Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : Sundae Kids

146

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยกว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.
.

Poysian
Kavin

ช่องทางติดต่อ

facebook page : Sundae Kids
Instagram: Sundae Kids
studio@sundaekids.com

ผลงานบางส่วน


———————

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.ช่วยแนะนำตัวเองนิดนึงครับผม ว่าเริ่มวาดรูปและเปิดเพจมาได้อย่างไรครับ

Poysian: ตอนนั้นเรากำลังเรียน graphic design อยู่ และเราได้ลองเรียนหลายอย่างมากที่เกี่ยวข้องกับ design แต่ว่าตอนเรียน วิชาที่เราชอบและรู้สึกว่าทำได้ดีคือ illustration กับ advertising นอกเหนือจากสองวิชานี้จะทำได้ไม่ค่อยดีเลย

“เราไม่เหมาะกับการทำงานประจำ
ที่ต้องสามารถทำได้หลากหลายสไตล์
ตามที่ลูกค้าต้องการ
เพราะเราเวลาออกแบบหรือวาดรูป
จะชัดว่าเป็นงานเรา”

หลังจากนั้นพอเราได้ไปฝึกงานยิ่งทำให้เรารู้ว่าเราไม่เหมาะกับการทำงานประจำที่ต้องสามารถทำได้หลากหลายสไตล์ตามที่ลูกค้าต้องการ เพราะเราเวลาออกแบบหรือวาดรูปจะชัดว่าเป็นงานเรา และจะเป็นสไตล์ประมาณนี้ตลอด พอขึ้นปีสี่กวินเลยชวนให้เราลองเปิดเพจขึ้นมาเป็น portfolio ให้คนได้เห็นงานเรามากขึ้น พอเราเรียนจบอาจจะได้ทำของตัวเองเลย ไม่ต้องทำงานประจำ ก็เลยเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นมาเลย

Kavin: ในช่วงนั้นพอเราจบมาเราก็หนีไปทำงานประจำก่อน แต่ก็บอกให้เค้าทำงานเพิ่มแม้แต่ตอนนั้นจะไม่มีงานเลยก็ตาม แต่ในมุมมองส่วนตัวเราคิดว่ายังไงอนาคตต่อจากนี้ social media คงเป็นสื่อที่สำคัญอีกสื่อหนึ่ง พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกเหมือนไปหลอกเค้าเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเราก็ยังเด็กอาจจะตัดสินใจอะไรตามใจชอบเกินไปด้วย

-.อยากรู้ว่าสไตล์ที่ใช้ในการวาดของเราในปัจจุบันนั้น  เราได้มาอย่างไรครับผม

Kavin: ในช่วงตอนปีสี่เราเห็นโป๊ยเซียนทำงานที่เป็น illustration งานนึงเป็นภาพประกอบเรื่อง Matilda เป็นจุดเริ่มต้นเลยที่เราเห็นว่าเค้าทำได้ดี และเราก็แค่คอยไกด์ทางและแนะนำนิดๆ หน่อยๆ ให้เค้า นอกนั้นเราปล่อยให้เป็นเรื่องของเค้าเอง เราไม่ค่อยอยากไปเปลี่ยนแปลงตัวตนเค้า

“ซึ่งต่อไปอาจจะเปลี่ยนไปอีกก็ได้
เรื่องแบบนี้มันจะค่อยๆ
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอยู่แล้ว”

ซึ่งจากงานตอนนั้นมันก็แตกแยกย่อยมาเยอะพอสมควร ถ้าสังเกตุก็จะเห็นว่าเค้าวาดในแต่ละงานไม่เหมือนกัน มันจะมีอันที่ดูเป็นตัวที่ค่อนข้างการ์ตูนและตัวทึค่อยข้างสมจริง ซึ่งเราก็ชอบที่เค้าวาดได้หลากหลาย เวลาเราดูภาพรวมสำหรับทำงานมันมี option เยอะกว่า ซึ่งต่อไปอาจจะเปลี่ยนไปอีกก็ได้ เรื่องแบบนี้มันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอยู่แล้ว

Poysian: ตั้งแต่ในตอนเรียน เนื่องจากเราชอบ illustration เราเลยชอบลอง style ใหม่ๆ วิธิใหม่ๆ ในการทำ illustration ช่วงเรียนเราก็จะมีวาดอยู่หลาย style พอจะเริ่มทำเพจเรากับกวินก็เลยตกลงเลือก 1 สไตล์ที่เราทั้งคู่ชอบและคิดว่าน่าจะพัฒนาต่อได้ แล้วก็นำ style นั้นมาต่อยอด ทดลองกับ วัสดุใหม่ๆ texture ใหม่ๆ จนเป็นลายเส้นที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน แต่ว่าหลังจากนั้น style เราก็จะมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามสิ่งที่เราชอบในช่วงนั้นๆ

-.การทำเพจร่วมกัน 2 คนนี่แบ่งหน้าที่กันยังไงบ้างครับผม แล้วคิดว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างครับ

poysian : จริงๆ เราทำงานร่วมกันจะปรึกษากันตลอด เรื่องไอเดียจะช่วยกันคิดทั้งหมด แต่หน้าที่ที่ต่างกันคือเราจะเป็นคนวาด ส่วนกวินจะคุมเรื่อง art direction รวมถึงเรื่อง layout และสี ข้อดีคือเราทำงานด้วยกันจนเข้าใจกันมากแล้ว เวลากวินพูดอะไรมาคือเราจะเข้าใจได้เลยว่ากวินต้องการอะไร และการทำงานสองคนทำให้เราได้ไอเดียมากกว่าทำงานคนเดียว เวลาเราไม่แน่ใจในงานไหนก็สามารถปรึกษากันได้ตลอด

ส่วนข้อเสีย จะมีแค่ช่วงแรกๆ ที่เราพึ่งเริ่มทำงานด้วยกันเต็มตัว เพราะสไตล์การทำงานของเราต่างกันมาก ทำให้ต้องปรับกันเยอะในช่วงแรกๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้ว

“เราเหมือนมีส่วนหนึ่งของกันและกัน ไปแล้ว
เช่น โป๊ยเซียนก็จะรอเราลงสี
และรอดู art direction จากเรา
หรือเราก็จะไม่สามารถทำงานได้
ถ้าเราไม่มีลายเส้นเค้า”

Kavin : ข้อดีสำหรับเราคือเราทำงานเป็นทีม บางวันที่เราคิดไม่ออก ไม่มั่นใจหรือรู้สึกทำงานได้ไม่ดีก็จะมีอีกคนคอยช่วยทั้งเรื่องงาน และเรื่องความกดดันต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกงาน เราจะรู้สึกเหมือนสนับสนุนกันและกันตลอด

ข้อเสียคือ เราเหมือนมีส่วนหนึ่งของกันและกัน ไปแล้ว เช่นโป๊ยเซียนก็จะรอเราลงสีและรอดู art direction จากเรา หรือเราก็จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าเราไม่มีลายเส้นเค้า

-.แล้วอะไรที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกใช้ภาษาอังกฤษ ในผลงานทั้งหมดครับ

Poysian: social media ทำให้โลกเราไม่มีเขตแดนแล้ว ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ทางออนไลน์​ เราเลยเลือกที่จะใช้ภาษาอังกฤษที่ universal ที่สุด และเข้าถึงคนได้มากที่สุด เพราะงานเราส่วนใหญ่จะเน้นเนื้อเรื่องและคำพูด การสื่อสารจึงสำคัญมาก นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสตัวเอง ทำให้เรารับงานต่างชาติได้มากขึ้นด้วย

“โลกเราไม่มีเขตแดนแล้ว
ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ทางออนไลน์​
เราเลยเลือกที่จะใช้ภาษาอังกฤษ
ที่ universal ที่สุด”

Kavin: ตอนในช่วงแรกที่เราตัดสินใจทำเพราะว่าภาษาอังกฤษมันมีตัวอักษรที่มีลักษณะสมมาตรมากกว่าภาษาไทย สำหรับเรา composition มันสวยกว่าเวลาใช้งานและเข้า style ของภาพด้วย

-.สำหรับการสร้างผลงานของเราเองนั้น จุดไหนที่เราใช้เวลาหรือให้ความสำคัญกับมันมากที่สุดครับ

Poysian: สำหรับเราคือไอเดียแรกเริ่มเลย เราจะใช้เวลากับการคิดเรื่อง หรือตีโจทย์มากที่สุด เพราะเราคิดว่าไอเดียคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานของเราโดดเด่นออกมาจากคนอื่น

Kavin: โดยเราจะให้ความสำคัญตอนเริ่มและตอนสุดท้าย ตอนเริ่มไอเดียมันสำคัญที่สุดสำหรับเรา แต่ตอนสุดท้ายที่เราให้ความสำคัญเหมือนกันคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อันนี้เรามองว่ามันเป็นที่นิสัยส่วนตัวของเรามากกว่าที่ไม่ค่อยชอบปล่อยอะไรที่ผิดพลาดออกไป ทุกอย่างต้องตรวจทานแล้ว

“เรามองว่ามันเป็นที่
นิสัยส่วนตัวของเรามากกว่า
ที่ไม่ค่อยชอบปล่อยอะไร
ที่ผิดพลาดออกไป
ทุกอย่างต้องตรวจทานแล้ว”

-.อะไรทำให้เราเลือกที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับความรักเป็นหลักครับผม

Kavin: วันแรกที่เราตัดสินใจทำ comic กัน เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเล่าเรื่องอะไร ในตอนนั้นคือเราพยามแค่จะช่วยงานโป๊ยเซียนโดยเราคิดว่า Sundae Kids เป็นของเค้าอยู่แล้ว เราก็อยากให้มันออกมาเป็นตัวเค้ามากที่สุด ในช่วงนั้นเค้าจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องที่จะวาดเป็นส่วนใหญ่เลย เราจำได้ว่าวันแรกที่เราเสนอเรื่องให้วาดไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองสองเรื่อง ถูกปัดตกทั้งสองเรื่อง หลายเรื่องเราโดนตัดออกไปเพราะว่าเค้าไม่ชอบจนมาลงที่เรื่องความรัก

“จริงๆ เราไม่ได้เลือกที่จะ
เล่าเรื่องเกี่ยวกับความรัก
เราไม่ได้เลือก topic
เลยมากกว่า”

Poysian: จริงๆ เราไม่ได้เลือกที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับความรัก เราไม่ได้เลือก topic เลยมากกว่า เราจะเลือกเป็น moment หรือช่วงเวลาๆ หนึ่งที่เราชอบ หรือรู้สึกบางอย่างกับมันมากกว่า ดังนั้นเรื่องความรักเลยมาบ่อยกว่าเรื่องอื่นๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้

-.สุดท้ายสมมุติว่าถ้าเรามีพลังพิเศษสามารถทำให้ใครก็ได้รักกัน จะเลือกนำพลังนั้นไปใช้อย่างไรครับ

Kavin : สำหรับเรา เราคงไม่ใช้พลังนั้นกับใครเลย โดยส่วนตัวเราเป็นคนไม่ชอบยุ่งกับคนอื่นอยู่แล้ว และพลังนี้ก็ดูเป็นการบังคับเกินไปหน่อย สำหรับเราการรักหรือไม่รักกันน่าจะปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคนดีกว่า

Poysian : คงไม่ใช้ให้คนอื่นรักกัน ควรเก็บไว้ใช้กับตัวเองเวลาวันไหนรู้สึกรักตัวเองน้อยไปดีกว่า

————————————

LET’S Impress
ผลงานที่ศิลปินชื่นชอบหรืออยากพูดถึงเป็นพิเศษ

Poysian : เราคิดว่าเป็นงานออกแบบ collection กับ OPEN/END เป็นแบรนด์ที่พึ่งเปิดใหม่ที่ญีปุ่น และเราได้มีโอกาสทำ collection แรก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้ออกแบบของเยอะขนาดนี้ จริงๆ เป็นงานที่หนักมาก และให้เวลาน้อยมาก แต่ที่เราชอบคือแบรนด์นี้มี concept เกี่ยวกับความเท่าเทียม และความหลากหลายทางเพศ ทำให้เราได้ทำ comic ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศเป็นครั้งแรก ซึ่ง feedback ทำให้เรารู้ว่าเราสามารถเป็นเสียง เป็นกำลังใจ ให้กับสังคมได้เหมือนกัน ทำให้เรามีมุมมองในการทำ comic มากขึ้น

Kavin : สำหรับเราน่าจะเป็นกล้อง lomo ที่ออกในปีนี้ ตอนปีก่อนหน้านั้นทีม lomo ชวนเรามาทำแคมเปญแจกกล้องหนึ่งตัว ตอนนั้นเค้าให้ดูกล้องที่เค้าเคยแจกกับศิลปินคนอื่นเป็นเหมือนเค้าแค่เซ็นลายเซ้นเล็กๆ ลงบนตัวกล้อง เค้าไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ตอนเราเอากลับมาประชุมกันเราก็คิดว่าจะทำยังไงให้มันดู special แค่เซ็นชื่อมันดูเล็กน้อยไปสำหรับเรา

เราก็เลยเสนอว่าหรือทำลายรอบทั้งตัวกล้องไปเลยแต่มันก็น่าจะใช้เวลานานเพราะเราก็ต้องมาแกะ pattern ของกล้องเอง ซึ่งโป๊ยเซียนเค้าก็ตกลง คือแทนทีทำน้อยๆ ไม่เหนื่อยก็ได้เงินเท่าเดิม เหมือนหาภาระเพิ่มให้ตัวเอง พอกล้องออกมา feedback มันดี ทางทีม lomo เค้าก็บอกว่ากระแสดีที่สุดใน asia เลย เค้าเลยอยากผลิตออกมาขายจริงๆ ก็เลยเป็นงานที่เราชอบเพราะการตัดสินใจครั้งนั้นของเรา

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

Kavin: โดยปกติเราจะชอบดูซีรีหรือหนังมากกว่า แต่ถ้าเป็นเพลงเราจะชอบ Damien rice เพราะเรามีซีดีนี้ในรถ จะเปิดฟังเวลาเราไปตจว รู้สึกเหมือนกำลังได้พักผ่อนดี

Poysian: ปรกติเวลาทำงานเราจะดู series มากกว่า เพราะเราทำงานจนดึกมากเกือบเช้าเลยก็มี เราเลยชอบให้มีเนื้อเรื่องให้โฟกัสตามไปด้วย อย่างล่าสุดเราพึ่งดูเรื่อง Dark จบไปก็เพิ่มอรรถรสการทำงานดีค่ะ

———————————–

จบแล้วนะครับสำหรับสัปดาห์นี้
สำหรับผู้ที่ชอบสายกราฟิกและคอมิคตะวันตก น่าจะถูกใจกันไปไม่น้อยใช่มั้ยครับ แฮ่..

ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นอาร์ทติสท่านใด
รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่ทุกๆ แบบต่อเนื่อง
กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

หรืออยากให้แนะนำศิลปินคนไหน หรือใครอยากเสนอตัว
ก็สามารถติดต่อ contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic