เกร็ด 6 ข้อในการสร้างตัวละครออริให้น่าสนใจ วิเคราะห์จาก จิบลิสตูดิโอ !!

710

บทความโดย ลิงเกด กับ จ๋าจ๋าย

สตูดิโอจิบลิเป็นสตูดิโอที่ผลิตภาพยนต์อนิเมชั่นโด่งดังมากมาย อาทิ โทโทโร่เพื่อนรัก , ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ , spirited away ฯลฯ ถือได้ว่าเป็นกระแสลมลูกใหญ่ของอุตสาหกรรมอนิเมะของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของการ์ตูนจากสตูดิโอนี้ที่ทำให้ได้รับความชื่นชมไปทั่วโลกมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ความฝัน สีสันที่สดใส ฉากสุดอลังการ และสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ตัวละคร !

การวาดและออกแบบตัวละครต้นฉบับหรือเรียกอีกอย่างว่า “ออริ” ถ้าเอาตามภาษาอังกฤษก็จะเป็นคำว่า oc มาจากคำว่า original character เป็นแนวศิลปะที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของการวาดการ์ตูนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นนักวาดมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น ล้วนต้องผ่านการฝึกวาดตัวละครกันมาแล้วทั้งนั้น 

และในวันนี้เอง ทางเราก็ได้รวบรวมเกร็ดการสร้างออริให้น่าสนใจ ไม่จืด ไม่ซ้ำจำเจกับใคร และดูดีมีสไตล์ แบบรวบรัด 7 ข้อเท่านั้น!! โดยมีการนำเอาตัวละครจากสตูดิโอจิบลีที่ได้ชื่อว่ามีการออกแบบคาร์แรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเป็นที่จดจำ มาเป็นแนวทางในการสร้างออริของพวกเราอีกด้วยนะเออ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ !

1. กฎของ 3 จุดเด่น

จุดเด่นของตัวละครนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น เครื่องประดับ เสื้อผ้า ทรงผม หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ล้วนเอามาใช้เป็นจุดเด่นของตัวละครได้ทั้งสิ้น ซึ่งจุดเด่นนั้นหากมีมากไปแล้วล่ะก็ อาจทำให้ตัวละครของเราดูรกเกินจำเป็น ผลลัพธ์ที่ได้จะกลับกลายเป็นตรงข้ามเสียอย่างนั้น ข้อแนะนำในการใส่จุดเด่นนั้น มี 3 ส่วนกำลังดี จากนั้นเรียงลำดับว่าอันไหนเด่นมาก เด่นกลางและเด่นน้อย จัดสัดส่วนให้พอดี

“จะมีเพียงจุดเดียวหรือ 2 จุดก็ได้
แต่ทางที่ดีไม่ควร
มากกว่า 5 อย่างนะ”

ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องยึดกับเลข 3 มากจนเกินไป จะมีเพียงจุดเดียวหรือ 2 จุดก็ได้ แต่ทางที่ดีไม่ควรมากกว่า 5 อย่างนะ

 


2. การเลือกใช้สี

   สีเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดึงดูดสายตาผู้ชม และบ่งบอกลักษณะของตัวละครได้เป็นอย่างดี โดยวันนี้เรามีทฤษฎีสีที่มักใช้ในการออกแบบ เรียกว่า Color Schemes ที่คนใช้บ่อยและน่าสนใจมานำเสนอค่ะ

ทฤษฎีสีเดียว (Monochromatic)

   คือการใช้สีหลักเพียงสีเดียว ข้อดีของมันคือใช้งานง่ายมากๆ สามารถเพิ่มความโดดเด่นให้กับงานและเพิ่มอารมณ์ของสีในงานได้เยอะ ลงได้หลายน้ำหนัก การใช้สีด้วยเทคนิคนี้ ควรหาสีอื่นเข้ามาช่วยด้วย เพื่อไม่ให้ตัวละครของเราดูน่าเบื่อจนเกินไป แต่ควรเลือกใช้สีอื่นเพียงหนึ่งถึงสองสีเพียงเท่านั้น

ตัวอย่างทั้งสองนี้ใช้ Monochromatic ทั้งคู่ แต่ตัวละครที่เป็นนกนั้นมีการใช้สีเหลืองล้วนๆไม่ได้มีสีอื่นเข้ามาแทรกไม่เหมือนกับเหล่าผ้าคลุมแดงที่มีการเอาสีขาวดำเข้ามาใส่ด้วย เพิ่มความน่าสนใจขึ้นไปอีก

A black humanoid figure with no visible arms and legs wearing a mask that has two eyes and a mouth painted on it.

A heavily moustachioed man with 6 hands wearing dark glasses looks at us

 

ทฤษฎีสีคู่ตรงข้าม (Complementary)

   คือการนำสีที่อยู่ตำแหน่งตรงข้ามกันในวงล้อสีมาใช้ในงานเดียวกัน โดยสีหนึ่งจะช่วยให้อีกสีหนึ่งเพิ่มความโดดเด่นขึ้นมา และช่วยในการตัดเลี่ยนได้อีกด้วย แต่โทนสีคู่ตรงข้ามเป็นเรื่องที่จัดการยากระดับหนึ่งถ้าเกิดใช้ในปริมาณมากเกินไป แต่ถ้าใช้ได้เหมาะสมแล้วล่ะก็จะทำให้งานออกมาดูดีมากเลยล่ะ

 

Split-Complementary  

   เทคนิคนี้เป็นเทคนิคสีคู่ตรงข้ามแต่มีการเลื่อนสีไปด้านข้างหนึ่งตำแหน่ง ทำให้องค์ประกอบยังคงเด่นชัดอยู่เหมือนเดิมแต่ทำให้ดูซอฟท์ลง

 

 

การใช้สีโดยอิงจากการออกแบบอินโฟกราฟฟิก

   การใช้สีให้เหมาะสมในงานอินโฟกราฟฟิกนั้นควรใช้ประมาณ3-4สีก็พอ หากมากกว่านี้จะทำให้ตัวละครรู้สึกเลี่ยนและสับสน ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนคือ 60-30-10 คือให้พื้นที่สีพื้น60%  สีรอง30% และสีเน้น10%

“สีพื้น 60%  สีรอง 30%
และสีเน้น 10%”

ตัวอย่างพาเลทสีที่ดึงดูดสายตา

 

เว็ปไซต์แนะนำพาเลทสีเพิ่มเติม

แอคเคาท์อินสตราแกรม  colours.cafe  เป็นแอคเคาท์ที่แนะนำพาเลทสีที่น่าสนใจมากมายให้เลือกใช้ และมีภาพตัวอย่างประกอบการใช้สีเพื่อให้เรารู้ด้วยว่าสีที่ใช้ควรมีปริมาณประมาณเท่าไหร่อีกด้วย

   และอีกอย่างที่อยากจะแนะนำก็คือ Paletton เป็นเว็ปไซต์ที่เราสามารถเข้าไปสร้างพาเลทสีได้เอง โดยจะมีบาร์ เมนูทฤษฎีสีที่เพิ่งพูดไปด้วยนะ!! เลือกสีและประเภทของคู่สีได้เลย เพียงแค่หมุนวงกลมเล็กๆที่จานสีเท่านั้น สะดวกสุด ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ รับรองมีอะไรให้เล่นอีกเยอะแยะ

ลองเข้าไปเล่นได้เลยที่  Paletton

 


3. อารมณ์ของเส้น

   หากพูดถึงสีแล้วจะไม่ให้พูดถึงเส้นก็คงไม่ได้ เพราะเส้นเองก็มีอิทธิพลและนิสัยของมันไม่ต่างจากสี เราสามารถใช้เส้นลักษณะต่างๆบ่งบอกนิสัยของตัวละครผ่านภาพลักษณ์ภายนอกได้ เช่นหากเป็นคนมุ่งมั่นแน่วแน่ จะมีส่วนประกอบของเส้นตรง สุภาพอ่อนโยนใช้เส้นโค้ง สนุกสนานใช้รูปก้นหอย เป็นต้น

ฮาคุจาก spiried away มีลักษณะเป็นคนเข้มงวด ตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ อย่างแน่วแน่ และเคร่งเครียดในบางครั้ง การดีไซน์ผมและเสื้อผ้าโดยการใช้เส้นตรงยิ่งส่งอารมณ์ให้ผู้ชมรับรู้ถึงนิสัยชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ก็มีเส้นโค้งของกางเกงเป็นขาจั้มพ์เพื่อให้รู้สึกว่าเขายังคงเป็นเด็กอยู่

 

เส้นโค้งที่กระโปรงและกางเกงของปอนโยะมีการใช้เส้นและองศาการโค้งอยู่เยอะ แทบจะเป็นวงกลมเลยก็ว่าได้ หากมองในภาพรวมจะเหมือนก้อนกลมเด้งไปเด้งมา นอกจากนี้ยังมีการเอาเส้นโค้งมาใช้กับการวาดทรงผมยุ่ง ๆ นั่นอีกด้วย ช่วยให้ความรู้สึกร่าเริงสดใส และไม่อยู่นิ่ง

 

 


4. พร้อพประจำกาย

ไม่ใช่เพียงเสื้อผ้าและเครื่องประดับเท่านั้นที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวละครของเรา การเพิ่มพร้อพอื่น ๆ ก็ช่วยให้ตัวละครโดดเด่นขึ้น และยังสามารถบ่งบอกถึงอาชีพ นิสัย ความเป็นมาต่างๆ ได้เหมือนกัน เช่น อาวุธ หน้ากาก หรืออาจจะเป็นสิ่งมีชีวิต (เป็นลูกกระจ๊อก) ก็ได้เช่นกัน

 

 


5. สภาพแวดล้อมก็เป็นตัวส่งให้ตัวละครน่าสนใจยิ่งขึ้น 

หากพูดถึงฉากหรือเซตติ้งในอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิแล้วก็คงนึกถึงความอลังการงานสร้างใช่มั้ยคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของเล็กของน้อย สีที่ใช้ มุมต่าง ๆ ใครเห็นเป็นต้องร้องว้าว แต่เพื่อน ๆ รู้มั้ยเอ่ยว่าฉากพวกนี้มักซ่อน vibe ของตัวละครไว้ได้อย่างแนบเนียนเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นรสนิยม ความชอบ นิสัยหรือแม้กระทั่งสถานะทางครอบครัวก็สามารถถ่ายทอดผ่านฉากได้เหมือนกัน

“ฉากพวกนี้มักซ่อน vibe ของตัวละคร
ไว้ได้อย่างแนบเนียนเลยนะ”

ฉากห้องนอนของฮาวส์จากเรื่อง howl’s moving castle นี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ด้วยความข้าวของเยอะแยะอิรุงตุงนังที่เป็นจุดเด่น สามารถบ่งบอกได้ว่าตัวเจ้าของห้องนั้นเป็นคนที่ชอบสะสมของอย่างบ้าคลั่ง รักการผจญภัย และเมื่อดูสิ่งของแต่ละอย่างในห้อง ทั้งเครื่องประดับ ของเล่น ตุ๊กตา อาวุธ หรือบางอย่างที่หน้าตาประหลาดๆ แล้ว ก็มองได้ว่าฮาวส์นั้นดูเป็นคนร่าเริงสดใส รักสนุกและซุกซน

 

หรืออย่างฉากห้องทำงานของ เซย์จิ อามาซาว่า จากเรื่อง whisper of the heart พระเอกคนนี้เป็นนักไวโอลิน เขาคลั่งใคล้และมีความฝันที่จะไปเรียนไวโอลินที่ต่างประเทศ ซึ่งฉากห้องทำงานของเซย์จิที่เต็มไปด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ช่างต่างๆ โต๊ะ โคมไฟ องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนทำให้เราเห็นได้ว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มุ่งมั่นทุ่มเทและพร้อมที่จะมุ่งทะยานตามความฝันของตัวเองมากๆ ชวนให้รู้สึกหลงไหลมากขึ้นไปอีก

จุดเด่นของสตูดิโอจิบลีคือการทำฉากออกมาได้สะท้อนถึงหลายแง่มุม นอกจากจะเป็นที่ตัวละครเองด้วยแล้ว ยังบอกถึงสังคม วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนรอบข้างอีกด้วย บางครั้งก็เล่าออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย ทำให้คนดูรู้สึกคุ้นเคย และเข้าถึงอารมณ์ของหนังได้มากยิ่งขึ้น

ยังมีอีกหลายฉากอื่นๆ อีกมากมายที่บ่งบอกพื้นเพและสตอรี่ต่างๆ ของตัวละครได้เป็นอย่างดี ลองมาสังเกตุกันเถอะ บางทีอาจจะเจอ ester egg ก็ได้นะ !

 

 


6. ตัวละครมีปมซับซ้อน 

   ตัวละครที่มีนิสัยและปมซับซ้อน และสตอรี่เยอะ จะให้อารมณ์เหมือนกับคนในชีวิตจริงได้มากขึ้น การที่ตัวละครมีนิสัยที่หลากหลายจะช่วยให้น่าติดตาม เนื้อเรื่องไม่เรียบและตื้นเขินเกินไป ซึ่งเป็นตัวช่วยส่งผลให้ตัวละครมีความหลากหลาย เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนนิสัย การปฏิบัติต่อตัวละครอื่น คำพูดคำจา ช่วยให้เรื่องสนุกและมีมิติมากขึ้น

โดยการสร้างตัวละครนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องมีหลักๆ เลยคือ 

  • ความเชื่อ

เป็นตัวบ่งบอกตัวตนและนิสัย จุดอ่อนจุดแข็ง ทำให้เรารู้ว่าตัวละครนั้นๆ มีแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างไร

 

  • ความต้องการ

อาจจะเป็นสิ่งของ ความฝัน หรืออะไรก็ได้ ซึ่งความต้องการมีที่มาจากความเชื่อ ช่วยให้สามารถเข้าใจมุมมองทางความคิดของตัวละคร ทั้งต่อผู้คนและต่อโลกที่ตัวละครนั้นอยู่

 

  • ความไม่สมบูรณ์ของตัวละคร

เพื่อให้ตัวละครเกิดการพัฒนาไปในทางที่ดี หรือไม่ก็แย่ลงไปเลยก็ได้ จุดเด่นของตัวละครสตูดิโอจิบลีส่วนใหญ่นั้นมักออกแบบสตอรี่ตัวละครให้ออกมาใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด (ขนาดฮาวส์ที่มีหน้าตาหล่อเหลากับพลังวิเศษ ยังมีนิสัยที่แปลก ๆ เป็นคนอีโก้สูง ปากร้าย ซึ่งขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าตัว จุดนี่แหละที่ทำให้สาวๆชอบและเอ็นดูพ่อหนุ่มคนนี้) แม้ตัวดีไซน์จะไม่โดดเด่น (ในบางตัวละคร) แต่ฐานความเชื่อ ความต้องการเหมือนคนปกติทั่วไปทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวละครนั้นมีความใกล้เคียงกับตัวเองมาก เมื่อตัวละครเกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอะไรแล้ว จะทำให้คนดูได้แง่คิดบางอย่าง เกิดเป็นความหวัง แรงบันดาลใจในชีวิต

 


7. (ข้อพิเศษ)ผู้บุกเบิกวงการเฟมินิสต์แห่งวงการอนิเมะ 

และสำหรับหัวข้อแถมสุดท้ายนี้นี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของการสร้างตัวละครของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ ที่ตัวละครหลักส่วนใหญ่มักเป็นผู้หญิงนั่นเอง ซึ่งหากนับจากอนิเมะของสตูดิโอจิบลิทั้งหมดแล้ว เราจะพบว่ามีตัวเอกเป็นตัวละครหญิงมากเกินครึ่งเลยทีเดียว !!

คุณฮายาโอะ มิยาซากิ กล่าวว่า “ฉันต้องการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชัน โดยเฉพาะสร้างเพื่อเหล่าเด็กผู้หญิง เพื่อบรรดาลูกสาวของเพื่อนๆ ฉัน” ซึ่งเขาเป็นคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเฟมินิสต์แห่งวงการแอนิเมชัน โดยตัวละครส่วนใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นเด็กผู้หญิงที่มักมีความเป็นอิสระ มีความฝัน และเติบโตอย่างกล้าหาญ 

ฮายาโอะ มิยาซากิยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ภาพยนตร์แอนิเมชันหลายเรื่องของฉันมีตัวแสดงนำหญิงที่เข้มแข็ง กล้าหาญ พึ่งพาตนเองได้ และไม่ลังเลที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเธอเชื่ออย่างสุดใจ ผู้หญิงคนไหนก็เป็นฮีโร่ได้เช่นเดียวกับผู้ชาย” ซึ่งคำพูดนั้นก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตัวละครผู้หญิงก็สามารถเป็นฮีโร่และสร้างแรงบันดาลใจส่งต่อไปให้กับผู้ชมทุกคน 

“ภาพยนตร์แอนิเมชันหลายเรื่องของฉัน
มีตัวแสดงนำหญิงที่เข้มแข็ง กล้าหาญ
พึ่งพาตนเองได้ และไม่ลังเลที่จะ
ต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเธอเชื่ออย่างสุดใจ
ผู้หญิงคนไหนก็เป็นฮีโร่ได้
เช่นเดียวกับผู้ชาย

โดยแอนิเมชันที่แสดงความเป็นเฟมินิสต์อย่างชัดเจนก็คือเรื่อง Porco Rosso ชายวัยกลางคนที่ถูกเสกเป็นหมูเพราะสิ้นหวังกับความเป็นมนุษย์ เขาปฏิเสธที่จะให้เด็กหญิงซ่อมเครื่องบินรบของเขา เด็กผู้หญิงจึงกล่าวว่า “กังวลมากหรือกับการที่ฉันเป็นผู้หญิง หรือกังวลเพราะว่าฉันยังเด็กอยู่?”

นอกจากนี้ตัวละครที่จิบลิสร้างส่วนใหญ่มักจะอยู่ในวัยเด็ก เนื่องจากจินตนาการที่ไม่สิ้นสุดของเด็กสามารถพาพวกเขาเดินทางไปในโลกของเทพนิยาย และก้าวผ่านอุปสรรคระหว่างวัยเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี รวมทั้งเรื่องของความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงความรักฉาบฉวย แต่เป็นมิตรภาพดีๆ ที่พร้อมก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปด้วยกัน ทั้งในมุมมองของเด็กและผู้ใหญ่ที่กำลังดิ้นรนกับชีวิตทำงานในเมืองกรุงที่น่าเบื่อหน่าย สตูดิโอจิบลิก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวในแต่ละวัยออกมาได้อย่างลึกซึ้งและสอดแทรกแง่คิดบางอย่างไว้ในตัวละครของพวกเขาเสมอ

 


 

จบกันไปแล้วนะคะกับเกร็ดในการสร้างตัวละครของเราเองให้ดึงดูดและน่าสนใจ ทุกคนสามารถนำตัวละครที่ออกแบบมาใส่ในการ์ตูน ขายเป็น Adoptable หรือ NFT ก็ได้นะ!! ไม่ยากเลยใช่มั้ยเอ่ย นอกจากนั้นหลักการเหล่านี้ยังเอาไปประยุกต์ในการออกแบบอย่างอื่นได้อีกด้วย เช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ และอื่นๆ อีกมากมาย

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วมีใครคันไม้คันมืออยากลองออกแบบออริของตัวเองบ้างมั้ยคะ เพราะตอนนี้เราเองก็เริ่มมีไอเดียผุดเข้ามาในหัวเยอะแยะแล้วล่ะ ออริของเราจะออกมาน่าตาเป็นยังไง ใส่เสื้อผ้าแบบไหนและมีสตอรี่เบื้องลึกเบื้องหลังยังไง ไอหยา แค่คิดก็ชักจะสนุกขึ้นมาแล้วสิ ! ไม่รอช้าขอตัวไปรังสรรค์เด็กๆ ของเราก่อนนะคะ !

ครั้งหน้าจะเป็นบทความเกี่ยวกับการ์ตูน ศิลปะ ภาพยนตร์ เรื่องอะไร สามรถรอติดตามได้ที่เว็บ Plotter แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า บ๊ายบายยยยย


อ้างอิง

http://thecaptainslog.org/2020/11/17/why-is-studio-ghibli-so-popular/

https://web.facebook.com/media/set/?vanity=Bluebrain555&set=a.576738647068109

https://www.youtube.com/watch?v=v6lPsEPOIkM&t=85s

https://www.playinone.com/zhaoyun/จิบลิ-อนิเมะ-ghibli-studio-netflix/

https://www.wynnsoftstudio.com/COLOUR_SCHEMES

https://www.youtube.com/watch?v=FD4SWwavjDQ

Shares