Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : Louis Sketcher

341

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยมากว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.

ศุภชัย วงศ์นพดลเดชา (หลุยส์)

วันเดือนปีเกิด – 27 มิถุนายน 2534

ช่องทางติดต่อ
Facebook : facebook.com/lllouissketcher
Instagram : instagram.com/lllouis
Twitter : twitter.com/supchaivong

ตัวอย่างผลงานบางส่วน

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.อยากให้ช่วยแนะนำตัวเองก่อนครับผม ว่าเริ่มวาดรูปและเปิดเพจมาได้อย่างไรครับ

สวัสดีครับ ชื่อหลุยส์นะครับ ตอนนี้เป็นศิลปิน, นักวาดภาพประกอบและครูสอนการสเก็ตช์  ผมเริ่มมาจากคิดว่าตัวเองชอบวาดรูป ก็เลยพาตัวเองไปเรียนที่คณะสถาปัตย์ (ตามค่านิยมงงๆ ของตอนนั้นว่าถ้าเป็นเด็กสายวิทย์ที่ชอบวาดรูปก็ต้องเข้าสถาปัตย์สิ ซึ่งต่อมาก็พบว่าที่นี่ไม่ได้สอนวาดรูปนะ ฮ่าๆ) แต่กลายเป็นว่าที่นี่ก็เป็นที่บ่มเพาะความสนอกสนใจเรื่องศิลปะ, สถาปัตยกรรม, วัฒนธรรม และแนะนำให้ได้รู้จักกับ urban sketching (การวาดและลงสี ณ สถานที่นั้นๆ)  จนวันนึงก็เริ่มออกไปสเก็ตช์ตามสถานที่ต่างๆ ไปทั่ว แล้วก็เปิดเป็นเพจ Louis Sketcher นี่แหละครับ

-.ช่วงหลังมานี้เหมือนผมจะเจอน้องๆ นักวาดหลายๆ ท่านที่เข้าเรียนสถาปัตย์ แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยตรงกับการเป็นนักวาดซักเท่าไหร่ อันนี้โดยส่วนตัวมีข้อแนะนำอย่างไรกับน้องๆ ที่กำลังจะเลือกเรียนด้านนี้ หรือเลือกเรียนไปแล้วแต่เพิ่งมารู้ทีหลังบ้างมั้ยครับผม

ถ้าสำหรับน้องๆที่กำลังจะเลือกเรียนสถาปัตย์เพราะอยากวาดรูปนั้น ก็แนะนำว่า “อย่า” ครับ ฮ่าๆๆๆ มันไม่ใช่ที่ๆ สอนคุณวาดรูปเลยนะเว้ย การวาดมันเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ไม่กี่หน่วยกิตในนั้น เดี๋ยวจะทำให้ชีวิตมหาลัย 4-5 ปี ของคุณทรมารไปซะเปล่าๆ (จริงๆ แล้ว คิดว่าด้วยสมัยนี้สามารถหาข้อมูลได้ง่ายกว่าสมัยเราเยอะมาก น้องๆ คงรู้เรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว ไม่เด๋อแบบเรา ฮ่าๆ)

“น้องๆที่กำลังจะเลือกเรียนสถาปัตย์
เพราะอยากวาดรูปนั้น
ก็แนะนำว่า “อย่า” ครับ ฮ่าๆๆๆ
มันไม่ใช่ที่ๆ สอนคุณวาดรูปเลยนะเว้ย
การวาดมันเป็นแค่ส่วนเล็กๆ
ไม่กี่หน่วยกิตในนั้น”

ส่วนคนที่เพิ่งมารู้เอาตอนที่เข้ามาเรียนแล้ว เราว่าข้อดีของการเรียนในคณะนี้คือมันสอนเรื่อง “วิธีคิด” “การตั้งคำถาม” ให้กับเราแบบหนักหน่วงมาก และสำหรับตัวเราเองก็ยังคิดว่า สไตล์ภาพของเราก็ได้รับอิทธิพลจากคณะสถาปัตย์พอสมควร ฉะนั้นอาจจะลองเก็บเกี่ยวข้อดีของการได้เรียนในคณะนี้มาให้ได้ แล้วฝึกหัดวาดรูปเอาในเวลาว่าง หรือจะลาแล้วแก้วตาขอไปหาที่เรียนใหม่ อันนี้แล้วแต่จะพิจารณาเลยจ้า

-.พอจะบอกได้มั้ยครับว่า “การสอนการสเก็ตซ์” ที่เราทำอยู่นั้นรูปแบบเป็นประมาณไหนยังไงหรือครับ ฟังดูน่าสนใจทีเดียวครับ

เป็นการสอนวาดเพื่อเอาไปใช้เป็นงานอดิเรก นักเรียนส่วนใหญ่มาเรียนเพราะอยากวาดแบบเรา อยากออกไปวาดนอกสถานที่ หรือทำบันทึกด้วยรูปวาดระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ในคลาสก็จะมีการปูพื้นฐานทั้งลายเส้นและสีน้ำประมาณนึง แชร์เทคนิคและอุปกรณ์ต่างๆ แต่ใจความสำคัญคือจะบอกให้นักเรียนรู้เสมอว่าเราไม่ได้วาดภาพเหมือนอยู่นะ สเก็ตช์มันง่ายและผ่อนคลายกว่านั้นมาก ถ้ารู้จุดนี้ เลิกติดกับความคิดที่ว่าจะต้องวาดให้เหมือนเป๊ะๆ ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างงานสเก็ตช์ที่ดีได้ครับ

-.คิดว่าการวาดภาพนอกสถานที่ มีผลกับงานที่ได้หรือมุมมองแนวคิดในการทำงานของเราแค่ไหนอย่างไรบ้างครับ

ผมว่าอย่างนึงที่การวาดนอกสถานที่ ต่างจากวาดจากรูปถ่ายแบบคนละโลกเลยคือ มันไม่มี “กรอบ” ของภาพมากำหนดว่าเราจะต้องวาดจากไหนถึงไหน มันเลยเปิดโอกาสให้เราได้สร้างกรอบ หรือเลือกเองได้ว่าจะวาด หรือไม่วาดอะไร  ดังนั้นจึงทำให้เราแม่นในเรื่องของการจัดองค์ประกอบภาพ และถ้าเราวาดมันบ่อยพอ สายตากับการสังเกตเส้น-รูปร่าง-รูปทรง ที่เป็นพื้นฐานของการวาดสิ่งต่างๆ ก็จะเป๊ะมากขึ้น

“การวาดนอกสถานที่ ต่างจาก
วาดจากรูปถ่ายแบบคนละโลกเลยคือ
มันไม่มี “กรอบ” ของภาพ
มากำหนดว่าเราจะต้องวาด
จากไหนถึงไหน”

ซึ่งผลอย่างนึงที่เห็นได้ชัดคือ เวลาทำงานภาพประกอบที่ส่วนใหญ่เป็นงานเกี่ยวกับเมือง, ตึกรามบ้านช่อง เราก็จะสามารถสร้างโครงสร้างของตึก, เมืองนั้นๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำ

-.เท่าที่ดูผลงานในเพจ เห็นว่าวาดด้วยสีน้ำกับไอแพดเป็นหลัก อยากรู้ว่าอันนี้เราเลือกวีธีการที่จะใช้ในการวาดแต่ละภาพอย่างไรครับ ว่างานไหนจะวาดบนกระดาษอันไหนบนไอแพดครับผม

ตอบแบบห้วนๆ หน่อยคือ “อารมณ์” ล้วนๆเลยครับ ฮ่าๆ 

เช่น ถ้าเรารู้สึกอยากดื่มด่ำกับสัมผัสพื้นผิว, เสียงขูดของปากกา-ดินสอบนกระดาษ การจุ่มจรดพู่กันป้ายไปมา ก็จะเลือกใช้สีน้ำ ถ้าวันไหนอยากสเก็ตช์เร็วๆ สนุกๆ หรือใช้เทคนิคแสงสีต่างๆ (ซึ่งถ้าเป็นสีน้ำจะใช้เวลานานกว่า) ก็จะเลือกใช้ไอแพดแทน

แต่ถ้าเกิดเป็นงานจ้างจะเป็นอีกปัจจัยนึงครับ คือจะดูเรื่องสไตล์ และการนำภาพไปใช้ต่อด้วย อย่างถ้าวาดบนไอแพด ก็จะนำรูปที่ได้ไปทำแอนิเมชันได้ง่ายกว่า ประมาณนี้ครับ

-.จากการวาดทั้ง 2 แบบที่กล่าวไปก่อนหน้า สำหรับตัวเราเองแล้วคิดว่ามีสิ่งใดที่ควรคำนึงถึงที่สุดในการวาดงานแต่ละแบบนั้นๆ ครับ

“โจทย์” หรือ “สาระ” ที่อยากจะสื่อครับ ถ้าเป็นในการวาดนอกสถานที่ก็คือ ในมุมที่เราเลือกวาดนี้ เรามองเห็น หรืออยากจะเล่าเรื่องอะไร

อีกอย่างคือ ตอนที่วาดเราสนุกกับมันรึเปล่า

ในอีกด้านนึง พอเราได้ออกเดิน(หามุมวาดรูป) ไปทั่วๆ ได้สังเกต ได้นั่งจมจ่อมอยู่ในที่ๆ นั้นเป็นเวลานานๆ มันก็ทำให้เราพบเจอทั้งมุมดีๆ และมุมเฮงซวยของเมือง งานของเราที่ออกมาจึงพูดถึงทั้งสองเรื่องนี้ค่อนข้างบ่อย

-.อยากรู้ว่า เรามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้สามารถ สนุกกับการวาดรูปได้อย่างต่อเนื่อง และดูเหนื่อย ไม่เบื่อเลยอย่างที่เห็นครับผม

อย่าทิ้งการวาดเล่นครับ คือถึงแม้งานของเราจะเป็นการวาดรูป แต่เราก็ควรจัดเวลาสำหรับการวาดเพื่อความผ่อนคลาย สำหรับเราก็จะเป็นวาดหมา วาดแมว วาดคนที่อยู่แถวๆ นั้น หรือของที่อยากกินตอนนั้น ซึ่งพวกนี้ไม่ต้องเน้นความสวยงามมากก็ได้ แค่ปล่อยให้วาดตามใจอยากไปเรื่อยๆ บางทีเราอาจได้เทคนิคหรือแนวทางอะไรใหม่จากตรงนั้นก็ได้นะ (ย้ำนะว่าบางที อย่าคาดหวังเยอะ เดี๋ยวเครียด)

แล้วก็ลองอุปกรณ์ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ครับ อันนี้ช่วยได้มากเลย อย่างตอนที่เริ่มเบื่อๆ กับสีน้ำ ผมก็ลองมาวาดแบบดิจิตัล พอทำไปซักพัก มันก็จะเริ่มคิดถึงสีน้ำไปเอง ฮ่าๆ หรืออย่างช่วงนี้ผมก็กำลังฝึกใช้พวกพู่กันกับหมึกจีนอยู่ ซึ่งเดี๋ยวอีกซักพักพอเริ่มใช้คล่อง ก็ว่าจะไปลองพวกสี Gouache  มีอะไรให้เล่นอีกเยอะเลยไม่ค่อยเบื่อครับ

-.คิดว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากเห็นที่สุด ในวงการนักวาดภาพประกอบของไทยในอนาคตครับ

อยากเห็นพื้นที่แสดงงาน ทั้ง online และ ofline มากขึ้นครับ แล้วก็อยากเห็นภาพประกอบถูกนำไปใช้ในสเกลเมือง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอะไรต่างๆ (การสื่อสาร, การท่องเที่ยว, ฯลฯ) มากกว่านี้มากๆ

-.สุดท้าย ถ้าสมุมติให้สามารถใช้ไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปอดีตได้ 1 ครั้ง 1 นาทีจะใช้ไปทำอะไรดีครับ

ย้อนไปบอกตัวเองเมื่อสองปีก่อนว่าให้รีบจัดทริปไปวาดรูปที่ยุโรปด่วนๆเลย ก่อนจะไม่มีโอกาสได้ไปอีก ฮ่าๆ

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

1.ตึกในสวนสมเด็จย่า ใกล้ๆกับสะพานพุทธฯ ฝั่งธน เป็นรูปแรกที่เราไปวาดนอกสถานที่ (ประมาณปี 2013) ตอนนั้นยังเป็นช่วงที่ปกติจะฝึกวาดจากรูปถ่าย พอออกมาวาดในสถานที่จริงก็เลยออกอาการไปไม่เป็นอย่างนี้

2.ส่วนนี่จะเป็นรูปที่ไปสเก็ตช์ในต่างประเทศช่วงปี 2016-2018 เป็นช่วงที่กำลังสนุกกับการวาดสุดๆ แล้วก็ฟิตมากๆ จำได้ว่าวาดปีนึงประมาณเกือบๆ 200 รูปได้

3.รูปที่แสดงในนิทรรศการ Moments in Bangkok ที่จัดในปี 2018
พอวาดเล่นมาจนถึงจุดนึง เราก็มาถึงจุดที่อยากจะวาดให้ใหญ่ขึ้น ละเอียดขึ้น เกินการสเก็ตช์ไปอีกระดับ

4.หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน ก็กลับมาสเก็ตช์เร็วๆเหมือนเดิม แต่ลองเปลี่ยนอุปกรณ์ให้สามารถสนุกได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

เวลาวาดงานในส่วนที่ต้องใช้ความคิดจะแทบไม่เปิดอะไรเลยครับ อาจจะมีบ้างที่เปิดพวก Jazz หรือเพลงบรรเลง Piano คลอเบาๆ ไปด้วย

แต่ถ้าผ่านช่วงนี้ไปแล้ว จะชอบเปิดรายการ Talk ตามช่องยูทูป พวกพุธทอล์ค พุธโทรเอย, Daily Topic เอย หรือบางทีก็จะเปิดซีรี่ย์อย่าง Friends, How I Met Your Mother เหมือนได้ฟังคนคุยกันไปเรื่อยๆ ฮ่าๆ

————————————–

เป็นไงกันบ้างครับสำหรับศิลปินของเราในสัปดาห์นี้
สำหรับผมเองคิดว่ามุมมองในการวาดภาพนอกสถานที่ของเขานั้นน่าสนใจมากเลยทีเดียว
อ่านแล้วก็อยากจะลองออกไปหาที่นั่งวาดชิลๆ บ้างเลยเหมือนกันล่ะครับ แฮ่..

และสำหรับสัปดาห์หน้า จะเป็นศิลปินท่านใด
รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่ทุกๆ แบบต่อเนื่อง
กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

หรืออยากให้แนะนำศิลปินคนไหน หรือใครอยากเสนอตัว
ก็สามารถติดต่อ contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic