Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : Zanaelsheep

959

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยกว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ

Ancienttear C. Zanael
วันเดือนปีเกิด – 24 สิงหาคม 2529

ช่องทางติดต่อ
https://twitter.com/zanasheep
https://www.facebook.com/zanaelsheep/

ตัวอย่างผลงานบางส่วน

———————

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวเองก่อนครับผม ว่าเริ่มวาดรูปอย่างจริงจังมาได้อย่างไรครับ

สวัสดีค่ะ แกะค่ะ ที่จริงแล้วนามปากกาชื่อว่า Ancienttear C. Zanael สมัยก่อนช่วงวาดรูปแรกๆ จะถูกเรียกว่าซานาเอล หรือซานาค่ะ แต่หลังจากมาเริ่มเขียนแบบจริงๆ จังๆ ก็โดนเรียกว่าแกะมาตลอด เพราะว่ามาสคอตเป็นแกะค่ะ ^^ 5555

จุดเริ่มต้นในการวาดรูปของเรา คือคุณแม่ค่ะ คุณแม่ชอบวาดรูปอยู่แล้ว ก็เลยชอบพาเราไปเรียนศิลปะ วาดสีน้ำบ้างวาดสีน้ำมันบ้าง และตอนเด็กๆ คุณแม่จะซื้อหนังสือให้อาทิตย์ละเล่มค่ะ เป็นหนังสือนิทานบ้าง สารานุกรมภาพของเด็กบ้าง จนเริ่มมามีการ์ตูน พอเห็นการ์ตูนเราก็เริ่มสนใจวาดตาม วาดเล่น แล้วก็เริ่มแต่งเรื่องของตัวเองขึ้นมาบ้าง
ในช่วงแรกๆ เราใช้ปากกาลูกลื่นทั่วไปกับดินสอวาดนี่แหละค่ะ จนวันนึง อยู่ดีๆ ก็มีเพื่อนซื้อชุดปากกาเขียนแบบมาให้เรเป็นของขวัญวันเกิด เพราะเห็นเราชอบวาดรูป ตั้งแต่นั้นมาเราก็เลยเริ่มใช้ปากกาชุดนั้นวาดการ์ตูนอย่างจริงจังขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ถึงกับเขียนขาย หรือออกเป็นเล่มเหมือนตอนนี้นะคะ เป็นแนววาดเล่นให้เพื่อนอ่านเฉยๆ เพราะตอนนั้นอินเตอร์เน็ตหรือเว็บบอร์ดอะไรก็ยังไม่มี ถ้านับผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอัน ตอนนั้นมีเขียนการ์ตูนส่งประกวดใน C-kids ค่ะ แล้วได้รางวัล แต่กว่าจะรู้ว่าได้รางวัลก็ผ่านไปเป็นปีแล้วเหมือนกันค่ะ

คุณแม่ชอบวาดรูปอยู่แล้ว
ก็เลยชอบพาเราไปเรียนศิลปะ
วาดสีน้ำบ้างวาดสีน้ำมันบ้าง
และตอนเด็กๆ คุณแม่จะซื้อหนังสือให้
อาทิตย์ละเล่มค่ะ

ตอนขึ้นชั้นมัธยมก็มีส่งโดจินชิพาโรดี้ไปนิตยสารทำมือของกลุ่มเล็กๆ ที่เขาทำขายเองชื่อว่า Pegasus ได้ค่าต้นฉบับด้วยนะคะ !! (หน้าละ80) ส่งไปเรื่อยๆ จนเขาเลิกพิมพ์ไป ก็เลยเริ่มทำขายเอง รวมกลุ่มกับเพื่อนออกงานบ้างเป็นบางครั้ง แรกๆ เราเขียนเรื่องออริจินัลกับทางกลุ่มการ์ตูนที่ชื่อ Green-ice ค่ะ เป็นกลุ่มนักวาดที่รวมกันออกหนังสือขายตามงานที่ กทม. ซึ่งเราเองก็ส่งงานไป แล้วให้ทางกลุ่มเป็นคนเอาไปขาย จนต่อมาก็เริ่มแยกออกไปเขียนโดจินชิออกตัวเองขายค่ะ (สมาชิกกลุ่มตอนนี้หลายคนก็ยังวาดการ์ตูนอยู่ แต่บางคนก็เปลี่ยนไปทำงานสายอื่นค่ะ)
เราอยู่เชียงใหม่เลยได้ออกงานนานๆ ทีค่ะ แล้วตอนนั้นอินเตอร์เน็ทอะไรก็ค่อนข้างเป็นที่นิยมแล้ว การขายตามเว็บบอร์ดก็พอขายได้เหมือนกันค่ะ เพราะมีกลุ่มการ์ตูนตามเว็บบอร์ดต่างๆ เกิดขึ้นมาเยอะแล้ว จนทำมาเรื่อยๆ ก็มีโอกาสได้ขอที่บ้านลองไปขายที่ กทม. บ้าง (งานครั้งแรกเราขายโดจินชิเรื่อง FMA ค่ะ) จากนั้นก็เริ่มได้ออกงานมากขึ้น เราเริ่มจากเรื่องแฮร์รี่ FMA Deathnote แล้วก็ Reborn

เราได้ทุนไปช่วยทำวิจัยที่ฝรั่งเศส 10 เดือน
ในช่วงนั้นคือเราห่างไปจากที่บ้าน
เลยไม่มีคนมาคอยควบคุมให้เราทำนั่นนี่
เราก็เลยใช้โอกาสนี้เขียนงาน
ส่งไปทางสยามอินเตอร์
เขาก็ตอบรับงานเรา

จุดเปลี่ยนของเราที่ได้ออกมาเขียนหนังสือขายจริงๆ คือช่วงที่เราเรียนต่อค่ะ ต้องบอกก่อนว่าที่บ้านเราค่อนข้างอยากให้เรารับราชการก็เลยพยายามให้เรียนต่อ แล้วในตอนนั้นเราได้ทุนไปช่วยทำวิจัยที่ฝรั่งเศส 10 เดือน ในช่วงนั้นคือเราห่างไปจากที่บ้าน เลยไม่มีคนมาคอยควบคุมให้เราทำนั่นนี่ เราก็เลยใช้โอกาสนี้เขียนงานส่งไปทางสยามอินเตอร์ เขาก็ตอบรับงานเรา และได้ทำเรื่องยาวค่ะ และนอกจากนั้น เราก็วาดรูปเล่นอยู่ในกลุ่มที่ชื่อขุนศึกษา ซึ่งเราวาดเป็นสตอร์รี่ต่อกันยาวๆ จนมีคนบอกว่าทำรวมเล่มหน่อย อยากซื้อเก็บ พอเรากลับมาจากทุนเสร็จ เราก็เลยกลับมาแล้วเริ่มรวมเล่มขายค่ะ นั่นก็เลย เป็นจุดเริ่มต้นในการทำหนังสือขายเองของเรา

-.คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ ผลงานการ์ตูนของเราได้รับความนิยม และสร้างฐานแฟนๆ มาได้จนถึงปัจจุบันครับ

คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความต่อเนื่องค่ะ คือการลงงานเรื่อยๆ ให้คนเห็น เขาก็จะตามเราอยู่เรื่อยๆ และอีกอย่างหนึ่งคือเนื้อหาที่น่าสนใจค่ะ อันนี้พูดลำบากเหมือนกัน เพราะการจะบอกว่าคนจะสนใจอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของคน แต่ว่ารสนิยมของคนก็มีหลายแบบ เพราะฉะนั้น ยังไงก็ต้องมีคนบางกลุ่มสนใจเรื่องที่เราเขียนแน่ๆ นอกจากนี้คือต้องพยายามหาทางทำให้คนเห็นงานของเราด้วยค่ะ ลงกลุ่มต่างๆ ออกงาน พยายามเสนองานตัวเองให้คนอื่นเห็น และนอกจากนั้นคือต้องทำเนื้อหาให้น่าสนใจ หรือโดดเด่นจากผลงานของคนอื่น (อันหลังนี่ก็พูดลำบากว่าทำยังไง ถ้าแบบที่เราทำคือใช้เรื่องที่ตัวเองสนใจเป็นพื้นฐานก่อน เพราะถ้าเรารู้เรื่องดี ข้อมูลจะแน่น คนจะอิน และเนื้อหาที่เขียนจะพยายามทำให้เข้าถึงคนอ่านได้ง่ายๆ แบบเรื่องสุริยันจันทรา คือเบสมาจากดาราศาสตร์ ซึ่งเราชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว และเป็นเรื่องที่ทุกคนได้เรียนหรือเคยผ่านมา เพราะฉะนั้นจึงทำให้คนรู้สึกอินตามเรื่องได้ไม่ยาก) อีกอย่างจุดที่เราคิดว่าคนชอบในงานของเราคือลายเส้นค่ะ อย่างพวกลายผ้าที่เราชอบวาด หรือการออกแบบใส่ความเป็นไทยเข้าไปในเรื่องนิดๆ หน่อยๆ ด้วย

ในส่วนของเรื่องฐานแฟนนี่อยู่ที่ระยะเวลาจริงๆ ค่ะ ฐานแฟนที่ยั่งยืนไม่ได้มาง่ายๆ หรือชั่วข้ามคืนจริงๆ มันอาจจะมีที่เราเขียนอะไรโดนๆ ซักอย่าง แล้วชั่วข้ามคืนก็มีคนติดตามเราเพิ่มขึ้น แต่การรักษาฐานอันนั้นเอาไว้มันลำบากกว่า สิ่งที่สามารถทำได้ คือเราต้องทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ออกงานอย่างสม่ำเสมอค่ะ

//ในปัจจุบัน มีแฟนคลับเราบางคน เขามีผลงานเราเก็บตั้งแต่สมัยส่งเขียนกับ C-kids หรือ Pegasus เลยก็มีค่ะ ขอบคุณเขาจริงๆ ที่ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน

-.มีเทคนิคและการฝึกฝนอย่างไรในการตัดเส้นและลงน้ำหนัก ให้ผลงานของเราออกมาลงตัว สมบูรณ์สวยงามอย่างที่เห็นได้ครับ

เทคนิคที่ได้มา ต้องบอกตรงๆ ว่ามาจากการดูงานนักวาดท่านอื่นๆ ค่ะ 55555 เวลาเราเจองานที่แบบว่า วิธีแบบนี้สวยจัง ก็ลองทำดู จนปรับมาเป็นไสตล์ของตัวเอง อย่างเริ่มแรกของเรา อาจารย์ 3 ท่าน ที่เราเคยใช้เป็นแบบวาดตามคือ Takeuchi Naoko(Sailor moon), CLAMP, Arina Tanemura(Kaito Jeanne), Megumi Tachikawa(St.tail) จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ เวลามีเทคนิคใหม่ๆ ที่เห็นแล้วคิดว่า ลองทำแบบนี้น่าจะสวยดี ก็ยังลองทำตามแล้วปรับเป็นไสตล์ตัวเองอยู่ดีค่ะ

ส่วนเรื่องความลงตัว ความสมดุลนี่ เรียกว่าบางทีมันเป็นความเคยชินด้วยค่ะ มันเกิดจากการศึกษาดูงานหลายๆ แบบ แล้วจดจำมาว่า การทำแบบนี้มันสวย วางองค์ประกอบแบบนี้หรือวาดแบบนี้แล้วดี เราเคยเจอคำถามบ่อยๆ ที่ว่าวาดยังไงให้สนุก วาดยังไงให้สวย ถ้าเจอแบบนี้จะตอบยากมากค่ะ เพราะเราค่อนข้างทำงานด้วยสัญชาติญาณ O]-[

เห็นว่ามีการทำสินค้าขายหลากหลายมาก นับว่าเป็นช่องทางที่ช่วยนักเขียนได้เยอะมั้ยครับ แล้วมีชิ้นไหนที่อยากพูดถึงเป็นพิเศษมั้ยครับผม

อันนี้อยากแยกก่อนว่าสินค้าแบบแฟนอาร์ท หรือ ออริจินัลค่ะ

ถ้าเป็นแนวแฟนอาร์ท การทำสินค้าแนว Merchandise(พวกพวงกุญแจอคริลิก) ก็ถือเป็นการทำให้งานของเราคนเห็นมากขึ้นเหมือนกัน เพราะจะมีคนที่ชอบเรื่องนั้นๆ มาซื้อไป ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดที่ช่วยกระจายงานให้นักวาดค่ะ
ส่วนออริจินัลนั้น  ส่วนตัวเราเอาจริงๆ ตัวสินค้าที่ทำออกมา ขายได้เพราะมีสตอร์รี่มาก่อนค่ะ แบบว่าคนซื้อเพราะชอบสตอร์รี่ของตัวนี้ ซึ่งเวลาขาย หนังสือจะขายได้เยอะกว่าพวกสินค้าแนว Merchandise

ส่วนแนวของที่ทำขาย คือเราพยายามทำของที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ แบบพวกกระเป๋าหรือปฎิทิน ยังไงคนซื้อไปก็ได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ ส่วนถ้าเป็น พกจ.(พวงกุญแจ)หรืออื่นๆ ที่ดูเป็นแนวของสะสม เราจะพยายามทำให้แตกต่างจากรูปแบบในท้องตลาดค่ะ อย่าง พกจ. เราก็จะหาจี้เล็กๆ มาห้อยเข้าไปเพื่อให้ดูมีกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ น่ารัก น่าสะสม(จริงๆ ก็เรียกว่าพยายามทำอะไรที่ตลาดเขาไม่ทำกัน จะได้ดูแตกต่าง)

สำหรับสินค้าที่อยากพูดถึงมากที่สุดคือปฎิทินค่ะ เป็นสินค้าที่ทีแรกไม่เคยคิดจะทำเลย จนประทั่งปีนึงได้ปฎิทินตั้งโต๊ะเล็กๆ จากร้านอาหารที่เป็นสมาชิกส่งมาให้ ก็เลย อ้ะ ไซส์นี้เล็กๆ น่ารักดีนี่นา ลองทำดูแล้วกัน ปัจจุบันนี้ปฎิทินก็เลยกลายเป็นของที่ต้องทำทุกปีไปแล้ว เพราะมีคนมาถามตลอดว่าปีนี้มีปฎิทินขายมั้ยคะ 5555

-.เห็นว่ามีการทำ Event Cafe ด้วย อันนี้มีที่มาที่ไปยังไงหรือครับ 

งานคาเฟ่เป็นงานที่ทำกับเพื่อนค่ะ พอดีมีเพื่อนเขาเปิดร้านคาเฟ่ ขายขนมกาแฟอยู่แล้ว แล้วเขาอยากทำอีเว้นท์อะไรที่ร้าน เลยถามเราว่าสนใจมั้ย แล้วตอนนั้นเรื่องที่เราเขียนอยู่ก็เป็นเรื่องคาเฟ่แมวหลง เป็นคาเฟ่พอดี ก็เลยลองเริ่มทำดูค่ะ (แต่ตอนนี้คงไม่ได้ทำแล้ว เพราะว่าร้านของเพื่อนเปลี่ยนแนวเป็นขายข้าวไปแทนแล้วค่ะ 5555)

-.คิดว่าสำหรับนักวาดการ์ตูนมังงะหน้าใหม่ ถ้าอยากให้อยู่รอดได้ในยุคนี้ ทักษะด้านไหนสำคัญที่สุดครับ

ทักษะที่สำคัญของยุคนี้ ถ้าจะออกมาขายเองคือต้องทำเป็นทุกอย่างค่ะ O]-[ ต้องรู้จักขายงานด้วย เสนองาน โปรโมทงานด้วย หาคอนเน็คชั่น คอยติดต่อลูกค้า ทำการตลาด ส่งของแพคของ เป็นฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ แต่เริ่มแรกสุดก็คือการหาฐานแฟนงานนั่นแหละค่ะ เพราะงั้นการออกงานบ่อยๆ พยายามให้คนรู้จักหรือเห็นงานเราก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ

งาน สนพ. ก็ดีตรงที่เราไม่ปวดหัวค่ะ
วาดงานไปอย่างเดียวก็พอ
ที่เหลือเดี๋ยว สนพ. จัดการเอง
และใดๆ ก็ตามต้องขยันค่ะ

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า นักวาดนักเขียนจะต้องออกจาก สนพ. มาขายเองหมดนะคะ เพราะงานในปัจจุบันก็มีหลายแขนงให้เลือกทำ อย่างแนวหนังสือการ์ตูนความรู้ หรือวาดเว็บตูน งานรับจ้างวาดปกนิยายต่างๆ ก็ยังโอเคค่ะ ซึ่งงาน สนพ. ก็ดีตรงที่เราไม่ปวดหัวค่ะ วาดงานไปอย่างเดียวก็พอ ที่เหลือเดี๋ยว สนพ. จัดการเอง
และใดๆ ก็ตามต้องขยันค่ะ !!

ในฐานะที่อยู่ในวงการมังงะไทยมายาวนาน เรามองภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของวงการในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาอย่างไรบ้างครับ

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็น่ช่องทางการขายผลงานค่ะ ในสมัยก่อนเรียกได้ว่า การที่เราได้ตีพิมพ์กับ สนพ. นี่ถือเป็นจุดสูงสุดของชีวิตเลย เพราะไม่ว่าใครก็ส่งต้นฉบับให้กับ สนพ. พิจารณา มันเหมือนได้รับการยอมรับน่ะค่ะ แต่พออินเตอร์เน็ทเข้ามา มีเฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ เราสามารถติดต่อกับข้ามซีกโลกได้ ทำให้สามารถขายงานได้มากขึ้น แม้แต่เด็กสมัยนี้ยังลงรับงานวาดเองโดยไม่ผ่าน สนพ. ได้เลย แถมคนที่ว่าดีๆ เก่งๆ ก็มีคนต่างชาติมาทาบทามเอง หรือไม่เราก็สามารถลงขายงานต่างชาติได้เองเลย จากที่เมื่อก่อนคิดว่า มันอาจจะเป็นได้แค่งานอดิเรก แต่เดี๋ยวนี้มันสามารถทำเป็นอาชีพได้จริงๆ นะ

จากที่เมื่อก่อนคิดว่า
มันอาจจะเป็นได้แค่งานอดิเรก
แต่เดี๋ยวนี้มันสามารถทำเป็นอาชีพ
ได้จริงๆ นะ

แล้วก็วงการมันกว้างขึ้นเยอะค่ะ พวกความรู้อะไรก็หาง่ายขึ้น มีฮาวทู มีตัวอย่าง Ref ให้ค้นหา หรือแชร์กันโครมคราม ทำให้นักวาดในช่วงหลังพัฒนากันค่อนข้างไวมาก ด้วยเหตุนี้การแข่งขันก็เลยสูงตามขึ้นไปด้วยเหมือนกัน

ถ้างั้นแล้วคิดว่ายุคนี้ นักวาดยังจำเป็นต้องทำงานกับสำนักพิมพ์อยู่มั้ยครับ แล้วสำนักพิมพ์สามารถช่วยสนับสนุนนักวาดในแง่ไหนได้บ้างครับผม

ในปัจจุบัน คิดว่าไม่จำเป็นต้องทำกับ สนพ. ก็ได้ค่ะ ถ้ามีฐานแฟนมากพอ ก็สามารถที่จะออกมาขายเอง แต่ก็อาจจะต้องรับมือกับหน้าที่หลายอย่างที่ต้องทำคนเดียว อีกอย่างการส่งงานให้ สนพ. พิจารณาก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าน บางทีการทำขายเองก็เป็นคำตอบค่ะ ซึ่งบางกรณีคือพอทำขายเองแล้วขายดีมากๆ ก็อาจจะมี สนพ. สนใจมาทาบทามเองก็ได้ด้วย ซึ่งอย่างที่บอกว่าการทำงานกับ สนพ. ทำให้ลดหน้าที่ของนักเขียนขายเองไปหลายอย่าง เช่นการตรวจอักษร การส่งของ การโฆษณา ทำการตลาด ดังนั้นนักเขียนก็จะมีเวลาคิด หรือพัฒนางานได้มากขึ้น อีกทั้งนักเขียนยังไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ด้วยค่ะ

การทำงานกับ สนพ. ทำให้
ลดหน้าที่ของนักเขียนขายเองไปหลายอย่าง
นักเขียนก็จะมีเวลาคิด หรือพัฒนางานได้มากขึ้น อีกทั้งนักเขียนยังไม่ต้อง
แบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ด้วยค่ะ

-.สุดท้ายถ้าให้ร่วมงานกับนักเขียนการ์ตูนคนไหนก็ได้ 1 ท่านในโลก จะเลือกทำงานแนวไหนกับอาจารย์ท่านใดครับ

อยากลองทำงานแนวสยองขวัญร่วมกันอาจารย์จุนจิ อิโต้ค่ะ (คนเขียนเรื่องก้นหอยมรณะ) อาจารย์จุนจิ อิโต้ เป็นนักเขียนการ์ตูนที่เราสงสัยมาตลอดว่า ระบบความคิดของอาจารย์นี่มันยังไงกันนะ ครีเอทเรื่องออกมาได้แปลกประหลาดน่าสนใจตลอดเวลา ขนาดเขียนเรื่องแมวยังหลอนได้

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

ขอแยกเป็นสามยุคแล้วกันนะคะ


ภาพที่ 1 >> ยุคแรกคือยุคเริ่มทำหนังสือขายเอง เป็นโดจินชิพาโรดี้เรื่องต่างๆ เริ่มจากแฮร์รี่ FMA Death note แล้วก็รีบอร์นค่ะ ก่อนจะมาอยู่ช่วงนี้ก็เขียนเป็นแนวรักหวานแหววชายหญิงมาตลอดนะคะ จนมีอะไรดลใจไม่รู้เปลี่ยนมาเขียนแนว BL 55555

ภาพที่ 2 >> ตรงนี้เป็นยุคเปลี่ยนผ่านนิดหน่อย เพราะตอนนั้นห่างจากการเขียนโดจินชิพาโรดี้มาซักพัก และได้วาดเล่นในกลุ่มขุนศึกษา จนกลับมาเขียนแนวชายหญิงอีกครั้ง และได้ส่งงานกับสนพ.เป็นเรื่องเป็นราวค่ะ ช่วงนี้คือยังทำทั้งงานตัวเอง และ สนพ.ไปด้วย

ภาพที่ 3 >> ยุคปัจจุบัน จริงๆ ก็ผ่านมา 3-4 ปีแล้วค่ะ เป็นยุคที่ไม่ได้ทำให้ สนพ. แล้ว ออกมาเขียนขายเองอย่างเดียวเลย

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

ช่อง เล่าผีคืนนี้

ชอบฟังเรื่องผีขณะทำงานค่ะ เป็นเพราะฟังไปได้เรื่อยๆ เปิดไปได้เรื่อยๆ และยังช่วยไม่ให้ง่วงด้วย(?) นอกจากช่องนี้ก็ยังชอบฟังพวกเรื่องลี้ลับแนวมนุษยต่างดาว สัตว์ประหลาด หรือเรื่องที่เล่าสรุปเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยค่ะ

———————————–

ก็จบกันไปอีกท่านแล้วนะครับผม ซึ่งสำหรับศิลปินท่านนี้นั่น กระผม บ.ก.ซัน ก็เคยได้เห็นผลงานมาตั้งแต่สมัยกลุ่ม Green-ice ที่นับว่าเป็นกลุ่มยอดฝีมือในยุคนั้นเลยทีเดียวก็ว่าได้
ก็นับเป็นเกียรติมากๆๆๆ ครับที่มีโอกาสได้มาสัมภาษณ์ก็ในครั้งนี้
นับถือทั้งฝีมือทั้งความขยันทุ่มเทอย่างต่อเนื่องในการทำงานการ์ตูนเลยครับ แฮ่..

ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นอาร์ทติสท่านใด
รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่ทุกๆ แบบต่อเนื่อง
กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

หรืออยากให้แนะนำศิลปินคนไหน หรือใครอยากเสนอตัว
ก็สามารถติดต่อ contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic