พูดคุยกับ บอสนก ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์ ก้าวใหม่ของ M-Thirty Nine Studio

73

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย ยวิษฐา

ด้วยสถานการณ์ โควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อแวดวงภาพยนตร์ในช่วงเวลาร่วม 2 ปีที่ผ่านมานี้ ก็ทำให้เราดีเลย์ไปไม่น้อยกับการได้ทำความรู้จักบอสคนเก่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมนำพาความว้าว! ให้กับ M-Thirty Nine Studio ในยุคปัจจุบันที่วางแผนส่งหนังไทยให้แฟนหนังทุกกลุ่มผู้ชมมากขึ้น มาถึงปี 2022 นี้ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้ชมกลับมาอุดหนุนโรงหนังกันคึกคักมากขึ้น M-Thirty Nine Studio เองก็มีคอนเทนต์หนังใหม่จ่อรอเข้าฉายอย่างต่อเนื่องทีเดียว ดังนั้นจึงต้องพาแฟนผู้ชมหนังไทยไปติดตามคำบอกเล่าของ บอสนก ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์ (Managing Director & Executive Producer) กันว่าปีนี้จะมีหนังอะไรมาอวดกันบ้าง…

คัมแบ็คกลับมารับไม้ต่อผลิตหนังไทยให้ เมเจอร์ฯ อีกครั้ง

จริงๆ ตัวเองเคยทำงานที่เมเจอร์ฯ มาก่อน คือดูแลเรื่องการตลาดและแบรนด์ดิ้งช่วงประมาณปี 1999 หลังจากนั้นก็มีโอกาสเปลี่ยนสายงานไปทำสายโฆษณา อยู่ในตลาด CLMV Market (ตลาดฝั่งกัมพูชา, ลาว พม่า เวียดนาม) ก็ทำงานทั้งการตลาด งานอีเว้นท์ต่างๆ ในตลาดอินโดไชน่าอยู่ประมาณ 8 ปี จากนั้นก็ได้รับโอกาสอีกครั้งให้กลับมาทำงานที่เมเจอร์ฯ ช่วงปลายปี 2017 ซึ่งมาอยู่ในสายงานสตูดิโอผลิตภาพยนตร์  ช่วงแรกๆ เราก็ดูเน้นหนักเรื่องการหาพาร์ทเนอร์สปอนเซอร์ชิพที่สนับสนุนการสร้างคอนเทนต์ภาพยนตร์ไทยของสตูดิโอที่ผลิตงานให้เอ็มพิคเจอร์ ที่ประกอบด้วย 4 สตูดิโอหลักคือ เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์, ทรานฟอร์เมชั่นฟิล์ม, เอ็มพิคเจอร์ และ ไทเมเจอร์ จนมาปลายปี 2018 ก็ได้รับโอกาสใหม่ในการมานั่งตำแหน่ง Executive Producer ผลิตภาพยนตร์เต็มตัว

ก็เป็นที่มาของการได้ทำหนังเรื่องแรกเลยก็คือ มนต์รักดอกผักบุ้ง หนังได้เข้าฉายวันที่ 26 มิถุนายน ปี 2019 ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับตลาดคนดูโซนภาคใต้ ปัจจัยที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จ เราประเมินว่ามีหลายข้อที่น่าสนใจนะ นั่นคือตอนจะทำหนังเรื่องนี้เราต้องมองให้ชัดก่อนว่าใครคือคนดูกลุ่มเป้าหมายของหนัง เมื่อเราอยากตอบโจทย์กลุ่มคนดูชาวใต้ที่แข็งแรงมากอีกกลุ่ม เราก็ต้องเลือกผู้กำกับที่สามารถบอกเล่าวัฒนธรรมปักษ์ใต้ได้น่ารักน่าสนใจ ซึ่งก็หนีไม่พ้น คุณเอกชัย ศรีวิชัย แล้วก็มาเติมเต็มด้วยตัวแทนคนปักษ์ใต้ที่ช่วงเวลานั้นกำลังพีคที่สุด ทุกคนให้ใจ ก็คือคู่พี่น้อง เจนนี่-ลิลลี่ ทีนี้พอทุกอย่างลงตัวด้วยหน้าหนังชัด ผู้กำกับชัด นักแสดงชัด ผสมกับเนื้อเรื่องถูกจริตกลุ่มวัยรุ่นคนดูชาวภาคใต้ ความลงตัวในหลายๆ มิติก็ทำให้หนังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตามมา ผลจากนั้นเลยทำให้เราได้รับมอบหมายให้ดูแลการผลิตคอนเทนต์ภาพยนตร์ไทยของ  M-Thirty Nine Studio อย่างเต็มตัว

หลังจากนั้นเราก็ผลิตหนัง อีหล้าเอ๋ย ก็เป็นหนังอีสานจ๋าๆ  ตามมาด้วยเรื่อง วอนเธอ ซึ่งต้องยอมรับว่า 3 เรื่องนี้มีแนวทางแตกต่างกันเลย และก็เหตุการณ์แวดล้อมที่ต่างกัน ทั้งยังฝ่ามรสุมโควิด 19 ด้วย โดยเฉพาะเรื่อง วอนเธอ ก็ต่อสู้กันไปในช่วงนั้น ขณะที่ช่องทางอื่นๆ เราก็สามารถพาหนังไปประสบความสำเร็จได้อย่างดี เรื่อง วอนเธอ ถึงรายได้ตอนเข้าโรงฉายอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ตัวหนังเองก็ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลที่เราภูมิใจกัน คือผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายและหญิงยอดเยี่ยมจากคมชัดลึกอวอร์ด และรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิง

พอช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา เราก็มี เรื่องผีเล่า หนังผี 3 ตอน ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนผู้ชมต่างจังหวัดมาก ถัดมาคือเรื่อง ส้มปลาน้อย เข้าฉายไปเมื่อปลายปี 2021 เรื่องนี้ได้ พี่หม่ำ เพชรทาย วงษ์คำเหลา มาร่วมทีมเป็นทั้งโปรดิวเซอร์, กำกับ และร่วมแสดงด้วย ได้นักแสดงนำ โตโน่ ภาคิน , อุ้ม อิษยา และ ครูเต้ย อภิวัฒน์ หนังเข้าฉายไล่เลี่ยกับหนังฮอลลีวู้ดยักษ์ใหญ่อย่าง Spider-man: No way Home ด้วย แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยกับตัวเลขรายได้ประมาณ 30 กว่าล้าน ยังไม่รวมกับรายได้จากการขายในช่องทางอื่นๆ ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชื่นชมว่าหนังสนุก เป็นหนังฟีลกู้ดสไตล์อีสานเกาหลีรุ่นใหม่ดี

เปลี่ยนผ่านและต่อยอดสู่ภาพยนตร์หลากหลายแนวของ M-Thirty Nine Studio

โดยส่วนตัวเรามองว่าหนังทุกเรื่องมีคุณค่าในตัวเองนะ เพราะว่าหนังคืองานศิลปะอย่างหนึ่ง และจะมีผู้ชมที่ถูกจริตอยากดูหนังแต่ละเรื่องแตกต่างกันด้วย ทีนี้ตัวตนความเป็น M-Thirty Nine Studio ที่เรามองคืออยากเปิดกว้าง และให้โอกาสคนที่มีความสามารถ ตอนนี้สิ่งที่เรามองหาคือ หนังอะไรก็ได้ที่สามารถสร้างความสุขและคุณค่าบางอย่างให้คนดู อันนี้เป็นโจทย์ตั้งต้นก่อนเลย ไม่ว่าหนังนั้นจะตอบโจทย์คนดูที่เป็นกลุ่มคนเมืองคนกรุงเทพฯ หรือกลุ่มคนต่างจังหวัดที่อาจจะแบ่งย่อยไปอีกว่ากลุ่มคนอีสาน คนเหนือ คนใต้ เพราะฉะนั้นเราจึงตั้งต้นก่อนว่า แต่ละโปรเจ็กต์นั้นๆ สนุกมั๊ย? ทำออกมาแล้วหน้านักแสดงตอบโจทย์กับหนังหรือไม่? สุดท้ายเป้าหมายเราคือคนดูต้องมีความสุขและได้รับคุณค่าบางอย่างของหนังกลับไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์ของเราเองหรือสตูดิโอโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่มาร่วมมือผลิตให้เรา ก็ใช้โจทย์นี้เหมือนกันหมดนะ รวมถึงกลุ่มเป้าหมายเองก็ต้องชัด เพราะถ้าไม่ชัดเวลาทำออกมา ภาษาในหนัง คาแรคเตอร์นักแสดง หรือรสนิยมต่างๆ ที่สะท้อนผ่านหนัง จะมีผลไม่ตอบโจทย์คนดู

เพราะในแง่ของการสื่อสารในโลกยุคปัจจุบันนี้ มันจำเป็นมากนะว่าหนังเรื่องนี้ทำมาเพื่อใคร เพราะตลาดคนดูเริ่มแบ่งสัดส่วนมีตัวตนชัดเจนแล้วว่า กลุ่มคนสไตล์นี้จะดูหนังแบบนี้ คนอีกสไตล์จะเลือกดูหนังอีกแบบ นอกจากเราจะได้โปรเจ็กต์หนังที่หน้าหนังกว้างๆ เข้ากับคนดูได้ทุกกลุ่มทุกคน ซึ่งนั่นคือต้องเป็นตัวเรื่องที่มีความแข็งแรงในเรื่องหน้าตานักแสดงมากๆ ด้วย มีทุนสร้างประมาณหนึ่ง แต่วันนี้เราต้องบาลานซ์สิ่งที่เราจะไปกับสิ่งที่เราทำได้ในฐานะ EP (Executive Producer) รู้สึกว่าเราเองเป็นคนอยู่ตรงกลางระหว่างศิลปะและการตลาดนะ แล้วก็พยายามบาลานซ์สองส่วนนี้ไปถึงคนดูด้วย

ตอนนี้สิ่งที่เรามองหาคือ หนังอะไรก็ได้ที่สามารถสร้างความสุขและคุณค่าบางอย่างให้คนดู

หลังจากนี้เราจะมีหนังอีก 2 เรื่องที่รอเข้าฉายในลำดับต่อไป ก็คือ มนต์รักวัวชน น่าจะเข้าฉายประมาณเดือนมิถุนายนนี้ เป็นหนังครบรสทั้งดราม่า คอมเมดี้ แอ็คชั่น เล่าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นประเพณีวัวชนของคนทางภาคใต้ 14 จังหวัดที่มีพลังและเป็นที่นิยมชื่นชอบมากๆ เป็นหนังพื้นถิ่นชาวใต้ที่โปรดักชั่นใหญ่มากๆ ใช้กล้องถ่ายทำในสนามวัวชนรอบทิศ ส่วนอีกเรื่องจะเป็นหนังวัยรุ่นชาวกรุงเทพฯ ที่เราจับมือร่วมกับสตูดิโอ ไท-เมเจอร์ ผลิตก็คือเรื่อง ใจฟูสตอรี่ แพลนกันว่าจะเข้าฉายช่วงเดือนสิงหาคมนี้

สำหรับเรา ตลอด 3 ปีที่เข้ามารับตำแหน่งนี้คือผลิตกันมา 7 เรื่องด้วยกัน ก็ยังเดินหน้าต่อไป ในตอนนี้ภายใน M-Thirty Nine Studio เองก็มีการเสริมทีมกำลังสำคัญในการสร้างและสนับสนุนให้เกิดคอนเทนต์ที่แข็งแรงและตอบโจทย์ผู้ชม เรามีทีมพัฒนาบทที่ได้ คุณอมราพร แผ่นดินทอง มาร่วมเป็นคีย์แมนในทีมด้วย ส่วนพาร์ตโปรดิวเซอร์ก็ได้ 2 ผู้กำกับที่มีประสบการณ์อย่าง เจมส์ ธนดล นวลสุทธิ์ และ ชิง สุโกสินทร์ อัครพัฒน์ (วอนเธอ) มารับตำแหน่งโปรดิวเซอร์ประจำของสตูดิโอ เอ็ม 39 เนื่องจากเราให้ความสำคัญว่าทีมงานต้องแข็งแรงก่อนเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนสร้างสรรค์โปรเจ็กต์หนังคุณภาพออกมาถึงผู้ชม รวมทั้งสามารถพาหนังไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศได้ ก็วางกันคร่าวๆ ว่าภายในปีนี้น่าจะผลิตโปรเจ็กต์หนังกันได้ไม่ต่ำกว่า 5 เรื่อง

ว่ากันจริงๆ เราก็แอบมองไกลไปถึงการผลิตหนังสเกลใหญ่ที่ตอบโจทย์กับคนดูฐานกว้างมากๆ ด้วยนะ แต่โปรเจ็กต์แบบนี้อย่างที่บอกว่ามีปัจจัยเรื่องทุนสร้างและหน้านักแสดงที่ต้องแข็งแรงมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าสเต็ปแรกที่เราเริ่มปูพื้นฐาน คือการขับเคี่ยวเรื่องบทมากๆ จากหลายวิธีการ เช่นเรามีโครงการประกวด Major Writer Contest ก็ทำกันมา 2 ปีแล้ว วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการนี้คือเฟ้นหาไอเดียดีๆ แต่ไม่มีเวทีแสดงออก เราจึงเปิดกว้างให้คนส่งไอเดียพล็อตหนังเข้ามาประกวด ในปีแรกเราก็ได้ร่วม 1,500 พล็อตเรื่องที่ส่งเข้ามา จนท้ายสุดเราคัดเลือกมาได้ 3 เรื่องที่ได้รับรางวัล และผ่านการพัฒนาต่อเป็นบทภาพยนตร์สมบูรณ์ 1 เรื่อง บอกชื่อเรื่องได้เลยวันนี้คือเรื่อง อีสานซอมบี้ ซึ่งพอเป็นช่วงโควิด 19 เราเลยมีเวลาพัฒนาบทเยอะมาก นั่งทำกันมาประมาณ 8 เดือนนะ เตรียมจะเปิดกล้องในปีนี้ ซึ่งสเกลหนังเรื่องนี้เรามองว่ามันแมสมากๆ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม รวมถึงหน้านักแสดงที่ตอบรับมาร่วมงานโปรเจ็กต์นี้ก็แข็งแรงมากเช่นกัน เรื่องนี้เรามองว่าน่าจะเป็นตัวนำร่องของการสร้างโปรเจ็กต์หนังที่แมสมากๆ ของ M-Thirty Nine Studio ด้วย ในปีที่ 2 ของโครงการประกวดนี้ เราก็ได้คัดเลือกเรื่องที่ 2 มาพัฒนาต่อยอดแล้วเช่นกัน รวมทั้งในปีนี้เราได้เปิดโอกาสตัวเองหาพาร์ตเนอร์ต่างๆ เพิ่มเติม ก็มีต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนร่วมกันอยู่หลายบริษัท ซึ่งที่ลงตัวแล้วพร้อมเปิดได้เร็วๆ นี้ก็เป็นการร่วมทุนกันกับบริษัทฝั่งยุโรปและจีน

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก