5 คดีเดือดแดนปลาดิบสู่การ์ตูนสุดมืดหม่น

8852

จากคอลัมน์ Let’s See ใน Let’s comic ฉบับที่ 9 ประจำเดือน มิถุนายน 2553

By Mikan

ภาพ Let’s comic ฉบับที่ 9

**บทความนี้มีทั้งความรุนแรงและเรื่องทางเพศ อาจชวนให้รันทดหดหู่ใจไปหลายวัน ควรอ่านด้วยวิจารณญาณ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีสติปัญญา

Bloody Crimes to Violent Mangas

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นแดนศิวิไลซ์ที่มีสถิติการเกิดอาชญากรรมต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ (หรือถ้าเทียบกับประเทศในแถบเอเชียด้วยกันเองอย่างเราๆ) แต่สวงสวรรค์ของนักอ่าน / นักชิม / นักช็อป แห่งนี้ยังมีมุมมืดซ่อนอยู่อีกมากมาย ที่เราจะเห็นได้จากเรื่องราวในหน้าหนังสือการ์ตูน ที่บันทึกและดัดแปลงคดีดังในหน้าประวัติศาสตร์เหล่านั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ มาดูกันซิว่ารอยแผลเป็นของชาวซามูไรแผลใดบ้างที่เราควรรู้ไว้เป็นบทเรียน

———————————————————————————————————————————————————————-

ภาพ จากหนังสือการ์ตูน “อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย”

1.หนุ่ม 25 คลั่ง สังหารหมู่กลางอากิฮาบาระ

ชาวเมืองผวา คนร้ายขับรถทรัคพุ่งชน มีดไล่เสียบกลางถนน!

คดีเดือดของแดนปลาดิบ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2008 บนถนนอากิฮาบาระ สวรรค์ของเหล่าโอตาคุและนักท่องเที่ยว ตอนเที่ยงครึ่งที่ผู้คนคลาคล่ำ คนร้ายขับรถทรัคขนาดสองตันที่เช่ามา ฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าใส่ฝูงชน เท่านั้นไม่พอเขาลงจากรถ กรีดร้องพร้อมใช้มีดไล่แทงผู้คนอีกอย่างน้อย 12 ราย ก่อนจะโดนตำรวจต้อนจนมุมในเวลาต่อมา สรุปแล้วเขาฆ่าคนตายไปทั้งสิ้น 7 คน 3 คนถูกรถชน และ 4 คนถูกแทง

ภาพ จากเหตุการณ์ Akihabara massacre

คนร้ายรายนี้ชื่อ โทโมฮิโระ คาโต้ อายุ 25 ปี สมัยประถมเขาเป็นเด็กเรียนเก่งได้เกรดดี แถมยังเป็นถึงหัวหน้านักกีฬาอีกต่างหาก แต่เขาเริ่มแสดงความก้าวร้าวให้เห็นเมื่อเข้าโรงเรียนมัธยมชั้นนำ เขาไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่เพื่อนและการเรียนตกลงจนได้อันดับที่ 300 จากนักเรียน 360 คน เขาเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยไม่ติดและหันไปเรียนช่างกลแทน เขามีงานพิเศษทำที่โรงงานแห่งหนึ่ง แต่เพิ่งได้รับแจ้งว่างานจะหมดในปลายเดือนมิถุนายนที่จะถึง

ภาพ โทโมฮิโระ คาโต้

ความสัมพันธ์ของคาโต้กับครอบครัวก็ไม่สู้ดี พี่ชายของเขาเผยว่า พ่อแม่กดดันพวกเขาอย่างหนักในเรื่องเรียน สั่งให้ลูกๆ ทำการบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ครูชม จนครั้งหนึ่งคาโต้ถึงกับต้องกินเศษอาหารบนพื้น เพื่อนบ้านก็เล่าว่าเคยเห็นคาโต้ถูกทำโทษให้ยืนนอกบ้านนานหลายชั่วโมงในฤดูหนาว เมื่ออับจนหนทางและเชื่อว่าพ่อแม่สิ้นหวังในตัวเขา คาโต้เคยพยายามฆ่าตัวตายด้วยการขับรถเข้าชนกำแพงในปี 2006 แต่ไม่สำเร็จ

สามวันก่อนเกิดเหตุ คาโต้ได้กล่าวหาเพื่อนร่วมงานว่าเอาเสื้อผ้าของเขาไปซ่อน และผลุนผลันออกจากที่ทำงานไป เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าเขาเสียงานไปแล้ว และนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของชนวนก่อเหตุ ก่อนก่อเหตุ 20 นาที ตำรวจแถลงว่าคาโต้ได้ส่งข้อความจากมือถือไปยังเว็บไซต์ “Extremed Exchanged, Revised” ระบุว่า ฉันจะฆ่าผู้คนบนอากิฮาบาระ” และ ถ้ามีแฟนสาวสักคน ฉันคงไม่ต้องออกจากงาน” “ฉันคงไม่กลายเป็นคนติดมือถือ คนที่มีความหวังคงไม่มีทางเข้าใจว่าฉันรู้สึกอย่างไร” ฉันไม่มีเพื่อนสักคน และก็คงไม่มีในอนาคต ฉันถูกเมินเพราะว่าฉันน่าเกลียด ฉันมันไร้ค่ายิ่งกว่าขยะเพราะอย่างน้อยขยะก็ยังเอาไปรีไซเคิลได้” ในข้อความถัดมาเขาก็เปิดเผยแผนการที่จะทำทั้งหมด

เหตุการณ์นี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วญี่ปุ่น ทางการเริ่มทบทวนมาตรการพกอาวุธ เกมส์ต่อสู้อย่าง Metal Gear Solid 4 ยกเลิกกิจกรรมที่จะจัดในโตเกียว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนมากมายออกมาแจ้งว่าจะก่อเหตุเลียนแบบเขา เช่นผู้หญิงวัย 38 ที่สารภาพว่าใช้มีดโกนทำร้ายผู้หญิงสองคน เด็กหนุ่มวัย 19 ที่ไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ตว่าจะไล่แทงคนในโตเกียวดิสนีย์แลนด์แต่ถูกตำรวจจับตัวได้ก่อน มีคนที่ถูกจับจากการส่งข้อความข่มขู่ 12 ราย ถูกตักเตือน 5 ราย คนเหล่านี้มีอายุตั้งแต่ 13-30 ปี เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การสังหารหมู่ครั้งแรกหรือครั้งที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชาวยุ่น ที่มีคนเก็บกดอยู่เต็มไปหมด แต่ไอ้พวกอยากดังตามกระแสนี่สิ!

อุทาหรณ์ ถึงไม่โดนสาสน์สั่งตาย คนเราก็คลั่งได้โดยเฉพาะในวัยเบญจเพส โปรดสังเกตคนใกล้ตัวก่อนจะสายเกินไป !!

———————————————————————————————————————————————————————-

ภาพ การ์ตูน “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” และ “คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา”

2.ปั่นหัวคินดะอิจิ กระตุกหนวดโคนัน 300 ล้านเยนลอยนวล

 

การปล้นเงินก้อนโตที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติยุ่น ที่จนป่านนี้ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้!

เหตุเกิดในวันที่ 10 ธันวาคม ปี 1968 พนักงาน 4 คนของธนาคารนิฮอน ชินตาคุ ได้ขนเงินจำนวน 294,307,500 เยน (คิดเป็นเงินไทยราวๆ 26 ล้านบาท) ไปในรถขนเงินของบริษัท เพื่อไปจ่ายเป็นโบนัสของพนักงานโรงงานโตชิบาในเมืองฟูจู แต่เมื่อขับไปถึงหน้าเรือนจำโตเกียว – ฟูจู ก็ถูกเรียกให้หยุดโดยตำรวจจราจรขับมอเตอร์ไซค์มาแจ้งว่า บ้านของผู้จัดการสาขาของธนาคารโดนระเบิด และยังมีระเบิดอีกลูกอยู่ในรถขนเงิน พนักงานทั้งสี่รีบตาลีตาเหลือกออกมาจากรถ ให้ตำรวจนายนั้นเข้าไปใต้ท้องรถเพื่อหาระเบิด อึดใจต่อมา พวกเขาก็ได้กลิ่นควันและเห็นเปลวไฟพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถ พร้อมกับที่ตำรวจนายนั้นออกมาร้องตะโกนว่าจะระเบิดแล้ว พวกเขาจึงรีบหลบหลังกำแพงเรือนจำ แต่พอออกมาอีกครั้งก็พบว่าตำรวจนายนั้นขับรถขนเงินหนีไปซะแล้ว

ภาพ ธนบัตร 1000 เยน

คดีนี้เป็นคดีพิศวงที่แม้แต่คินดะอิจิก็ยังไขปริศนาไม่ได้ เพราะคนร้ายวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี ด้วยการปลอมเป็นตำรวจ หลอกให้พนักงานของธนาคารเชื่อสนิทใจเพราะมีการเขียนจดหมายขู่ส่งไปถึงหัวหน้าแผนกก่อนจริงๆ และเปลวไฟที่พุ่งออกมาจากรถก็เกิดจากดินระเบิดที่ตำรวจนายนั้นจุดเองตอนที่เขาเข้าไปใต้ท้องรถ ระหว่างทางคนร้ายได้ทิ้งรถขนเงินของธนาคารไว้ และขนตู้เซฟไปขึ้นรถอีกคันที่ขโมยมาไว้ล่วงหน้า จากนั้นก็เปลี่ยนรถอีกครั้งหนึ่ง แล้วสุดท้ายจึงทิ้งตู้เซฟไว้ ขนไปแต่เงินลอยนวล

มีหลักฐานทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุมากมายถึง 120 ชิ้น รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจที่ถูกทาสีขาวด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งของทั่วไปๆ ในชีวิตประจำวัน ราวกับว่าคนร้ายจงใจทิ้งไว้เพื่อสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่สืบสวนมากกว่า

ภาพ ผู้ต้องสงสัย

ชายหนุ่มอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที เขาไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ และยังเป็นคนที่รู้ความลับภายในของตำรวจเป็นอย่างดี แต่เขากลับตายด้วยยาพิษในวันที่ 15 ธันวาคม และยังไม่พบเงินที่หายไป การตายของเขาจึงถูกคาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และเขาก็ได้รับการตัดสินว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

หลังจากนั้น มีการสืบสวนครั้งใหญ่ชนิดพลิกวงการตำรวจเลยทีเดียว มีการติดโปสเตอร์ประกาศจับ 780,000 ใบทั่วญี่ปุ่น รายชื่อผู้ต้องสงสัยปาเข้าไป 110,000 ชื่อ และระดมมันสมองตำรวจถึง 170,000 นายในการสืบสวนคดีนี้ ทว่าผ่านไป 7 ปี จนคดีหมดอายุความในปี 1975 ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ มีเพียงผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของชายวัย 19 รายนั้น ที่ถูกจับในข้อหาอื่น เขามีเงินมากมายจนน่าสงสัยว่าไปปล้นมา แต่ตำรวจก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอจะมัดตัวว่า เงินของเขามาจากการปล้นครั้งนั้น

เมื่อผ่านปี 1988 ไป คนร้ายยังได้สิทธิทางกฎหมาย ให้สามารถเปิดเผยตัวตนและบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับไปดำเนินคดีอีกครั้ง นั่นหมายความว่าถ้าเขาเขียนหนังสือหรือขายลิขสิทธิ์เรื่องทำเป็นหนัง ก็จะกลายเป็นคนดังไปเลย! มีหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นบางเล่มออกข่าวทำนองว่าพบตัวคนร้ายแล้ว แต่ก็ถูกแย้งว่าไม่น่าเชื่อถือ ทุกวันนี้จอมโจรลูแปงแห่งแดนปลาดิบจึงยังคงลอยนวล ให้คินดะอิจิยกมาเป็นปมเงื่อนในการไขคดีปริศนาต่อไป…

อุทาหรณ์ – ไม่ได้สนับสนุนให้ไปปล้นธนาคารนะ ถ้าเก่งขนาดนั้นเอาเวลาไปใช้ทำอะไรที่สร้างสรรค์ดีกว่ามั้ย!

———————————————————————————————————————————————————————-

ภาพ จากการ์ตูน “20th Century Boys”

3.ลัทธิ ‘เพี้ยน’ ก่อการร้าย ปล่อยแก๊สพิษทั่วเมือง

ภาพ จากการ์ตูน “20th Century Boys”

สาวกของลัทธิเพี้ยน โอม ชินริเคียว ปล่อยแก๊สพิษทำลายประสาทในรถไฟใต้ดินโตเกียว 5 สาย!

โอม ชินริเคียว เป็นลัทธิศาสนาสุดอื้อฉาวของญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 1987 โดยชายตาเดียวนาม ชิซูโอะ มัตสึโมโต้ (ตาซ้ายของเขาบอดตั้งแต่เด็ก) ผู้อ้างว่าได้ตรัสรู้แล้วที่ประเทศอินเดีย แรกทีเดียว เขานำเงินจากสาวกใกล้ชิดมาเปิดคอร์สสอนโยคะแบบเข้มข้น ที่เน้นเรื่องการพัฒนาจิตวิญญาณ มีผู้คนมากมายให้ความสนใจจนกลุ่มของเขาใหญ่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น โชโกะ อาซาฮาระ และจดทะเบียนกลุ่มของเขาเป็นลัทธิ โอม ชินริเคียว ตอนแรกทางการก็ลังเลที่จะให้สถานะเป็นองค์กรทางศาสนา แต่สุดท้ายก็อนุมัติในปี 1989 ระเบียบของกลุ่มจึงถูกบัญญัติขึ้น และมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ภาพ ชิซูโอะ มัตสึโมโต้ หรือ โชโกะ อาซาฮาระ ผู้นำลัทธิ

ชื่อ ‘โอม ชินริเคียว’ เป็นภาษาสันสกฤตผสมคันจิ ที่แปลว่า ศาสนาแห่งความจริงแท้” อาซาฮาระตีพิมพ์หนังสือเผยแพร่แนวคิด โดยอ้างว่าเขาเป็น พระคริสต์’ ของญี่ปุ่น ผู้มีภารกิจแบกรับบาปกรรมของคนทั้งโลก เขาสามารถถ่ายโอนพลังจิตของสาวกและขับไล่เวรกรรมไปให้พ้นได้ และยังมองเห็นแผนการชั่วร้ายของศาสนาอื่น นอกจากนั้นอาซาฮาระยัง ทำนายจุดจบของโลก โดยบอกว่าวันพิพากษา (Armageddon) นั้นจะมาถึงด้วยสงครามโลกครั้งที่สามและระเบิดนิวเคลียร์ มีเพียงอภิสิทธิ์ชนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่จะรอด ซึ่งก็คือสาวกของโอม ชินริเคียว นั่นเอง

ภาพ การช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายโดยปล่อยแก๊ส Sarin ,โชโกะ อาซาฮาระ และ สัญลักษณ์ของลัทธิ โอม ชินริเคียว

โอม ชินริเคียว บูมสุดๆ ในปี 1995 ซึ่งพวกเขาอ้างว่ามีสมาชิกในญี่ปุ่นถึง 9,000 คน และอีก 40,000 คนทั่วโลก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของลัทธินี้เก่งกาจมาก พอเห็นว่าหนังสือการ์ตูนและอนิเมชั่นได้รับความนิยม ก็นำหลักศาสนามาเชื่อมโยงกับธีมที่เป็นการ์ตูน อย่างพวกสงครามอวกาศ อาวุธมหาประลัย แผนชั่วร้ายระดับโลก และการต่อสู้เพื่อนำมาซึ่งความจริงแท้ ตัวอย่างเช่นหนังสือเล่มหนึ่งของพวกเขา พูดถึงนินจาว่ามีความสามารถเหนือมนุษย์จากการฝึกฝนจิตวิญญาณ หรือแม้แต่นิยายไซไฟเรื่องดังอย่าง ไตรภาค Foundation ของ ไอแซค อาซิมอฟ ยังถูกตีความเข้าข้างตัวเองว่าเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ผู้เป็นเลิศด้านพลังจิตที่จะมาสร้างอารยธรรมใหม่

นอกจากนั้น โอม ชินริเคียว ยังอ้างว่าสามารถรักษาโรคได้ด้วยการทำโยคะ พิธีกรรมทางศาสนาของพวกเขาลึกลับไม่เปิดเผย มักจะเริ่มด้วยการใช้ยากล่อมประสาทอย่าง LSD ตามด้วยการบำเพ็ญตบะแบบสุดขั้วเช่นการห้อยหัวลงหรือบำบัดด้วยการช็อค เมื่อมีปัญญาชนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นเข้าร่วมมากขึ้น ลัทธินี้ถึงกับเปลี่ยนชื่อองค์กรให้หรูหราราวกับเป็นประเทศ จากแผนกแพทย์เป็น กระทรวงสาธารณสุข’ กลุ่มวิทยาศาสตร์เป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์’ คนที่มีพื้นฐานทางทหารหรือศิลปะป้องกันตัวก็รวมตัวกันเป็น กระทรวงข่าวกรอง’ สาวกที่เป็นผู้หญิงคอยดูแลเด็กก็ได้รับมอบหมายให้เป็น กระทรวงการศึกษา’

ชื่อเสียงของ โอม ชินริเคียว เริ่มด่างพร้อยในปลายยุค 80 เมื่อมีข่าวลือหนาหูว่าลัทธินี้หลอกล่อคนให้เข้ามาเป็นสาวกและบังคับไม่ให้พวกเขาออกไป โดยผู้ที่คิดหนีหรือเป็นปฏิปักษ์กับลัทธิจะถูก ‘ตัดเพื่อน’ เอ๊ย กำจัดทิ้ง อาทิ ซึซึมิ ซากาโมโต้ ทนายความที่ฟ้องร้องลัทธินี้แต่ไม่สำเร็จ เขาไปให้สัมภาษณ์ในรายการทอล์คโชว์ของสถานี TBS ซึ่งเทปถูกลอบเอาไปเปิดให้คนในลัทธิดู ผลก็คือรายการถูกยกเลิก และในเดือนถัดมา ซากาโมโต้ ภรรยา และลูกของเขา ก็หายตัวจากบ้านพักอย่างลึกลับ ตำรวจไม่สามารถไขคดีได้ จนอีก 6 ปีถัดมาจึงเปิดเผยว่าพวกเขาถูกฆาตกรรมโดยสมาชิกของ โอม ชินริเคียว นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวของคดีลึกลับมากมายที่เกี่ยวข้องกับลัทธินี้

ภาพ การช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายโดยปล่อยแก๊ส Sarin

แต่เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งกว่าเกิดขึ้นในหัวค่ำของวันที่ 28 มิถุนายน 1994 สมาชิกของโอม ชินริเคียว ได้ก่อการร้ายโดยปล่อยแก๊ส Sarin ที่ทำลายระบบประสาทในหลายพื้นที่ของจังหวัดนากาโน่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คนและบาดเจ็บเกิน 200 แต่ตำรวจก็ยังทำไม่รู้ไม่เห็น แม้จะมีบุคคลนิรนามมาแจ้งว่า เหตุการณ์นี้เป็นแค่การทดลอง ถ้าแก๊ส Sarin ถูกปล่อยในที่ปิดอย่างรถไฟใต้ดินที่มีคนแน่นขนัด ลองคิดดูว่าความหายนะจะมากมายแค่ไหน”

 แล้วเหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ ในวันที่ 20 มีนาคม 1995 สมาชิกของโอม ชินริเคียว ได้ปล่อยแก๊ส Sarin ในรถไฟใต้ดินของโตเกียวหลายสายในช่วง 7.00 – 8.00 เช้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน บาดเจ็บสาหัส 50 คน และได้รับผลกระทบจากแก๊สพิษอีกนับพันราย ถือเป็นการถูกโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว และจุดมุ่งหมายของลัทธินี้ก็เพื่อเร่งให้เกิดยุคใหม่ ล้มล้างรัฐบาลญี่ปุ่น และผลักดัน โชโกะ อาซาฮาระ เจ้าลัทธิขึ้นเป็นจักรพรรดิคนใหม่ของญี่ปุ่น!

อุทาหรณ์ – อย่าเชื่อใครง่ายๆ ไม่มีทางไหนดีไปกว่าทางสายกลาง และตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่เชื่อก็ลองถาม เคนจิ จาก 20th Century Boy ดูสิ!

———————————————————————————————————————————————————————-

ภาพ การ์ตูนเรื่อง “Battle Royale”

4.เด็ก ม.ต้น ฆ่า-ตัดคอ เลียนแบบฆาตกรต่อเนื่อง

เยาวชนมีปัญหา! หัวเด็กถูกฆ่าวางประจานหน้าโรงเรียน!

ข่าวดังเมื่อหลายปีก่อนที่ยังคงหลอนใจหลายคนจนทุกวันนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1997 นักเรียนของโรงเรียนประถม Tainohata ที่มาถึงโรงเรียนในตอนเช้าต้องหวาดผวาเมื่อพบว่าหน้าประตูมีหัวของ ฮาเซ่ จุง นักเรียนโปรแกรมพิเศษของโรงเรียนวางอยู่อย่างน่าสยดสยอง ภายในปากมีกระดาษที่เขียนด้วยปากกาแดงว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของเกม… พวกตำรวจถ้าเก่งจริงก็หยุดข้าให้ได้ ข้ากระหายอยากเห็นคนตาย การฆ่าคนทำให้ข้าตื่นเต้น การหลั่งเลือดครั้งนี้สาสมแล้วกับหลายปีที่ขมขื่นของข้า” ลงชื่อ SHOOL KILLER

ภาพ “ฮาเซ่ จุง” เหยื่อเคราะห์ร้าย

ภาพ โรงเรียนที่เกิดเหตุ

จากการชันสูตรพบว่า เด็กชายถูกบั่นคอด้วยเลื่อยมือ และศพของเขาถูกอำพรางมาก่อนแล้ว จากวิธีการฆ่าทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า ฆาตกรรายนี้เลียนแบบฆาตกรต่อเนื่องชื่อดัง Zodiac Killers ที่ออกล่าเหยื่อในซานฟรานซิสโกช่วงปลายยุค 60 ต่อมาในวันที่ 6 มิถุนายน มีจดหมายส่งไปที่หนังสือพิมพ์ Kobe Shimbun อ้างว่าเป็นคนฆ่าและตัดคอจุง ฮาเซ่ และขู่ว่าจะมีการฆ่าครั้งต่อไป จดหมายฉบับที่สองมาถึงในซองสีน้ำตาล ภายในมีกระดาษสามแผ่นที่อัดแน่นด้วยตัวอักษร 1,400 ตัว เขียนด้วยหมึกแดงเช่นเดียวกัน มีตัวอักษร 6 ตัวที่อ่านออกเสียงได้ว่า ซากากิบาระ ไซโต้ ที่แปลความหมายได้ว่า เหล้า, ปีศาจ, กุหลาบ, นักบุญ และการต่อสู้ เช่นเดียวกับที่เคยใช้ในโน้ตที่เขียนทิ้งไว้ในปากของเหยื่อ

ภาพ วาด Zodiac Killers

ภาพ Seito Sakakibara และจดหมายขู่

จดหมายเริ่มต้นด้วย ขณะนี้ เกมเริ่มขึ้นแล้ว… ข้าเดิมพันชีวิตกับเกมนี้… ถ้าถูกจับ ข้าอาจจะโดนแขวนคอ… ตำรวจควรจะโกรธเกรี้ยวและดุดันในการจับข้ามากกว่านี้… มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะปลดปล่อยข้าจากความเกลียดชังที่ทรมานข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มีเพียงความเจ็บปวดของคนอื่นเท่านั้นที่จะบรรเทาความเจ็บปวดของข้า” ในจดหมายยังพาดพิงระบบการศึกษาของญี่ปุ่นว่า การเรียนที่บีบบังคับ ทำให้ข้ากลายเป็นคนไร้ตัวตน” ด้วยความแตกตื่น สื่อของญี่ปุ่นรายงานชื่อผิดเป็น โอนิบาระ (Onibara – กุหลาบของยักษ์) ซึ่งถูกตอบโต้จากฆาตกรอย่างรุนแรงว่า ต่อไปนี้ ถ้าแกอ่านชื่อของข้าผิดหรือทำให้ข้าโมโห ข้าจะฆ่าพวกผักปลาอาทิตย์ละสามคน… และถ้าแกคิดว่าข้าฆ่าได้แต่เด็กๆ ล่ะก็ แกคิดผิดถนัด”

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 มิถุนายน เด็กชาย ม. ต้นวัยเพียง 14 ปีก็ถูกจับในฐานะผู้ต้องสงสัย เขาสารภาพในเวลาต่อมาว่าเป็นคนฆ่า ฮาเซ่ จุง และยังฆ่า อายากะ ยามาชิตะ เด็กหญิงวัย 10 ขวบด้วยค้อนในวันที่ 16 มีนาคมด้วย คดีนี้ทำให้กฏหมายของญี่ปุ่นต้องลดอายุคนร้ายที่ต้องรับโทษจาก 16 ปีเป็น 14 ปี และในวันที่ 11 มีนาคม 2004 เมื่อทางการญี่ปุ่นประกาศว่า ซากากิบาระ ในวัย 21 จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 1 มกราคม 2005 ก็มีเสียงวิจารณ์หนาหูว่าเขาควรถูกส่งไปเข้าคุกแทนดีไหม ด้วยความเป็นผู้เยาว์ ทำให้ชื่อและที่อยู่ของเขาได้รับการคุ้มครองอย่างดี แต่ก็ยังมีคนนำชื่อจริงและรูปถ่ายของเขาไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตอยู่ดี

อุทาหรณ์ – ควรแยกแยะให้ได้ว่าอันไหนเกม อันไหนเรื่องจริง ชีวิตคนตายไปรีสตาร์ทไม่ได้นะเฟ้ย!

———————————————————————————————————————————————————————-

ภาพ Manga Junko Furuta แนวฆ่าโหด, ดัดแปลงจากเรื่องจริง, NC+18

5.สุดโหด ทรมานสาวไฮสคูล 41 วัน ก่อนฆ่าหมกถังปูน

4 เดนทรชนกักขังสาว 16 ในบ้าน ข่มขืน-ทรมานปางตาย!

ภาพ จุงโกะ ฟุรุตะ สาวน้อยที่น่าสงสาร

นี่เป็นคดีสะเทือนขวัญชาวญี่ปุ่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เมื่อสาวน้อยน่ารักวัยเพียง 16 ปี ฟุรุตะ จุงโกะ ถูกวัยรุ่นเดนทรชน 4 คน นำโดย โจ คามิซาคุ วัย 17 อดีตเพื่อนร่วมห้องของเธอเอง กักขังไว้ในบ้านพัก ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน ทรมานอย่างเหี้ยมโหดราวกับไม่ใช่มนุษย์ เป็นเวลานานถึง 44 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ปี 1988 ถึงวันที่ 5 มกราคม 1989 จนเธอเสียชีวิตด้วยสภาพบอบช้ำอย่างหนัก จากนั้นพวกเขาจึงนำศพของเธอไปซ่อนไว้ในถังใส่ปูนซีเมนต์ขนาด 55 แกลลอน

ภาพ บ้านที่จุงโกะถูกกักขัง

ความโหดเหี้ยมของคดีนี้อยู่ตรงการทรมานเด็กสาวอย่างอำมหิต หลังจากบังคับให้จุงโกะโทรไปบอกครอบครัวว่าเธอไปค้างบ้านเพื่อน และบอกผู้ปกครองในบ้านที่เธอถูกนำไปกักขังว่าเป็นแฟนของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม เกมโหดก็เริ่มต้นขึ้น เธอถูกรุมข่มขืน ถูกซ้อมด้วยไม้กอล์ฟและลวดเหล็ก ถูกบังคับให้กลืนดรัมเบลล์ลงท้อง ถูกทารุณทางเพศอย่างรุนแรง ถูกจี้ด้วยบุหรี่และไฟแช็ค เธอบาดเจ็บอย่างหนักจนต้องใช้เวลาคลานลงมาเข้าห้องน้ำนานกว่าชั่วโมง เธอพยายามหลบหนีหลายครั้งและทุกครั้งก็โดนลงโทษด้วยการทรมานอย่างหนัก เธอพยายามขอร้องให้ผู้ปกครองในบ้านช่วยเธอ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะกลัวว่าเพื่อนของลูกชายซึ่งเป็นยากูซ่าชั้นปลายแถวจะทำร้ายเอา

ภาพ Manga Junko Furuta แนวฆ่าโหด, ดัดแปลงจากเรื่องจริง, NC+18

จากคำให้การของเดนมนุษย์ทั้งสี่ มีคนเป็นร้อยที่รู้ว่าเธอถูกขังอยู่ในบ้านหลังนั้น และอาจมีส่วนร่วมในการข่มขืนและทรมานเธอด้วย จุงโกะขอร้องพวกเขาหลายครั้งให้ฆ่าเธอเสีย ในที่สุดหลังจากที่พวกเขาหงุดหงิดจากการแพ้เกมไพ่นกกระจอก จึงระบายอารมณ์ด้วยการจุดไฟเผาขา แขน ใบหน้า และท้องของเธอ เธอสิ้นใจในวันนั้นจากอาการช็อค เด็กชายทั้งสี่อ้างว่าพวกเขาไม่รู้ว่าเธออาการหนัก และเชื่อว่าเธอแค่แกล้งทำเป็นป่วย !

ภาพ โจ คามิซาคุ ผู้นำเดนมนุษย์

ด้วยกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์ของญี่ปุ่น ทำให้โทษเบื้องต้นของเดนทรชนเหล่านี้เพียงแค่จำคุกเยาวชนไม่กี่ปี แถมยังไม่เปิดเผยตัวตนของพวกเขาด้วย แต่นิตยสารรายปักษ์ Shukan Bunshun ก็นำชื่อจริงของพวกเขามาลงประณาม โดยอ้างว่า สิทธิมนุษยชนไม่จำเป็นสำหรับพวกป่าเถื่อน” ครอบครัวของเด็กชายที่เป็นเจ้าของบ้านที่ใช้กักขังเธอ ขายบ้านเป็นเงินราว 50 ล้านเยน นำไปจ่ายทดแทนให้กับครอบครัวของจุงโกะ อย่างไรก็ตาม ภายหลังศาลสูงสุดก็เพิ่มโทษให้กับคามิซาคุให้ฐานะผู้นำการกระทำผิดเป็นจำคุก 20 ปี ซึ่งเป็นโทษหนักรองจากการจำคุกตลอดชีวิต

คดีนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วญี่ปุ่น มีการทบทวนการตัดสินโทษคนร้ายที่เป็นเยาวชนในคดีร้ายแรง และการปล่อยพวกเขากลับมาสู่สังคม มีหนังสืออย่างน้อยสองเล่มที่เขียนถึงเหตุการณ์นี้ หนังญี่ปุ่นสองเรื่องที่สร้างเกี่ยวกับคดีนี้ วงร็อคของญี่ปุ่นแต่งเพลงอุทิศให้กับเด็กสาวเคราะห์ร้าย และนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นแนว guro (อีโรติกแหวะๆ) วาอิตะ ยูซิกะ ยังนำเรื่องของเธอมาเขียนเป็นการ์ตูนด้วย

อุทาหรณ์ – สำหรับผู้ชาย คบคนพาลพาลพาไปหาผิด ถ้ารู้ว่าอยู่ในหมู่คนโฉดแล้วก็อย่าคล้อยตาม พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง สำหรับผู้หญิง อย่าชะล่าใจ รักษาตัวให้ปลอดภัยไว้ก่อน!

———————————————————————————————————————————————————————-

ข่าวย่อย

Sasebo Slashing

ภาพ แฟนอาร์ตฆาตกร ที่ชาเน็ตเรียกกันว่า “Nevada-Tan”

  • คดีอนาถใจ เด็กหญิงวัย 12 ใช้มีดปาดคอหอยเพื่อนวัย 11 ตายคาห้องเรียน เหตุโมโหถูกล้อเรื่องน้ำหนักในอินเทอร์เน็ต คดีนี้ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องทบทวนกฎหมายว่าควรลดอายุคนร้ายที่ต้องรับโทษลงอีกไหม? และหนังเด็กฆ่ากันตาย Battle Royale ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายดีวีดี

Tsuyama Massacre

ภาพ ฆาตกร Woo Bum-kon

  • การสังหารหมู่สุดโหดในประวัติศาสตร์ เมื่อชายหนุ่มวัย 21 ตัดไฟฟ้ากลางดึก บั่นคอยายแท้ๆ ด้วยขวาน แล้วออกฆ่าคนเกือบครึ่งหมู่บ้านด้วยปืนช็อตกันและดาบซามูไร เหตุเพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นโรคร้าย หลังเก็บตัวไม่เข้าสังคม (ฮิคิโคโมริ) มานานหลายปี ในจดหมายลาตายแจ้งว่าที่เขาฆ่ายายก็เพราะไม่อยากให้ท่านต้องทนอยู่กับตราบาปและความอับอายที่เป็นคุณยายของฆาตกร!

Nobody Knows

ภาพ Nobody Knows (2004 film)

  • คดีแสนเศร้าเมื่อเด็กห้าคนถูกทิ้งให้อยู่ตามยถากรรมนาน 9 เดือน ขณะผู้เป็นแม่หนีไปเที่ยวกับแฟนใหม่ จนถูกพบในสภาพขาดสารอาหารและเด็กคนหนึ่งต้องเสียชีวิตไป คดีนี้ถูกสร้างเป็นหนังญี่ปุ่นเรื่องดัง Nobody Knows

———————————————————————————————————————————————————————-

ความรุนแรงในหนังสือการ์ตูน ส่วนหนึ่งก็มาจากความโหดร้ายในชีวิตจริง เพราะเรารู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้ขาวบริสุทธิ์ เราจึงต้องสร้างภูมิคุ้มกันความรุนแรงให้กับตัวเอง และใช้เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนเตือนใจ ให้มีสติปัญญา อย่าเสียท่าความรุนแรง นะจ้ะคนอ่านการ์ตูนทั้งหลาย….

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"