Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : SanuR309

3395

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยมากว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.

สานุ รอดเจริญ (SanuR309)

วันเดือนปีเกิด: 11 กรกฎาคม 2545

ช่องทางติดต่อ
Facebook : Facebook.com/SanuR309
Twitter : Twitter.com/SRodchareon
Instagram : Instagram.com/sanu_rodchareon
Email : sanu8sanu@gmai.com
sanu8sanu5.wixsite.com/commission

ตัวอย่างผลงานบางส่วน

—————————–

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.อยากให้ช่วยแนะนำตัวเองก่อนครับผม ว่าเริ่มวาดรูปอย่างจริงจังมาได้อย่างไรครับ

สวัสดีครับ สานุ ค้าบบบบ ปกติก็เป็นคนที่ชอบวาดรูปอยู่แล้วล่ะครับ แต่ก่อนตอนสมัยเรียน ม.ต้น ผมก็เป็นเด็กคนหนึ่งนี่แหละครับที่ไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียนหนังสือสักเท่าไหร่ เวลาว่างก็มักจะหันไปวาดรูปการ์ตูนบ้างอะไรบ้าง (เคยโดนเข้าห้องปกครองบ่อยมากเพราะวันๆ เอาแต่วาดรูปบนสมุดเรียน) ตอนแรกๆ ก็ได้แรงบัลดาลใจจากการ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนเพื่อนๆ หลายๆ คนนี่หละครับ รู้สึกว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงวัยจูนิเบียวที่ชอบวาดรูปแนวดาร์กๆ ก็เลยติดวาดแนวนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พอรู้ว่าวาดรูปเป็นและก็ชอบมาก ก็เลยมาฝึกอย่างจริงๆ จังๆ ในสามสี่ปีที่ผ่านมาครับ

-.เรามีวิธีการอย่างไร ในการสร้างผลงานให้ออกมามีอิมแพ็คต่อคนที่ดูได้ดีอย่างที่เห็นครับ

อืม ในส่วนตัวผมว่างานศิลป์ที่จะมี impact ต่อผู้คน จะต้องเป็นงานที่ตอบสนองกับอารมณ์ผู้เขียนก่อนเป็นอันดับแรก การที่เราจะเขียนงานที่เราไม่รู้สึกมันทำได้ยาก บางครั้งก็เขียนขึ้นจากประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต ซึ่งแนวงานที่ผมเขียนขึ้นมาช่วงแรกๆ ก็เป็นพวก vent art หรือพวก งานศิลปะระบายอารมณ์ครับ แล้วก็เลยได้ทักษะจากตรงนั้นมา

“อารมณ์ต่างๆ ของเรา
ไม่ว่าจะเป็นพลังบวกหรือลบ
ถ้าหากเราใช้มันเป็น
มันก็ไม่ต่างจากอุปกรณ์
ในการทำงานเลยครับ”

 

อารมณ์ต่างๆ ของเราไม่ว่าจะเป็นพลังบวกหรือลบ ถ้าหากเราใช้มันเป็น มันก็ไม่ต่างจากอุปกรณ์ในการทำงานเลยครับ

-.แล้วในส่วนของมิติและแสงเงา เรามีเคล็ดลับอย่างไรในการฝึกฝนตรงจุดนี้จนออกมาน่าพอใจบ้างครับ

ส่วนตัวผมว่าการคนที่สามารถวาดรูปได้ดีนั้นจะต้องมีคุณสมบัติของการเป็น นักสังเกตที่ดีก่อนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสังเกตจากการเรียนใน class การมองงานของศิลปินท่านอื่น และที่ผมว่าน่าจะสำคัญที่สุดนั่นคือการ สังเกตจากชีวิตจริงน่ะครับ เช่น การสังเกตเงาในช่วงเวลาต่างๆ การทดลองแสงไฟ ธรรมชาติของแสง ฝึกให้ตัวเรามองอยู่ตลอดเวลา สมองก็จะสามารถจำเองนั่นแหละครับ

“คนที่สามารถวาดรูปได้ดีนั้น
จะต้องมีคุณสมบัติของการเป็น
นักสังเกตที่ดีก่อนนะครับ”

นอกจากนั้นในส่วนของการฝึกฝน Study ต่างๆ ทางผมเองก็มีศิลปินหลักๆ ที่ต้องกล่าวถึงและให้เครดิตดังนี้ครับ Raun Jia, Oleg Vdovenko และ bwusagi

-.ในฐานะที่ยังเป็นศิลปินรุ่นใหม่ เราคาดหวังอะไรกับวงการนักวาดในไทยไว้บ้างครับผม

ผมหวังว่า วงการศิลปะในไทยจะเป็น วงการที่มีคน support มากขึ้นกว่านี้ครับ อยากให้คำว่า “ศิลปินไส้แห้ง” และ “จบไปทำไรกิน” หมดไปจากสังคมไทย เพราะจริงๆ แล้วผมว่ายุคนี้เป็นยุคที่คนเราต้องการศิลปะมากขึ้น เนื่องจากคนใช้ social กันแทบทุกคน การเข้าถึงนั้นง่ายขึ้นจากเมื่อก่อนอย่างมาก การที่ศิลปินจะจบไปแล้ว กลายเป็นศิลปินไส้แห้งผมว่ามันเป็นชุดความคิดที่น่าจะไม่ตอบสนองกับค่านิยมในอนาคตอย่างแน่นอนครับ

อยากให้คำว่า
“ศิลปินไส้แห้ง” และ
“จบไปทำไรกิน”
หมดไปจากสังคมไทย

-.ใน่สวนของการเปิดรับงาน comission เราคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้รับงาน รวมไปถึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ในตอนนี้แค่ไหนครับ

ในส่วนตัวผม ผมคิดว่าน่าจะเป็น style ที่ผมวาดและก็ฝีมือน่ะครับ เพราะเอาจริงๆ แนวนี้ไม่ค่อยมีคนวาดเท่าไหร่ แต่คนที่ต้องการเสพนี่มีไม่น้อย ตลาดก็เลยจะกระหายหน่อย ฮ่าๆ และคนที่เขียนแนวนี้และฝีมือสูงๆ ก็มีน้อยเพียงหยิบมือ คู่แข่งก็เลยมีน้อยครับ

ผลลัพธ์ตอนนี้ผมว่าเป็นที่ค่อนข้างน่าพอใจนะครับ แต่ติดตรงที่ว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบทำงานทุกๆ ชิ้นให้ดีที่สุด และก็เป็นคนที่ทำงานช้า พอได้มาทำงานจริงๆ เวลานอนก็เลยกลายเป็นเวลาทำงานโดยปริยาย

“พอได้มาทำงานจริงๆ
เวลานอนก็เลยกลายเป็น
เวลาทำงานโดยปริยาย”

-.โดยส่วนตัวแล้ว เราคิดอย่างไรรวมไปถึงพอใจกับระบบการเรียนการสอนศิลปะในยุคปัจจุบันนี้แค่ไหนครับ 

ส่วนตัวผมคิดว่าการเรียนการสอนศิลปะของเราในตอนนี้พัฒนามาจากแต่ก่อนมาไกลเลยครับ แต่ก็ยังสามารถพัฒนาต่อไปอีก เรียนการที่คนจะสามารถศิลปะในยุคปัจจุบันนั้นไม่จำเป็นต้องเรียนตามระบบด้วยซ้ำไป ข้อมูลความรู้ที่ยุคก่อนไม่มี ปัจจุบันนั้นสามารถหาได้ง่ายมากจริงๆ ครับ แต่ถ้าเป็นการศึกษาในระบบ ผมว่าการเข้าถึงนั้นมันยังเข้าถึงได้ยากสำหรับทุกๆ คน และค่าอุปกรณ์ศิลป์ยังมีราคาที่แพงมากๆ อีกด้วย

-.สุดท้าย ถ้าให้สามารถกำหนดชีวิตในอนาคตล่วงหน้าได้แบบชัวร์ๆ 1 อย่าง จะเลือกกำหนดอะไรดีครับ

ถ้ากำหนดอนาคตได้อย่างชัวร์ๆ ผมว่าผมคงกำหนดให้ผมมีชื่อเสียงล่ะมั้งครับ แฮะๆ ถ้ามีชื่อเสียงแล้ว เราก็สามารถมีคนมาจ้างงานได้เรื่อยๆ และ ถ้างานของเรามีชื่อเสียง ก็อยากจะสร้าง inspiration ให้กับคนข้างหลัง เหมือนกับที่คนก่อนๆ เคยสร้างให้พวกเราครับ ส่วนตัวผมคิดว่าแรงบัลดาลใจเป็นสิ่งที่ตายได้ยากและเป็นแรงผลักดันที่มีพลังงานสูง การที่เราได้ช่วยคนอื่นโดยทางอ้อม โดยทางนี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะทำให้ได้เลยครับ

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

1) จะเป็นผลงานตอนเริ่มเขียนงาน digital ชิ้นแรกน่ะครับ 55555 (ประมาณช่วง ป.6)

2) เป็นช่วงเริ่มต้นที่จะจริงจังกับการวาดรูปครับ (ตอนประมาณ ม.3)

3) เป็นงานหลังจากฝึกจริงจังประมาณ 2 ปีครับ (ม.5)

4) งานปัจจุบันครับ (ม.6)

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

ชอบฟังเป็นเสียง ambient เบาๆ ชวนเหงาครับ ทำให้รู้สึกอยู่กับตัวเองมากๆ

——————————————-

สำหรับนักวาดท่านนี้ ก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่า มีฝีมือและทักษะที่มากตั้งแต่อายุที่ยังน้อยอยู่เลยจริงๆ
(ในระดับที่ว่า ในการเป็น บ.ก.ของผมที่ผ่านมาๆ คิดว่าในรอบหลายปีนะกว่าจะเจอฝีมือระดับนี้ได้)
ซึ่งนอกเหนือจากสกิลเรื่องงานวาดแล้ว แนวคิดต่างๆ ในการตอบคำถามก็นับว่ามีความสุขุม ชัดเจน จับประเด็นได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
เป็นอะไรที่น่าสนใจ น่าจับตามอง และน่าสนับสนุนเพื่อดูการเติบโตต่อไปอีกมากมายทีเดียวเลยครับ

และสำหรับสัปดาห์หน้า จะเป็นศิลปินท่านใด
รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

หรืออยากให้แนะนำศิลปินคนไหน หรือใครอยากเสนอตัว
ก็สามารถติดต่อ contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic