BLACK MIRROR (2011 – ปัจจุบัน) เทคโนโลกีย์

331

โดย สุภางค์ ศรีเสริมเกียรติ

นี่ไม่ใช่ซีรี่ส์น้องใหม่มาแรง ไม่ใช่ซีรี่ส์สุดฮ็อตที่เรตติ้งสูงลิบทำลายสถิติ ที่จริงนี่ไม่ใช่ซีรี่ส์อเมริกันด้วยซ้ำ แต่คำสรรเสริญเยินยอของซีซั่น 3 ที่ ‘จัดเต็ม’ กว่าเดิมทั้งจำนวนตอนและทีมงานเบื้องหน้า & เบื้องหลังชื่อดังมากฝีมือ บวกกับสิ่งที่ไม่ต่างจากสองซีซั่นแรกนัก คือยังคงเป็นซีรี่ส์สุดฮือฮาที่ถูกกล่าวถึงและวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อมากที่สุดเรื่องหนึ่งในบรรดาซีรี่ส์ ไซ-ไฟ / ระทึกขวัญ ด้วยกัน – ก็ทำให้แฟนๆ ตั้งหน้าตั้งตารอการมาของซีซั่น 4 ในเร็ววันนี้อย่างใจจดใจจ่อ

สาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เนื้อหาในซีรี่ส์อังกฤษเรื่องนี้โดนใจผู้ชมหลายคนอย่างแรง ก็เพราะชื่อเรื่อง Black Mirror มิได้หมายถึงสิ่งอื่นใดนอกไปจากสีดำของหน้าจอที่ปิดอยู่ของอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ทีวี, คอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน ฯลฯ – สิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวี่วันในยุคนี้สมัยนี้…มันช่างใกล้ตัวเราเหลือเกิน

ก่อนซีซั่นใหม่จะมาถึง มาเท้าความถึงซีรีส์ Netflix เรื่องนี้กันสักหน่อยดีกว่า

แดนสนธยาแห่งยุคดิจิตอล

-ชาร์ลี บรูเกอร์ –

Black Mirror มักถูกเรียกขานด้วยฉายาว่า The Twilight Zone (1959-1964) แห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่ง ชาร์ลี
บรูเกอร์ ผู้รังสรรค์ซีรีส์เองก็ยอมรับว่า ซีรี่ส์สยองขวัญ / แฟนตาซี สุดคลาสสิกของ ร็อด เซอร์ลิ่ง คือหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญ เช่นเดียวกับซีรี่ส์แนวคล้ายกันอย่าง Tales of The Unexpected (1979 – 1988) “เมื่อเราเริ่มคิดถึงซีรี่ส์นี้ เราก็นึกถึงงานอย่าง The Twilight Zone” บรูเกอร์บอก “ย้อนไปในยุคนั้น ผู้คนต่างวิตกกับลัทธิแม็คคาร์ธี (ช่วงการล่าแม่มดคอมมิวนิสต์ในอเมริกาช่วงยุค ‘50s), การเดินทางท่องอวกาศ และการบำบัดจิต มายุคนี้สิ่งที่มีอิทธิพลครอบงำยิ่งกว่าก็คือเทคโนโลยี  มันแผ่ปกคลุมไปทั่วคล้ายกัน” นี่เองที่ทำให้บรุคเกอร์ตั้งชื่อซีรี่ส์เรื่องนี้ว่า Black Mirror “หากเทคโนโลยีคือยา – และมันให้ความรู้สึกเหมือนยา อะไรคือผลข้างเคียงของมัน? – พื้นที่แห่งนี้ – ระหว่างความน่ายินดีและไม่สบายใจ ก็คือ Black Mirror ที่ซีรี่ส์เรื่องนี้ของผมพูดถึง ‘กระจกสีดำ’ คือสิ่งที่คุณจะพบอยู่บนทุกฝาผนัง, ทุกโต๊ะทำงาน, และบนฝ่ามือของทุกมือ: จอทีวี, มอนิเตอร์ และสมาร์ทโฟน อันเย็นชาและวาววับ

Through a glass, Darkly

Black Mirror เป็นซีรี่ส์ anthology คือรวมเนื้อหาหลายๆ ตอนที่แตกต่างเอาไว้ด้วยกัน (ไม่ใช่แค่แยกเนื้อหาและตัวละครเป็นซีซั่นละชุดเหมือน American Horror Story, True Detective หรือ Fargo แต่ทุกๆ ตอน แม้จะในซีซั่นเดียวกันของ Black Mirror เนื้อหา, ตัวละคร และฉากหลังต่างก็แยกเป็นเอกเทศ โดยมีแค่ธีมหลักว่าด้วยมนุษย์กับด้านมืดของการใช้เทคโนโลยีเหมือนกันเท่านั้น คุณจึงสามารถเลือกดูตอนไหนก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ) ดังนั้น จึงไม่มีตัวละครหลักยืนพื้น และจบในตอน

ใกล้ตัว…จนน่าขนลุก

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีซีรี่ส์ดังหลายเรื่องที่มีเนื้อหาว่าด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลและอินเตอร์เน็ต กับแง่มุมที่ไม่ได้สวยงามนัก เช่น Person of Interest (2011–2016, อ่านข้อมูลซีรี่ส์นี้ได้จาก Starpics ฉบับ 850, กุมภาพันธ์ 2015) และ Mr. Robot (2015–ปัจจุบัน, อ่านได้จาก Starpics ฉบับ 862, กุมภาพันธ์ 2016) แต่สิ่งที่ทำให้ Black Mirror ‘แตกต่าง’ จากสองเรื่องข้างต้นมากกว่าแค่การเป็นซีรี่ส์อังกฤษก็คือ มันไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ส่งผลกระทบกับเราแน่ๆ แต่เข้าถึงได้ยากอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์สอดแนมหรือแฮ็คเกอร์อัจฉริยะ แต่ว่าด้วยคนทั่วไป เราๆ ท่านๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต, สมาร์ทโฟน และโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ อยู่ทุกวี่วัน ดังนั้น บรรดาเรื่องตลกร้ายหรือแรงจนขำไม่ออกในซีรี่ส์นี้จึง ‘ใกล้ตัว’ มากกว่า และทำให้เรารู้สึกขนลุกได้โดยไม่ต้องรอให้ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน มาแฉแต่อย่างใด – นี่จึงทำให้กระแสตอบรับที่มีต่อซีรี่ส์อังกฤษเรื่องนี้มีไม่ได้มีแต่ความชื่นชม (เสียงวิจารณ์ดีๆ และรางวัลจากหลายสถาบัน เช่น BAFTA, International Emmy Awards, Peabody Awards ฯลฯ) แต่บางสื่อกลับมองว่าซีรี่ส์นี้บอกเล่าเรื่องซ้ำซากและทื่อตรงว่า โซเชี่ยลมีเดีย – เลว, เรียลิตี้โชว์ – เลว, สมาร์ทโฟน – เลว, ก็แค่นั้น หรือบางคนก็แซวขำๆ ว่าหลังดูซีรี่ส์เรื่องนี้แล้ว คุณคงจะอยากโยนสมาร์ทโฟนทิ้งทะเล – แต่มันแค่นี้จริงหรือ?

**

เทคโนโลยีไม่เคยเป็นผู้ร้ายในซีรี่ส์นี้ มันคือเรื่องความล้มเหลวของมนุษย์ โดยพื้นฐานแล้วเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกนะครับ” บรุคเกอร์ที่ยอมรับกับสื่อบ่อยครั้งว่าเขาเองก็ชอบเล่นวีดีโอเกมและใช้เทคโนโลยีต่างๆ ยืนยัน “ถ้าคุณมองไปที่เทคโนโลยี, มันน่าทึ่ง, อัศจรรย์ ปัญหาคือคนเราบางครั้งก็ซุ่มซ่ามหรือทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ ผมผิดหวังจริงๆที่มีคนพูดว่า ‘ซีรี่ส์นี้บอกว่า Twitter เลวร้าย’ มันไม่ใช่เลย เราใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องที่ขับเคลื่อนไปด้วยตัวละครต่างหาก

Shares
น้องใหม่สุดโหด/ตำแหน่ง กราฟฟิก สนุกกับการวาดภาพ