เมื่อ ศิลปิน vs หุ่นยนต์วาดรูป ใครจะอยู่ใครจะไป !?

159

บทความโดย จ่อไร๊ จ่อไร๊

เดิมทีหุ่นยนต์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Ai) เป็นเพียงความคิดจินตนาการของมนุษย์ที่มีความต้องการอยากให้มันเข้ามาช่วยในการทุ่นแรง หรือทำในสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นในสมัยก่อนนั้นก็ดูจะยังต้องอาศัยการพัฒนากันอีกมาก แต่ด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วนี่เอง ที่ทำให้ในปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมไปถึงหุ่นยนต์ที่เคยมีแต่ในจินตนาการได้เกิดขึ้นจริงแล้วในโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ผ่าตัดคนไข้ โลกเสมือน VR รถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์วาดรูป เป็นต้น

 


เทคโนโลยีกำลังเข้ามาแทนที่มนุษย์แค่ไหนแล้ว ?

นับจากอดีตเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ได้ถูกนำมาปรับใช้สอดแทรกในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้นๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว หรือความบันเทิงในการดำรงชีวิต อาทิ โรงงานใช้เครื่องจักรในการทำงานแทนการใช้แรงงานของมนุษย์ การคมนาคมโดยรถยนต์แทนการขี่ช้าง ม้า วัว ควาย การสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แทนจดหมาย หรือการค้นหาองค์ความรู้จากอินเทอร์เน็ตแทนการค้นหาในหนังสือ เป็นต้น

 

เทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตของเราง่ายขึ้น สะดวกขึ้นและรวดเร็วขึ้น นักประดิษฐ์จึงคิดค้นสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อให้ชีวิตของมนุษย์สะดวกสบายที่สุดในทุกด้าน จึงแทบจะมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ในทุก ๆ วัน

ทว่าเทคโนโลยีที่กำลัง
พัฒนาอย่างรวดเร็วนั้น
ก็อาจส่งผลทำให้ทักษะบางอาชีพ
มีความจำเป็นน้อยลง

หรือก็คือ เทคโนโลยีกำลังเข้ามาแทนที่มนุษย์นั่นเอง รวมถึงไปถึงแม้แต่อาชีพที่ดุไม่น่าจะแทนได้อย่างที่สุดซึ่งก็คือ “อาชีพศิลปิน” ก็กำลังอาจจะได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีด้วยเช่นกันนะ !?

ภายในปี 2030 จะมี
คนตกงานราว 800 ล้านตำแหน่ง
และ 73 ล้านอาชีพ จะหายไป
เนื่องจากถูกหุ่นยนต์แย่งงาน

ซึ่งรายงานของสถาบันระหว่างประเทศแมคเคนซี ระบุว่า ภายในปี 2030 จะมีคนตกงานราว 800 ล้านตำแหน่ง และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกคาดการณ์อีกว่ากว่า 73 ล้านอาชีพ จะหายไปในปี 2030 เช่นกัน เนื่องจากถูกหุ่นยนต์แย่งงาน ดูจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย

 


มารู้จักหุ่นยนต์วาดรูปกัน

แน่นอนว่าหุ่นยนต์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เริ่มเข้ามาแทรกแซงและเข้ามาแทนที่มนุษย์ในหลายสายอาชีพแล้ว ไม่ว่าจะเป็น พนักงานคิดเงิน พนักงานบริการ แรงงานอุตสาหกรรม พนักงานส่งของ พนักงานธนาคาร หรือแม้กระทั่งศิลปินวาดรูปก็เช่นกัน ฟังดูไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยล่ะ !? เอาล่ะถ้าอยากรู้แล้วว่าหุ่นยนต์วาดรูปแต่ละตัวชื่ออะไร มีความสามารถอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักหุ่นยนต์วาดรูปแต่ละตัวกัน

 

Quincy หุ่นยนต์สอนวาดรูปพูดได้

เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถสอนวาดรูปได้ สอนคำนวนได้ สอนภาษาอังกฤษได้ และยังสามารถเล่านิทานได้อีกด้วย เหมาะสำหรับการเสริมสร้างพัฒนาการ จินตนาการ และสมาธิให้กับน้องๆ หนูๆ และยังเหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 สุดๆ เพราะไม่สามารถออกไปพบใครได้ ซึ่งเจ้า Quincy นี่แหละ จะทำหน้าที่เป็นเพื่อนยามเหงาที่ดีได้แน่นอน

 

Quincy จะทำงานโดยการวางการ์ดไว้ที่ตำแหน่งดวงตาของมัน จากนั้นมันจะทำการสแกน QR Code บนการ์ดนั้น และทำงานตามการ์ดที่ใช้สแกน เช่น เราให้มันสแกนการ์ดสอนวาดภาพ ‘ดอกไม้’ มันก็จะสอนเราวาดทีละขั้นตอน เมื่อเราวาดขั้นตอนที่มันสอนเสร็จแล้ว เราก็กดปุ่มให้มันสอนขั้นตอนต่อไป ระหว่างที่วาดไปนั้น เจ้า Quincy ก็จะพูดสอนไปด้วยว่า ต้องวาดเส้นโค้งนะ จากนั้นลากเส้นนะ ทำให้น้องๆ หนูๆ รู้สึกเหมือนมีคนมาสอนวาดรูปให้จริงๆ

“ระหว่างที่วาดไปนั้น
เจ้า Quincy ก็จะพูดสอนไปด้วยว่า
ต้องวาดเส้นโค้งนะ จากนั้นลากเส้นนะ”

Quincy มาพร้อมกับการ์ด 64 ใบ แบ่งเป็น การ์ดภาพ 24 ใบ, การ์ดตัวเลข 10 ใบ (0-9), การ์ดตัวอักษร 26 ใบ (A-Z), การ์ดสอนคำนวน 4 ใบ และยังมีหนังสือกิจกรรมอีก 4 เล่ม ให้น้องๆ หนูๆ ได้สนุกสนานเพลิดเพลินกันอย่างจุใจเลย

 


Ai-Da หุ่นยนต์ศิลปินที่มีนิทรรศการเป็นของตัวเอง

 

Ai-Da เป็นหุ่นยนต์ศิลปินถูกพัฒนาโดยประเทศอังกฤษ ได้รับแรงบันดาลใจชื่อมาจาก Ada Lovelace โปรแกรมเมอร์หญิงคนแรกของโลก มีความสามารถคือ วาดภาพเหมือนบุคคล ภาพตัวเอง หรือวัตถุที่อยู่ตรงหน้าได้ โดยใช้วิธีการจับภาพที่อยู่ตรงหน้า ผ่านการมองเห็นจากกล้องที่อยู่ในดวงตา ประมวลผลร่วมกับ Algorithms และ Ai แล้วใช้ดินสอหรือปากกาวาดลงบนกระดาษ เช่น ถ้าข้างหน้าเห็นแมว ก็จะวาดเป็นแมวออกมา เป็นต้น ต่อมาได้มีการพัฒนาติดกล้องไว้ที่หน้าอกด้วย เพื่อให้สามารถทำงานได้หลากหลาย เห็นมุมมองใหม่ ๆ มากขึ้น

 

Ai-Da ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ ‘ต่อต้านการขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยี’ ที่เกิดจากการกลัวหุ่นยนต์ของมนุษย์ คือการกลัวหุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานตัวเอง ทำให้รายได้ลดลง หรืออาจจะต้องตกงาน

 

“นิทรรศการศิลปะของ Ai-Da
ถูกจัดขึ้นแล้วในหลายที่
และตั๋วเข้าชมถูกจำหน่ายหมด
อย่างรวดเร็วในทุกรอบที่จัดการแสดง”

นิทรรศการศิลปะของ Ai-Da ถูกจัดขึ้นแล้วในหลายที่ และตั๋วเข้าชมถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วในทุกรอบที่จัดการแสดง สถานที่จัดมีทั้งที่ มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด, Design Museum และล่าสุด จัดขึ้นที่ประเทศอียิปต์ สามารถติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่ Instagram ส่วนตัวของ Ai-Da : aidarobot

 


Scribit หุ่นยนต์วาดรูปบนกำแพง

เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนามาจากประเทศอิตาลี มีความสามารถคือวาดภาพหรือข้อความบนกำแพงได้ มันจะรับคำสั่งจาก Application ที่ติดตั้งในโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ โดยเราต้องเลือกรูปหรือข้อความที่ต้องการ จากนั้นกดสั่งให้มันวาด มันจะวาดออกมาตามรูปหรือข้อความที่เราเลือก ซึ่งมันวาดออกมาได้เหมือนตามต้นฉบับเป๊ะ ๆ และอย่าลืมใส่ปากกาลงไปในช่องใส่ปากกาด้วย อยากได้สีไหน ก็ใส่ตามใจชอบได้เลย

 

และที่เหมือนกว่าไปอีกขั้นก็คือ หากไม่ชอบภาพที่เลือกแล้ว หรือมีความต้องการที่จะลบออก ก็สามารถลบออกได้ โดยมันจะใช้วิธีการสร้างความร้อนขึ้นมา 65 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้หมึกที่วาด ละลายจนหายไปจากกำแพง อีกทั้งมันยังสามารถวาดบนผนังได้หลายประเภท ทั้ง คอนกรีต กระจก หรือบนกระดานไวท์บอร์ด เป็นต้น

 

การติดตั้งเจ้า Scribit ติดตั้งด้วยวิธีการแขวนหุ่น Scribit เข้ากับผนังด้วยเชือก 2 เส้น ที่ขึงจากหมุดหรือตะปูที่อยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวา เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ติดตั้งง่ายนิดเดียว

 


Line-us หุ่นยนต์วาดตามบนจอลงบนกระดาษ

 

เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กจิ๋ว ที่จะทำให้การวาดรูปของเราสนุกยิ่งขึ้น มีขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก วางบนสมุดหรือกระดาษได้ง่าย ๆ ไม่เกะกะ มันทำงานโดยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ PC หรือ Mac โดยผ่านช่องทาง Application ของ Line-us ที่ต้องติดตั้งไว้ในตัวเครื่อง

 

การทำงานของมันคือมันจะตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือก็คือการวาดบนหน้าจอนั่นเอง ไม่ว่าจะใช้ด้วยนิ้วมือ ปากกา หรือเมาส์ มันก็ตรวจจับได้ จากนั้นมันจะส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวนี้ไปยังหุ่นยนต์ Line-us แล้วสั่งการให้วาดบนกระดาษอีกที ซึ่งวาดออกมาได้เหมือนตามต้นฉบับเป๊ะ ๆ

 

เหมาะสำหรับคนขี้เกียจปริ้นท์ หรืออยากได้งานที่ใช้น้ำหมึกจากปากกาหรือดินสอวาดจริง ๆ ซึ่งเราสามารถแก้บนกระดาษได้ และยังเหมาะกับคนที่อาจยังวาดรูปไม่เก่งนัก หรือกำลังฝึกด้วยนะ เพราะเพียงเราหารูปที่ต้องการ แล้วลากตามเส้น หุ่นยนต์ก็จะวาดออกมาสวยเหมือนรูปที่เราเลือกมาเลย

 

เอาไว้วาดเล่น ๆ แก้เหงาหรือเอาไว้วาดลงบนการ์ด จะเก็บเป็นที่ระลึกหรือส่งให้คนอื่นก็ได้ และมันยังสามารถวาดภาพที่เคยวาดแล้วซ้ำๆ ได้ด้วยนะ โดยที่เราไม่ต้องวาดใหม่เรื่อยๆ ประหยัดแรงเราสุดๆ

 


สรุปผลข้อแตกต่างระหว่างศิลปินและหุ่นยนต์วาดรูป ใครเหนือกว่า !!

ศิลปิน

ข้อดี

มีความคิดสร้างสรรค์เป็นของตัวเอง มีลายเส้นเฉพาะตัวของศิลปิน พูดคุยสื่อสารต่อรองกับลูกค้าได้(อาจไม่ใช่ข้อดีเสมอไป) มีอารมณ์มีจิตวิญญาณทำให้ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีกว่า มีเทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอ ทันสถานการณ์ในบ้านเมืองกว่า

 

ข้อจำกัด

ต้องใช้เวลาพัฒนา ฝึกฝน สะสมประสบการณ์ มีต้นทุนค่าเล่าเรียน ค่าวิชาชีพ มีความขี้เกียจ มีความหมดไฟ มีความเหนื่อย ต้องมีวันพักผ่อน มีการเจ็บป่วยร่างกายได้ เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ สามารถโกงเงินลูกค้าได้..

 


หุ่นยนต์วาดรูป

ข้อดี

ไม่เหน็ดไม่เหนื่อย ไม่ต้องพัก วาดได้ 24 ชั่วโมง ทำงานได้รวดเร็ว ไม่ต้องจ่ายค่าแรง ค่าประกัน ค่าโบนัส

 

ข้อจำกัด

ยังไม่สามารถวาดขึ้นมาด้วยความคิดของตัวเองได้ ยังต้องให้มนุษย์เข้ามาสั่งงาน ไม่มีอารมณ์ ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นของตัวเอง ไม่มีปฏิสัมพันธ์ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้

 


หุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่ศิลปินในอนาคต ?

 

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้นจริงๆ เพราะเทคโนโลยีนั้นไม่ต้องจ่ายค่าแรงรายวัน โบนัส ค่าสวัสดิการ ค่าประกันอะไรเหมือนมนุษย์ แถมยังทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ มีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ ถึงแม้จะมีอาการเจ็บป่วยได้เหมือนมนุษย์ แต่ก็ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นมากเท่าไหร่นัก แค่ซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ก็หายเป็นปกติแล้ว พร้อมกลับมาทำงานเหมือนเดิม แถมยังทำงานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องไปพักกินข้าว ไม่ต้องไปพักเข้าห้องน้ำ ถึงทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่มีวันบ่น ไม่มีวันประท้วง ทำงานได้แทบจะ 24 ชั่วโมง(อาจพักชาร์จแบตพักให้เครื่องหายร้อนบ้างไรบ้าง..)

ยิ่งเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงสักที และยังสามารถติดต่อสู่มนุษย์กันได้ง่าย การใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์นั้น ยิ่งกลายเป็นว่าดีกว่า ปลอดภัยกว่าการใช้แรงงานมนุษย์อีกซะงั้น

 

ในวงการศิลปะนั้นก็เริ่มมีหุ่นยนต์เข้ามาแล้วดังที่ยกตัวอย่างไป ซึ่งหุ่นยนต์วาดรูปในตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา ยังต้องพึ่งพาแรงงาน ทักษะ ความคิดของมนุษย์เข้ามาช่วยในเบื่้งหลังอยู่ โดยต้องให้มนุษย์สั่งว่าจะให้วาดอะไรออกมา ไม่สามารถทำงานบางฟังก์ชันเองได้ มีข้อจำกัดคือยังไม่มีจินตนาการ อารมณ์ จิตวิญญาณ ความคิดสร้างสรรค์เป็นของตัวเอง ซึ่งในตอนนี้ยังไม่สามารถสร้างให้หุ่นยนต์ได้ ต้องรอดูกันต่อไปในอนาคต

 

โดยส่วนตัวมองว่าหุ่นยนต์วาดรูปนั้น เป็นเพียงแค่ศิลปะอีกแขนงหนึ่ง หรือเป้นอีกหนึ่งเครื่องมือในการนำเสนอเสียมากกว่า เป็นการเข้ามาเติมเต็มวงการศิลปะให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ผมกลับรู้สึกด้วยว่า หุ่นยนต์วาดรูปทำให้มีคนหันมาสนใจศิลปะมากขึ้น ว่าหุ่นยนต์จะวาดออกมาเป็นยังไง จะวาดได้จริงหรอ แต่ก็ไม่อยากให้ศิลปินชะล่าใจเกินไป เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในอนาคตทั้งนั้น..

 


 

ถึงแม้ว่าหุ่นยนต์วาดรูปในตอนนี้จะยังทำอะไรไม่ได้มาก แต่ศิลปินก็ควรที่จะหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ที่หุ่นยนต์นั้นยังไม่อาจสู้มนุษย์ได้ รวมไปถึงทวีความสำคัญมากขึ้นทุกวันๆ ในสังคมแห่งการแข่งขัน ณ ปัจจุบันนี้

หมั่นฝึกฝนตัวเอง สะสมประสบการณ์ สร้างชิ้นงานให้ดียิ่งขึ้น พัฒนาทักษะใหม่ๆ เพิ่มจุดเด่น กลบจุดด้อย และก็ควรฝึกปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้ ระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี เพราะอาจจะได้มีโอกาสพึ่งพาซึ่งกันและกันมากขึ้นในอนาคตก็เป็นได้

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับการ์ตูน ศิลปะ และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจได้ที่เว็บ Plotter ครับ

 


 

อ้างอิง

พบกับ Ai-Da หุ่นยนต์ AI ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ได้สวยงามใกล้เคียงกับมนุษย์ (thematter.co)

โครงการ Scribit หุ่นยนต์วาดภาพบนผนัง ระดมทุนบน Kickstarter ได้เงินทุนทะลุ 2,400% | Blognone

Line-us หุ่นยนต์วาดรูปไซส์มินิ วาดบนหน้าจอ โผล่บนกระดาษแบบเหมือนเป๊ะ ใครวาดภาพไม่เก่ง ให้หุ่นยนต์ช่วย :: Techmoblog.com

Line-us หุ่นยนต์วาดรูปขนาดจิ๋ว วาดบนจอ โผล่บนกระดาษ (kapook.com)

5 ทักษะสยบวิกฤติการณ์หุ่นยนต์แย่งงานคน (thansettakij.com)

หุ่นยนต์จะแย่งงาน 800 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030 – BBC News ไทย

 

Shares