Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : Apolar

271

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยมากว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.

อรุษ เอ่งฉ้วน (อาชว์)
วันเดือนปีเกิด 21 พฤศจิกายน 1991

ช่องทางติดต่อ 

Facebook : facebook.com/Apolar.Arch
Twitter : twitter.com/ArchApolar
Instagram : instagram.com/apolar.arch
Artstation : artstation.com/apolar

ตัวอย่างผลงานบางส่วน

———————

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.อยากให้ช่วยแนะนำตัวเองก่อนครับผม ว่าเริ่มสนใจงานวาดและเริ่มเปิดเพจมาได้อย่างไรครับ

สวัสดีครับ ผมชื่อ อาชว์ นะครับ ใช้นามปากกาว่า Apolar ซึ่งมีที่มาจาก A Polar Bear หรือหมีขาวที่เพื่อนๆ เรียกกันตอนสมัย ม.ปลาย ครับ ผมเป็นคนชอบวาดรูปตั้งแต่จำความได้ เพราะคุณพ่อเป็นคนชอบงานศิลปะ ท่านเคยมีความฝันว่าอยากจะไปเรียนศิลปะที่ประเทศอิตาลี แต่ชีวิตลิขิตให้ต้องรับราชการ  ท่านจึงนำความรักความใฝ่ฝันถ่ายทอดผ่านทางผม จำได้ว่าไปไหนมาไหนตอนเด็กๆ ก็จะมีกระดานวาดรูปแนบตัวไปด้วยเสมอ ไว้นั่งวาดรูปตามที่ต่างๆ กับคุณพ่อครับ 

“จำได้ว่าไปไหนมาไหนตอนเด็กๆ
ก็จะมีกระดานวาดรูปแนบตัวไปด้วยเสมอ
ไว้นั่งวาดรูปตามที่ต่างๆ กับคุณพ่อครับ”

ตอนที่ตัดสินใจเปิดเพจคือเรียนอยู่ปีห้าที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬา เป็นช่วงที่เริ่มตัดสินใจว่าอยากจะลองเปลี่ยนสายมาเป็น Visual Development Artist/Illustrator เลยตัดสินใจทำธีสิสเป็น พิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย พร้อมกับเริ่มทำเพจ Apolar ไว้ฝึก Digital Painting เพื่อเป็นการสร้าง Portfolio สำหรับเตรียมไปเรียนต่อสาขานี้ด้วยครับ   

-.เห็นว่าการใช้สีของเราดูมีความนุ่มละมุนขึ้นกว่างานยุคแรกๆ พอสมควรเลย ตรงจุดนี้เราใช้วิธีในการศึกษาพัฒนาอย่างไรครับผม

เริ่มจากตอนที่กลับมาฝึก Oil Painting อีกครั้งตอนไปเรียนต่อที่อเมริกาครับ เพราะลงคลาส Landscape Painting ไป ทำให้ได้ออกไปศึกษาการวาดภาพเก็บบรรยากาศแสงสีจากสถานที่จริง ฝึกการใช้สีเพื่อสร้างมิติให้กับภาพ หลังจากนั้นเลยเริ่มศึกษาเรื่องแสงแบบต่างๆ จากภาพถ่ายบ้าง สถานที่จริงบ้าง เพื่อพัฒนาความชำนาญของตัวเองในเรื่องสีให้แม่นยำขึ้นครับ 

-.คิดว่าการ Study งานวาดจากภาพยนตร์หรือสื่อต่างๆ นั้นมีความสำคัญกับศิลปินนักวาดอย่างไรบ้างครับ

สำหรับผมมีส่วนช่วยมากนะครับ เพราะทุกครั้งที่ทำ Study จากสื่อต่างๆ ผมจะตั้งโจทย์เสริมให้ตัวเองไปด้วย อย่างเช่น การฝึก Composition เราอาจเขยิบองค์ประกอบบางอย่างหรือ Contrast ในซีนนั้นเพื่อให้จุดสนใจเด่นชัดขึ้น หรือการใส่เอกลักษณ์ความเป็นตัวเราลงไปเสริมในการออกแบบตัวละครหรือ Push Proportion ต่างๆ ให้สนุกยิ่งขึ้น เพื่อที่การ Study แต่ละครั้งจะไม่ใช่การ Copy แบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่เป็นการตีความแบบใหม่ในสไตล์ของเราครับ ผมว่าวิธีการนี้ช่วยให้การทำ Study แต่ละครั้งสนุกสนานขึ้นเยอะเลย  

-.คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ที่ทำให้เราได้รับโอกาสในการทำงานภาพประกอบใหญ่ๆ หลายๆ ชิ้นที่ผ่านมาครับผม

ผมคิดว่าเป็นผลงานชองเราที่อยู่บนโลกออนไลน์ตามสื่อต่างๆ ครับ สมัยก่อนการโปรโมทตัวเองอาจจำเป็นต้องมีหน้าร้านหรือ Gallery เป็นของตัวเอง แต่สมัยนี้เราสามารถสร้าง Account หรือ เพจของตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ยิ่งเรามีแหล่งที่ให้ผู้คนเข้าถึงได้กว้างขวางเท่าไหร่โอกาสที่ผลงานของเราจะกระจายออกไปก็ยิ่งมากขึ้นตามตัวครับ แต่สำคัญแน่นอนว่าผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ก็จะสามารถทำให้ผู้คนจดจำงานของเราได้แม่นยำ และลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าเขาสามารถไว้ใจเราได้จากการเห็นชิ้นงานของเรา 

ผมเองจะคิดเสมอว่าเรากำลังค้นหาตัวเองและฝึกฝน จึงตั้งโจทย์ใหม่ให้กับตัวเองตลอดเวลาและพยายามท้าทายตัวเองด้วยงานสไตล์ใหม่เรื่อยๆ จึงไม่เคยคิดว่า Apolar มีสไตล์ที่ตายตัวอย่างใดอย่างนึง เราเคยกังวลว่าอันนี้อาจเป็นจุดด้อยของงานเราหรือเปล่า แต่พอกลับมุมมองก็อาจให้กำลังใจตนเองได้ว่า นี่อาจเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้รับงานที่มีสไตล์หลากหลายมากขึ้นเช่นกันครับ 

“พยายามท้าทายตัวเอง
ด้วยงานสไตล์ใหม่เรื่อยๆ
จึงไม่เคยคิดว่า Apolar
มีสไตล์ที่ตายตัวอย่างใดอย่างนึง”

-.อยากรู้ว่าในการตีโจทย์งานภาพประกอบสำหรับเราแล้วนั้น อะไรคือสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงหลักๆ บ้างครับ

อย่างแรกคงจะเป็นการคุยกับลูกค้าเจ้าของโปรเจกต์ก่อนครับว่าเขาติดต่อมาหาเราจากผลงานชิ้นใด มีภาพประทับใจในงานชิ้นไหนของเรา เราจะได้ปรับความคิดได้ตรงกันว่า เออ เขามีความคาดหวังงานสไตล์นี้จากเรานะ เพราะบางครั้งเคยมีที่เขาติดต่อเรามาจากงานที่ผ่านไปแล้วหลายปีมากสมัยที่ยัง Render งานคลีนๆ เราก็จะมีการอธิบายเขาว่าตอนนี้เราเปลี่ยนสไตล์การวาดไปพอสมควรแล้วนะ หาจุดกึ่งกลางที่ลงตัวของทั้งสองฝั่งครับ 

“ผมอยากให้แต่ละโปรเจกต์ที่ออกมา
มีเอกลักษณ์ความเป็นตัวของเขาเองครับ
แต่ถ้าใครพอดูออกว่าเป็นผลงานเรา
ก็จะถือว่าเป็นโบนัสให้กำลังใจกับตัวเอง”

แต่ทุกครั้งที่ได้โปรเจกต์ใหม่ผมจะตีความด้วยโจทย์ใหม่ๆ ว่า งานชิ้นนี้เราควรถ่ายทอดออกมาในสไตล์แบบไหน เพราะผมอยากให้แต่ละโปรเจกต์ที่ออกมามีเอกลักษณ์ความเป็นตัวของเขาเองครับ แต่ถ้าใครพอดูออกว่าเป็นผลงานเราก็จะถือว่าเป็นโบนัสให้กำลังใจกับตัวเองว่า เราก็พอมีอะไรบางอย่างให้คนจดจำได้ครับ ฮ่าๆ ที่ยกตัวอย่างได้เห็นภาพที่สุดคงเป็นการประกวด Character Design Challenge ใน Facebbok ครับ ที่ผมจะพยายามเปลี่ยนโทนสีและการวาดไปเรื่อยๆ ตามโจทย์ที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน 

-.คิดอย่างไรกับวงการภาพประกอบไทยในปัจจุบัน รวมไปถึงอยากเห็นอะไรในวงการนี้ต่อไปในอนาคตครับผม

รู้สึกชื่นใจนะครับ ที่ได้เห็นพี่ๆ น้องๆ ศิลปินไทยเก่งๆ แต่ละคน ต้องขอบคุณ Let’s Comic ด้วยครับที่เป็นอีกหนึ่งสื่อกลางให้เราได้มารู้จักกัน จำได้ว่าครั้งแรกเลยตอนเปิดเพจใหม่ๆ ได้ประกวดออกแบบ Super Heroes กับ Let’s Comic เพราะผมมาจากวงการสถาปัตย์ทำให้รู้จักพี่ๆ น้องๆ นักวาดในไทยน้อยมาก ศิลปินไทยที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมมากๆ ตอนแรกก็มีพี่ Victorior ครับ ฉบับนั้นได้อ่านบทสัมภาษณ์ของน้อง TAN-STAR ด้วย เลยได้เริ่มเข้ามารู้จักน้องๆ ในวงการมากขึ้น เห็นแต่ละคนนำเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาถ่ายทอดเป็นชิ้นงาน แล้วก็รู้สึกว่าศิลปินไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Community นี้  

“ให้พวกเขาได้มีพวกเรา
ศิลปินไทยด้วยกัน
เป็นแรงบันดาลใจให้กัน
จากรุ่นสู่รุ่นครับ”

สำหรับสิ่งที่อยากเห็นในวงการนี้ต่อไปก็คงเป็นการแสดงฝีมือของศิลปินไทยเก่งๆ แต่ละคนที่จะส่งต่อให้รุ่นน้องศิลปินหน้าใหม่ได้ชื่นชม ให้พวกเขาได้มีพวกเราศิลปินไทยด้วยกันเป็นแรงบันดาลใจให้กันจากรุ่นสู่รุ่นครับ 

-.สุดท้ายถ้าเลือกให้สามารถมีเวทมนต์จากแฮรี่ พอตเตอร์มาใช้ในชีวิตจริงได้ 1 เวทย์ จะเลือกเวทย์อะไร เพราะอะไรครับ

ขอเลือกเป็นคาถา Expecto Patronum ละกันครับเพราะเป็นการใช้พลังบวก ความสุขหรือความหวังในจิตใจมาต่อสู้กับผู้คุมวิญญาณที่เป็นเสมือนพลังด้านลบหรือความสิ้นหวัง ผมเองเป็นคนเชื่อมั่นในพลังบวกและความสุขครับ เพราะเน้นการฝึกฝนหรือพัฒนาตนเองโดยใช้พลังนี้เป็นตัวนำมาตลอด ถือคติที่ว่าถ้าเราทำสิ่งใดด้วยความสุข เราจะมีพลังในการทำสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ไม่เหน็ดเหนื่อย เพราะเราจะไม่ได้ไปมุ่งที่ผลลัพธ์ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เราเครียดหรือกดดัน แต่เน้นที่มีความสุขระหว่างที่เรากำลังสร้างสรรค์ชิ้นงาน แล้วผมเชื่อว่าความสุขนั้นจะถ่ายทอดออกมาสู้ผู้รับชมได้อย่างแน่นอนครับ

“ถ้าเราทำสิ่งใดด้วยความสุข
เราจะมีพลังในการทำสิ่งนั้น
ได้อย่างเต็มที่ไม่เหน็ดเหนื่อย”

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

ช่วงที่ 1 ปี 2014 เป็นช่วงที่เปิดเพจใหม่ๆ ครับ เรียนอยู่ประมาณปีห้าที่คณะสถาปัตย์ พึ่งหัด Digital Painting ช่วงแรกๆ ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ ยังมีงานวาดมือผสมผสานอยู่ด้วย พยายามนำเรื่องมิติสถาปัตย์มารวมกับงานวาดบ้าง แต่ก็เป็นช่วงลองผิดลองถูกจริงๆ ครับ งานยัง Paint แบบคลีนๆ เก็บรายละเอียดทุกจุด ออกมาดู Digital มาก โทนของงานก็ยังออกมาหม่นๆ ไม่กล้าเล่นโทนสีที่แปลกออกไป อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อิทธิพล Disney ค่อนข้างชัดเจนสุด เพราะเป็นสไตล์การ์ตูนที่เราโตมา ตอนช่วง ม.ต้น มีวาดเป็นสาย Manga/Anime อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะผมก็เป็นอีกคนที่ชอบอ่านมังงะ แต่ขุดไม่เจอผลงานช่วงนั้นแล้วครับ ฮ่าๆ

ช่วงที่ 2  ปี 2016 เป็นช่วงหลังไปบวชเรียนมา เริ่มมีงานหนังสือธรรมะเข้ามาให้ลองได้ออกแบบปก ได้ลองตีความอะไรใหม่ๆ ถือเป็นครั้งแรกเลยครับที่ได้จับงานปกหนังสือจริงๆ ผมพยายามดึงความเป็นไทยและวัฒนธรรมของบ้านเราเข้ามาในงาน กล้าใช้สีกับตัวงานมากขึ้น และเป็นช่วงที่มีคนเริ่มติดตามผลงานเพิ่มเติมจากการวาดแฟนอาร์ตละครไทยครับ 

ช่วงที่ 3  ปี 2017 เป็นช่วงสุดท้ายที่เตรียมตัวก่อนไปเรียนต่อที่อเมริกา สาขา Visual Development ผมเริ่มหันมาทำงานที่เรียบง่ายขึ้น ออกแบบตัวละคร Apolar ขึ้นจากตัวเอง กับน้องหมาของผมสองตัวมินิและคูเปอร์ เริ่มจัดคอมโพแนวนอน ศึกษางานสาย Film และ Animation มากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง

ช่วงที่ 4  ปี 2019-2020 ช่วงหลังเรียนจบโทที่อเมริกา เริ่มรับงานสาย Illustration และ Concept Art for Game/Animation เริ่มมั่นใจในการใช้โทนสีที่หลากหลายออกไป เริ่มลดทอนรายละเอียดในงาน ได้ลองทำงานหลากหลายสไตล์มากขึ้น เคยมีเป้าหมายมาตลอดว่าอยากทำงานให้ออกมาดูไม่เหมือน Digital Painting แต่ให้เหมือนภาพเขียนที่วาดด้วยมือ พอมาถึงช่วงนี้เริ่มรู้สึกเข้าใกล้เป้าหมายนั้นขึ้นอีกหน่อยครับ แต่เราก็ต้องฝึกฝนพัฒนาตัวเองต่อไป

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

ผมเป็นอีกคนที่ชอบฟังเพลงหลากหลายแนวนะครับ ทั้งเพลงไทยเพลงสากล ส่วนใหญ่จะเน้นเปลี่ยนแนวไปตามโปรเจกต์งานเลยครับ ถ้าเวลาง่วงๆ ต้องการอัพพลังวาดก็จะเปิด Anime Openings สมัยเด็กฟังครับ แต่ถ้าเน้นที่กลับมาฟังบ่อยสุด และขวัญใจตลอดกาลต้องยกให้อาจารย์ Joe Hisaishi ผู้สร้างสรรค์เพลงเพราะๆ มากมายให้กับ Studio Ghibli เลย เพราะฟังกี่ครั้งก้ไม่เบื่อ รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ฟังประกอบการวาดภาพแล้วเกิดสมาธิในการทำงานได้ดี  เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่เปิดฟังวนๆ ตลอดปี 2020 ที่ผ่านมาครับ

———————————–

ก็จบกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับผม สำหรับศิลปินชาวไทยคนแรกต้อนรับปีใหม่ 2021 / 2564 ของเราในครั้งนี้
คิดว่าเป็นศิลปินที่น่าจะมีหลายๆ ท่านได้เห็นผลงานผ่านตากันมาบ้างพอสมควรเลย
ซึ่งการได้มาเห็นแนวคิดในการทำงานของศิลปินท่านนี้ที่ใช้พลังบวกในการสร้างผลงาน
ก็เหมือนกับเราได้ซึมซับพลังบวกนั้นๆไปด้วยเลยใช่มั้ยล่ะครับ แฮ่..

และสำหรับสัปดาห์หน้า จะเป็นอาร์ทติสท่านใด
รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่ทุกๆ แบบต่อเนื่อง
กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

หรืออยากให้แนะนำศิลปินคนไหน หรือใครอยากเสนอตัว
ก็สามารถติดต่อ contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic