LIVE ACTION vs ANIME อันไหนเจ๋งกว่า !?

84

บทความ โดย hoho

ถึงแม้จะไม่ได้มีกระแสของหนังไลฟ์แอคชั่นออกใหม่เป็นที่พูดถึงในช่วงนี้ซักเท่าไหร่ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีผู้คนบ่นถึงประเด็นนี้ขึ้นมาให้ได้ยินกันอยู่เรื่อยๆ ว่า “ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นมันห่วย!!” จนทำให้ผู้เขียนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า “จริงๆ แล้วโดยรวม ไลฟ์แอคชั่นมันดีกว่าหรือแย่กว่าต้นฉบับกันนะ?”

ขอบอกก่อนเลยว่า บทความนี้ไม่ได้จะชักจูงผู้อ่านให้เชื่อไปในทางใดทางหนึ่ง เพียงแต่อยากค้นหาข้อเท็จจริงเป็นเกร็ดความรู้ไว้ประดับหัวเท่านั้น ว่าแล้วเรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า ลุย !!

ยกแรก !! เสียงวิจารณ์และรายได้

แน่นอนว่าการเข้าไปดูเสียงวิจารณ์หรือคะแนนที่เว็บ IMDb หรือเว็บ Rotten Tomatoes ให้ไว้นั้น ทั้งของไลฟ์แอคชั่น รวมไปถึงอนิเมะ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจในการจะเลือกรับชมอะได้มากมาย แต่จะว่าไปหากมองเพียงแค่เสียงวิจารณ์ของเว็บใดเว็บหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็อาจเป็นการด่วนตัดสินเกินไป

เพราะฉะนั้นในวันนี้เราเลยจะหยิบเสียงวิพากย์วิจารณ์ของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นที่สร้างมาจากนักวาดการ์ตูนชื่อดังและฉบับอนิเมชั่นมาให้ถึง 3 เรื่องด้วยกันไปเลย ซึ่งทั้ง 3 เรื่องที่เลือกมานี้ถูกพูดถึงเยอะในประเด็นของการเปรียบเทียบระหว่างอนิเมะและไลฟ์แอคชั่นทั้งในแง่ดีและไม่ดีทั้งเว็บนอกและในกระทู้ต่างๆ นั่นเอง ไม่มัวพูดพร่ำทำเพลง เรามาเริ่มค้นหาคำตอบไปด้วยกันเลย !

Rurouni Kenshin: Wandering Samurai ฉบับอนิเมชั่น จากเว็บไซต์ IMDb

มากันที่เรื่องแรก เคนชินคนพเนจร หรืออีกชื่อคือ ซามูไรพเนจร ที่หลายๆ คนมักจดจำกันในชื่อนี้ซะส่วนมาก ซามูไรพเนจร ภาคแรกในนิตยสารโชเน็นจัมพ์รายสัปดาห์ ตั้งแต่ปี 1994 เรื่องราวเกี่ยวข้องกับ ฮิมุระ เคนชิน อดีตมือสังหาร ‘บัตโตไซ’ ในยุคเมจิ ที่พยายามมีชีวิตใหม่ปราศจากการสังหาร

Ratings : IMDb 8.5

รายได้ 3,875,672,300 เยน ภายใน 33 วัน


 

RUROUNI KENSHIN: KYOTO INFERNO ฉบับไลฟ์แอคชั่น จากเว็บไซต์ IMDb และ Rotten Tomatoes

ซามูไรพเนจร ฉบับไลฟ์แอคชั่นที่สร้างจากอนิเมชั่นชื่อดังที่มีเอฟเฟค ต่อสู้สุดระห่ำ จากซามูไรผู้สาบานว่าจะไม่ชักดาบออกมาใช้ในการฟาดฟันตลอดกาล แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เค้าต้องฉกฉวยฝักดาบขึ้นมาในสมรภูมิอีกครั้งหรือไม่ !?

Ratings : IMDb 7.6
Ratings : Rotten Tomatoes 8.2  

รายได้ 822,734,430 เยน ภายใน 3 วัน


 

Attack on Titan ฉบับอนิเมชั่น จากเว็บไซต์ IMDb และ Rotten Tomatoes

เรื่องย่อหลังจากบ้านเกิดของเอเรน เยเกอร์ พระเอกของเรื่องถูกทำลายและแม่ของเขาถูกฆ่าตาย เขาสาบานว่าจะล้างโลกของไททันที่เป็นมนุษย์ยักษ์ที่ทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์ให้จงได้

Ratings : IMDb 8.8
Rotten : Tomatoes 9.4

รายได้ 7.30 พันล้านเยน


 

Attack on Titan Part 1 (2015) ฉบับไลฟ์แอคชั่น IMDb และ Rotten Tomatoes

เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตจำพวกหนึ่งที่เรียกว่า “ไททัน” ออกล่าเขมือบมนุษย์เป็นอาหาร มนุษย์ผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งจึงสร้างป้อมปราการไว้แน่นหนาเป็นกำแพง 3 ชั้น พวกเขาเชื่อว่าไททันจะไม่มีวันทำลายกำแพงนี้ได้ วิกฤตครั้งนี้ทำให้มวลมนุษย์ต้องตั้งกองทัพทหารเพื่อต่อกรกับเหล่าไททัน ก่อนมนุษยชาติจะดับสูญไป

Ratings : IMDb 5.1
Ratings : Rotten Tomatoes 6.3

รายได้ ภาค1 : 600 ล้านเยน และ ภาค 2 : 327 ล้านเยน


 

Death Note Relight – Visions of a God (2007) ฉบับอนิเมชั่น IMDb และ Rotten Tomatoes

ไลน์ ยางามิ ตัวเอกที่มีความสามารถในด้านการเรียนทุกๆ อย่าง แต่ทว่าเขาเบื่อโลกที่เขาอาศัยด้วย ซึ่งโลกที่ไลน์อยู่นั้นมันเต็มไปด้วยข่าวฆาตกรรม ข่าวโจรที่ตํารวจไม่สามารถตามหาตัวฆาตรกรได้ จนวันหนึ่งเขาได้พบสมุดบันทึกที่แปลกประหลาดที่สามารถฆ่าใครก็ได้ เพียงแค่เขียนชื่อคนคนนั้นเอาไว้บนหน้ากระดาษ ภารกิจของเขาเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้ว่าตนต้องเป็นส่วนหนึ่งในการสืบคดีของ

Ratings : IMDb 7.5
Ratings : Rotten Tomatoes 10

(รายได้ไม่มีสรุปอย่างแน่ชัด แต่มีกระแสตอบรับที่ดี)


 

Death Note (2006) ฉบับไลฟ์แอคชั่น IMDb และ Rotten Tomatoes

สมุดโน้ตกระชากวิญญาณที่นำมารีเมคเป็นแบบไลฟ์แอคชั่น ใช้ตัวละครจริง และ CG ในการสร้างทำให้ความนิยมของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นเรื่องนี้ได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม

Ratings : IMDb 7.7
Ratings : Rotten Tomatoes 6.7

รายได้  70 ล้านเหรียญสหรัฐ (7,434,665,000เยน)

ผลสรุปรายได้จากหนังทั้ง 3 เรื่อง ผลสรุปออกมาว่าา!!!

ฝั่งอนิเมะเป็นฝ่ายชนะไปก่อน!!  แต่ทางฝั่งหนัง Live Action ก็ใช่ว่ามันจะไม่ดีเสมอไป อย่างรายได้ทางฝั่ง Live Action ของเรื่อง Rurouni Kenshin: Wandering Samurai ก็เกือบจะสามารถตามทันของฝั่งอนิเมะได้ (ในส่วนของเรื่อง Death Note อาจไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนก็ตีว่าเสมอละกัน)

แต่ก็ชัดเจนมากๆๆๆๆ ก็คือ Live action ของ Attach On Titan ที่รายได้ไม่ค่อยสู้ดีซักเท่าไรทั้ง 2 ภาคเลย และถึงแม้ว่าภาคแรกที่รายได้จะเยอะกว่าภาค 2 ก็จริง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเอาชนะฝั่งอนิเมะได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ดูรายได้กันพอแล้ว มาดูคะแนนของ IMDb และ Rotten Tomatoes กันดีกว่า ว่าผลออกมาจะเป็นยังไง ?

ผลสรุปออกมาคือ….

ฝั่งอนิเมะเป็นฝ่ายชนะอีกเช่นเคย!! แต่ถ้าสังเกตดีจะเห็นได้คะแนนของทั้งสองฝั่งสูสีมากพอสมควร (ถ้าไม่นับรายได้นะคะ) แต่ที่น่าแปลกใจมากที่สุดเลยก็คือคะแนนทางฝั่งอนิเมะเรื่อง Death Noth คะแนนทางฝั่งของIMDbแพ้ให้กับ Live Action เพียง 0.2 คะแนน พอจะเห็นได้ว่าทางฝั่ง Live Actor ก็พอจะมีแววที่จะสามารถเอาชนะฝั่งอนิเมะได้เช่นกัน

แต่อย่าเพิ่งท้อไป ข้อมูลเพียงเท่านี้ยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้อย่างแน่นอนค่ะ ว่าแล้วก็มาดูหัวข้อถัดไปต่อเลยดีกว่าค่ะ


 

ยกที่ 2 !! ความคิดเห็นจากชาวโซเชียล

มากันในฝั่งความคิดเห็นจากโลกโซเชียล อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญพอๆ กัน นั่นก็คือข้อเสนอแนะจากผู้ชมทางบ้าน หรือความคิดเห็นตามกระทู้ที่ถูกตั้งขึ้น เราจึงรวบรวมความคิดเห็นของคนส่วนมากมาให้วิเคราะห์กันว่าเขาคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับประเด็นนี้

ไหนดูซิๆๆๆ เขาคิดเห็นยังไงกันบ้างนะ?

โดยส่วนใหญ่ความคิดเห็นค่อนข้างออกมาในเชิงลบ แต่ก็พ่วงมาด้วยเหตุผลที่เข้าใจได้ มันเลยตัดสินไม่ได้ซะทีเดียว แล้วมีความเห็นจากกระทู้อื่นอีกไหมนะ ??

เรามาดูความคิดเห็นจากกระทู้นี้กันบ้างดีกว่า

สำหรับความเห็นยกที่สองนี้ เสียงส่วนใหญ่ก็ดูจะเอนเอียงไปฝั่งอนิเมะค่อนข้างชัดเจน ทำให้ผลสำหรับยกนี้จากทั้งหมดที่รวบรวมมาดูเหมือนว่า ฝั่งอนิเมะจะขึ้นนำในด้านอรรถรสและความสนุกในการเสพเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ !

——————————————

ยกที่ 3 !! บทสัมภาษณ์ของบุคคลที่น่าเชื่อถือ

ถึงแม้จะมีการเปรียบเทียบเสียงวิจารณ์ รายได้ หรือแม้กระทั่งความคิดเห็นของชาวเน็ตที่รวบรวมมา มันอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะรู้ได้แน่ชัดว่าทั้งสองสื่อไฟท์กันได้ชนะขาดไหม เราเลยถือโอกาสเผยแพร่บทสัมภาษณ์จากบุคคลน่าเชื่อถือท่านนึงที่เป็นคอร์เสพทั้งสองสื่อมาไม่มากก็น้อย ไม่รอช้า เรามาอ่านบทสัมภาษณ์สุดแสนจะเป็นเกร็ดความรู้จากเค้ากันเลยดีกว่าค่ะ

ดร.จักรพันธ์ สืบแสน  รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะ ดิจิทัล อาร์ต ของ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

บทสัมภาษณ์ของ ดร. จักรพันธ์ ให้ความคิดว่าอนิเมะที่ได้ทำเป็นไลฟ์แอคชั่นโดยส่วนมามักจะแย่หรือไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ในมุมมองส่วนตัวมีปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น

1. เรื่องของเวลาที่นำเสนอ อนิเมะทำเป็นตอนหรือซีซั่นมีเวลาฉายที่ยาวนานกว่าไลฟ์แอคชั่น เพราะด้วยเหตุผลที่ต้องนำเสนอภายในสองชั่วโมงกว่าๆ รายละเอียดบางอย่างในอนิเมะถูกลดถอนหรือตัดออกไป ส่งผลถึงความเป็นเหตุเป็นผลบางอย่างในเรื่องน้อยลง หรือเนื้อเรื่องถูกดัดแปลงใหม่ให้อยู่ในกรอบเวลาของภาพยนตร์

2. อนิเมะจะมีกลุ่มคนดูเฉพาะกลุ่มอยู่แล้วแต่พอกลายเป็นไลฟ์แอคชั่นจึงมีกลุ่มคนดูใหม่ๆ เพิ่มขึ้น กลุ่มใหม่นี้อาจจะไม่รู้เรื่องราวหรือเนื้อหาในอนิเมะมาก่อน แต่เมื่อต้องมาดูในไลฟ์แอคชั่นซึ่งถูกบีบอัดให้เหลือเพียงสองชั่วโมงกว่าๆ อาจจะไม่มีอินเนอร์หรืออิมแพคมากพอที่จะทำให้พวกเขาประทับใจ บวกกับเนื้อหาที่ถูกลดถอนจากข้อ 1

3. งานผลิตหรืองานโปรดักชั่นในมุมมองไลฟ์แอคชั่นปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นเสมอ อันเนื่องมาจากพวกเขาเหล่านั้นไม่มีอินเนอร์หรือ passion มากพอ เมื่อถอดแบบมาโดยไม่มีการแปลงภาพ (visual) ให้รับกับบริบทของไฟล์แอคชั่นอาจดูเป็นหนังเกรด B หรือหนังที่เอาอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เมคเซ้นส์มารวมกัน ดังนั้นงานโปรดักชั่นจึงควรมีการตีความและออกแบบใหม่ให้ดูมีความน่าเชื่อถือในโลกของไลฟ์แอคชั่นที่เกิดขึ้น ถ้าจะงานสร้างแบบเดียวกับอนิเมะแบบที่ถอดแบบออกมาก็ดูเฉพาะอนิเมะก็เพียงพอแล้ว

ผลการตัดสิน !!!

สรุปจากผลการต่อสู้ทั้ง 3 ยก
จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักพึงพอใจต่ออนิเมะมากกว่าไลฟ์แอคชั่น เพราะด้วยการที่เนื้อหาของไลฟ์แอคชั่นส่วนใหญ่ที่จะมีข้อจำกัดในการทำงานที่มากกว่า และมีความคาดหวังจากแฟนๆ ที่มากกว่า นับว่าเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากกว่าพอสมควรอยู่แล้วนั่นเอง

 

แต่ก็อย่าลืมว่า ในเรื่องของรสนิยมแล้วไม่มีอะไรที่ระบุได้ว่าดีกว่าหรือแย่กว่า ไม่มีความคิดเห็นไหนผิดหรือถูกอย่างชัดเจน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความสนใจในด้านใดหรือพึงพอใจที่จะเสพสิ่งไหนมากกว่ากัน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้มันใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินความชอบส่วนบุคคลไม่ได้เด้อจ้า

 

ในวันนี้ hoho ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนแต่เพียงเท่านี้

แล้วพบกันใหม่กันในบทความหน้า ที่ไม่ว่าจะเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน หรือภาพยนตร์

แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้นนน.. ก็ขอให้รอติดตามกันในเว็บ Plotter นะคะ!! บ้ายบายยยย~

 

อ้างอิง

Shares