงสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี  ครั้งล่าสุดที่ต้องเผชิญกับเล่ห์กลต่างๆ จากคู่แข่งและต้องงัดกลยุทธทุกรูปแบบมาใช้เพื่อก้าวสู่หนทางการเป็นผู้นำของประเทศมหาอำนาจ อเมริกา อย่างถึงพริกถึงขิง ผ่านทางสายตาของนักข่าวหนุ่ม โจ ทาคาชิ ผู้เพิ่งค้นพบว่าตนเองเป็นลูกนอกสมรสของ ยามาโอกะ!

——————————————————————————————————-

รู้จักการ์ตูนการเมืองแบบเครียดๆกันไปแล้ว มารู้จักการเมืองแบบฮาๆกันบ้างดีกว่าเน้อ

Legend Of Koizumi

      ผลงานการ์ตูนของ Hideki Ohwada เป็นการ์ตูนการเมืองที่นำเอา นายกที่มีตัวตนอยู่จริงของญี่ปุ่นมาเป็นตัวเอก นั่นก็คือ นาย โคอิซูมิ จุนอิจิโร่ นั่นเอง กับเรื่องราวที่เขาต้องออกไปเผชิญหน้ากับผู้นำประเทศมหาอำนาจต่างๆ บนเวทีโลก

แค่ย่อหน้าข้างบนก็พาลคิดไปว่า การ์ตูนชุดนี้จะต้องเป็นการ์ตูนการเมืองเรียลลิสติกสมจริง 100 เปอร์เซ็นต์เป็นแม้นมั่น เพราะคนวาดเรื่องนี้แกให้ท่าน โคอิซูมิ เขาไปเจรจาการเมืองด้วยการท้าดวลไพ่นกกระจอกกับผู้นำประเทศนั้นๆ ครับ ! และบรรดาผู้นำชาติต่างๆ ที่ได้รับ เกียรติ ดวลไพ่กับท่าน โคอิซูมิ ก็มีตั้งแต่ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (ทั้งจูเนียร์และซีเนียร์) คิม จอง อิล  ,มากาเร็ตแทชเชอร์ , วลาดีเมียร์ ปูติน เป็นต้น! แถมด้วยผู้ช่วยอย่าง ทาโร่ อาโซะ อดีตนายกญี่ปุ่นที่ในเรื่องนี้กลายมาเป็นมือสไนเปอร์! เอากะพี่แกสิ

จะว่าไปการ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนตลกที่เอาผู้นำและนักการเมืองในวงการการเมืองโลกมาล้อเลียนอย่างมีสไตล์เสียมากกว่า อาจจะติดหน่อยตรงที่ใครไม่เคยเล่นไพ่นกกระจอกมาก่อนอาจงงได้ แต่ถ้ามีความรู้เรื่องการเมืองโลกก็น่าจะอ่านเรื่องนี้แบบขำกลิ้งได้ละครับ บางทีเรื่องนี้คนแต่งก็อาจเสียดสีกลายๆ ก็ได้นะว่า การเมืองไม่ว่าจะในระดับทวิภาคหรือมหภาคบางครั้งก็ไม่ต่างอะไรกับการพนันที่มีชีวิตความเป็นอยู่ของมวลชนเป็นเดิมพันเลยก็ว่าได้นะ จากบทสนทนาที่ โคอิซูมิ พูดกับ ไทโช ลูกน้องว่า “นักการเมืองทุกคนล้วนเป็น อสรพิษ ใสซื่อเกินไปเป็นนักการเมืองไม่ได้หรอก นายกน่ะไม่ใช่ใครก็เป็นได้หรอกนะ”

——————————————————————————————————-

Axis Powers Hetalia

เรื่องนี้สาวๆ กรี๊ดกันแน่นอน ผลงานของ Hidemaru Hidekazu เป็นการ์ตูนแก๊กแบบสี่ช่องจบ ที่หยิบเอาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมาล้อเลียน และนำประเทศที่เข้าร่วมสงครามในคราวนั้นมาหยิกกัด ด้วยการแปลงชาติต่างๆ เป็นหนุ่มหล่อ! นำแสดงโดย นายอิตาลี ผู้ขี้แยกับกิ๊ก(?) อย่าง นายเยอรมัน ที่ต้องตามล้างตามเช็ดพฤติกรรมของ นายอิตาลี อยู่ร่ำไป นอกจากนี้ก็ยังมี นายญี่ปุ่น นายจีน ไปจนถึงฝ่ายสัมพันธมิตรอย่าง นายอเมริกา กับคู่กัดอย่าง นายรัสเซีย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนบทบาทกันไป……

และด้วยความฮิตการ์ตูนชุดนี้ก็ได้กลายมาเป็นอนิเมชั่น ซึ่งก็กลายมาเป็นปัญหาระดับประเทศอีกนั่นแล เมื่อมีอยู่ตอนหนึ่งที่เขียนไปในทำนองว่าตัวละครที่อิงมาจากเกาหลีได้ไปทำอะไรเสื่อมๆ กับ นายญี่ปุ่น ไว้ จนชนชาวเกาหลีเขาไม่พอใจ ประท้วงเอาจนได้ การเมืองนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ น้า

——————————————————————————————————-

รู้จักการ์ตูนการเมืองของต่างชาติกันมาพอสมควรแล้วมาดูการ์ตูนการเมืองฝีมือคนไทยกันบ้างดีกว่า หากไม่นับการ์ตูนล้อการเมืองตามหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว ยังหาการ์ตูนไทยเพียวๆ ที่พูดถึงการเมืองเป็นหลักแบบจริงจังไม่ได้ แต่ก็มีแทรกอยู่ประปรายเหมือนกัน ดังเรื่องเหล่านี้

Zealot คนคลั่ง

           การ์ตูนเรื่องยาวที่ตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนไทยในตำนาน อย่าง A Comix ผลงานของ คุณ จอรจ์ วัชระ ส่งสมบูรณ์ เนื้อหาอาจไม่เกี่ยวกับการเมืองตรงๆ นัก ว่าด้วย นักดนตรีหนุ่มนาม นที ที่ตกเป็นหนูทดลองของรัฐบาลในโครงการ Zealot ที่สร้างผู้มีพลังเหนือมนุษย์ ซึ่งผู้วาดก็แอบจิกกัดนักการเมืองไทยๆ เราผ่านตัวร้ายของเรื่อง อย่าง รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ นาม ชิด ที่อยู่เบื้องหลังโครงการซีล็อท ไม่ว่าจะเป็นความเจ้าเล่ห์ กลิ้งกลอก ผลักภาระโยนขี้ไปให้คนอื่น ซีนน่าประทับใจน่าจะเป็นช่วงตอนเปิดห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน แล้วแก้ตัวด้วยประโยคคุ้นๆว่า “เอ่อ เรื่องนั้นผมยังไม่ได้รับรายงานเลยครับ” (ฮา)

แถมจุดจบของหมอนี่ก็น่าอนาถมากๆ โดนลูกน้องตัวเองส่งมือปืนไปเก็บกลางสนามบิน ขณะเตรียมเผ่นออกนอกประเทศซะงั้น..

——————————————————————————————————-

Pain แค้น

      ตามมาด้วยการ์ตูนที่ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรุ่นไล่เลี่ยกัน อย่าง ไทยคอมิก ผลงานของ อเบศ ลิ้มละมัย กับเนื้อหาไซไฟแอ็คชั่นที่ไม่ได้พูดถึงการเมืองตรงๆ นัก เป็นเรื่องราวของสัตว์ประหลาดที่ออกอาละวาดกับกลุ่มก่อการร้ายที่บุกยึดแท่นขุดเจาะน้ำมัน แต่เรื่องนี้ก็มีการเมืองแทรกอยู่ด้วย ผ่านตัวร้ายของเรื่อง(อีกแล้ว) ที่ในเรื่องนี้เป็นถึง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเลยทีเดียว! เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องเลวร้ายในเรื่องแถมยังมีกองทัพทหารโคลนนิ่งไว้รับใช้อีก(!) น่าสังเกตว่า นายกในเรื่องนี้ไม่มีชื่อและดูเป็นนายกที่ก้าวเข้าสู่อำนาจจากสายทหาร! ผ่านทางบทสนทนาของลูกสมุน ที่ว่า “บรรยากาศแบบนี้ชวนให้นึกถึงช่วงที่เราออกฆ่าไอ้พวกกระเหรี่ยงตกดอยตามชายแดน” กับ “ใช่ ไอ้การฆ่าคนโดยไม่ผิดกฎหมายนี่มันสนุกจริงๆ” !

——————————————————————————————————-

Dying Symphony เสียงสุดท้ายแห่งท่วงทำนอง

           ทีนี้ขอปิดด้วยการ์ตูนยาวที่กำลังลงอย่างต่อเนื่องใน ไทยคอมิก ปัจจุบัน ผลงานของสองคู่หูนักเขียนหญิงอย่าง เบญจพร นามเขื่อนแพทย์ และ ธิดารัตน์ แซ่ตั้ง โดยการ์ตูนชุดนี้อิงมาจากเหตุการณ์จริงของสงครามโคโซโว ในช่วงปี ค.ศ.1999 นั่นเอง เมื่อชาวเซิร์บทำสงครามกวาดล้างชนกลุ่มน้อยและชาวมุสลิมต่างๆ เนื้อหาดำเนินผ่าน คาเธียร์ เด็กสาวที่ชีวิตพัวพันกับสงครามและค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็น เครื่องจักรสังหารที่ไร้จิตใจ ด้วยมุมมองและเรื่องที่หนักอึ้ง ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงเขียน (ฮา) น่าชมเชยทีมวาดที่ทำการบ้านมาดี ยังไงถ้าจบเรื่องนี้แล้วน่าจะจับปัญหาชายแดนภาคใต้บ้านเรามาวาดก็น่าสนใจนะ อิๆ

——————————————————————————————————-

แนะนำกันมาพอหอมปากหอมคอแล้ว อย่างหนึ่งที่ผมมั่นใจแน่นอนคือการ์ตูนหรือนิยายภาพเหล่านี้คงไม่ใช่สาเหตุแห่งความขัดแย้งเป็นแน่ หากแต่เป็นสื่อที่จะใช้เสนอมุมมองและระบายทัศนคติของผู้เขียนออกไปให้โลกรู้ซึ่งก็อาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแตกต่างกันออกไปตามอุดมการณ์ของแต่ละคน  และก็อยู่ที่เราๆท่านๆนี่เองที่เรียนรู้ที่จะยอมรับในมุมมองที่แตกต่างนั้นๆ และโต้แย้งอย่างมีเหตุผล ได้โดยไม่ต้องใช้กำลังประหัตถประหารกัน เพียงเท่านี้สังคมและโลกก็คงน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยจริงไหม ครับ?

——————————————————————————————————-

ข้อมูลอ้างอิง

นิยายภาพ V For Vendetta ของ DC Comics

นิยายภาพ Persepolis ของสำนักพิมพ์กำมะหยี่

นิตยสาร ไทยคอมิก, A commix

Animag ฉบับที่ 58 , Comic Quest ฉบับ 14

Legend Of Koizumi ฉบับภาษาไทยของ Lukpim

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"