ยุคสมัยแห่ง “สายผลิตบนโลกดิจิทัล” กับช่องทางที่สร้างรายได้ให้คนรุ่นใหม่ได้ง่ายๆ จริงหรือ !?

200

บทความโดย จ๋าจ๋าย ภาพปกโดย Sad man 

ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าการทำงานต่างๆ ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่น้อยเลย ซึ่งเทคโนโลยีได้เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานเกือบทุกอาชีพ จากที่โลกหมุนไปไวขึ้น บวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในปัจจุบันแล้วด้วยเนี่ย ยิ่งทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับสื่อต่างของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปไวเช่นกัน 

จึงไม่แปลกเลยที่คนรุ่นเก่าอาจมองว่า คลื่นลูกใหม่ที่กำลังมาย่อมมีความเข้าใจต่อสายงานใหม่ๆ และได้เปรียบกว่า อย่างมากในยุคปัจจุบันในด้านสายอาชีพดิจิตัล แต่..ในเมื่อทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส ทุกโอกาสก็ย้อมต้องมีผู้พลาดพลั้งและหลุมพรางไม่ต่างกัน.. คนรุ่นใหม่จะได้เปรียบจริงหรือไม่ หลุมพรางเหล่านี้คืออะไร มีจริงมั้ย ? ลองไปอ่านกันได้เลยค่ะ

 

วิถีใหม่แบบ New Normal

จากสถานการณ์โควิด 19 ในปัจจุบันที่เป็นตัวเร่งให้ผู้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำไปสู่ “ความปกติวิถีใหม่” หรือ New Normal โดยเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงโลก ครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจต่างๆ จาก Offline สู่ Online อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่หันมาใช้ชีวิตในโลกออนไลน์มากขึ้น

สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 7.4% โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรวมกว่า 69.5% ของประชากรทั้งหมด และสถิติการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือต่อวันเป็น 5.07 ชั่วโมง ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียว 

“คอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่คนไทยชื่นชอบ
จะเป็นสิ่งที่สามารถฟังในขณะ
ทำกิจกรรมอย่างอื่นไปด้วยได้”

นั่นแสดงให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่หันมาใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ขนาดเล็กที่สะดวกและสามารถรับสื่อคอนเทนต์ได้ตลอดเวลามากขึ้น โดยคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่คนไทยชื่นชอบจะเป็นวิดีโอ เพลงหรือพอดแคสต์ที่สามารถฟังในขณะทำกิจกรรมอย่างอื่นไปด้วยได้ อีกทั้งพอดแคสต์ยังเป็นคอนเทนต์ที่มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 1-2 ปีมานี้ด้วย

ภาพจาก: https://bit.ly/3EgK8Sg

จากการขยายตัวของประชากรที่หันมาใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้สังคมมีแนวโน้มที่จะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ? รวมทั้งสายผลิตสื่อดิจิทัลที่ไม่ว่าจะเป็นงานวิดีโอ งานวาด หรืองานเขียนในรูปแบบออฟไลน์ก็ลดจำนวนลงมากจากเมื่อก่อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้รับ

ภาพจาก: https://bit.ly/3DWUZ3u

ดังนั้นจึงมีการขยับขยายขอบเขตการทำงานลงสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลหลายรูปแบบเพื่อรองรับกลุ่มผู้บริโภคหลายแขนง ทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ จนทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลได้รับความนิยมมากขึ้นและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 

 


 

สายผลิตรุ่นใหม่กับผลตอบแทนแสนหวาน

“ยุครุ่งเรืองของสื่อดิจิทัลกำลังถือกำเนิดแล้ว” คำๆ นี้จริงแค่ไหนคะเพื่อนๆ ? เรามาดูกันว่าเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้างรายได้ของสายการผลิตสื่อในปัจจุบันนี้จะมีในรูปแบบไหนกันบ้าง รวมทั้งเพื่อนๆ ยังสามารถนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปวิเคราะห์ข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบเพื่อประกอบการตัดสินใจในสายงานนั้นๆ ได้ด้วยนะคะ

 

◆ สายอาร์ต

แพลตฟอร์มที่คนไทยยอมจ่ายเงินให้มากที่สุดของปีนี้ ก็คือ LINE แอปพลิเคชันที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ทำให้สติกเกอร์หรือธีมต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบเสริมของ LINE ได้รับความนิยมไปด้วย นอกจากนี้ LINE ยังส่งแอปพลิเคชันอย่าง WEBTOON ขึ้นมาติดในอันดับสอง และต่อด้วย COMICO ที่เป็นผลงานด้านการ์ตูนคอมมิคเช่นเดียวกัน 

“แพลตฟอร์มที่คนไทย
ยอมจ่ายเงินให้มากที่สุด
ของปีนี้ ก็คือ LINE”

ส่วน NFT ที่เป็นแพลตฟอร์มใหม่มาแรงในประเทศไทย โดยถึงแม้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศก็ถือว่าเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยศิลปินไทยอย่าง IPUTSA’ ที่ถูกประมูลผลงานชื่อ “The Invitation” ได้ในราคาที่สูงถึง 11 ETH หรือประมาณ 1,100,000 บาท และไม่แน่ว่าในอนาคต NFT จะสามารถทำเงินให้กับศิลปินไทยได้มากน้อยแค่ไหนเหมือนกันค่ะ

 

อาชีพที่น่าจับตามองของสายอาร์ต

▸ LINE Creators

หลังจากที่ LINE เปิดตัว LINE Creators Market แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้ สามารถเข้ามาเป็นครีเอเตอร์ออกแบบและจำหน่ายสติกเกอร์ของตัวเองได้ ทำให้อาชีพ Sticker Creators หรือเรียกว่า LINE Creators เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งผู้ที่ทำเป็นงานเสริม หรืองานอดิเรก และหลายคนผันตัวเองออกจากงานประจำ มาเป็นครีเอเตอร์แบบเต็มตัว ทำงานแบบ Full Time ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่น

ผู้ชนะ LINE Creators Market Stickers Contest 2019
ผู้ชนะ LINE Creators Market Stickers Contest 2019

นอกจากสติกเกอร์ LINE Characters ที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง หมี Brown, กระต่าย Cony, ลูกเจี๊ยบ Sally, หนุ่ม James, แมว Jessica, กบเขียว Leonard, คาแรกเตอร์ Boss และคาแรคเตอร์อื่นอีกมากมาย ยังมีโปรเจกต์ที่ LINE จับมือศิลปินสร้างคาแรคเตอร์จนได้รับความนิยมไปทั่วโลกเช่นกัน

BRAWL STARS X LINE FRIENDS
BT21  X LINE FRIENDS

ITZY X LINE FRIENDS

Truz of TREASURE X LINE FRIENDS

 

ข้อเสียของ LINE Creators

ค่อนข้างเป็นตลาดที่การแข่งขันสูงมาก เนื่องจากครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งผลงานจากศิลปินดังที่มีชื่อเสียงเป็นทุนเดิมเข้ามาแย่งตลาดการค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งความไม่แน่นอนของรายได้ที่ไม่รู้ว่าผลงานจะขายออกเมื่อไร เพราะหากไม่ติดอันดับการแนะนำผลงานก็อาจจะไม่มีโอกาสขายได้เลยก็เป็นได้..

——————————————-

 

▸ Webtoon Creators

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มจาก LINE ที่นิยมไปทั่วโลกเช่นกัน โดยอาชีพ “ครีเอเตอร์เว็บตูน” หรือ “นักวาดการ์ตูน” ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มาแรงเลยทีเดียว โดยข้อมูลจาก LINE WEBTOON เผยว่า ปัจจุบันมีผู้อ่านการ์ตูนออนไลน์ทั่วโลก มากกว่า 60,000,000 คนต่อเดือน ขณะที่ในประเทศไทย มีผู้ใช้กว่า 16,800,000 คน 

พลอย-ประภาพรรณ ภักดีพิทักษ์ หรือ Lonely Cat

เว็บไซต์เส้นทางเศรษฐี กล่าวถึงช่องทางสร้างอาชีพอย่างครีเอเตอร์เว็บตูนเช่นกัน โดย ‘พลอย-ประภาพรรณ ภักดีพิทักษ์’ หรือ ‘Lonely Cat’ เจ้าของผลงานเรื่อง “ฟา องครักษ์หญิงจำเป็น” และ “365days limited lover” มองว่านักเขียนการ์ตูนไทยฝีมือดีมีเยอะ แต่ขาดทักษะในการเล่าเรื่องที่ดี

เก่ง-อัตพล นิลบดี หรือ Butter Sweet

‘เก่ง-อัตพล นิลบดี’ หรือ ‘Butter Sweet’  เจ้าของผลงาน “ต้นหอม สตอรี่” และ “ไอดินกับกลิ่นฝน” เผยว่า ส่วนตัวแล้วอยากให้มีการ์ตูนที่ชักนำสังคมมากกว่านี้ เรามักจะเห็นการ์ตูนที่สะท้อนสังคมมากกว่า คือ เอาสิ่งที่สังคมเป็นมาบอกเล่า แต่ไม่ได้บอกวิธีแก้ปัญหา เขาจึงอยากเขียนการ์ตูนที่บอกวิธีแก้ไปด้วยเพื่อให้คนที่เจอปัญหาได้รู้ว่าจะแก้ปัญหานั้นได้ยังไง ซึ่งในการเขียนแนวนี้ต้องทำการบ้านค่อนข้างมากเลยทีเดียว

“เรามักจะเห็นการ์ตูนที่สะท้อนสังคมมากกว่า
คือ เอาสิ่งที่สังคมเป็นมาบอกเล่า
แต่ไม่ได้บอกวิธีแก้ปัญหา”

ข้อเสียของ Webtoon Creators

เป็นอาชีพที่ค่อนข้างท้าทายในทักษะหลายๆ ด้าน นอกจากต้องหมั่นฝึกฝน ค้นหาลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว การแสวงหาพล็อตเรื่องใหม่ๆ ให้กระแทกใจคนอ่านก็สำคัญไม่แพ้กัน และยิ่งในปัจจุบันที่มีสื่อล้ำสมัยให้ต้องตามเทรนด์กันตลอดเวลา ก็ยิ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว รวมไปถึงมีเนื้องานที่หนักและอาจต้องมีการทำเป็นทีมหรือมีการวางแผนที่ดีมาช่วย ไม่งั้นอาจมีผลต่อสุขภาพกันได้ง่ายๆ

——————————————-

 

▸ NFT

NFT พื้นที่ใหม่ที่เปิดให้ทุกคนสามารถนำงานศิลปะไปลงขายได้ และเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยในปี 2020 มูลค่าของการทำธุรกรรมด้วย NFT เติบโตขึ้นจากปี 2019 ถึงเกือบสิบเท่า และการซื้อขายผลงาน NFT ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ มีจำนวนมากถึง 53,663 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 1,600 ล้านบาทเลยล่ะค่ะ 

มีม ‘Disaster girl’ ที่ถูกประมูลผ่านตลาด NFT ในราคาถึง 473,000 เหรียญสหรัฐฯ

ในส่วนของศิลปินไทยก็มีการวางขายและนำเสนอผลงาน NFT อย่างคึกคักเช่นกัน ตัวอย่างเช่น กลุ่มเฟซบุ๊กอย่าง ‘NFT and Crypto art Thailand’ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 160,000 คน และมีทั้งผู้สร้างผลงาน รวมไปถึงนักประมูล นักสะสมรวมอยู่ในกลุ่มด้วย 

แต่ถึงอย่างไร NFT ก็ยังเป็นแพลตฟอร์มหน้าใหม่สำหรับศิลปินไทยหลายๆ คนที่ต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนอย่างมาก

ข้อมูลจาก Siam Blockchain ในการสัมภาษณ์ศิลปิน NFT อย่าง ‘เดอะดวง (The Duang)’ นักวาดการ์ตูนลายเส้นในตำนานที่ได้ฝากถึงวงการ NFT ว่า “NFT เนี่ยมูลค่ามันค่อนข้างล่อตาล่อใจมากๆ ในแต่ละวันเราเห็นโพสต์บางคนขายได้เป็นแสน ล้านบ้าง แล้วด้วยการที่เราเห็นก้อนเงินตรงนั้น บางทีมันอาจทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเองไปเหมือนกัน”

“การที่เราเห็นก้อนเงินตรงนั้น
บางทีมันอาจทำให้เราสูญเสีย
ความเป็นตัวเองไปเหมือนกัน”

และข้อความที่ฝากไว้ให้คิดจาก ‘ปาล์ม Instinct’ กล่าวว่า “เราห่วงอย่างหนึ่งคือเราไม่รู้เลยว่าอะไรที่มันได้เงินง่ายๆ มันไม่ค่อยอยู่นาน มันต้องมีวิกฤตอะไรบางอย่างโผล่มา มันไม่น่าอู้ฟู่ได้ตลอดไป แต่ก็เราทำด้วยความอย่าไปหลงมัวเมากับมันมาก บางทีเราต้องถามตัวเองว่าเรามาทางนี้จริงไหม”

เพื่อนๆ สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ NFT เพิ่มเติมได้ที่ “NFT เส้นทางรวยหลักล้านของเหล่าศิลปิน !?” (https://www.plotter.in.th/?p=24201)

 

ข้อเสียของ NFT

ผลงาน NFT เชื่อมโยงอยู่กับการโปรโมทและชื่อเสียงของผู้วาดระดับหนึ่งเลยทีเดียว อาจไม่ใช่แค่ทำผลงานให้ดีแล้วจะขายได้ อีกทั้งการลงทุนเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยน NFT มีความยุ่งยากซับซ้อน และต้องใช้สกุลเงินดิจิทัลในการซื้อขาย จึงต้องแบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนนั้นๆ แถมยังมีเรื่องแฮ็กเกอร์ให้ต้องระวังอีกด้วย

 


 

◆ สายเขียน

แพลตฟอร์มที่มาแรงของปีนี้เลยก็คือ MEB: E-book แอปพลิเคชันที่รวบรวม E-book จากหนังสือมากมายหลากหลายสไตล์ให้นักอ่านเลือกสรรกัน โดยในยุคสมัยนี้การอ่านหนังสือผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมกันมากขึ้นด้วย และในอันดับต่อมาเป็นแอปพลิเคชันสำหรับอ่านนิยายออนไลน์อย่าง Joylada, Dek-D และ ReadAwrite ตามลำดับ

 

อาชีพที่น่าจับตามองของสายเขียน

▸ นักเขียนออนไลน์บนนิยาย Dek-D

แพลตฟอร์มยอดฮิตของเด็กมัธยมที่รู้จักกันเป็นอย่างดีกับแอปพลิเคชัน “นิยาย Dek-D” ที่เปิดพื้นที่ในการอ่านนิยายออนไลน์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็สามารถอ่านนิยายได้ง่ายๆ ผ่านแอป ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างรายได้ให้กับนักเขียนจำนวนไม่น้อย 

และผลงานที่โดดเด่นจนเข้าตาสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็มีโอกาสได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือวางขายอีกด้วย หรือถ้าบังเอิญไปเข้าตาโปรดิวเซอร์ ไดเรกเตอร์ก็สามารถถูกสร้างเป็นซีรีย์ได้เลยนะ !

ภาพจาก: dek-d.com

dek-d.com ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ‘เมฆ’ หรือเจ้าของนามปากกา ‘MelonpangS’ นักเขียนนิยายออนไลน์ที่ผันตัวมาจากฟรีแลนซ์เพราะพิษเศรษฐกิจเกี่ยวกับการทำอาชีพนักเขียนว่า “สิ่งสำคัญของการเขียนนิยายไม่ได้สำคัญที่ว่าจะมีคนอ่านไหม จะดังหรือเปล่า จุดแรกที่ต้องผ่านเลยคือ คุณต้องลงมือเขียนก่อนครับ”

“จุดแรกที่ต้องผ่านเลยคือ
คุณต้อง
ลงมือเขียนก่อนครับ”

“มีนักเขียนหลายคนที่เขาแต่งเรื่องสนุกมาก แต่เขาไม่ได้ลงมือเขียน และพล็อตที่เขาแต่งมาสนุกๆ ก็อยู่แค่ในความคิดของเขา ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากครับ ลงมือเขียนนั่นคือจุดเริ่มต้นครับ” – เมฆ MelonpangS

——————————————-

 

▸ นักเขียนออนไลน์บน Joylada

แอปพลิเคชันสำหรับนิยายแชทที่ได้รับความนิยมสูง จากการแก้ปัญหาความขี้เกียจอ่านตัวหนังสือเยอะๆ ให้กลายมาเป็นนิยายแชทสนุกๆ ที่คล้ายกับวิธีการสื่อสารจริงของคนยุคปัจจุบัน และนักเขียนเองก็สามารถสร้างรายได้จริงจากจำนวนยอดวิวในการอ่าน การจ่าย coin และของขวัญที่นักอ่านส่งให้เพื่อเป็นกำลังใจนั่นเอง

——————————————-

 

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่สามารถลงงานเขียนได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น

ReadAwrite, ธัญวลัย, fichionlog

 

ข้อเสียของนักเขียนออนไลน์

เป็นอาชีพที่มีความอิสระค่อนข้างมากจึงต้องอาศัยความเคร่งครัดในตัวเองสูง เพื่อสร้างวินัยในการเขียนและส่งผลงานตรงตามกำหนด อีกทั้งการสร้างพล็อตเรื่องที่น่าสนใจในตลาดที่มีคู่แข่งเยอะแบบนี้ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แถมยังต้องกังวลกับรายได้ที่ไม่แน่นอนของผลงานแต่ละเรื่องอีกด้วย

 


 

 

◆ สายวิดีโอ, สตรีมมิ่ง

แพลตฟอร์มในสายวิดีโอ, สตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมตลอดกาลอย่าง Youtube ก็ขึ้นแท่นเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยยอมจ่ายเงินให้มากที่สุดในปีนี้ เนื่องด้วยคอนเทนต์ที่หลากหลายและครอบคลุมไปทั่วโลก ซึ่งกว่า Youtube จะมาได้ถึงขนาดนี้ก็ผ่านการพัฒนามาอย่างยาวนานเช่นกัน

ต่อมาในอันดับสองก็คือ BIGO LIVE แอปพลิเคชันในการไลฟ์สดและสร้างคอนเทนต์ที่สนุกสนาน ตามมาด้วย Facebook และ Tiktok เป็นลำดับต่อไป

 

อาชีพที่น่าจับตามองของสายวิดีโอ, สตรีมมิ่ง

▸ Youtuber

ยูทูบเบอร์กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่ไปแล้ว การสร้างคอนเทนต์วิดีโอของยูทูบเบอร์สามารถสร้างรายได้เหมือนอาชีพอื่นๆ โดยยิ่งมีคนดูมาก ก็จะมีผลประโยชน์ตอบแทนคืนสู่ผู้ผลิตวิดีโอมากเช่นกัน ซึ่งผลประโยชน์นั้นมาจากช่องทางหลักๆ 3 ช่องทาง คือ โฆษณาก่อนเริ่มคลิป สปอนเซอร์ หรือ Tie-in สินค้าภายในคลิป และยอดวิวและยอดผู้ติดตามบนช่อง Youtube

โดยรายได้หลักของยูทูบเบอร์มาจากสปอนเซอร์ รองลงมาคือโฆษณาและยอดวิว การค่อยๆ เก็บประสบการณ์จนมียอดวิวสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเป้าหมายของยูทูบเบอร์ เพราะนั่นหมายถึงสปอนเซอร์มีโอกาสจ้างงานสูงขึ้นด้วยนั่นเอง

ภาพจาก: NewsWhip

บทสัมภาษณ์จากประชาชาติธุรกิจ เกี่ยวกับการทำอาชีพ YouTuber ของ ‘ปอนด์-ภริษา’ YouTuber ที่ทำงานมากว่า 10 ปี เธอกล่าวว่า “เมื่อก่อนเป็นแค่งานอดิเรก ไม่มีใครคิดจะลาออกจากงานมานั่งทำคอนเทนต์ยูทูบเป็นอาชีพ แต่ตอนนี้มันยั่งยืนมากขึ้น ทำเป็นอาชีพได้ มีรายได้หลักจากโฆษณา ส่วนแบ่งจากยูทูบเป็นแค่ส่วนเสริม ถ้าคิดจะทำเป็นอาชีพหลักต้องมีสปอนเซอร์ให้ได้”

“ถ้าคิดจะทำเป็นอาชีพหลัก
ต้องมีสปอนเซอร์ให้ได้”

และยังกล่าวถึงคนรุ่นใหม่ที่ไปได้ไม่สวยในวงการนี้ว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือ “ไม่เป็นตัวของตัวเอง YouTuber ต้องชัดเจนเรื่องนี้มาก”

 

ข้อเสียของอาชีพ Youtuber

อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะมีผู้ติดตามมากพอที่จะสร้างรายได้ รวมทั้งการลงทุนลงแรงในเบื้องหลังคลิปวิดีโอแต่ละคลิปก็หนักมากอีกด้วย เพราะไม่ใช่แค่การคิดคอนเทนต์และถ่ายทำวิดีโอเท่านั้น ยังมีในส่วนของการตัดต่อ เอฟเฟกต์ หรือแม้กระทั่งปกคลิปก็ต้องทำออกมาให้น่าสนใจเช่นกัน

——————————————-

▸ Streamer

สตรีมเมอร์ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มาแรงในหมู่วัยรุ่น และยังสามารถทำได้หลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น เล่นเกม ร้องเพลง หรือการผลิตสื่อต่างๆ ให้คนดูผ่านออนไลน์ ซึ่งถ้าหากมีผู้ติดตามจำนวนมากและประสบความสำเร็จในอาชีพนี้สามารถสร้างรายได้ถึง 1.5 ล้านบาท/ชม. เลยทีเดียว แต่การได้มาของรายได้ที่มากมายขนาดนั้นก็ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเช่นกัน 

“อาชีพนี้สามารถสร้างรายได้ถึง
1.5 ล้านบาท/ชม.
เลยทีเดียว”

‘สตรีมเมอร์’ อาชีพคนรุ่นใหม่ รายได้หลักแสน

บทความจาก #beartai ที่ได้สัมภาษณ์ ‘ปิ๊ง’ หรือ ‘PinkGuschu’ สตรีมเมอร์สายขยันที่สตรีมเกมนานกว่า 10 ชั่วโมงรวด โดยเธอกล่าวว่า “สิ่งที่ต้องมีมากที่สุด คือความอดทน ความพยายาม สม่ำเสมอ และต้องขยันด้วยค่ะ เพราะคนดูปิ๊งทุกวันนี้หลายๆ คนเขาบอกกว่า เขาไม่ได้ติดตามเพราะปิ๊งเป็นสตรีมเมอร์ที่สวยที่สุดหรือเก่งอะไรแต่เขาชอบที่ปิ๊งขยัน เปิด Twitch มาทีไรก็เจอปิ๊งตลอด”

และนอกจากความขยันยังมีโจทย์ใหญ่ที่ PinkGuschu เคยกล่าวเอาไว้นั่นคือ “มีสตรีมเมอร์ใหม่ๆ เข้ามามากมาย เราก็ต้องรักษาคนดูของเราไว้ แล้วหาคนดูใหม่ๆ เรื่อยๆ ตรงนี้แหละที่เป็นโจทย์ว่าทำยังไงให้เขาเลือกที่จะมาดูเรา” ซึ่งโจทย์นั้นก็สร้างความปวดหัวให้กับเหล่าสตรีมเมอร์ไม่น้อยเลยเช่นกัน

 

ข้อเสียของอาชีพ Streamer

Streamer เป็นอาชีพที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนดูอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดสด ดังนั้นจึงต้องมีทักษะในการควบคุมอารมณ์และแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ดี รวมทั้งการแสดงภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับผู้ชมในแต่ละช่อง เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดหรือเรื่องเข้าใจผิดขึ้น อาจบานปลายไปอย่างรวดเร็วจนยากจะแก้ไขได้

——————————————-

 

▸ TikToker

อีกหนึ่งอาชีพมาแรงเช่นกันกับ TikToker อาชีพที่สร้างรายได้บนแอปพลิเคชัน TikTok ที่เป็นกระแสฮิตอย่างมากของปีนี้ ซึ่งการสร้างคอนเทนต์ของ TikTok ก็คือการโพสต์คลิปวีดีโอสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 1 นาที เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้ที่เข้ามาติดตามและรับชมวีดีโอคลิปที่สร้างขึ้น 

โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ TikTok ทั่วโลกจำนวนมากถึง 500 ล้านคน ซึ่งการหาเงินจาก TikTok มีหลายช่องทางที่สามารถทำได้ หลักๆ เลยก็คือ การสร้างชื่อตัวเองให้ดังใน TikTok ให้ได้ เพราะนั่นหมายถึงบรรดาสปอนเซอร์โฆษณาที่จะเข้ามาสร้างรายได้ให้กับเรานั่นเอง

 

ข้อเสียของอาชีพ TikToker

รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการจ้างภายนอก ผู้ที่มีชื่อเสียงใน Tiktok เท่านั้นจึงจะสามารถสร้างรายได้ที่มากพอได้ และคอนเทนต์ที่นิยมส่วนใหญ่จะมาจากกระแสในช่วงนั้น ดังนั้นคอนเทนต์บน Tiktok จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาในการทำและเผยแพร่อยู่ค่อนข้างมาก

 


 

หลุมพรางของการทำงานสาย DIGITAL MEDIA ที่คุณอาจคาดไม่ถึง !!

แม้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยสร้างโอกาสให้มากขึ้นจะมีอยู่มากมาย แต่ภายใต้โอกาสที่เป็นแสงสว่างส่องประกายอยู่นั้นย่อมมีเงามืดซ้อนอยู่เสมอ ดังนั้นเราจะลองหันมามองในอีกแง่มุมหนึ่งของด้านมืดที่อาจกลายเป็นหลุมพรางรอให้เราตกลงไปอยู่ก็ได้

 

● หลุมการแข่งขัน

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป โดยหันมารับชมคอนเทนต์วิดีโอบนโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ทำให้มีผู้ผลิตคอนเทนต์รุ่นใหม่โดยเฉพาะสายวิดีโอ, สตรีมมิ่งเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น เหล่าบรรดาคนดังที่เริ่มหันมาเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์เสียเองจนส่งผลให้การแข่งขันของผู้ผลิตสูงขึ้น และคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีแรงสนับสนุนมากพอก็อาจผ่ายแพ้ไปในที่สุด

อีกทั้งสถิติในการทำธุรกิจของคนไทยที่มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในไตรมาสแรกของปี 2021 (ม.ค.-มี.ค.) มีจำนวนถึง 23,389 ราย เทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2020 เพิ่มขึ้นถึง 20% นั่นแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือดมากขึ้น และถึงแม้จะมีธุรกิจที่ต้องล้มเลิกไปเช่นกัน แต่ก็มีจำนวนที่น้อยกว่าธุรกิจที่เกิดใหม่อยู่หลายเท่า

“ถึงแม้จะมีธุรกิจที่ต้องล้มเลิกไปเช่นกัน
แต่ก็มีจำนวนที่น้อยกว่าธุรกิจ
ที่เกิดใหม่อยู่หลายเท่า”

ดังนั้น เพื่อการอยู่รอดบนเส้นทางการแข่งขันของธุรกิจนี้ ผู้ผลิตจึงต้องทำงานกันหนักมากขึ้น ใช้ความสามารถสร้างสรรค์เอกลักษณ์และคุณภาพ รวมทั้งตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

“ผู้ผลิตต้องปรับเปลี่ยนบริการให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค”

——————————————

 

หลุมความนิยม

เนื่องจากปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่รับชมสื่อผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ผู้ผลิตให้ความสนใจ เนื้อหาสื่อหลายอย่างจึงถูกปรับให้เข้ากับความสนใจแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เห็นได้ชัดจากคอนเทนต์เกี่ยวกับ LGBTQ+ ที่เผยแพร่ออกมาให้เห็นมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก และยังได้รับความนิยมสูงในหมู่วัยรุ่น

DARK BLUE KISS ผู้แต่ง : Hideko_Sunshine นิยายวายจากเว็บ Dek-D ที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีย์

แต่อันที่จริงแล้วก็อาจไม่ได้หมายความว่าสื่อดิจิทัลที่ถูกเผยแพร่ให้เราเห็นรอบตัวเท่านั้นจะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ เนื่องมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ใช้รูปแบบการดึงข้อมูลและนำเสนอคอนเทนต์ยอดนิยมมาให้ผู้บริโภคที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่สนใจแบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ผู้ผลิตเผลอคิดว่าต้องผลิตงานประเภทนั้นๆ ด้วย และผู้บริโภคก็อาจถูกชักนำให้สนใจโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

 

“เทคโนโลยีสมัยใหม่ใช้รูปแบบ
การดึงข้อมูลและนำเสนอ
คอนเทนต์ยอดนิยมมาให้ผู้บริโภค
ที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่สนใจแบบอัตโนมัติ”

ดังนั้นในการสร้างสรรค์งานใดๆ บางครั้งผู้ผลิตจำต้องมองถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง จากการเก็บข้อมูลในเชิงปัจเจกบุคคลด้วย ไม่ใช่เพียงมองภาพรวมที่เทคโนโลยีและกระแสสังคมแนะนำขึ้นมาหรือบอกว่ามันกำลังเป็นที่นิยมไม่งั้นแล้ว เราอาจจะวนเวียนอยู่กับความสนใจแบบเดิมๆ ที่ถูกปรับแต่งมาแล้วจากโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ก็เป็นได้..

——————————————

หลุมชะล่าใจ

แม้เทรนด์ความคิดของคนรุ่นใหม่จะได้รับความนิยมมากขึ้น จึงอาจมองได้ว่าคนรุ่นใหม่จะกลายเป็นกำลังหลักในการพัฒนาคอนเทนต์ในปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วในขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังสร้างคอนเทนต์ คนรุ่นเก่าเองก็กำลังเปลี่ยนความคิดและสร้างเส้นทางทำมาหากินแบบใหม่เช่นกัน และหากเผลอชะล่าใจก็อาจกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์มากกว่าก็ได้

“หากเผลอชะล่าใจก็อาจกลายเป็น
ฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับคนรุ่นเก่า
ที่มีประสบการณ์มากกว่าก็ได้”

ตัวอย่างบริษัทที่ให้ความสำคัญกับดิจิทัลและนำมาพัฒนาผลงานของตนเองที่ชัดเจนที่สุดก็คงเป็น Netflix บริษัทที่เริ่มต้นด้วยการเปิดเช่าแผ่น DVD ด้วยการส่งไปรษณีย์ในอเมริกาเมื่อปี 1997 และต่อมาในปี 2007 ได้หันมาให้บริการผ่านสตรีมมิ่งบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งในช่วงนั้นก็มีบริษัทสตรีมมิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าหลายบริษัทแล้ว เช่น Amazon Video 

แต่ด้วยจุดเด่นอย่างออริจินัลคอนเทนต์และการพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีคุณภาพ ซึ่งใช้เวลาอยู่หลายปี Netflix ก็สามารถขยายสเกลไปสู่ระดับโลกโดยครอบคลุม 190 ประเทศ และมีสมาชิกกว่า 117 ล้านคนในปัจจุบัน

นั่นจึงทำให้เห็นว่าบุคคลที่เกิดมาก่อนก็สามารถเติบโตในยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ได้เช่นกัน เพียงอาศัยการปรับตัวและพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นที่หนึ่งได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้

——————————————

 

หลุมลืมตัวตน

บนเส้นทางของโลกดิจิทัลที่ดูเหมือนจะกว้างขวางและยาวไกลไม่สิ้นสุด แต่เมื่อมองดูดีๆ แล้วอาจพบว่ากำลังหลงทางอยู่บนโลกเดิมๆ โลกหลังจอคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงแค่ตัวเรากับจอสีเหลี่ยมพูดอยู่ก็ได้ และกว่าเราจะถอยหลังและหันมามองว่าเราอยู่แบบนี้มานานเท่าไรแล้ว ก็ตอนที่เรากำลังหมด Passion ในการทำงานลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลือเพียงแค่ตัวเราที่กำลังว่างเปล่า

หากเพื่อนๆ จมอยู่กับเรื่องแบบนี้นานเข้า อาจส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงานหรือ Burn out ได้อีกด้วย โดยกรมการแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เผยถึงภาวะหมดไฟที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน ซึ่งไม่สามารถจัดการได้ หากมีอาการรู้สึกหมดพลัง หมดความสนใจในงานที่ทำ เหนื่อยล้าเบื่อหน่ายตลอดเวลา 

นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า Burn out หรือภาวะหมดไฟ เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ ไม่ใช่โรค ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและอาจนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ เช่น ภาวะโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือแม้กระทั่งอาการปวดหัว หรือโรคนอนไม่หลับ

“Burn out หรือภาวะหมดไฟ
เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ ไม่ใช่โรค”

การพักผ่อนโดยการทำให้ตัวเองผ่อนคลาย

นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แนะนำวิธีการป้องกันภาวะหมดไฟ คือ ต้องแบ่งขอบเขตระหว่างงานและบ้านให้ชัดเจน หาเวลาพักผ่อน ปิดสวิทซ์งานเมื่ออยู่บ้าน และอย่าเป็นทุกข์อยู่คนเดียว ต้องบอกเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน

“การป้องกันภาวะหมดไฟ
คือ ต้องแบ่งขอบเขต
ระหว่างงานและบ้านให้ชัดเจน”

——————————————

 

● หลุมความอ่อนแอ

หลุมพรางที่หลายคนมองเป็นเรื่องเล็กๆ แต่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงจนยากเกินแก้เลยก็ได้ โดยข้อมูลจาก อ. พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่า การทำงานอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน อาจทำให้มีปัญหาในการนอน รวมถึงอาการสมาธิสั้นลงซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน การไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างเพราะไม่ค่อยเข้าสังคม และอาจก่อให้เกิดอาการซึมเศร้าได้

โดยทางกรมสุขภาพจิตเคยออกมาระบุถึงสถิติการฆ่าตัวตายในปี 2018 เฉลี่ยวันละ 11.3 คนต่อวัน โดยมีภาวะโรคจิต 7.45% โรคซึมเศร้า 6.54% และในปี 2019 มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสูงขึ้นเป็น 7.8%

“ในคนทั่วไป 100 คน
ต้องมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 5 คน”

ด้านองค์การอนามัยโลกได้ประเมินตัวเลขของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยู่ที่ 5.4% ของบุคคลทั่วไป นั่นหมายความว่าในคนทั่วไป 100 คน ต้องมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 5 คน และมีบางประเทศมากถึง 10%

โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ โดยเริ่มมีอาการช่วงวัยรุ่นและรุนแรงขึ้นตามอายุ ผสมกับพันธุกรรมของบุคคลนั้นก็อาจแสดงอาการได้เร็วหนักขึ้น

และหากถามว่าอาชีพไหนมีความเสี่ยงสุดที่จะเป็นโรคซึมเศร้านั้น ต้องตอบเลยว่า มีความเสี่ยงทุกอาชีพค่ะ !!

—————————————-

หากมองกันแล้วการทำงานในยุคดิจิทัลบนแพลตฟอร์มที่เอื้ออำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เข้ากับสังคมในปัจจุบันย่อมได้รับความนิยมอย่างมากอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะคะ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานด้านนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ใครจะรู้ว่าโอกาสแห่งความรุ่งเรืองนั้นอาจมีกับดักซ่อนอยู่ ดังนั้นหากไม่ระวังให้ดีไม่ว่าใครก็สามารถกลายเป็นเหยื่อบนโลกดิจิทัลที่ไม่มีความแน่นอนได้ทั้งนั้น ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยีจะไม่กลายเป็นเหยื่อกันเสมอไป.. ดังนั้นก็ควรต้องเตรียมความพร้อมให้ดี ศึกษาข้อมูลการทำงานในด้านนั้นๆ อย่างละเอียด และสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองไว้ก่อน จะได้ไม่ตกหลุมพรางของโลกดิจิทัลกันนะคะ

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ได้ที่ Plotter ค่ะ บ๊ายบาย


อ้างอิง

https://www.ryt9.com/s/prg/3146868
https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30118
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/
https://medhubnews.com/
https://www.beartai.com/lifestyle/325934
https://www.marketingoops.com/reports/industry-insight/line-creators-market-create-sticker-creators-job-position/
https://www.techoffside.com/2020/11/ip-collaboration-global-creative-studio-line-friends/
https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_133630
https://www.ktc.co.th/article/knowledge/how-to-become-youtuber
http://www.thaismescenter.com/แชร์-วิธีสร้างรายได้จาก-tiktok-หาเงินได้เท่าไหร่/
https://www.moneybuffalo.in.th/business/
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/933675
https://www.bangkokbankinnohub.com/th/the-impact-of-nfts-to-fintech/
https://workpointtoday.com/nft-blue-ocean-market-or-temporary-trend/
https://siamblockchain.com/category/opinions/
https://www.dek-d.com/writer/55583/
https://www.prachachat.net/ict/news-277955
https://www.beartai.com/article/interview/154376

 

 

 

 

 

 

Shares