10 การ์ตูนที่สร้างแรงบันดาลใจของ พี่สุชาติ ไปทุกที่

288

บทความโดย SANGCHU

นายอัคคภาคย์ ยังคุณ หรือนามปากกาว่า พี่สุชาติ ไปทุกที่ ผู้ช่วยบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ Let’s Comic สำนักพิมพ์การ์ตูนไทย และยังเป็น 3D Modeling ที่มีสไตล์เฉพาะตัวเอง ซึ่งผลงานส่วนใหญ่เน้นไปทางสัตว์ประหลาดที่ถูกตัดทอนลงมาให้น่ารักได้อย่างลงตัว รวมไปถึงยังสามารถผลิตผลงานออกมาในรูปแบบ Art Toy เป็นของตัวเองด้วย

และทั้งหมดที่ว่ามานั้น เขาคนนี้ได้ฝึกฝนด้วยตัวเองล้วนๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากทีเดียวสำหรับสายงาน 3D และการผลิต Art Toy หากใครสนใจอยากดูผลงานของเขา สามารถติดตามผลงานได้ที่เพจ พี่สุชาติ ไปทุกที่

นอกจากนั้นแล้วเขายังมีผลงานร่วมกับ Let’s Comic นั้นก็คือหนังสือ Let’s Learn How to Make Zbrush คู่มือสอนปั้น 3D แบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Zbrush และรวม Art Work จาก พี่สุชาติ ไปทุกที่ สามารถเข้าไปซื้อหรือลองอ่านตัวอย่างได้ที่ >> https://bit.ly/3b2LOAh

แถมตอนนี้พี่สุชาติก็มีคอร์สสอนปั้นสําหรับมือใหม่ที่อยากจะเรียนด้วยนะ ถ้าใครสนใจอยากจะลงคอร์สของพี่สุชาติ สามารถอ่านรายละเอียดตามนี้ได้เลยด้วยนะ >>https://bit.ly/2DbPljy

เอาล่ะขายของกันพอแล้ว !! วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับ 10 อันดับการ์ตูนในดวงใจของ พี่สุชาติ ไปทุกที่ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขา แบบที่เห็นทีไรคล้ายได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง (ขอกระซิบว่าการ์ตูนบางเรื่องก็เป็นแรงบันดาลใจในการผลิตผลงาน 3D ของพี่สุชาติด้วย) จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลย !!


10. ปังปอนด์ จอมป่วน : ต่าย ภักดี

ถ้าย้อนเวลาช่วงวัยเด็กตอนอายุซักประมาณ 7-9 ขวบ เรียกได้เลยว่าเป็นการ์ตูนเรื่องแรกของผมที่อ่านเลยก็ว่าได้ ด้วยการเล่าเรื่องตลกในชีวิตประจําวัน การล้อโปสเตอร์หนังดังต่างๆ รวมไปถึงการล้อเพลงดังๆ ในช่วงสมัยนั้น เรียกได้ว่าเป็นครูคนแรกของผมที่ทําให้ผมสนใจเริ่มอยากเรียนศิลปะ ที่สําคัญผมเคยส่งจดหมายไปหาน้าต่ายแล้วได้ลงหนังสือด้วย ตอนนั้นโครตรู้สึกดีใจมากจนบอกไม่ถูก ฮ่าๆ


9. PUPA : Sayaka Mogi

ชอบตรงที่การ์ตูนเรื่องนี้นอกจากจะมีสัตว์ประหลาดมากินคนแล้วยังมีดราม่าที่ผมอ่านแล้วรู้สึกถูกจริตกับมันมากๆ เรียกได้เลยว่าตอนอ่านครั้งแรก ผมมีความรู้สึกว่า “เฮ้ย!! ชีวิตนายทําไมมันน่าสงสารจังวะ!!” ด้วยความที่ตัวเอกเป็นคนรักน้องสาวตัวเองเป็นอย่างมากบวกกับพ่อแม่ไม่ดูแลเอาใจใส่ น้องสาวตัวเองติดเชื้อจากโรคประหลาด?? แถมตัวเองยังติดโรคจากน้องสาวตัวเองอีก เรียกได้ว่าตัวเอกของเรื่องนี้ชีวิตน่ารันทดจริงๆ


8. Corpse Bride : Tim Burton

หนังสต๊อปโมชั่นเรื่องแรกเลยก็ว่าได้ที่ผมต้องไปร้านเช่าซีดี แล้วต้องหยิบเรื่องนี้แทบทุกครั้งเลย เพราะว่าสมัยนั้นรู้สึกว่าเป็นหนังแอนิเมชั่นที่มีเสน่ห์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครฝั่งคนและตัวละครฝั่งผี โดยเฉพาะตัวนางเอกที่เป็นเจ้าสาว เรียกได้ว่าตอนนั้นมีแผนวางไว้อนาคตว่า “ซักวันหนึ่งเราจะต้องมีหุ่นโมเดลเป็นของตัวเองให้ได้เลย!!”


7. Joe The Sea-Cret Agent : SS

เป็นการ์ตูนไทยอีกเรื่องที่ผมอ่านแล้วแทบคิดไม่ถึงว่า “นี่นายเป็นพระเอกของเรื่องจริงดิ ?” เพราะต้องยอมรับว่าการ์ตูนที่ผมอ่านส่วนใหญ่ตัวเอกจะต้องเป็นคน แต่การ์ตูนเรื่องนี้มันทําให้ความคิดของผมต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลลล!!! ที่สําคัญการ์ตูนเรื่องนี้ยังเป็นอีกเรื่องที่ทําให้ผมมีแรงบันดาลใจอยากจะทําโมเดลที่เป็นสัตว์ประหลาดอีกด้วย


6. Coraline : Henry Selick

 

หนังสต๊อปโมชั่นอีกเรื่องที่ผมชอบที่สุด แถมงานอาร์ตก็สุดยอดไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องอาจจะออกไปทางนิทานเด็ก(หรือเปล่า?) แต่ด้วย Mood and Tone ที่มันให้อารมณ์ถึงความลึบลับ รวมไปถึงตัว Character ที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์อย่างบอกไม่ถูก ทําให้ผมเริ่มสนใจงานสไตล์แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านการวาดรวมไปถึงงาน 3D อีกด้วย


5. !NNOCENT : The Duang

เรียกได้ว่าคือการ์ตูนเรื่องนี้คือไอดอลของผมเลยก็ว่าได้ ฮ่าๆ และยังเป็นการ์ตูนไทยเรื่องแรกที่ผมได้เก็บตังค์ซื้อเองอีกด้วย ตอนที่ผมอ่านผมมีความรู้สึกว่า “เฮ้ย!!!พี่แกไปเอาพลังมาจากไหนวะ ถึงวาดได้ขนาดนี้” เพราะแต่ล่ะฉากคือแทบไม่มีช่องว่างให้เหลือเลย รวมไปถึงมุมกล้องของแต่ล่ะฉากคือพลังมากๆ !!! แถมการ์ตูนเรื่องนี้เสียดสีสังคมจนผมคิดไม่ถึงว่าจะกล้าวาดได้จริงๆ


4. DOROHEDORO : Q Hayashida

อนิเมะเรื่องนี้ได้รู้จักครั้งแรกก็ตอนที่ Netflix กําลังโปรโมทช่วงที่กำลังจะเอามาฉายใหม่ๆ ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมเฉยๆ กับอนิเมะเรื่องนี้นะ แต่ด้วยที่ตัวเอกมีหัวเป็นกิ้งก่าเลยรู้สึกว่ามันน่าสนใจดี

แต่..พอผมเข้าไปดูแค่นั้นแหละแค่เพลงเปิดก็ได้อารมณ์แล้ว ฮ่าๆ แถมเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องที่อินดี้มากๆ ที่สําคัญการ์ตูนเรื่องนี้มักจะมีมุขที่ตลกร้ายสุดๆ ไปเลย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ผมชอบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก มันตลกร้ายแค่ไหนก็ต้องลองไปดูใน Netfilx กันนะครับ ทุกวันนี้อยากหาหนังสือมาอ่านมากๆ แต่ได้ข่าวว่าสํานักพิมพ์เรื่องนี้อาจไม่ได้พิมพ์ต่อแล้ว เสียดายยย แงงงงง T^T


3.Attack On Titan : Hajime Isayama

การ์ตูนเรื่องนี้ครั้งแรกที่ผมรู้จักเป็นหนังสือ ผมขอสารภาพว่า “ผมไม่ชอบเลย” แต่พอมีคนบอกว่าให้ลองไปดูอนิเมะเรื่องนี้แล้วความคิดนายจะเปลี่ยนไป หลังจากที่ผมเข้าไปดูแค่นั้นแหละ มันคือสุดยอดการ์ตูนที่ผมคาดเดาเนื้อเรื่องไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของพลังไททัน ใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังของพลังและอื่นๆ อีกมากมายที่ผมยังหาคําตอบไม่ได้จริงๆ ที่สําคัญเพลงซาวด์ในอนิเมะคือเพราะมากๆ อยากให้ไปลองฟังดูนะครับว่ามันทรงพลังมากขนาดไหน


2.Pokemon Special : Hidenori Kusaka & Satoshi Yamamoto

เรียกได้ว่ามันคือสุดยอดการ์ตูนมังงะอีกเรื่องเลยก็ว่าได้ (ขอไม่นับอนิเมะนะครับ) ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมเป็นแฟนเกมโปเกม่อนด้วยนะ แถมผมเองก็ชอบสั่งซื้อของเล่น ตุ๊กตารวมไปถึงเกมทุกๆ ภาคด้วย ถ้าถามว่าทําไมถึงชอบได้ขนาดนี้คงเป็นเพราะสมัยตอนเด็กๆ เกมแรกที่ผมได้เล่นก็คือเกมโปเกม่อนภาค Fire red แถมตอนนั้นผมเองก็แอบสงสัยว่าถ้าออกมาเป็นการ์ตูนมังงะ เนื้อหามันจะสนุกเท่าในเกมหรือเปล่า ? แต่พอได้ซื้อหนังสือมาอ่านแค่นั้นแหละ มันส์จนหยุดอ่านไม่ได้เลย !!!

ถ้าถามว่าชอบอ่านภาคไหนมากที่สุด ผมชอบอ่านภาค Ruby and Sapphire แต่ถ้าเป็นเกมผมชอบเล่นภาค Platinum ครับ ใครที่อยากเล่นโปเกม่อนกับผม สามารถทักหาผมได้เลยนะครับ แฮ่ !!


1.Evangelion : Yoshiyuki Sadamoto

นี้คือสุดยอดการ์ตูนมังงะ ทั้งอนิเมะและซาวด์เพลงประกอบ หรือเรียกได้ว่ามันคือสุดยอดการ์ตูนที่ครบองค์ประกอบทุกๆ อย่างเลยก็ว่าได้ การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่ทางอาจารย์ผมแนะนําให้ไปดูตอนทําธีสิส ตอนแรกผมไม่รู้เลยว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันมีดีอะไร คิดว่าคงเป็นการ์ตูนหุ่นกระป๋องที่สู้กันธรรมดา แต่พอได้ดูเท่านั้นแหละ แค่เพลงเปิดผมนี่แทบอยากจะเต้นตามเลย !!! แถมตัวหุ่นยนต์เองก็มีเสน่ห์อย่างมาก โดยเฉพาะตัว 01

ที่สําคัญตอนจบของเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะหรือมังงะ มันเป็นอะไรที่ผมยังตราตึงอยู่ทุกวันนี้ แนะนําว่าอยากให้ทุกคนลองไปหาอ่านหรือดูกันนะครับ แล้วคุณที่รู้ว่ามันสนุกมากแค่ไหนกัน


 

ก็จบกันไปแล้วนะคะกับ 10 การ์ตูนในดวงใจ ที่สร้างแรงบันดาลให้กับ พี่สุชาติ ไปทุกที่  ซึ่งทุกๆ เรื่องราวเหล่านั้นก็คือทุกอย่างที่ทำให้ พี่สุชาติ ไปทุกที่  สามารถสร้างผลงานทุกชิ้น มาให้พวกเราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ที่สําคัญพี่เขามีโปรเจคสุดยิ่งใหญ่รอเปิดตัวอยู่ด้วยนะ โปรเจคนั้นคืออะไรก็ลองติดตามทางเพจพี่เขาได้เลยนะคะ บอกเลยว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ

วันนี้ SANGCHU ขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter นะจ้า

 

Shares