Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : CuddlyVeedles

1953

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยกว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.
.

CuddlyVeedles
รัชพล เกษรบัว
วันเดือนปีเกิด – 5 ธันวาคม 1998

ช่องทางติดต่อ
Facebook : facebook.com/cuddlyveedles
Instagram : instagram.com/cuddlyveedles
Twitter : twitter.com/CuddlyVeedles
E-mail : cuddlyveedles@gmail.com 

ผลงานบางส่วน

ชมผลงานบางส่วนกันไปแล้ว
ต่อไปก็ ลองไปทำความรู้จักกับศิลปินท่านนี้ด้วยกันเลยดีกว่าครับ แฮ่..

———————

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.รบกวนแนะนำตัวเอง คร่าวๆ ก่อนเลยครับผม ว่าเริ่มวาดรูปและเปิดเพจมาได้อย่างไรครับ

สวัสดีคร้าบ เราเป็นนักวาดในชื่อ CuddlyVeedles (คัด-เดอ-ลี่-วี-เดิลส์) นะฮะ แต่คุณพ่อคุณแม่กับเพื่อนๆ จะเรียกว่า หมีพู เราเป็นคนที่ชอบการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กเลย แต่อาจจะต่างจากเด็กหลายๆ คนในยุค 2000s ตรงที่เราชอบการ์ตูนจากทางฝั่งตะวันตกมากกว่า ทั้งแอนิเมชั่นของ Disney, Pixar และการ์ตูนในช่อง Cartoon Network ไปจนถึงการอ่านการ์ตูนที่เราจะชอบอ่านคอมิคจาก Marvel และ DC มากกว่ามังงะ นั่นเลยอาจเป็นที่มาของสไตล์งานเราที่คนมักบอกว่ามีกลิ่นของแอนิเมชั่นผสมกับคอมิค พอเราได้ดูได้อ่าน เราก็เริ่มอยากจะวาดบ้าง เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการวาดมาตั้งแต่นั้นฮะ

“ถ้ามีคนมาเห็นงานเราเยอะ
เราก็จะได้คำติชมเพื่อไปพัฒนามากขึ้น”

ในตอนแรกที่เริ่มฝึกวาดจริงจัง เราอยู่ในช่วงมัธยมปลาย ฝึกแบบ self-taught ลงภาพในพื้นที่ส่วนตัวให้คนอื่นมาติชมกัน ผ่านไปซักพัก เริ่มมีพี่ๆ หลายคนแนะนำให้เปิดเพจเพื่อให้มีคนมาติดตาม แต่ว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเพราะเราเป็นแค่เด็กคนนึงที่ชอบวาดรูป ฝึกวาดแล้วลงงานในพื้นที่ตัวเองก็มีความสุขแล้ว แต่พอเรามาเริ่มคิดว่า ถ้ามีคนมาเห็นงานเราเยอะ เราก็จะได้คำติชมเพื่อไปพัฒนามากขึ้น แถมได้มีพื้นที่รวบรวมงานเป็นหลักแหล่งด้วย เลยเปิดเพจและใช้ชื่อ CuddlyVeedles  ตอนนี้ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของเพจแล้ว ขอบคุณทุกคนจริงๆ ฮะ

-.เห็นว่างานของเราจะได้รับความสนใจจากต่างชาติมากพอสมควรเลย อันนี้คิดว่าเพราะอะไรครับ

ตัวเราคิดว่าน่าจะเพราะรสนิยมและอารมณ์ในงานของเรา มันจูนกับพวกเค้าติด เพราะตัวเองเป็นคนชอบวัฒนธรรมต่างชาติเป็นทุนเดิม รวมถึงภาษาที่เราใช้ สาเหตุมาจากในช่วงแรกที่เริ่มทำเพจ เราก็ลงงานเป็นปกติในแคปชั่นภาษาไทย แต่ปรากฎว่ามีชาวต่างชาติมาคอมเมนต์แนะนำติชมงานเรามากกว่าคนไทยซะอีก

และส่วนตัวเป็นคนชอบภาษาอังกฤษและอยากฝึกฝนเรียนรู้ภาษามากขึ้น เลยเริ่มใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักประกอบกับงานและพูดคุย ทำให้งานของเราเป็นที่ผ่านตาในฝั่งต่างประเทศมากกว่าในประเทศไทย ตรงนี้ก็ทั้งดีใจที่งานเราไปไกลแต่อีกใจก็แอบเศร้าๆ เหมือนกันนะฮะ

-.ในส่วนของการวาดตัวละคร คิดว่าทำอย่างไรให้ตัวละครแต่ละตัววาดออกมามีเสน่ห์อย่างที่เห็นครับ

คิดว่าเพราะสไตล์การวาดของเรา ที่ชอบเล่นกับสีหน้าท่าทางของตัวละคร ให้มีความโอเวอร์แอคชั่น แบบฉบับการ์ตูนของตะวันตก  เพราะเราชอบที่จะให้ตัวละครทุกตัวที่เราวาด ดูกำลังเคลื่อนไหว มีชีวิตชีวา ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะเป็นแค่ภาพนิ่งก็ตาม เราจะพยายามใส่อารมณ์ต่างๆ ทั้งความสนุกสนาน ความเศร้า ความโกรธ ที่พวกเค้าควรจะแสดงออกให้กับพวกเค้า เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันต่อสิ่งที่เราอยากจะสื่อถึงตัวละครที่เราวาด

-.คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าภาพวาดแต่ละชิ้นของเรา “เสร็จสมบูรณ์แล้ว” คืออะไรครับ

จุดนี้เป็นปัญหาของนักวาดหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ฮะ รวมถึงเราด้วย คือการไม่พอใจกับงานของตัวเองสักที จะต้องเพิ่มนิด เติมหน่อย รู้สึกขาด ไม่สมบูรณ์บางจุด จนลากยาวไปเรื่อยๆ ซึ่งบางที งานอาจจะออกมาเหมาะสมอย่างที่ควรจะเป็นแล้วก็ได้

“ยิ่งวางอีโก้ได้เร็วเท่าไหร่
งานก็เสร็จสมบูรณ์เร็วเท่านั้น”

สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจว่างานชิ้นนั้นได้เสร็จสมบูรณ์แล้วคือ เรื่องของเวลา เราจะกำหนดเวลาให้กับงานนั้นๆ ของเรา และแก้ไขให้เสร็จสมบูรณ์ในเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อไปเริ่มงานชิ้นต่อๆ ไป เพราะเมื่อเริ่มเก็บเล็กเก็บน้อยเมื่อไหร่ แสดงว่างานภาพรวมได้เสร็จสมบูรณ์ไประดับนึงแล้ว ที่เหลือคืออีโก้ของเราที่มีต่องาน ยิ่งวางอีโก้ได้เร็วเท่าไหร่ งานก็เสร็จสมบูรณ์เร็วเท่านั้น

-.ในส่วนของการวาดสัดส่วนตัวละครต่างๆ เราวาดออกมาได้แม่นยำมากเลย อันนี้ฝึกฝนมาอย่างไรบ้างครับ

ทางนี้คิดว่ายังต้องฝึกฝนเรื่องสัดส่วนและอนาโตมี่อยู่อีกเรื่อยๆ ต่อไปฮะ คงต้องขอบคุณการ์ตูนต่างๆ ที่ได้ดูมาตลอด ที่สอนเราถึงการตัดทอนและสัดส่วนตัวละครที่แตกต่างกันในแต่ละสไตล์ และการศึกษาจากอนาโตมี่มนุษย์จริงๆ ก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก ถ้ามีความรู้สัดส่วนคนจริงๆ ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำเวลาที่นำมาตัดทอนเป็นสไตล์การวาดของตัวเอง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เสียดายกับตัวเองมากเลย เพราะไม่ได้รับการฝึกที่ถูกต้องจากการเรียนศิลปะมาตั้งแต่แรก อาศัยการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

แต่ต้องขอขอบคุณพี่ๆ จาก Igloo Studio ที่เราได้ไปฝึกงานมาเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ได้เรียนรู้จากพี่ๆ ที่เก่งมากๆ ในเรื่องเหล่านี้ ช่วยแนะนำหลักที่ถูกต้องให้ เลยพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเลยฮะ

-.คิดว่ามีจุดไหนที่เราอยากฝึกฝนเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ในการวาดรูปอีกมั้ยครับ

จุดที่กำลังศึกษาและสนุกที่ได้ฝึกฝนคือ Animal Expression หรือการวาดสีหน้าตัวละครสัตว์ ที่แตกต่างไปจากการวาดสีหน้าตัวละครมนุษย์มากๆเลยฮะ  เพราะโดยปกติ สัตว์ในชีวิตจริงจะไม่สามารถแสดงสีหน้าอารมณ์ที่หลากหลายและชัดเจนได้แบบมนุษย์ การนำสัตว์ต่างๆมาวาดเป็นการ์ตูนในสไตล์ของเราเลยเป็นความท้าทายที่อยากจะฝึกฝน เพื่อวาดสีหน้าอารมณ์ของสัตว์ให้สื่อสารออกมาอย่างชัดเจนได้แบบตอนเราวาดสีหน้าอารมณ์ของตัวละครมนุษย์

-.สุดท้าย ถ้าให้เลือกร่วมงานกับภาพยนตร์หรืออนิเมชั่นของฮอลลีวู้ด ที่เป็นภาคต่อ(แบบไม่มีจริงก็ได้ครับ) 1 เรื่องจะเลือกเรื่องอะไรครับผม

ถ้าเป็นได้ เรื่องที่อยากมีส่วนร่วมในภาคต่อไปคือ Ralph Breaks The Internet (Wreck-it Ralph 2) เลยฮะ โดยส่วนตัวชอบมาตั้งแต่ภาคแรกและยิ่งชอบขึ้นไปอีกในภาค 2 เพราะในเรื่องมีการออกแบบตัวละครที่หลายหลายและรวม Pop Culture ต่างๆ ไว้เยอะมาก (เป็นแฟนตัวยง Pop Culture ของฝั่งตะวันตก พอเจอแบบนี้เลยไฮป์มากๆ) แถมยังมีการให้ศิลปินที่ทำงานมีการปล่อยความ Geek เต็มที่ ใส่ Easter egg เล็กๆ จากเรื่องอื่น จากของตัวทีมงานเองและเพื่อนร่วมงาน น่ารักมากๆ

ดูเป็นแอนิเมชั่นที่สนุกสนานระหว่างการสร้างสรรค์ มีความสุขกับการทำ เป็นงานที่อุทิศจิตวิญญาณออกมาจากใจทีมงานทุกคน เราอยากไปร่วมกับความรู้สึกแบบนั้น  แต่เพราะภาคล่าสุดจบได้อิ่มตัวและอาจไม่ไปต่อ ความตั้งใจนี้เลยต้องพับเก็บไป ฮ่าๆๆ

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

2016 – 2017
เป็นช่วงแรกๆ ประมาณมัธยมปลาย ที่เริ่มหันมาวาดรูปแบบจริงจังฮะ โดยเริ่มจากดินสอกับปากกาดำ ในตอนนั้นเลยได้เป็นการฝึกเรื่องการร่างภาพสดโดยไม่ตีสเกล การแรเงา และน้ำหนักของเส้น

2017 – 2018
เข้าสู้ช่วงเริ่มเข้ามหาลัยแล้วฮะ ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า Digital Art ในหัวเลย เราได้ขยับจากดินสอกับปากกา มาเป็นสีไม้ หลังจากที่ตัวเองกลัวและไม่ถนัดการลงสี กลับกลายเป็นตกหลุมรักในการใช้สีไม้ เพราะรู้สึกสงบเวลาได้ปาดสีไปเรื่อยๆ แถมยังได้ฝึกเรื่องการเลือกใช้สี กำหนดสีเองจากตาเปล่าของเรา และการเกลี่ยสีด้วยการควบคุมน้ำหนักมือไปในตัวเลยฮะ

2018 – 2019
เป็นช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยฮะ เมื่ออาจารย์มาบอกว่า คลาสสีน้ำถูกยุบ เปลี่ยนเป็น คลาส Digital Art แทน เรานี่เลิ่กลั่กมากๆ กลัวว่าตัวเองจะวาดได้มั้ย มันไม่เหมือนกระดาษที่เราคุ้นเคยเลย

แต่สุดท้ายคงต้องยกความดีความชอบให้การที่เคยวาดบนกระดาษมาก่อนจริงๆ ฮะ เพราะความรู้สึกในการวาดสามารถปรับตัวให้ชินได้เร็วกว่า ถึงจะต้องใช้เวลา ทำให้เปลี่ยนการฝึกจากการวาดภาพเหมือน ที่ไม่ค่อยสนุกและท้าทายเหมือนตอนที่วาดบนกระดาษ  มาเป็นการฝึกวาดในลายเส้นสไตล์ของเราแทน จากแรกๆ ที่กังวล กลายเป็นรักไปซะอีกแล้ว ทำให้เริ่มต้นในการทำงานสาย Digital Art มานับตั้งแต่นั้นฮะ

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

ฟังทุกแนวเพลงเลยฮะ ตั้งแต่คลาสสิคอย่าง Frank Sinatra / Ella fitzgerald ถึง The Beatles / Oasis / Green Day จน Ed Sheeran / Lewis Capaldi และ Post Malone

แต่เพราะชอบร้องคลอระหว่างทำงาน จนบางทีไม่ได้งาน ช่วงทำงานยาวๆ เลยเลือกดนตรี Orchestra เพื่อตัดปัญหาตรงนี้ไปฮะ Soundtrack จากการ์ตูนแอนิเมชั่นเลยเป็นตัวเลือกที่เราไปพึ่งพิง

———————————–

จบไปอีกท่านแล้วนะครับผม สำหรับครั้งนี้ก็คิดว่าน่าจะถูกใจสายภาพประกอบฝั่งตะวันตกกันไปพอสมควรเลย
เห็นแล้วชักอยากจะย้อนไปหยิบผลงานอนิเมชั่นหลายๆ เรื่องกลับมาดูกันอีกรอบเลยใช่มั้ยล่ะครับ

ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นอาร์ทติสท่านใด รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่ทุกๆ แบบต่อเนื่อง
กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic