Big Mouth การ์ตูนวัยซนกับบท “เพศศึกษา”

289

บทความโดย SANGCHU

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว Plotter วันนี้กลับมาพบกับ SANGCHU กันอีกครั้ง ช่วงนี้เรื่องการศึกษากำลังมาแรง และนักเรียนส่วนใหญ่กล้าที่จะตั้งคำถามมากขึ้น ต้องยอมรับเลยนะคะว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากๆ แต่ไม่ว่ายังไงอย่าลืมขอบเขตของตัวเองและเปิดรับข่าวสารให้รอบด้านด้วยนะคะ

พูดถึงนักเรียนกับการศึกษาแล้ว การ์ตูนที่เราจะมานำเสนอกันวันนี้เหมาะสำหรับวัยเรียนมากๆๆๆ และเป็นเสมือนห้องเรียน “สุขศึกษาและเพศศึกษา” ให้กับวัยว้าวุ่นเลยทีเดียว ซึ่งการ์ตูนที่เราเลือกมานำเสนอวันนี้ก็คือ “Big Mouth” นั่นเอง

การ์ตูน Big Mouth ได้ฝีมือผู้กำกับสายฮาอย่าง Nick Kroll, Andrew Goldberg, Mark Levin และ Jennifer Flackett ผ่านค่าย Good at Bizness, Inc. ที่จะมาบอกเล่าเรื่องเพศ และตีแผ่ความเจ็บปวดของวัยรุ่นให้ได้ดูกัน ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้การันตีความแสบเต็มพิกัดด้วยคะแนน IMDb ถึง 8 คะแนน และชนะรางวัล Emmy Award 2020

โดยการ์ตูนเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตวัยรุ่นของ Nick และเพื่อนที่ตั้งคำถามกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ให้ความสนใจกับเรื่อง “เพศ” มากเป็นพิเศษ และการลองผิดลองถูกนับไม่ถ้วน เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้องกับวัยรุ่นผ่านตัวการ์ตูนที่หลากหลาย ว่าแล้ว…เราก็ไปทำความรู้จักตัวการ์ตูนกันก่อนเลยย!!!

ทําไมต้องชื่อ BIG MOUTH ?

นิกได้ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ GQ ว่าที่เลือกใช้ชื่อนี้ส่วนหนึ่งเพราะเป็นตัวเขาเองเป็นคนมีริมฝีปากที่ใหญ่ และตัวการ์ตูนในเรื่องที่เป็นตัวแทนของเขาก็มีริมฝีปากใหญ่เช่นกัน แต่ในอีกมุมหนึ่งคำว่า “Big Mouth” ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่า “พูดมาก ปากมาก” ซึ่งเหมือนกับตัวเขาที่เป็นนักพูดเรื่องตลกไร้สาระนั่นเอง

 

มาทำความรู้จักตัวละครสุดแสบกันดีกว่า

Nick : เด็กหนุ่มตัวเล็กที่เข้าใจเรื่องใต้สะดือช้ากว่าคนอื่นๆ และร่างกายของเขาก็แตกหนุ่มช้ากว่าเพื่อนด้วย แม้ว่าครอบครัวของเขาจะค่อนข้างเปิดกว้างกับเรื่อง sex และยินดีให้คำปรึกษา แต่นิกก็ใสซื่อเกินกว่าจะตั้งคำถามได้ ชนิดที่ไม่รู้ตัวว่า ตนโดนแฟนสาวบอกเลิกทางอ้อมไรงี้..

Andrew : เด็กหนุ่มที่ร่างกายโตเกินวัยและควบคุมตัวเองไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกปีศาจฮอร์โมนชักชวนให้ทำเรื่องลามก เขามักจะประท้วงก่อนเสมอ แต่สุดท้ายก็ถูกชักจูงและตกเป็นทาสของปีศาจในที่สุด และเพราะอยู่ในวัยว้าวุ่น เขาจึงตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยครั้งว่าจริงๆ แล้วตนเป็น “เกย์” หรือเปล่า

Jay : เด็กหนุ่มผู้หมกมุ่นกับเรื่องเพศและการช่วยตัวเอง มีความสามารถด้านการเล่นมายากล มีแนวโน้มที่จะเป็น Bisexual ที่สำคัญเขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีจินตนาการเหนือชั้น สามารถสร้างเรื่องได้เป็นฉากๆ ว่าเขากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน และกำลังร่วมรักอยู่กับสาวที่แซ่บขนาดไหน

Jessi : หญิงสาวที่เข้าใจเรื่องเพศมากที่สุดในกลุ่ม เธอมีความรู้เรื่องประจำเดือน และเป็นตัวของตัวเอง เธอไม่ต้องการเป็นสาวฮ็อตของโรงเรียน แต่อยากเป็นผู้หญิงธรรมดาที่เข้าใจความคิดของแม่มากขึ้น และได้เจอความรักดีๆ สักครั้ง

Missy : หญิงสาวสุดเนิร์ดที่มีความต้องการทางเพศสูง เข้าสังคมไม่เก่ง เธอชอบพูดเรื่องของตัวเองและข้อมูลวิชาการทำให้ใครหลายๆ คนหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับเธอ อย่างไรก็ตามเธอเองก็ชื่นชอบนิยายรัก อยากมีเพื่อน และอยากแต่งหน้า และอยากมีความรักเหมือนหญิงสาวทั่วไป

Hormone Monster & Hormone Monstress เจ้าปีศาจที่เป็นตัวแทนของฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย คอยให้คำปรึกษาเรื่องเพศ บางครั้งก็ยุให้ทำอะไรห่ามๆ อย่างการเกลี้ยกล่อมให้เจสซี่ซื้อยกทรงสีแดงที่ดูโตเกินวัย หรือเป่าหูให้แอนดรูช่วยตัวเองในบ้านของนิก พูดง่ายๆ ก็คือ ทั้งสองเป็นตัวการ์ตูนที่ทำให้ Big Mouth เผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น

 

ทำไมต้องดู Big Mouth!!!

Big Mouth ถือเป็นการ์ตูนที่เน้นเรื่องเพศแบบจัดเต็มและโจ่งแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยตัวเอง การมีประจำเดือน สื่อลามก อวัยวะเพศ หรือแม้แต่สิ่งเสพติด นั่นทำให้การ์ตูนเรื่องนี้จึงเหมาะสำหรับเด็กวัยกำลังโต

อย่างไรก็ตาม ในความยั่วยวนเหล่านั้นผู้กำกับได้ซ่อนคำแนะนำเรื่องเพศไว้ เช่น การช่วยตัวเองที่มากเกินไปมีผลเสียต่อร่างกาย ยกตัวอย่างฉากที่แอนดรูว เด็กชายที่ถูกยุยงให้ช่วยตัวเองอยู่บ่อยๆ

นั่นแสดงให้เห็นว่าหากช่วยตัวเองมากเกินไป จะทำให้กลายเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูง ควบคุมตัวเองได้ยากขึ้น ส่งผลให้ปลดปล่อยในที่สาธารณะ และสิ่งที่จะตามมาก็คือสังคมจะวิพากษ์วิจารณ์ และอาจรู้สึกจิตตกได้

นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อผิดๆ ของเด็กผู้ชายบางคนที่คิดว่าประจำเดือนของผู้หญิงคือ “โรค” ชนิดหนึ่ง การเลือกผ้าอนายมัย ไปจนถึงการป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ซึ่งถือว่าตอบโจทย์สังคมที่เปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้น หรือแม้แต่“ผู้หญิงก็มีความต้องการทางเพศเช่นเดียวกับเพศชาย” แม้จะเป็นความรู้ที่ผู้หญิงด้วยกันเข้าใจดีแต่สำหรับเด็กผู้ชายนี่ถือเป็นสุดยอดความรู้เลยล่ะ

นอกจากนี้ยังพูดถึงความหลากหลายทางเพศอย่างมีศิลปะ มองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและมีการยกตัวอย่างคนดังที่มีความหลากหลายทางเพศมาพูดถึง “เกย์” ให้เห็นว่าชีวิตของเกย์ไม่ได้โหดร้าย แต่เต็มไปด้วยสีสัน และไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาคนอื่น ราวกับว่าเรากำลังนั่งดู Sex Education ในเวอร์ชั่นการ์ตูนอยู่เลย !!

และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเจ้า Hormone Monster กับ Hormone Monstress ที่เป็นตัวการ์ตูนสำคัญในการยุยงปลุกปั่นให้เด็กๆ สนใจเรื่องเพศและยังเป็นเหมือนร่างโคลนของเด็กๆ ไม่ว่าจะทำอะไร รู้สึกอย่างไร เจ้าปีศาจตัวนี้ก็จะรู้สึกไปด้วย หากเป็นเด็กที่ไม่เข้าใจเรื่องฮอร์โมนเพศมีผลต่อร่างการอย่างไร ปีศาจสองตัวนี้นี่แหละที่จะช่วยไขความสงสัยต่างๆ ให้กระจ่างทันที

แต่ Big Mouth ไม่ได้เน้นไปที่เรื่องเพศเพียงอย่างเดียว ผู้กำกับยังใส่สิ่งที่ผู้ใหญ่เรียกกันว่า “ธรรมชาติของวัยรุ่น” เข้าไปด้วย นั่นคือการให้ความสำคัญกับเพื่อน เพราะหลายครั้งความสัมพันธ์ก็แตกหักเพราะฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านจนเผลอพูดอะไรแย่ๆ ออกไปหรือหวั่นไหวจนเลยเถิด

ถึงอย่างนั้นการ์ตูนเรื่องนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับแค่วัยรุ่นนะ ผู้ใหญ่ก็ควรดูเพื่อเสริมคำแนะนำและทำความเข้าใจกับธรรมชาติของวัยรุ่น หรือแม้แต่อาจดูเพื่อย้อนความทรงจำไปสมัยที่ยังไม่รู้ว่า sex คืออะไร ?

และขอบอกเลยว่านักวิจารณ์หลายคนคิดว่า “มันคือการย้อนเวลาที่แสนเจ็บปวด” เพราะเราจะได้เห็นความผิดพลาดเรื่องเพศของตัวการ์ตูนนับไม่ถ้วน และที่สำคัญการ์ตูนเรื่องนี้ยังพูดถึงพฤติกรรมของพ่อแม่ที่อาจส่งผลต่อรสนิยมทางเพศของลูกด้วย

“การ์ตูนเรื่องนี้ยังพูด
ถึงพฤติกรรมของพ่อแม่
ที่อาจส่งผลต่อ
รสนิยมทางเพศของลูกด้วย”

ยกตัวอย่าง Hormone Monster ของนิกที่เป็นปีศาจแก่งอมสื่อให้เห็นว่าสมรรถภาพทางเพศของเขาไม่ดีเท่าเพื่อนคนอื่นๆ ทั้งคู่ผิดใจกันอยู่บ่อยครั้ง และสุดท้ายปีศาจของนิกก็หนีไปเชียร์โค้ชสตีฟ ครูสอนพละวัยกลางคนที่โหยหาความรักแทนและแน่นอนว่าความรักของโค้ชสตีฟไปได้สวย เพราะเขาได้ปีศาจที่เข้ากับวัยของเขา

Hormone Monster ของ นิก

ฉากเด็ดที่พลาดไม่ได้!!!

.

.

.

**Spoiler Alert*** อาจมีการเปิดเผยจุดสำคัญบางอย่างในเรื่อง ใครยังไม่ดูควรระวังจ้า

.

.

.

การ์ตูนทะลึ่งตึงตังแบบนี้ แน่นอนว่ามีฉากเด็ดชวนให้ใจหวิวอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่าง ตอนฉากงานพรอมระหว่างแอนดรูวและมิสซี่ ในขณะที่ทั้งสองกำลังเต้นรำร่างกายแนบชิดกันมากขึ้นจนกลายเป็นความต้องการ และสุดท้ายแอนดรูก็สำเร็จความใคร่ทั้งที่ยังเต้นรำกับเธออยู่ เดือดร้อนให้ต้องรีบหนีออกจากงานเต้นรำโดยด่วน รู้สึกผิดกับมิสซี่และกางเกงของเขาก็เลอะจนกลายเป็นเป้าสายตาของคนอื่น!!!

แต่ฉากเด็ดสำคัญที่ถือว่าพลาดไม่ได้ และถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก คือ ฉากช่วยตัวเองของเจย์กับหมอนคู่ใจของเขา ซึ่งเจย์จริงจังกับเรื่องนี้มาก เขาจะนำหมอนมาดัดแปลงให้คล้ายกับอวัยวะเพศหญิง และจินตนาการว่าเธอคือหญิงสาวสุดฮ็อตที่ร้องขอให้มีเจย์มีอะไรกับเธอ  แต่จินตนาการของเจย์ไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาคิดว่าหมอนใบนั้นท้องได้อีกด้วย !?

 

เห็นแบบนี้ก็เคยมีเรื่องดราม่า!!

แม้ว่า Big Mouth จะเป็นการ์ตูนที่ได้รับการยอมรับในแง่ของการสอนเพศศึกษา แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มที่มองว่านี่คือการเปิดเผยเรื่องราวการมีเพศสัมพันกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เนื่องจากตัวการ์ตูนในเรื่องยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีการดื่มแอลกอฮอล์และใช้สารเสพติด นั่นเอง

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่เราต้องยอมรับและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งเลวร้ายขึ้น ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ก็ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อการสอนได้ดีทีเดียว

นี่คือการ์ตูนที่เราเอามานำเสนอในวันนี้ค่ะ บอกเลยว่าการ์ตูนเรื่องนี้รู้ใจวัยว้าวุ่นจริงๆ เพราะบางประเด็นที่เอามานำเสนอก็เป็นสิ่งที่เราไม่กล้าพูดออกมา รับประกันว่าความรู้แน่นยิ่งกว่านั่งในห้องเรียนอีกค่า ซึ่งเพื่อนๆ ที่สนใจนั้น ก็สามารถรับชม Big Mouth ได้ทาง Netflix เลยนะคะ

และส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงไม่สามารถพูดหรือศึกษาเรื่อง sex ได้เปิดกว้างขนาดนี้ แต่ปัจจุบันที่เปิดกว้างมากขึ้น เราเองก็ควรที่จะตระหนัก “รู้” ในการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่มีสาเหตุมาจากความ “ไม่รู้” ที่ไม่อาจจะแก้ไขได้เมื่อสายไปแล้วนั่นเอง..

สำหรับบทความนนี้ SANGCHU ก็ขอลากันไปก่อน

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ในเว็บ Plotter ค่ะ

 

อ้างอิง

 

Shares