Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : TU!!

539

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยมากว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.

ณัชพล ตุ๊เสงี่ยม (ตุ๊)
วันเดือนปีเกิด
21 พฤศจิกายน 2537 (อายุ 26 ปี)

ช่องทางติดต่อ
Instagram.com/tu_illustratu
twitter.com/tu_illustratu
foundation.app/tu_illustratu
behance.net/TUartwork

ตัวอย่างผลงานบางส่วน


—————————–

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

อยากให้ช่วยแนะนำตัวเองก่อนครับผม ว่าเริ่มวาดรูปจนเป็นอาชีพมาได้อย่างไรครับ

จุดเริ่มต้นการวาดรูปของผมเริ่มตอนอายุ 4 ขวบ ตอนนั้นผมชอบวาดรูป วาดฝาผนังบ้านที่คลินิกของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของผมเริ่มเห็นแววในทางนี้และก็เริ่มสนับสนุนผมในด้านนี้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ ผมเริ่มติวศิลปะตั้งแต่ช่วง ม.ปลาย แล้วก็สอบติดมหาวิทยาลัยศิลปากร

พอได้เข้าเรียนก็ทำให้ผมเริ่มชื่นชอบการวาดภาพประกอบและวาดการ์ตูนมากขึ้น พอหลังจากเรียนจบจากศิลปากรผมก็ได้ทำงานให้กับบริษัทแอนิเมชั่น โดยที่ระหว่างทางผมก็รับงานฟรีแลนซ์ไปด้วย จนมาถึงตอนนี้ก็ได้มีโอกาสได้ออกมาทำงานฟรีแลนซ์เต็มตัวและได้ออกมาทำงานสไตล์ของตัวเอง

จากที่เห็นว่าเราเป็นหนึ่งในนักวาดที่มีสไตล์ผลงานโดดเด่นมาก เราใช้วิธีอย่างไรในการค้นหา และพัฒนาจนได้สไตล์อย่างที่เห็นในปัจจุบันครับ

ผมเริ่มจากการดูสื่อบ่อย ๆ ผมชอบดู American Comic มากๆ ประกอบกับการยึดมั่นในความเป็นเด็ก คืออะไรก็ตามที่มีความเป็น Childish มีความเป็นการ์ตูนเล็กๆ น่ารักนั่นเอง นั้นจึงทำให้ผมชอบนำเสนอการ์ตูนที่มีความเป็น American Comic ที่คงความเป็นเด็ก สีสันสดใส มีความเป็น Pop Art ที่ใช้สีฉูดฉาด

เพราะว่าช่วงที่ผมเรียนที่ศิลปากร เวลาอาจารย์สอนเรื่องการใช้สี ผมก็จะใช้สีไม่ค่อยเก่ง อย่างสีที่เป็นโทนออกตุ่น ๆ ผมก็จะไม่ค่อยถนัด ก็เลยเปลี่ยนมาใช้สีสดที่มีโทนฉูดฉาดแทน เหมือนผมเห็นสีรุ้ง ผมชอบผมก็จะนำมาใช้เลย

รู้สึกว่างานของเราจะให้อารมณ์ที่ดูสนุกสนานเอามากๆ เราทำยังไงให้สามารถสร้างผลงานให้ดูสนุก รวมไปถึงสนุกไปกับการทำงานได้อย่างต่อเนื่องครับ

ผมสร้าง Hype ให้ตัวเองมากๆ ครับ ผมรักตัวเองและรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เวลาผมสร้างสรรค์งาน ผมจะคิดว่าพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานก็เหมือนสนามเด็กเล่น เป็นสถานที่ที่ทำให้ผมได้สาดสีสันอย่างสนุกสนาน ยิ่งสนุกก็ยิ่งมีเรื่องราว มันยิ่งทำให้เกิดความน่าสนใจ

“ผมรักตัวเองและรู้ว่า
ตัวเองต้องการอะไร
เวลาผมสร้างสรรค์งาน
ผมจะคิดว่าพื้นที่ในการ
สร้างสรรค์ผลงาน
ก็เหมือนสนามเด็กเล่น”

นอกจากนั้นผมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตัวเอง ผมพยายามออกไปทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยนอกจากการวาดรูปอย่างเดียว เพราะว่าบางทีมันทำให้เราเหนื่อยจนเกินไปและเกิดการคิดลบ กิจกรรมที่ผมชอบทำก็คือ ออกกำลังกาย เต้น B-Boy ออกไปพบเจอผู้คน สิ่งเหล่านี้มันช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมีความรู้สึกสนุกที่จะทำงานต่อไป

ในส่วนของการนำผลงานไปขายในรูปแบบ NFT อันนี้เราเริ่มมาจากอะไร และวางแผนจริงจังไว้กับเส้นทางนี้แค่ไหนครับ

ตอนเริ่มเลยจริงๆ มันเริ่มจากการที่ผมเห็นเพจ Comic ใน Instagram ที่ผมเคยร่วมงานแนว Motion-Illustration หรือภาพประกอบที่มีการขยับด้วย และทางเพจชื่นชอบงานของผมเป็นอย่างมากเลยทักมาหาผมว่าสนใจจะลงงานใน NFT ไหม และเราจะให้เงินคุณเป็น Crypto Money ซึ่งผมงงมากๆ ในตอนแรก ผมรู้สึกว่ามันเหมือนภาษาคอมพิวเตอร์และผมไม่เข้าใจ ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย ผมก็เลยปล่อยไปไม่ได้สนใจอะไร

“ในตอนแรก ผมรู้สึกว่า
มันเหมือนภาษาคอมพิวเตอร์
และผมไม่เข้าใจ
ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย”

หลังจากนั้นผมเริ่มเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนพูดถึง NFT กันมากขึ้น ผมก็เลยเริ่มศึกษาหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ NFT ในระดับหนึ่ง แล้วกลายว่าสิ่งนี้น่าสนใจ ผมเริ่มคิดว่า NFT เป็นช่องทางทำมาหากินที่ดีอีกช่องทางหนึ่งและเป็นโอกาสใหม่สำหรับศิลปิน โดยเฉพาะศิลปินที่ทำงานดิจิทัล ผมจึงเริ่มวางแผนล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน ปรึกษารุ่นพี่ ปรึกษาอาร์ตคอลเลคเตอร์ที่ผมรู้จัก และศึกษาว่าต้องใช้เงินทุนประมาณเท่าไหร่ เพราะระบบนี้มันจะผสมเรื่องการลงทุนเข้าไปด้วย หลังจากนั้นเมื่อเดือนที่แล้วผมก็ตัดสินใจที่จะลงขายงานใน NFT จริงจัง

มีบางคนมองว่าค่าใช้จ่ายในการลงงาน NFT นั้นยังค่อนข้างสูง รวมไปถึงมีความผันผวนค่อนข้างมาก เราคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ รวมไปถึงหากมองจากในมุมของนักวาดรุ่นใหม่ ๆ คิดว่าควรกังวลในจุดนี้ด้วยมั้ยครับ

เป็นคำถามที่ตอบยากเพราะว่าอย่างสถานการณ์ของผมในตอนนี้ตั้งแต่ที่เริ่มลงงานใน NFT มาและขายออกไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว ผมจึงไม่ค่อยกังวัลเรื่องค่าผันผวนและค่าแก๊สที่ผมได้ใช้จ่ายไปในปริมาณสูง ผมคิดว่าถ้าเราลงทุนไปในราคาที่สูงและผลตอบแทนที่ได้กลับมาก็สูงในระดับหนึ่ง นั่นเท่ากับว่าผมได้กำไรที่ผมค่อนข้างพึงพอใจ

“คุณต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
ว่าชิ้นงานที่คุณกำลังจะลงขายชิ้นแรก
มันจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูง
คุณต้องทำยังไงก็ได้
ให้งานของคุณขายได้”

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่าก็คือการทำการตลาด ทำยังไงให้งานขายได้ การสร้างโปรไฟล์และชื่อเสียง เพื่อที่จะนำงานไปขายต่อได้ในอนาคต ส่วนคำแนะนำของผมสำหรับนักวาดหรือศิลปินรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้ามา ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นที่น่ากังวัลในระดับหนึ่ง เพราะคุณต้องวางแผนอย่างรอบคอบว่าชิ้นงานที่คุณกำลังจะลงขายชิ้นแรกมันจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูง คุณต้องทำยังไงก็ได้ให้งานของคุณขายได้หรือทำให้ตนเองมีชื่อเสียงให้ได้ในวงการนี้

คิดว่าอะไรที่ทำให้งาน NFT ของเราขายได้ รวมไปถึงประสบความสำเร็จตามที่เราตั้งเป้าไว้ครับ

ผมว่าสำคัญอยู่ที่แผนการวางการตลาดเลยครับ โปรโมทบ่อยๆ ในทุกๆ ช่องทาง ทำทีเซอร์ให้คนรู้สึกว่าได้เห็น มีการลงทวิตเตอร์บ่อยๆ เพราะมันเป็นคอมมูนิตี้สำหรับชาวต่างชาติ เข้าไปหาคลับเฮ้าส์ ไปพูดไปฟังให้คนเห็นว่าเราทำอะไรอยู่ เพราะในนั้นก็มีคนที่เป็นคอลเล็คเตอร์อยู่ด้วยเหมือนกัน

และที่สำคัญคือการทำเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มนั้นๆ เพราะ NFT นั้นก็มีความเหมือนกับการสะสมเหรียญคริปโตในรูปแบบหนึ่ง ถ้าเราทำเนื้อหาให้ไปในทางเดียวกัน ก็จะทำให้นักสะสมรู้สึกเหมือนได้สะสมเหรียญชิ้นนั้นไปจริงๆ ด้วยนั่นเองครับผม

เห็นมีข่าวว่ากำลังจะได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกด้วย อันนี้พอเล่าที่มาที่ไปคร่าว ๆ ให้เราฟังได้มั้ยครับ

ผมได้รับโอกาสทำ Special Music Video ให้กับศิลปินนักร้องชาวนอร์วีเจียนคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก แต่โปรเจคนี้ผมต้องขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนในตอนนี้ครับ ทางเอเจนซี่บังเอิญมาเจองานผมที่ลงไว้ใน Behance ซึ่งเขาสนใจให้ผมเป็นศิลปินตัวแทนประเทศไทย โดยร่วมงานก็ศิลปินเอเชียท่านอื่น ๆ รวมทั้งหมด 5 ประเทศ แต่เรื่องรายละเอียดผมยังไม่สามารถบอกได้ ยังไงก็ฝากติดตามได้นะครับ

สุดท้าย ถ้าให้เราเลือกได้รับพลังจากสัตว์ 1 ชนิดอะไรก็ได้ จะเลือกสัตว์ชนิดไหน และพลังอะไรครับ

ผมคิดมาตลอดว่าผมเป็นเหมือนลิงหรือสิงโตที่มีความตื่นและลุยไปข้างหน้า เหมือนแนวกริฟฟินเดอร์ แต่ถ้าผมเลือกรับพลังได้ผมขอเลือกรับพลังจากสล็อต เพราะว่าสล็อตเป็นสัตว์ที่เชื่องช้า เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะสโลว์ไลฟ์ ชอบยิ้มย้อยและมีความสุขกับชีวิต เพราะบางทีผมทำงานผมก็ Active เกินไปจนมันทำให้ผมเหนื่อย ผมก็อยากที่จะรับพลังจากสล็อตเพื่อที่จะได้พักและใช้ชีวิตบ้าง

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

2017 งานชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ชอบช่วงฝึกงานกับทาง Let’s Comic ในภาพเป็นเหล่าศิลปินดังของเล็ทส์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม

2019 เป็นช่วงที่พยายามค้นพบตัวเอง หางานสไตล์ตัวเองแบบจริงจัง ซึ่งเป็นช่วงที่ผมสร้าง Boy On Fiyah แบบ Official Design ขึ้นมาครั้งแรก

2021 ต้นปี เป็นช่วงที่อยู่ๆ ก็อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ผมอยากทำงานพ่นผนัง Street Art มานานแล้ว แต่ไม่เคยได้มีโอกาสลอง จนกระทั่งช่วงเวลานี้

2021-ล่าสุด ได้ลองทำ NFT ซะที ! ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ภูมิใจที่สุดเพราะขายได้ราคา 1.33 eth (ประมาณ 155,000 บาท ณ เวลานั้น) สไตล์อาจจะไม่ได้พัฒนาไปมาก แต่สิ่งที่ได้ฝึกเพิ่มเติมคือสกิลการทำ motion และ marketing plan

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

เป็นเพลง Captan America : Winter Soldier soundtrack 

ปกติผมจะเป็นคนที่ชอบฟัง soundtrack หนังมากๆ มันรู้สึกได้บรรยกาศสุนทรีย์เวลาทำงาน และ Hype ในเวลาเดียวกันตอนที่ฟังเพลงหนังแอ็คชั่น

————————————–

สำหรับศิลปินของเราในครั้งนี้ ก็เรียกได้ว่ามีความโดดเด่นทั้งในแง่ของ รูปแบบผลงาน ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงแนวคิดในการทำงาน ชนิดที่เรียกได้ว่า ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะฉูดฉาดไปกว่ากันเลย ซึ่งผมเชื่อเหมือนกับศิลปินท่านนี้เช่นกันว่าพลังในการใช้ชีวิตและการทำงานนั้นส่งต่อเนื่องถึงกันได้ รวมไปถึงยังส่งต่อถึงผู้อื่นที่เสพงานของเราต่อไปได้อีกด้วย ว่ามั้ยครับทุกๆ ท่าน แฮ่..

และสำหรับสัปดาห์หน้า จะเป็นศิลปินท่านใด
รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

หรืออยากให้แนะนำศิลปินคนไหน หรือใครอยากเสนอตัว
ก็สามารถติดต่อ contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic