รวมเว็บไซต์สร้างรายได้แบบ Passive สำหรับเหล่าศิลปินนักวาด (มีฮาวทู การสมัครด้วยน้า)

4611

บทความโดย ข้าวแมวยักษ์

ในยุคโควิด ที่การใช้ชีวิตเหมือนออกไปเผชิญโชคตลอดเวลาทั้งเชื้อโรคหรือมลพิษ งานและเงินก็แสนจะหายาก(มากกกกก)ราวกับการงมเข็มในมหาสมุทร.. จนทำให้มีผู้ที่ทำงานสายศิลปะบางท่านเลือกที่จะออกมาทำงานเป็นฟรีเเลนซ์ แต่การเป็นฟรีแลนซ์นั้นก็ไม่ง่ายเพราะถ้าไม่มีคอนเซาท์ก็ต้องอาศัยสกิลปากของตัวเองในการดีลงาน แต่ด้วยความไม่เลือกงานไม่ยากจนก็จำต้องฝืนตัวเองเพื่อให้ได้งานมา บลาๆๆๆๆ

ทั้งหมดทั้งมวลนั้นฟังดูแสนจะหนักหนาสาหัส สำหรับพวกเราเหล่านักวาดที่อาจไม่ได้ชื่นชอบการขายของออกสังคมอะไรกันขนาดนั้นใช่มั้ยล่ะคะ.. ดังนั้นแล้วในวันนี้เราจึงมีช่องทางที่น่าสนใจ ที่จะช่วยทุเลากับปัญหาดังข้างต้น !! กับเว็บไซต์เพื่อการสร้างรายได้จากผลงานในแบบ Passive !!! (เอางานไปลงขายแบบไม่ต้องผ่านตัวกลางที่วุ่นวายนั่นเอง)จะมีเว็บอะไรบ้าง ไปชมกันเลยค่ะ

Adobe Stock

Adobe Stock คือการบริการขายภาพ, เวกเตอร์กราฟิก และวีดีโอ แบบออนไลน์บนเว็บไซต์ ซึ่งเจ้าตัว Adobe stock ของเรานั้นสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมต่างๆ ของ Adobe ได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดเว็บไซต์เพื่อหารูปให้ยุ่งยาก โดยจะเชื่อมต่อในส่วน Libraries กับ Adobe Stock โปรแกรม Photoshop นั่นเอง

การเริ่มขายภาพกับ Adobe Stock นั้นง่าย (มากกก) เราเพียงแค่ต้องมี Adobe ID ก็สามารถสมัครได้ทันที่ ส่วนใครที่ยังไม่มี Adobe Id ก็สามารถสมัครได้ง่ายๆ ที่นี่

เรามาดูหน้าตาระบบต่างๆ ของAdobe Stock กันหน่อยดีกว่า หลังจากกรอกข้อมูลเพื่อสมัครและได้รับอีเมลยืนยันเรียบร้อยแล้ว ก็ Login เข้าระบบเลย หน้าตาของระบบก็จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน นั่นคือ

ส่วนที่ 1 Dashboard

เจ้า Dashboard นี่จะเป็นส่วนที่เราเอาไว้ดูผลงานและรายได้ของเราในแต่ละวัน เราสามารถดูข้อมูลรายได้เราในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา

ส่วนที่ 2 Upload Files

ในส่วนนี้ จะเป็นส่วนที่เราจะนำผลงานมา Upload ไว้เพื่อให้ Adobe ได้มีการตรวจสอบคุณภาพ และลิขสิทธิ์ของผลงานเรา โดยจะมีระบบที่บอกว่าภาพของเรามีสถานะการดำเนินการตรวจสอบไปถึงขั้นไหน นั่นคือ In Review(อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ), Reminder(แจ้งเตือน), Rejected(ไม่ผ่าน) และ Release(ผ่าน)

วิธีการ Upload ผลงานลง Adobe Stock นั้นง่ายแสนง่ายเพียงลากผลงานของเราลงมาโยนในหน้านี้เท่านั้น และ Adobe Stock ยังมีระบบในการติด Tag การค้นหาของภาพแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้เรายังสามารถปรับข้อมูลของผลงานหรือTag ที่ทาง Adobe Stock อีกด้วย เมื่อเราปรับข้อมูลผลงานจนพอใจแล้วก็สามารถกด Submit ได้เลย ผลงานของเราจะติดสถานะ In Review เพื่อรอตรวจสอบต่อไป

ส่วนที่3 Insight

ส่วนนี้จะเป็นข้อมูลเชิงลึกของการขายผลงาน เราจะสามารดูข้อมูลรายได้รวมไปถึงการดาวน์โหลดย้อนหลังแบบกำหนดวัน เดือน ปี ได้ตามต้องการ

ส่วนสุดท้าย Contributor Account

ตรงนี้จะเป็นส่วนข้อมูลส่วนตัวของเรา แนะนำให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องและ ต้องส่งหลักฐานบัตรประชาชนพร้อมเอกสารการเสียภาษีอีกด้วย

สำหรับ Adobe Stock เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ขายผลงานที่มีระบบที่ดีนอกจากยังเป็นช่องทางในการหารายได้เสริมให้กับ นักวาดภาพประกอบ ช่างภาพ หรือกราฟฟิกดีไซน์ได้ไม่มากก็น้อย

นอกจากเว็บ Adobe Stock ก็ยังมีเว็บอื่นๆ ที่เป็นเว็บสำหรับขายภาพหรือ material สำหรับใช้บนโปรแกรมอย่างเช่น เว็บของโปรแกรม Clip Studio ซึ่งมีการขาย Material บนเว็บและโปรแกรม แต่การ Upload เพื่อนำ material ขึ้นไปขายบนเว็บนั้นได้ถูกจำกัดไว้สำหรับศิลปินชาวญี่ปุ่นเท่านั้น

“โปรแกรม Clip Studio
มีการขาย Material บนเว็บและโปรแกรม
แต่การ Upload เพื่อนำ
material ขึ้นไปขายบนเว็บนั้น
ได้ถูกจำกัดไว้สำหรับ
ศิลปินชาวญี่ปุ่นเท่านั้น”

ส่วนอีกเว็บหนึ่งนั้นเป็นของโปรแกรม Procreate นั่นก็คือ เว็บ Procreate Folio เป็นเว็บคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ใช้โปรแกรมเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลและพูดคุยเรื่องต่างๆ ได้ โดยภายในเว็บจะมีการแบ่งหมวดหมู่สำหรับการพูดคุยไว้หลายหลาย ซึ่งหนึ่งในนั่นคือส่วนของ Marketplace ที่มีไว้เพื่อให้เหล่าครีเอเตอร์ได้มาลงขาย material สำหรับใช้ในโปรแกรม เนื่องจากลักษณะของเว็บนั่นเป็นรูปแบบของเว็บ Blog ทำให้การขาย material ต่างๆ นั้นต้องนำ ลิ้งค์ จากเว็บที่เป็น Payment Gateway อย่างเช่น Creative Market หรือ GumRoad มาลงเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปกดซื้อผ่านเว็บดังกล่าว ต่อไปนั่นเอง

เรามาต่อกับอีกเว็บไซต์หนึ่ง ที่เป็นที่นิยมสำหรับศิลปิน หรือ ครีเอเตอร์งานศิลปะ เป็นอย่างมาก นั่นคือเว็บไซต์ Patreon

Patreon

Patraon เป็นเว็บไซต์ประเภทประดมทุนหรือการบริจาค ที่เราอาจจะเคยเห็นตามโซเชียลที่มีการโดเนทหรือการระดมทุนเพื่อทำโครงการบางอย่าง ซึ่งระบบของ Patreon จะเป็นการบริจาคสำหรับสมาชิกที่จ่ายรายเดือน ให้กับศิลปิน โดยศิลปินจะมีการกำหนดระดับของสมาชิกให้พรีเมี่ยมขึ้นไปตามราคาที่จ่าย นอกจากนี้ศิลปินบางคนจะให้ของรางวัลกับสมาชิกที่สนับสนุนอีกด้วย (แอบกระซิบว่า ในเว็บนี้มีศิลปินที่ทำงาน 18+ ไม่น้อยเลยนะเออ)

การสมัคร Patreon นั้น มีวิธีการสมัครที่ง่าย(อีกแล้ว) เราสามารถเชื่อมต่อ Patreon กับ Facebook หรือ Google เพื่อลงชื่อเข้าใช้ได้เลย หรือ จะใช้อีเมลของเราในการสมัครก็ได้เช่นกัน

หลังจากที่เราสมัครเรียบร้อยแล้วเราจะเจอกับหน้าแรกในการเลือกว่าเราเป็นครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไร

ถัดมาเราก็จะเจอกับหน้าที่ถามว่างานของเรานั้นเป็นงาน 18+ หรือไม่

จากนั้นราก็จะพบกับหน้าที่ให้เราเลือกสกุลเงินในการสมัครสมาชิก

เมื่อเราเลือกสกุลเงินแล้ว หน้าต่อมาจะเป็นการให้เราเลือกว่าเราจะพบกับหน้าที่ให้เราเลือกว่าเราจะทำการส่งสินค้าหรือของขวัญให้กับผู้สนับสนุนเราหรือไม่

และหน้าสุดท้ายจะเป็นารเชื่อมต่อ Patreon ของเรากับSocial ต่างๆ อย่างเช่น Instagram, Facebook , Twitter เป็นต้น

หลังจากนั้นเราจะพบกับหน้าการปรับแต่งเพจของเรา โดยหน้านี้จะมีส่วนย่อยที่สำคัญอยู่ 4 ส่วน นั่นคือ

ส่วนที่1 Basics

เป็นส่วนของการตั้งชื่อเพจและแนะนำตัว โดยจะมีให้เราใส่ว่างานของเรานั้นเป็นงานเกี่ยวกับอะไร และมีให้อัพโหลด Profile Page และ Cover Page นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ให้เราเขียนแนะนำตัวอีกด้วย

ส่วนที่ 2 Tiers

เป็นส่วนที่เราจะสามารถเข้ามาปรับแต่งและกำหนด ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนและสิทธิ์พิเศษที่จะได้รับในแต่ละราคา

ส่วนที่ 3 Page Setting

เป็นส่วนในการปรับแต่งหน้าเพจของเรา โดยจะมีให้ใส่ชื่อ และกำหนดสีประจำเพจของเรา

และส่วนสุดท้าย Preview

เป็นส่วนที่เราสามารถดูได้ว่าเมื่อเราปรับแต่งเสร็จแล้วหน้าเพจของเราจะเป็นแบบไหน อีกทั้งยังมีให้เราเช็คว่าเราได้กำหนดและปรับแต่หน้าเพจและ Profile ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดีหรือยัง

เมื่อเราปรับแต่งในส่วนต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็กด Launch ได้เลย หน้าเพจของเราจะถูกส่งให้ทางเว็บตรวจสอบเมื่อทางเว็บตรวจสอบเสร็จจะมีอีเมลตอบกลับหลังจากนั้นก็เริ่มลงผลงานได้ และอีกหน้าหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ หน้าหลักของครีเอเตอร์

ในหน้านี้เราจะสามารถเห็นจำนวนของผู้สนับสนุน และจำนวนเงินที่เราได้รับต่อเดือนตรงส่วน Overview อีกทั้งยังเป็นหน้าที่เราจะสามารถมาเลือกครีเอทโพสต์ เพื่อลงบนเพจของเราตรงส่วน Next Steps ในส่วนนี้เราสามารถเลือกสร้างโพสต์ได้ ตั้งแต่โพสที่เป็นข้อความ รูปภาพ วีดีโอ ไลฟ์สตรีม เสียง แทรกลิงค์ หรือสร้างโพล์ให้ผู้สนับสนุนของเราได้โหวตกัน

เมื่อเราเลือกว่าเราจะสร้างโพสต์ชนิดไหนเราก็จะพบกับหน้านี้ เมื่อเราลงผลงานหรือข้อความแล้วเราสามารถไปกดเลือกได้ว่า โพสต์นี้ใครสามารถเห็นได้บ้าง โดยจะมีโพสต์ที่เป็นสาถารณะ โพสต์สำหรับผู้สนับสนุน หรือจะเลือกระดับของผู้สนันสนุนที่จะสามารถเห็นโพสต์นี้ก็ได้

สำหรับค่าคอร์สการลงผลงาน เจ้าเว็บ Patreon จะเก็บค่าคอมมิชชั่นจากครีเตอร์ 3 ระดับ นั่นคือ

1.Patreon Lite ครีเอเตอร์จ่ายให้ Patreon 5% ของรายได้ โดยจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือและฟีเจอร์พื้นฐาน ช่องทางจ่ายเงิน และการได้ติดต่อกับแฟนๆ กับเวิร์คช็อป

2.Patreon Pro ครีเอเตอร์จ่ายให้ Patreon 8% ของรายได้ นอกจากเครื่องมือ Patreon Lite ครีเอเตอร์ในระดับนี้จะสามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า เครื่องมือโปรโมท มาสเตอร์คลาสจากผู้เชี่ยวชาญ

3.Patreon Premiumครีเอเตอร์จ่ายให้ Patreon 12% ของรายได้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องคุณสมบัติพิเศษออกมา โดยตอนนี้เปิดให้ครีเอเตอร์ลงทะเบีนเข้ามาเพื่อใช้งาน Patreon Premium

ข้อดีของเจ้าเว็บ Patreon นี้คือเนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมการใช้งานค่อนข้างง่าย สามมารถกำหนดคอนเทนต์ราคาหรือระดับของผู้สนับสนุนได้อย่างค่อนข้างอิสระ ในส่วนของข้อเสีย นั่นคือรายได้จะขึ้นอยู่กับความเป็นที่รู้จัก(ความดัง)ของครีเอเตอร์ และความขยันของครีอเตอร์ที่ลงงานสม่ำเสมอให้คุ้มกับเงินที่ผู้สนับสนุนได้ลงทุนสนับสนุนมา หรือก็คือ เป็นเว็บที่ไม่เหมาะกับครีเอเตอร์สายสโลว์ไลฟ์นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีระบบคล้ายๆ อยู่อย่างเช่น เว็บ Ko-fi , Buy me coffee เป็นต้น

“เป็นเว็บที่ไม่เหมาะกับ
ครีเอเตอร์สายสโลว์ไลฟ์นั่นเอง”

เรามาต่อที่เว็บไซต์อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่เป็น Payment Gateway ที่เรียบง่าย อย่าง GumRoad

GumRoad

เจ้า GumRoad เป็นเว็บไซต์ที่โดยส่วนใหญ่จะวางขายสินค้า Digital โดยมีขายตั้งแต่ แอนิเมชั่น รูปภาพ E-book ไปจนถึงคอร์สเรียนต่างๆ วิธีการสมัครเพื่อขายสินค้าหรือผลงานกับ Gumroad เพียงแค่เขาเว็บไซต์ GumRoad https://gumroad.com/แล้วคลิกที่ Start selling ก็จะพบกับหน้านี้

เป็นหน้าที่เราสามารถใส่ชื่อของร้านค้า และข้อความเพื่อบอกว่าร้านค้าของเรานั้นมีสินค้าเกี่ยวกับอะไร

หน้าถัดไปจะเป็นส่วนที่เราจะสามารถเลือกได้ว่าเราจะขายสินค้าเลยหรือ หากสินค้าของเรายังไม่พร้อมเราสามารถไปที่หน้าปรับแต่งโปรไฟล์ของเราได้เช่นกัน แต่เราจะขอเน้นแนะนำส่วนของการลงขายสินค้ามากกว่าส่วนอื่นนะคะ

ตรงส่วนที่ว่างขายสินค้านั้น เราสามารถวางได้ว่าสินค้าของเรานั้นจะเป็นประเภทไหน เช่น สินค้าที่ได้รับทันที สินค้าที่เป็นพรีออร์เดอร์ หรือ สินค้าที่ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน และเรายังสามารถตั้งชื่อและราคาของสินค้าได้ด้วย

เมื่อเรากดเริ่มต้นขายสินค้า เราจะพบกับหน้านี้ที่เป็นส่วนสำหรับลงรายละเอียดสินค้าตั้งแต่ชื่อ รูปภาพของสินค้า ไปจนถึงราคาของสินค้า เมื่อใส่ข้อมูลเรียบร้อยและกด Publish เราก็จะได้ ลิงค์ของสินค้าเพื่อนำไปวางบนเว็บต่างๆ เท่านี้เราก็สามารถขายสินค้าได้แล้ว

นอกจาก GumRoad ยังมีอีกหลายเว็บที่มีลักษณะที่คล้ายๆ กันอยู่ อย่าง Etsy และ Creative Market ที่เป็นแพล็ทฟอร์มสำหรับวางขายสินค้าเช่นกัน

Creative Market

Creative Market มักจะมีสินค้าจำพวก design asset และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ช่วยให้ออกแบบได้สะดวกขึ้น
เช่น theme, template ,mock up และอื่นๆ การเปิดร้านบนเว็บไซต์นี้เราต้องส่งพอร์ทโฟลิโอไปให้ทางเว็บไซต์พิจารณา และเมื่อมีรายได้ ทางเว็บไซต์จะตัด % รายได้ของเราไป 30% โดยทางเว็บจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ในการขายสินค้าให้กับเรา

Etsy

Etsy นั้นเป็นแพล็ทฟอร์มที่เน้นขายของแฮนเมด ที่ไม่มีค่าเช่าเว็บ แต่ว่าเรานั้นยังต้องเสียค่าธรรมเนียมในการวางสินค้า อยู่ที่ชิ้นละ 0.20 USD โดยสามารถกำหนดจำนวนของได้ว่ามีกี่ชิ้น และทางเว็บจะคิดค่าธรรมเนียมต่อเมื่อของชิ้นนั้นขายได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมเมื่อเราขายของได้อีก 3.5% ของราคาสินค้า ค่าธรรมเนียมพวกนี้จะรวมยอดเรียกเก็บทางอีเมลทุกเดือน ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนๆสามารถไปอ่านได้ที่ Seller Handbook บนเว็บ Etsy นอกจากนี้ยังมีกลุ่มของคนที่ที่ขายในเว็บไซต์ Etsy บนFacebook อย่างกลุ่ม ETSY Thailand ด้วยค่ะ

และนอกจากเว็บไซต์ที่กล่าวมาทั้งหมดเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีเว็บไซต์สัญชาติไทยสำหรับการหารายได้อยู่เหมือนกันนะ นั่นก็คือ

Fastwork

แน่นอนว่า Fastwork เป็นเว็บสัญชาติไทย แต่..ช้าก่อน เว็บนี้ไม่ได้เป็นเว็บแห่งการขายเหมือนเว็บอื่นๆ ที่ผ่านมา เจ้าเว็บ Fastwork เป็นเว็บสำหรับ ฟรีแลนซ์ทั้งหลาย ที่มีตั้งแต่ฟรีแลนซ์สายกราฟิก งานเขียน ไปจนถึงการตลาดเลยทีเดียว ระบบของเจ้า Fastwork นั้นจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฟรีแลนซ์และผู้ว่าจ้าง โดย Fastwork จะทำหน้าที่ในการหาผู้ว่าจ้างมาให้กับเรานั่นเอง

“Fastwork เป็นเว็บสำหรับ
ฟรีแลนซ์ทั้งหลาย ที่มีตั้งแต่
ฟรีแลนซ์สายกราฟิก งานเขียน
ไปจนถึงการตลาดเลยทีเดียว”

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละเว็บไซต์

เนื่องจากเว็บไซต์ที่เรานำมาแนะนำเพื่อนๆ นั้นระบบและลักษณะการขายผลงานค่อนข้างมีความต่างกันจึงจะขออธิบายเอกลักษณ์ของแต่ละเว็บก่อน

Adobe Stock นั้นมีลักษณะเป็น Online Photos and Vectors Stock แต่จะมีความต่างจากเว็บ Stock อื่นๆเพราะมีการวางขายงานประเภทอื่นอย่าง Template, ไฟล์เสียง และไฟล์ภาพ 3D ด้วยนั่นเอง

Patreon เป็นเว็บที่มีลักษณะในการจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนศิลปินแบบรายเดือน จึงไม่ใช่การขายผลงานเป็นชิ้นๆ แต่จะเป็นคล้ายๆกับการที่เป็น Youtuber นั้นคือการสร้างคอนเทนต์เพื่อสร้างฐานแฟนคลับเพื่อให้ผู้สนับสนุนมาสนับสนุนเรา

Gumroad เป็นเว็บที่มีลักษณะเป็น Payment Gateway คือเป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้านั่นเองโดยที่เราจะสามารถนำลิ้งค์ที่ได้จาก GumRoad ไปวางโปรโมตไว้ตามโซเชียลต่างๆ ได้

Creative Market และ Etsy นั้นมีลักษณะเว็บเป็น Marketplace คล้ายๆ กับ eBay หรือที่คนไทยเราคุ้นเคย เช่น Shopee และ Lazada นั่นเอง โดยที่ Creative Market นั้นจะเน้นขายสินค้าจำพวก material ที่ใช้สำหรับงานออกแบบด้าน กราฟฟิก และครีเอทีพ ในส่วนของ Etsy นั่นจะเน้นการขายสินค้า Handmade โดยเฉพาะ รวมถึง material ที่เราปรับแต่งเองด้วย

Fast work นั้นเป็นเว็บสำหรับการหางานสำหรับผู้ทำอาชีพฟรีแลนซ์ นั้นเอง โดยตัวระบบจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าฟรีแลนซ์และลูกค้า

ในแต่ละเว็บนั้นมีเอกลักษณ์และสไตล์ในการทำงานต่างกัน อีกทั้งยังมีข้อดีและข้อเสียต่างกันอีกด้วย สามารถเปรียบเทียบให้เห็นเป็นภาพรวมได้ดังภาพ

 

ในส่วนของข้อดีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเว็บ(อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวเน้อ)

ข้อดีของ Adobe Stock นั้นคือเรื่องของระบบ Auto Tag ในการ Upload ผลงานทำให้ไม่ต้องเก่งภาษามาก็สามารถใช้งานได้ง่าย และอีกหนึ่งข้อดีของ Adobe Stock นั้นคือชื่อเสียง ในแวดวงของการเป็นนักออกแบบและครีเอทีพ หรือแม้กระทั้ง ศิลปิน ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก โปรแกรมตระกูล Adobe ดังนั้นจึงทำให้ ภาพที่วางขายบน Adobe Stock นั้นถูกพบเห็นได้ง่าย และผลงานที่ Upload เพื่อขายกับทาง Adobe Stock นั้นสามารถนำไปวางขายเพิ่มเติมที่เว็บอื่นๆได้อีกด้วย (แต่สามารถวางขายเฉพาะเว็บ Stock ที่มีลักษณะ non – Exclusive ด้วยกันเท่านั้น)

ข้อดีของ Patreon นั้นคือการที่เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายอีก ทั้งยังมีอัตรารายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ส่วน GumRoad นั้นมีข้อดีในด้านของระบบที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก และเราสามารถนำลิ้งค์ไปใช้ที่อื่นได้

—————————-

เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าจากเว็บไซต์ที่เรากล่าวมาทั้งหมด เป็นช่องทางที่ต่างก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้ไม่ยาก แต่ก็แน่นอนว่าเราเองก็จพต้องคำนึงอยู่เสมอว่า ใช่ว่าทุกเว็บที่เราได้ลงทุนลงแรงทำไปจะได้ผลตอบแทนที่กลับมากันแบบรวดเร็วทันใจกันง่ายๆ

การสร้างจำนวนรายได้ให้ยั่งยืนนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรอีกมากมายหลายอย่าง ทั้งระยะเวลาและความขยันในการสร้างผลงาน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามคำกล่าวที่ว่า “ไม่เลือกงานไม่ยากจน” นั้นก็คงเป็นอะไรที่จริงแท้เอาไม่น้อยเลยในยุคเช่นนี้ และยิ่งสำหรับงานที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเกินไปด้วยแล้ว ก็คงจะไม่เสียหายอะไรที่เราจะเริ่มลองทำกันดูจริงมั้ย

เป็นกำลังใจให้แก่มนุษย์เงินช็อตทุกคนค่ะ หวังว่าซักวันนึงเราจะมี Passive income เป็นของตัวเองกันถ้วนหน้านะคะ แฮร่

และสำหรับวันนี้ ขอลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ได้ในเว็บ Plotter ค่ะ : ]

Shares