Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : Davut

867

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยมากว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้ซึ่งจะจัดทำเป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้ว
ขอเชิญพบกับ
.
.
.

วิศรุต บินกาซัน(Davut)
วันเดือนปีเกิด  29 ธันวาคม 2529

ช่องทางติดต่อ
facebook.com/wisarut.binkasun
Instagram/davut3
Email: davutslumway@gmail.com

ตัวอย่างผลงานบางส่วน

—————————–

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.อยากให้ช่วยแนะนำตัวเองก่อนครับผม ว่าเริ่มวาดรูปจริงจังจนเป็นอาชีพมาได้อย่างไรครับ

จริงๆ ชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ แต่มาเริ่มฝึกวาดจริงจังขึ้นตอนเรียนจิตรกรรมช่วง ปวส. แต่เราก็ไม่ได้สม่ำเสมอกับการฝึกฝนขนาดนั้น ตอนนั้นก็ทำหลายอย่าง เล่นดนตรีบ้างเที่ยวบ้างทำงานเป็นเด็กเสริฟเมามายใช้ชีวิต ก็ปกติชีวิตในช่วงวัยลองผิดลองถูก มาจริงจังอีกทีนึงก็ตอนที่เคยทำงานวาดการ์ตูน ช่วงนั้นเราก็จะเริ่มมีงานภาพประกอบหรืองานวาดอื่นๆเข้ามาบ้างก็ทำมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนี้ครับ

-.ในการฝึกวาดภาพด้วยพู่กัน คิดว่าสิ่งที่ยาก และสำคัญที่สุดในการวาดคืออะไรบ้างครับ

ความยาก คือ เราพลาดไม่ได้ พลาดแล้วมันกดย้อนกลับไม่ได้ พลาดแล้ว คือ เริ่มใหม่ หรือไม่ก็ต้องแก้ไขยังไงให้งานยังออกมาดูดีโดยที่เปลี่ยนร่องรอยของความผิดพลาดให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานไป ส่วนที่สำคัญที่สุดในการวาดคือ สติ กับความเข้าใจในอุปกรณ์ สติ…สำคัญจริงๆ นะ สมัยก่อนผมเคยเมาเหล้าแล้วทำงานไปด้วยไม่เวิ้คจ้า ฮ่าๆๆๆ 

“ต้องแก้ไขยังไงให้งานยังออกมาดูดี
โดยที่เปลี่ยนร่องรอยของ
ความผิดพลาดให้กลายเป็น
ส่วนหนึ่งของงาน”

-.ในเรื่องของอุปกรณ์ในการวาด คิดว่ามีความสำคัญแค่ไหน รวมไปถึงมีเรื่องไหนที่ผู้ที่สนใจในการวาดภาพรูปแบบนี้ควรรู้หรือศึกษาบ้างครับ

ประเภทของพู่กัน คุณภาพของสี ประเภทและคุณภาพของกระดาษ สมัยเรียนผมเคยคิดว่าอุปกรณ์ไม่สำคัญอยู่ที่ฝีมือล้วนๆ แต่พอได้ลองมาใช้สีเกรดดีๆ กระดาษคุณภาพสูงๆ มันหนังคนละม้วนจริงๆ แต่สำหรับคนที่ฝึกใหม่ๆ และไม่ได้มีต้นทุนนักก็ใช้ของมาตรฐานราคากันเองก่อนก็ได้ครับ ทักษะของผู้วาดกับคุณภาพของอุปกรณ์ต้องมาคู่กัน มีแต่ของแพงอุปกรณ์ทุกอย่างเลิศหรูแต่ทักษะไม่มีก็ไม่เกิดผล ตรงกันข้ามถ้ามีทักษะที่ดีอยู่แล้วพอได้ใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงงานเราก็จะก้าวกระโดดเลยล่ะ

“ทักษะของผู้วาดกับ
คุณภาพของอุปกรณ์ต้องมาคู่กัน
มีแต่ของแพงอุปกรณ์ทุกอย่างเลิศหรู
แต่ทักษะไม่มีก็ไม่เกิดผล”

-.ในการสร้างผลงานที่เกี่ยวกับด้านศาสนาอย่างที่ทำอยู่ คิดว่าเราจำต้องคำนึงถึงอะไรหรือมีการวางตัวอย่างไรบ้างครับผม

อันดับแรกต้องขอชี้แจงก่อนว่า ส่วนตัวสำหรับผมแล้ว ศาสนาเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เป็นเพียงเครื่องแบบ เป็นวัฒนธรรม เป็นประเพณีสิ่งเหล่านี้มนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น และเราเคารพและให้เกียรติในศาสนานั้นๆ เพราะเราให้เกียรติในผู้ที่นับถือศาสนานั้นในฐานะของความเป็นมนุษย์ (แม้ในอดีตเราจะเคยปากจัดขนาดไหนก็ตาม)

“ส่วนตัวสำหรับผมแล้ว
ศาสนาเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์
เป็นเพียงเครื่องแบบ
เป็นวัฒนธรรม”

สำหรับผมสิ่งที่สำคัญในศาสนาจริงๆ ไม่ใช่การ”จำ”กฎข้อบังคับของศาสนานั้นๆ ได้ แต่คือการเข้าถึง ”แก่น” ของสัจธรรมนั้นๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน “เปลือก” เคลือบชิ้นหนาที่เราเรียกกันทั่วๆ ไปว่า “ศาสนา” อีกทีนั้นแหละ การสร้างงานศิลปะของผม(ที่แยกออกมาจากงานภาพประกอบเพื่อเลี้ยงชีพ) จึงเป็นเครื่องมือในการค้นหาทำความเข้าใจและแชร์เรื่องราวที่เราได้ค้นพบจากการเดินทางด้านในอีกที

ส่วนเรื่องการวางตัวนี่แหละที่มัน ”ตาม” มาโดยที่เราไม่คาดคิดมาก่อน พอเราทำงานด้านนี้วาดภาพประกอบให้กับหนังสือที่ ”สอน” เรื่องใจให้กับผู้คน มันกลายเป็นเงาตามตัวอัตโนมัติที่เราจะต้องสำรวมขึ้น(อย่างน้อยก็ในโลกโซเชี่ยล)ช่วงแรกๆ ก็เราก็อึดอัดนะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ ”กู” จริงๆ กูกำลังแสร้งเป็นคนดี คนที่สำรวม คนที่เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต มันเหมือนคุณเป็นพรีเซนเตอร์ขายครีมหน้าใส เราก็ต้องหน้าใส แต่ความจริงก็คือเราก็เป็น”มนุษย์”ธรรมดาแหละ สิวขึ้นได้ ตาคล้ำได้ หน้าเหี่ยวได้ ช่วงหลังๆ ผมเข้าใจธรรมะมากขึ้นก็เริ่มเป็น”ปกติ”มากขึ้น การ์ตูนที่เขียนลงเฟสบุ๊คช่วงหลังๆ มันจึงเป็นการละลาย ”คติ” ที่เราและผู้อื่น มีต่อตัวตนอันจอมปลอมของเราที่เราเคยสร้างไว้ ยอมรับตัวเอง(ความไม่สมบูรณ์)ได้มากขึ้นมันก็ผ่อนคลายขึ้น

-.จากการที่เราเป็นนักวาดที่สามารถขายผลงานต้นฉบับได้โดยอาจไม่ได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากนัก คิดว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นของเราขายได้ครับผม 

ผมว่ามันแล้วแต่ทัศนของผู้เสพงานศิลป์แต่ละคน บางคนเค้าก็ไม่ซีเรียสซื้องานปริ้นท์ได้ ลูกค้าผมบางคนเค้าไม่ซื้องานปริ้นท์เลยก็มี เค้าชอบในความเป็น ”ชิ้นเดียว”ในโลก มันคือ ชิ้นที่ผู้เสพงานจะได้สัมผัสมันจริงๆ มีร่องรอยเส้นร่างมีรอยเปื้อนเล็กๆ มีคราบดินสอจางๆ มันผ่านกระบวนการทำมาจริงๆ มีร่องรอยของความไม่สมบูรณ์แต่มันก็งดงาม ไล่สายตาดูลายเส้นที่เกิดจากปลายพู่กันที่ชุ่มไปด้วยน้ำหมึกตวัดเคลื่อนไหวจนเกิดเป็นรูปทรง ลายเส้นที่ผ่านการขัดเกลาและฝึกฝนเคลื่อนไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านกาลเวลาผ่านการเคี่ยวกรำมานับครั้งไม่ถ้วน

“มีร่องรอยของความไม่สมบูรณ์
แต่มันก็งดงาม”

จนมันมาปรากฎลงบนกระดาษในห้วง ณ ขณะนั้น มันไม่ใช่แค่ภาพวาดแต่มันมีส่วนหนึ่งของชีวิต”จริง”อยู่ในนั้นด้วย (ตัวต้นฉบับ) มันคืองานคราฟไม่ใช่ภาพวาดสำเร็จรูป ไม่ว่ามันจะเอาไปสแกนและก้อปปี้ซ้ำออกมากี่ร้อยกี่พันรูปตัวต้นฉบับที่สร้างจาก”มือ”ลงบนสิ่งกระทบที่เป็นรูปธรรมมันก็จะมีมูลค่าที่สูงกว่าเสมอ ตราบเท่าที่ยังมีมนุษย์ให้คุณค่าและเสพสุนทรีย์ในส่วนนี้

.คิดอย่างไรกับความเป็นอยู่ของนักวาดในยุคปัจจุบัน จากการที่เราอยู่ในวงการมาตั้งแต่ยุคสิ่งพิมพ์เริ่มซบเซาบ้างครับ

ความเป็นอยู่ของนักวาดปัจจุบันเท่าที่เราเห็นก็มีโอกาสและช่องทางใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอนะ บางคนทำช่องเป็น youtuber บางคนรับออกแบบคาแลคเตอร์ โลโก้ กราฟฟิค ลายเสื้อยืด บางคนก็ทำ personal branding มีกลุ่มลูกค้าที่ติดตามงาน ของตัวเองเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางคนฝีมือดีๆ หน่อย ก็รับงานจ้างวาดให้ชาวต่างชาติ เรทราคาเบาๆสำหรับเค้าแต่สูงมากสำหรับเรารายได้ดีมากๆ ด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดแย่หรือเลวร้ายนะ

“ประเทศเรามีการจ้างงานวาดภาพ
ไม่เสถียรกับนักวาดที่พึ่งจบใหม่
เหมือนฝูงลูกเต่าทะเลพึ่งออกจากไข่น่ะ
จบเป็นพันเป็นหมื่นแต่
เหลือที่ยังทำงานด้านวาด
แล้วรอดจริงๆ ไม่ถึงร้อย”

แต่ผมแค่เสียดายที่สุดท้ายเราก็ไม่มี ”วงการ” เป็นของตัวเอง เรารับซื้องานสร้างสรรค์จากทั่วโลกมาฉายให้คนในบ้านเราดูแต่เราแทบจะไม่เคยเป็นผู้ส่งออกผลงานสร้างสรรค์ของเราไปสู่ชาติอื่นเลย ประเทศเรามีการจ้างงานวาดภาพไม่เสถียรกับนักวาดที่พึ่งจบใหม่ เหมือนฝูงลูกเต่าทะเลพึ่งออกจากไข่น่ะ จบเป็นพันเป็นหมื่นแต่เหลือที่ยังทำงานด้านวาดแล้วรอดจริงๆ ไม่ถึงร้อย แถมเบสของความเป็น “นักวาดภาพประกอบหนังสือ” มันก็ลดลงจนแทบจะหายไป

สื่อสิ่งพิมพ์เคยมีอิทธิพลมหาศาลต่อการบันทึกการนำเสนอการเผยแพร่ ทุกวันนี้ทั้งการบันทึกการนำเสนอและการเผยแพร่มันอาจยังอยู่เหมือนเดิมมีเพียงเครื่องมือที่เปลี่ยนไป ผมผูกพันกับหนังสือมากๆ โตมาในยุคของการคลี่กระดาษรู้สึกว่ายุคนี้เวลาจะซื้อหนังสือการ์ตูนทั้งเล่มนี่ลำบากฉิบหายฮ่าๆๆๆ (ร้านหายากมาก) เป็นคนชอบเข้าไปเดินเลือกเองอ่ะ ชอบดูภาพบนกระดาษดวงตาเรามันซูมอินซูมเอ้าท์ภาพได้รวดเร็ว จะซูมส่องนานแค่ไหนก็ไม่เสียสายตาเหมือนจ้องมองผ่านแสงสีฟ้าบนจอ อยากถนอมดวงตาไว้มองสิ่งสวยงามได้นานๆ  

-.สุดท้าย ถ้าให้เราล่วงรู้คำตอบอะไรก็ได้ 1 ข้อ จะอยากรู้เรื่องอะไรเพราะอะไรครับ

ผมไม่รู้ว่าทำอย่างไรชีวิตถึงจะสมบูรณ์แบบ ผมรู้แค่ว่า จุดเริ่มต้นของการเป็นโรคประสาทมาจากการพยายามที่จะทำทุกอย่างในชีวิตให้สมบูรณ์แบบ

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

1.ภาพนี้ตั้งแต่สมัยทำงานที่ Let’s comic เป็นครั้งแรกที่ได้ลงปก Let’s จำได้ว่ายังไม่มั่นใจเรื่องการลงสีเลย
แต่ดีใจมากๆ ที่พี่ซันให้โอกาส และเป็นหนึ่งในความภูมิใจความทรงจำดีๆ ที่สำคัญที่ได้ลงปกของ Let’s เล่มนี้

2.ช่วงแรกๆ ที่มีโอกาสเขียนภาพประกอบให้รายการ TV และเป็นช่วงแรกๆ ที่ได้ศึกษาเรื่องของนิทานเซนไปด้วย

3.จากภาพประกอบรายการ TV สู่ภาพประกอบหนังสือธรรมะ ชื่อหนังสือ “คิดง่ายๆ อย่างนิทานธรรมะ”ช่วงแรกๆ ที่วาดเล่มนี้(เกิน 5 ปีละ) ผมจะใช้พู่กันจีนตัดเส้น และลงน้ำหนักเทาภาพต้นฉบับจะเป็นขาว เทา ดำ และมาแต่งสีใน photoshop อีกที

4.ภาพนี้เป็นผลงานภาพประกอบในหนังสือช่วงหลังๆ ที่ผมเริ่มศึกษาลงลึกขึ้นในวิถีของคนญี่ปุ่นในสมัยโบราณและผมชอบการจัดสวนในแบบต่างๆของคนญี่ปุ่นมากๆ วัฒนธรรมเค้าให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพในแทบจะทุกๆด้านจริงๆ ช่วงนี้ผมเริ่มได้แรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปินจีน Zao dao ภาพวาดของเธอเป็นงานแมนน่วลทั้งหมดแต่ผลงานเธอกลับมีชีวิตชีวามากๆ ผมอยากสร้างผลงานที่มีชีวิตให้ได้แบบเธอ ผมเลยเริ่มใช้คอมพิวเตอร์น้อยลง และงานชิ้นนี้ใช้เทคนิคพู่กันจีนและสีน้ำ

5.ภาพวาดเมื่อปีที่แล้ว เป็นงานที่มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในภาพประกอบให้ผลงานเล่มสุดท้ายของอ.ประมวล เพ็งจันทร์ อ.ประมวลบรรยายถึง ความงามที่ไร้เงื่อนไข ผมเลยวาดภาพนี้จากความทรงจำที่เคยเห็นผ่านกระจกบนรถแท็กซี่ จำได้ว่าคุณยายที่เนื้อตัวมอมแมมคนนี้กำลังให้อาหารสัตว์มันเป็นภาพที่ผมรู้สึกว่ามันสวยงามมากๆ เทคนิค พู่กันจีน(วาดสดไม่ร่าง) กับสีน้ำบนกระดาษเขียนสีน้ำจีน

6.งานการ์ตูนช่วงหลังๆที่เขียนลงเฟสบุ๊ค เป็นงานที่เขียนเพื่อตัวเราจริงๆเป็นงานเขียนที่ไม่มีการวางแผนการคิดใดๆ  ทุกอย่างด้นออกมาสดๆ เหมือนเราคุยกับตัวเองจริงๆณขณะนั้นแล้ววาดเป็นภาพออกมาอยากเขี่ยยังไงก็เขี่ย เอาตัวเราสนุกและสบายไว้ก่อน เนื้อหาจะเป็นเรื่องสภาวะภายใน เรื่องจิต เรื่องความคิด ซึ่งบางตอนก็มีคนแชร์หลายร้อยคนเลยนะ (ฮา)

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

จริงๆ ชอบฟังหลายแนวมากๆ ฟังพระ ฟังแร็ป ฟังเพลงเมทัล ฟังประวัติศาสตร์ แต่ถ้าอัพเดตสุดๆ ช่วงนี้น่าจะเป็นเพลงนี้มีโอกาสได้รู้จักเพลงนี้จากในพีธีกรรมของเหล่าชาแมนที่เคยไปร่วมได้ฟังก็เลยแบบโอ้มายก้อดดดดเพราะมาก

——————————————-

ก็นับเป็นครั้งุสดท้ายแล้วนะครับ สำหรับบทความ Let’s Pick ที่ดำเนินมาแสนจะยาวนาน หากจะนับรวมไปก็ตั้งแต่ Let’s Magazine ปี 2008 นู่นนนนนเลย ซึ่งกระผม บ.ก.ซัน ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่าน นักวาด รวมไปถึงศิลปินทุกๆ ท่าน ที่ร่วมสละเวลามาแนะนำประสบการณ์ ซึ่งโดยรวมๆ น่าจะเกินกว่า 100-150 ชีวิตที่ผ่านเข้ามาพูดคุยกับเราตรงนี้ ผ่านเวลากว่า 13-14 ปี

และจากนี้ไปผมเชื่อว่า วงการนักวาดไทยก็จะยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ อย่างแน่นอน เนื่องด้วยช่องทางในปัจจุบันที่เปิดกว้างให้เหล่าศิลปินอย่างอิสระ และเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยตัวศิลปินเอง

ดีใจที่ครั้งหนึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่องทางเล็กๆ แห่งนี้ ได้เห็นการเติบโต การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ได้ร่วมภูมิใจไปกับความสำเร็จของเหล่าศิลปินฝีมือดีมากมาย ตั้งแต่โปรเจ็คส่วนตัวจนถึงระดับโลก รวมกว่าทศวรรษที่ผ่านเข้ามาฝีมือของศิลปินไทยทุกท่านเหล่านั้นจะยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผมเสมอ

และหากมีอะไรก็ยังสามารถติดต่อพุดคุยกันได้ตลอดนะครับที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา บ๊ายบายยยย
แฮ่..

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic