Let’s Pick Thai Artist : แนะนำศิลปินนักวาดชาวไทยประจำสัปดาห์ : Sgt Smile

612

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยกว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
ขอเชิญพบกับ
.
.
.
.

Sgt Smile
ธนวัฒน์ มุนินทร์นิมิตต์
วันเดือนปีเกิด 12/05/1989

ช่องทางติดต่อ
Facebook page – Sgt_Smile
Instagram – Sgt_smile_art

ผลงานบางส่วน


ชมผลงานบางส่วนกันไปแล้ว
ต่อไปก็ ลองไปทำความรู้จักกับศิลปินท่านนี้ด้วยกันเลยดีกว่าครับ แฮ่..

———————

LET’S Talk With The Artist
สัมภาษณ์ พูดคุย ทำความรู้จักกับศิลปิน

-.ก่อนอื่นรบกวนช่วยแนะนำตัวเองซักหน่อยครับผม

สวัสดีครับผมชื่อ ธนวัฒน์ มุนินทร์นิมิตต์ นามปากกาที่ใช้คือ Sgt_Smile ครับผม ตอนนี้ผมเป็นนักวาดภาพประกอบฟรีแลนซ์ รับงานประจำจากทางต่างประเทศและรับคอมมิชชั่นเพิ่มเติมบ่างครับ ส่วนใหญ่คนจะรู้จักงานผมจากงานวาด พระ และ เทพต่างๆ ของศาสนาพุทธครับผม

-.อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้เราเริ่มหยิบเอาพระพุทธรูปมาใช้ในงานวาดของเราครับผม

ต้องแจ้งก่อนเลยว่าผมเป็นเด็กที่มาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาดังนั้นเรื่องวัด เรื่องพุทธศิล พระพุทธรูป ตัวผมมีความผูกพันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ ซึ่งสมัยนั้นผมก็เพียงแค่เห็นและผ่านตาในทุกๆวันเหมือนของเหล่านี้เป็นอะไรที่ชินตาเรารู้จักรกับพุทธศิล ศิลปะแบบนี้เป็นอย่างดีไม่มีวันไหนที่เราจะไม่เห็นวัดหรือพระพุทธรูปเลย

แต่จุดเปลี่ยนมันเกิดขึ้นตอนได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรกหลังออกจากงานประจำครับ พอดีได้มีโอกาสได้ไปที่พิพิธพัณฑสถานของจังหวัดเกียวโต ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องพุทธศิลปมาก จัวผมไปสะดุดใจอยู่กับภาพภาพนึงซึ่งเด็กไทยทุกคนเราน่าจะเคยเห็นคือรูปพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน ไครเคยเรียนวิชาพุทธศาสนาต้องเคยเห็นผ่านตาอย่างแน่นอน

แต่ศิลปะที่ผมเห็นมันแปลกไปมาก พระพุทธมีเทพเทวดาห้อมล้อมดูแปลกตาเต็มไปหมด บางองค์เรารู้ว่าคือเทพอะไรบางองค์ก็ไม่รู้ พอคิดได้แบบนั้นก็เลยเริ่มสนใจค้นคว้าเชื่อมโยงเทพต่างๆ ในศิลปะแบบต่างๆ เข้าหากัน และก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า ภาพชินตาที่เราเห็นตั้งแต่เด็ก คนอื่น ประเทศอื่นเขาอาจจะไม่ได้มองแบบเรา สิ่งที่เราอยู่กับมันมาเป็นสิบๆ ปี มันอาจไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเชื่อแบบเราก็ได้ว่าเทพองค์นี้ต้องหน้าตาแบบนี้หรือพระพุทธเจ้าต้องหน้าตาแบบนั้น แล้วอะไรมันคือสิ่งที่ทำให้เกิดมุมมองเหล่านั้นขึ้นหละ?

“ประเทศอื่นเขาอาจจะไม่ได้มองแบบเราก็ได้
สิ่งที่เราอยู่กับมันมาเป็นสิบๆ ปี
มันอาจไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเชื่อแบบเรา
ว่าเทพองค์นี้ต้องหน้าตาแบบนี้
หรือพระพุทธเจ้าต้องหน้าตาแบบนั้น”

สุดท้ายผมก็ได้คำตอบว่ามันคือพุทธศิล ศิลปะที่ศิลปินแต่ละประเทศและภูมิภาคของโลกเขารังสรรค์ขึ้นมาให้มันแตกต่างกันออกไป ทั้งๆ ที่รายละเอียดที่เป็นตัวอักษรแทบจะเหมือนกัน 100% แต่ศิลปินแต่ละคนแทบจะออกแบบเทพในมุมมองของตัวเองขนบธรรมเนียมตัวเองหรือแม้แต่สิ่งที่ตัวเองคุ้นตาและวาดออกมาได้ในแบบของตัวเอง

ดังนั้นเทพหรือตัวละครตัวเดียวกัน กลับมีลักษณะที่ต่างกันเหมือนคนละองค์เมื่อผ่านการสร้างสรรค์โดยศิลปินคนละคน เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงเริ่มสนใจและอยากจะสร้างสรรค์พุทธศิลป์ผ่านการตีความและผ่านสไตล์งานของผมเองออกมาให้ทุกคนได้เห็นกันครับ

-.เหมือนช่วงหลังๆ เห็นงานวาดพระพุทธรูปของเราเริ่มน้อยลง อันนี้เพราะอะไรหรือครับ และจะมีกลับมาให้เห็นอีกมั้ยครับ

จริงๆ ในบทความนี้ผมก็แอบใส่รูปใหม่ที่เพิ่งเสร็จลงไปด้วย(ฮา) ส่วนตัวผมเองผมคิดว่าตัวผมมี 2 โหมดในการทำงาน คือโหมดศิลปิน(Artist) และ โหมดนักวาดภาพประกอบ(Illrustrator) ในส่วนโหมดของศิลปินคือเราได้ทำอะไรตามใจตัวเอง ทำในสิ่งที่เราชอบสิ่งที่เรารักทำโปรเจ็คส่วนตัวที่เรามีความสุขกับมัน เราจะวาดอะไรใช้สียังไงก็ได้ไม่มีไครมาแก้งานเราถ้าคนไม่ชอบก็มาทำอะไรกับงานเราไม่ได้มันเป็นความสุขความชอบส่วนตัว

“ลูกค้าจ่ายเงินเรามา
เราต้องให้ในสิ่งที่เขาอยากได้
ไม่ว่าการแก้ใขที่เขาต้องการ
มันจะไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการในงานเราก็ตาม”

แต่กลับกันในโหมดนักวาดภาพประกอบเราต้องทำงานตามใจแบบที่ลูกค้าสั่งเรามา แบบที่เขาต้องการ เขาจะแก้ตรงไหนเราก็ต้องเซอร์วิสเขาให้ดีที่สุด ผมพยายามมองในมุมของมืออาชีพ ลูกค้าจ่ายเงินเรามา เราต้องให้ในสิ่งที่เขาอยากได้ ไม่ว่าการแก้ใขที่เขาต้องการ มันจะไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการในงานเราก็ตาม

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหลังๆ นี้ที่ไม่มีงานส่วนตัวเลยเพราะว่างานลูกค้าเยอะมาก และรายได้ในการเลี้ยงชีพส่วนใหญ่เรามากจากทางนั้นเลยไม่มีเวลาจะเดินในแนวทางของศิลปินเท่าไหร่ แต่ถ้ามีเวลาว่างก็พยายามทำอยู่เรื่อยๆ ครับ

-.เห็นหลังๆ มีงานประติมากรรมด้วย อันนี้เราวางแผนกับงานสายนี้ไว้จริงจังแค่ไหนครับ

ผมมองว่าโลกมันเปลี่ยนไปไวมาก เราเห็นศิลปินคนอื่นเขาเรียนรู้เขาทำได้ถ้าเรายังอยู่กับที่เราไม่ศึกษาเพิ่มเติมอนาคตเราเองจะแย่ครับ อะไรที่คิดว่ามีประโยชกับการทำงานก็พยายามที่จะศึกษาเพิ่มเติมครับ ส่วนเรื่องที่ว่าจะจริงจังแค่ไหน ตอนนี้อยู่ในช่วงเรียนรู้และทดลองทำครับยังไม่ได้จริงจังแต่อนาคตก็ไม่แน่ครับ

-.สำหรับการวาดพื้นผิววัตถุต่างๆ ในภาพ รวมไปถึงลวดลายบนพื้นผิว พอจะมีเคล็ดลับอะไรแนะนำมั้ยครับ

ส่วนตัวตอนทำงานผมจะพยายามหาเรฟเฟอเร้นหรือข้อมูลอ้างอิงเยอะๆ ครับ แต่ผมเองไม่ถนัดงานแมทเพ้นหรือการนำเอารูปถ่ายมาใช้ในงานเลย รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีทำออกมาไม่เนียน เลยเน้นหาแบบมาดูเยอะๆ และวาดลงไปเองเลยมากกว่า พวกลายผ้าต่างๆ ถ้าเป็นงานส่วนตัว ผมจะวาดลงไปเองเลย เพราะน่าจะเป็นวิธีที่ได้งานออกมาถูกใจตัวเราเองมากที่สุดแล้วแม้ว่ามันจะต้องใช้เวลากับมันไปมากก็ตาม

-.เห็นว่าเคยได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมที่ประเทศญี่ปุ่นมาด้วย พอจะเล่าที่มาและบรรยากาศในงานให้ฟังได้มั้ยครับ

อันนี้เป็นเรื่องที่ยินดีมากๆ ครับที่จะถ่ายทอด ผมนอกจากรับงานเป็นฟรีแลนส์นักวาดภาพประกอบแล้ว จริงๆ ผมเป็นอาจารย์พิเศษตามมหาลัยและบริษัทต่างๆ ด้วย เลยพอมีความสนใจทางด้านการศึกษาอยู่บ่าง พอดีทางลูกค้าจากญี่ปุ่นที่ดีลงานกันมาหลายปีได้เชิญไปร่วมงาน Sekebu ที่เขามีส่วนในการจัด ผมเลยเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ลองไปศึกษาดูงานว่ากิจกรรมที่เกี่ยวกับการศึกษาในสายอาชีพแบบเราของทางญี่ปุ่นว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่างาน Sekebu คืองานอะไร งานนี้คืองานที่ให้ทางเด็กมัธยมของทางญี่ปุ่นได้มาออกบูธของตัวเองนำผลงานมาขายและแจกให้กับเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานกันซึ่งจะเป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น จะสามารถเข้าร่วมได้หมด และนอกจากกการออกบูธของเด็กๆ แล้ว จะมีบูธของทางเอกชนอื่นๆ มาให้ความรู้กับเด็กด้วย เช่นการจัดเวิคชอปสั้นๆ ของโรงเรียนสอนพิเศษเกี่ยวกับศิลปะ บูธที่เชิญศิลปินหรืออาจารย์ที่เป็นมืออาชีพมาพูดคุยและเวิคชอปให้กับเด็กมัธยมรวมถึงมีถามตอบและแนะนำคอมเม้นงาน บูธที่นำอุปกรใหม่ๆ แทบเล็ตชนิดต่างๆ สี ปากกา หมึกชนิดต่างๆ มาแนะนำวิธีการใช้ และสอนเวิร์กชอปให้กับเด็กๆ เป็นต้น

“ทุกคนสนุกและมีความสุข
ที่ได้ทำสินค้ามาขาย
และทำบูธของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด
เหมือนการแข่งขันกับเพื่อนๆ
โรงเรียนอื่นๆ”

พอไปถึงผมค่อนข้างจะตื่นตาตื่นใจมากครับ ทางญี่ปุ่นเขาให้ความสำคัญกับสายอาชีพทางด้านนี้มาก ในงานหัวเรือใหญ่รอบที่ผมไปจะเป็นทางเว็บ PIXIV ซึ่งจัดออกมาได้ดีมาก นอกจากนั้นเด็กๆ ยังแอคทีฟกันมากๆ ทุกคนสนุกและมีความสุขที่ได้ทำสินค้ามาขาย และทำบูธของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดเหมือนการแข่งขันกับเพื่อนๆ โรงเรียนอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนผลงาน เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ

ผมก็คิดในใจว่าถ้าเอกชนหรือทางรัฐบาลบ้านเราร่วมมือกันและทำงานอะไรแบบนี้ออกมาสนับสนุนเด็กของเราบ้างก็คงดีไม่น้อยเลยครับ

-.ในส่วนของงาน Art Toy อันนี้เรามีโปรเจคอะไรที่กำลังทำอยู่ หรือวางแผนอยู่มาเล่าให้ฟังกันซักหน่อยมั้ยครับ

ตอนนี้ก็มีโปรเจ็คที่ทำพระพุทธรูปอยู่ครับทำกับอาจารย์ที่รู้จักกัน แต่ยังไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ครับเพราะเพิ่งเริ่ม นอกจากนั้นก็จะมีพวกโปรเจ็คทดลองทำอาร์ตทอยที่ออกแบบเอง แต่ส่วนตัวผมคิดว่าต้องใช้เวลาอีกซักพักเพราะผมต้องศึกษาในส่วนของโปรแกรมและโปรดักชั่นเพิ่มเติม ถ้าจะเห็นคงเห็นในส่วนของงานออกแบบก่อนครับ

-.สุดท้ายถ้าให้สามารถสร้างหุ่นยักษ์ หรือยานพาหนะแบบเข้าไปขับจริงได้เลย จะเลือกสร้างออกมาเป็นแบบไหนครับผม   
ถ้ามีอะไรแบบนั้นจริงๆ ตามความชอบผมคงออกมาหน้าตาคล้ายหลวงพ่อโตมั้งครับ(ฮา)

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

อันนี้ประมาณ 13 ปีก่อนครับ สมัย ม.ปลาย

อันนี้สมัยมหาวิทยาลัย ประมาณ 9 ปีที่แล้วครับ

อันนี้สมัยออกจากงานแรกๆ ครับ ประมาณ 5 ปี

ส่วนอันนี้เป็นช่วงปัจจุบันครับ

——————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

ปกติผมชอบฟังเพลงครับ ไม่ก็จะฟังพวกเรื่องผีสยองขวัญไปเลย ผมว่ามันเพลินดีและช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้โดยที่ตาเราไม่ต้องวอกแวกไปดูมันให้เสียสมาธิออกมาจากงานด้วยครับ
The Ghost Radio https://www.youtube.com/channel/UCM246zZ4qNNmFQ2WHnP_CRA

———————————–

จบไปอีกท่านแล้วนะครับผม ก็นับเป็นศิลปินอีกหนึ่งท่าน ที่สามารถหยิบยกเอาสิ่งรอบตัว มาใส่ลงไปในผลงานเพื่อสร้างเอกลักษณ์ได้แบบลงตัวและทรงพลังเอาเสียมากๆ เลยจริงมั้ยครับทุกท่านนนนน

ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นอาร์ทติสท่านใด รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้นะครับผม

แล้วพบกันใหม่ทุกๆ แบบต่อเนื่อง
กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

contact บ.ก.ซัน ได้ที่
https://www.facebook.com/sonlet
https://www.instagram.com/sonoson/?hl=th 

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic