ชีวิต ความคิด และซับไตเติ้ล ของ ธนัชชา ศักดิ์สยามกุล

เรื่อง สีรุ้ง ไตรแก้ว /ภาพ บุลวัชร เสรีชัยพร

ซับไตเติ้ล (Subtitle) หรือบทบรรยายไทยที่ปรากฏบนจอหนัง ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่ต้องการรับชมหนังภาษาต่างประเทศด้วยเสียงดั้งเดิม (Soundtrack) เพราะหากขาดซับไตเติ้ลไปแล้วย่อมดูไม่รู้เรื่อง หรือถ้าซับไตเติ้ลแปลมาไม่ดี อรรถรสในการรับชมก็จะไม่เต็มร้อยอย่างแน่นอน เช่นนี้แล้ว นักแปลซับไตเติ้ลจึงเป็นคนสำคัญไม่น้อย จนมีคอหนังมากมายจดจำชื่อและเลือกติดตามผลงานไม่แพ้ผู้กำกับเลยทีเดียว

และ ธนัชชา ศักดิ์สยามกุล ก็เป็นอีกชื่อที่คอหนังคุ้นเคยกันดี จากลีลาการแปลซับไตเติ้ลที่เข้าถึงอารมณ์ โดยเฉพาะอารมณ์ขำและมุกตลกของฝรั่งที่เธอถอดความเป็นภาษาไทยได้อย่างมีชีวิตชีวา SP Interview ครั้งนี้ได้รับโอกาสสุดพิเศษจากคุณธนัชชา ที่จะมาเปิดเผยถึงชีวิตการทำงานเป็นนักแปลซับไตเติ้ล และการเป็นคุณแม่อารมณ์ดีของ น้องไตเติ้ล ลูกสาววัย 6 ขวบกว่า (ณ ขณะที่สัมภาษณ์ในปี 2013)

 

ซับไตเติ้ลจากยุคฟิล์มสู่ดิจิตอล

คุณพัช  หรือ พี่พัช เจ้าของเครดิต “บทบรรยายไทยโดย ธนัชชา ศักดิ์สยามกุล” เป็นนักแปลซับไตเติ้ลมือทองของเมืองไทย ที่โลดแล่นในวงการมายาวนานเกือบ 20 ปี บัณฑิตจากรั้วนิเทศ จุฬาฯ คนนี้ เคยเป็นมาแล้วทั้งดีเจ  คนเขียนบทรายการทีวี ก่อนจะมาทำงานให้กับเคเบิ้ลทีวีไทยสกาย ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้ทำงานหลากหลาย

มันเป็นเคเบิ้ลที่แรกไง เราเลยได้ทำหมดทุกอย่าง เช่น การพากย์เสียง ปกติเราเป็นคนเสียงเล็กๆ เหมือนการ์ตูน ตอนอยู่คณะก็พากย์สปอตทุกตัวของทุกกลุ่ม เสียงพี่หมดเลย ก็เลยมั่นใจมากว่า ชั้นน่ะเสียงดี (หัวเราะ)”

แต่ทีแรกไม่ได้แปลนะ เป็นคนซ้อนตัวหนังสือซับไตเติ้ล ประมาณว่าพอฟังได้ หัวขึ้นท้ายลงได้ ดึงตัวหนังสือออก จัดระเบียบ ต้องมาฝึกเองหมดไม่มีใครช่วยสอน เพราะเมื่อก่อนมันเป็นหนังที่ว่า ตัดต่อไปพร้อมกับตัวหนังสือเลย” ธนัชชาเล่าถึงครั้งแรกในการทำงานกับคำแปลบนหน้าจอ

พอไทยสกายล่มสลายก็มาอยู่ CVD มาซ้อนซับแหละ แล้วตอนหลังก็แปล ความที่เราอยู่ใกล้ชิด เราจะรู้ว่าซับทำยังไง บทพากย์ทำยังไง ในห้องพากย์บทใช้ไม่ได้กันบ่อยมาก แล้วเราแก้ให้แล้วใช้ได้เลยนะ คือไม่ต้องมีใครสอน”

เนื่องจากแปลได้ แปลดี และแปลเร็ว เธอจึงยึดอาชีพเป็นนักแปลซับไตเติ้ลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากหนังวีดีโอขยับมาเป็นหนังโรงฯ ก็มีปัญหาเพิ่มขึ้น เพราะสมัยก่อนนักแปลได้แต่บทมาเพียงอย่างเดียว แปลเสร็จจึงไปเช็คกับตัวหนังจากเครื่องฉายฟิล์ม สาเหตุที่ไม่สามารถแปลและดูหนังไปพร้อมกันได้ เพราะค่าแปลงภาพและเสียงจากฟิล์มลงม้วนเทปนั้นแพงกว่าค่าแปลเสียอีก แต่ครั้นจะให้แปลจากบทอย่างเดียวเหมือนการแปลเอกสารก็ดูจะไร้ชีวิตชีวา ธนัชชาจึงคิดหาหนทางให้ทำงานได้ดีขึ้น

“ก็เลยขอเขาว่า ช่วยทำเป็นม้วนซูมก็ได้ ภาพไม่ชัดเสียงไม่แจ่ม ไม่เป็นไร ขอหนังมาเป็นไอเดียเถอะเจ้าประคู๊น เขาก็ซูมให้ แต่มือใหม่หัดซูมนะ เรื่องแรกๆ คือ The Bridges of Madison County (1995) เด็กห้องฉายไม่รู้งาน ซูมวีดิโอ ม่านก็ไม่ปิด แสงจัดเต็ม หนังเจ้าป้าเมอรีล สตรีพ กับปู่คลินท์ (อิสวู้ด) โรแมนติกมาก แต่ฉากนัวเนียหรือนั่งคุยกันในห้อง พี่แทบไม่เห็นอะไรเลย นอกจากเทียนเล่มเดียวกลางห้อง (หัวเราะ) ที่เหลือมืดไปหมด”

The Bridges of Madison County

เมื่อเข้ายุคสู่ปัจจุบัน การแปลซับก็สะดวกมากขึ้น เพราะมีแผ่นดีวีดีของหนังมาให้ แต่เพื่อความปลอดภัยด้านลิขสิทธ์ จึงมีการคาดชื่อสตูดิโอหรือชื่อของนักแปลลงไปด้วย ยิ่งหนังฟอร์มยักษ์บางเรื่อง ก็อาจปิดเป็นจอดำให้เห็นแต่ปากของนักแสดงเท่านั้น

 

ธนัชชาสไตล์ แปลหนังสไตล์ธนัชชา

ไม่ใช่แค่จำนวนหนังเท่านั้นที่ทำให้คนดูจดจำเธอได้ แต่ซับไตเติ้ลเปี่ยมอารมณ์ของธนัชชานั้นโดนใจผู้ชมโดยเฉพาะกับหนังคอเมดี้ ซึ่งถ้อยคำขำๆ ของเธอคนนี้สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มมานักต่อนัก โดยธนัชชาได้เผยเคล็ดลับที่ไม่ต่างจากวิธีของนักแสดง นั่นคือการสวมตัวเองเป็นตัวละครในหนัง

“ถ้าชั้นเป็นคนคนนี้ในหนังอะ ชั้นจะพูดว่ายังไง นั่นแหละ แล้วมันจะออกมาเอง แล้วคาแรกเตอร์พี่เป็นคนขำๆ ชอบตลกอยู่แล้ว มันเลยง่ายกับเราที่จะลิ้งค์ไปถึงคำพูดที่มันตลก”

ธนัชชายังเสริมอีกว่า การแปลหนังตลกนั้นไม่ต้องตรงเป๊ะตามตำรานักก็ได้ อาจหยอดมุกหรือใช้คำฮิตอินเทรนด์เพิ่มความฮา แต่พึงระวังสำหรับหนังที่มีเนื้อหาจริงจังหรืออิงประวัติศาสตร์

พอมันเป็นหนังตลกปั๊บ เขาไม่ได้ต้องการอิงกับตัวละครและกาลเวลาในหนังมาก คนไม่ซึมลึกลงไปในหนัง เพราะคนดูหนังตลกจะฮา ฮ่าๆๆ ค่อนข้างจะผิวขึ้นมานิดนึง เราก็เลยปรับบทให้เข้ากับภาษาที่มันทันสมัย ที่มันควรจะเป็น ฟังแล้วฮาก๊าก สะดุดแล้วไป สะดุดแล้วไปตลอด .. แต่ถ้าจู่ๆ หนังสมัยวิคตอเรียนมาใช้ภาษาแบบว่า โอ้โหจ๊าบจริงๆเลย หรือ จุงเบย อะไรแบบนี้ มันก็จะโดดขึ้นมาจากหนัง คนแปลอาจจะเด่นแค่ช่วงเวลานั้น สองอาทิตย์ที่หนังเข้า แต่บทนี้มันจะฝังอยู่ในหนังตลอด แล้วไปเปิดอีกที 3 ปี ตายแล้ว! หนังสมัยนั้นยังจุงเบย”

สำหรับประเด็นเปราะบาง เช่นการใช้คำหยาบในหนัง เธอก็เคยแปลคำหยาบแรงๆ ขึ้นจอมาแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อเหมือนคำอุทานในหนังไทย หากคำนึงถึงความเหมาะสมกับตัวละครและสถานการณ์เป็นหลัก

“เช่นเรื่อง Black Swan มีแปลออกมาว่า ‘อีกระหรี่’ ด้วยนะ อย่างแรงอะ แต่คนชอบ ฮืมม สะใจมากพี่ ต้องด่ามันอย่างงี้แหละ ก็ทั้งแย่งผัวมัน แย่งอาชีพมัน แย่งเงินมัน แย่งมันทุกอย่าง ตัวละครมันคิดไปเอง แล้วนางเอกก็เป็นนักเต้นบัลเล่ต์ เล่นละครเวทีอะไรอย่างนี้ ความแรงในตัวจึงต้องเยอะอยู่แล้ว คือจริงๆ ภาษาอังกฤษมันพูดยิ่งกว่านี้อีกนะ แต่ว่าเราเต็มที่แล้ว ไม่สามารถหยาบไปกว่านี้แล้ว”

ถึงจะเป็นนักแปลชั้นเซียนที่มีชั่วโมงบินสูง แต่ธนัชชายอมรับว่าหนังบางเรื่องก็ทำเอาเธอปวดขมับเหมือนกัน  “หนังรักชีวิตประจำวันทั่วไปเนี่ย ง่าย แต่จะบอกให้ หนังของ (คริสโตเฟอร์) โนแลน ทุกเรื่อง…ยาก แต่หนังเขาขั้นเทพ และสนุกมาก เขาจะมีศัพท์ปรัชญา มี Core Concept ของเรื่องในการพูด มีความหมาย Double Meaning, Triple Meaning ต้องคิดว่าเอา Meaning อันไหนสื่อออกมาชัดที่สุด ใช่ที่สุด หนังเค้าเนี่ยแปลยากมาก ถึงแม้ไม่ใช่ที่เราแปลก็ยากอย่าง The Prestige ที่เกี่ยวกับมายากล เรื่องนั้นไม่ได้แปล แต่ก็รู้ว่ายาก”

แต่ความยากก็ไม่ทำให้เธอเป็นทุกข์ กลับมีความสุขไปอีกแบบด้วยซ้ำ“มีความสุข แบบรักทรหดอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) แบบค้นไปหาไป ชั้นจะแปลให้คนเข้าใจยังไง อย่างตอนที่แปลโจ๊กเกอร์เวอร์ชั่น ฮีธ เลดเจอร์ หูย มันโรคจิตมาก มันพูดแบบล้ำลึกมาก ก็ต้องเฟ้น ต้องหา ต้องคิดเยอะมาก”

 

แปลด้วยใจ ใช่เรื่องง่าย

แม้ว่าปัจจุบันนี้เราจะเห็นชื่อนักแปลซับไตเตื้ลใหม่ๆ ผุดขึ้นท้ายเครดิตหนังมากมาย ซึ่งทำให้งานนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องหมูๆ แต่มือเก๋ามากประสบการณ์อย่างธนัชชาได้เผยว่า แต่ก่อนมีอุปสรรคเยอะแยะในการแปลซับ ผิดกับปัจจุบันที่มีอินเทอร์เน็ตช่วยทุ่นแรง

หนังกีฬา อย่างอเมริกันฟุตบอลเนี่ย ได้สามีบอก เคยแปลเรื่อง Tin Cup ไม่รู้เรื่องกอล์ฟ โทรไปหาเพื่อน พอดีช่วงนั้นกอล์ฟมันบูม ศัพท์กอล์ฟงงมาก เบอร์ดี้คืออะไร สโตรกคืออะไร อะไรที่เราไม่รู้มันยากหมดแหละ เราต้องพยายามเสาะหาคนที่มันรู้เรื่องนี้ ไปถามเขาทีก็เกรงอกเกรงใจ แต่เดี๋ยวนี้มีเน็ท ชิ่งเข้าไปสิ หาคีย์เวิร์ด เจอแล้วไม่ชอบ หาภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษไม่ชอบ ก็ไปหาภาษาไทย คือเราค้นได้ด้วยตัวเอง มันจะแฮปปี้ ไม่ต้องมานั่งเกรงใจใครว่า โทรไปแล้วเขาว่างรึเปล่า เขาเป็นใคร อยู่ๆไปขอความช่วยเหลือเค้า”

และแน่นอนว่า จะเป็นนักแปลก็ต้องเก่งภาษา แต่จะเป็นภาษาอะไร ธนัชชาได้ให้คำตอบที่น่าสนใจไว้ดังนี้ “นักแปลซับไตเติ้ลจากอังกฤษเป็นไทยเนี่ย ต้องได้ภาษาอังกฤษแล้วก็ได้ภาษาไทย และภาษาไทยต้องดีกว่าภาษาอังกฤษมากๆ แต่ถ้าคุณแปลจากไทยเป็นอังกฤษ ภาษาอังกฤษคุณต้องดีกว่าภาษาไทย… แล้วก็จริงๆ ที่เค้าใช้ชื่อว่า บรรยายไทย น่ะถูกนะ เพราะคนทำซับไตเติ้ลเนี่ย เหมือนคนบรรยายกีฬาเลย คือเป็นคนเล่าเรื่องทั้งเรื่องให้คนดูฟัง

คนอยากทำงานด้านนี้มีเยอะ บริษัทหนังบอกว่ามีคนมาสมัครแทบจะวันเว้นวันเลย เพียงแต่ว่าด้วยธรรมชาติของการแปลบทพากย์กับบทซับไตเติ้ล มันไม่เหมือนการแปลหนังสือ มันมีข้อบีบรัดว่า คุณต้องแปลตามกฎระเบียบของชั้น แล้วต้องสนุกด้วย มันก็เลยทำยาก แล้วเวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยงไง ถ้าคุณทำพลาด ทำไม่ได้ คุณจะหลุดไปจากวงโคจรเลย

 

ผลงานที่ไม่ได้โลดแล่นแค่บนจอหนัง

นอกจากซับไตเติ้ลหนัง ธนัชชายังแปลซีรี่ย์เป็นงานเสริมอีกด้วย (เช่น เรื่อง Friends และซีรี่ย์สุดระทึกเรื่อง Alfred Hitchcock presents) และอีกหนึ่งผลงานคือ การแปลหนังสือต้นกำเนิดซีรีย์อเมริกันขวัญใจวัยรุ่นอย่าง Gossip Girl  ซึ่งเธอได้พูดถึงความแตกต่างระหว่างการแปลซับไตเติ้ลกับการแปลหนังสือว่า หนังสือจะมีตัวอักษรเยอะกว่า ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่า แต่ก็สามารถใส่ลีลาภาษาได้อย่างจัดเต็ม ขณะที่การแปลซับไตเติ้ลหนังนั้น ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะหนังมีคิวฉาย ทั้งยังต้องแปลให้กระชับเข้าไว้ เพื่อให้คนดูอ่านทัน

“คนดูซับไม่ได้ต้องการถึงขนาดว่าเป๊ะยาวเหยียด เพราะเคยนะ หนังจิตวิทยา เราก็พยายามแปลเต็ม ให้เพื่อนที่เป็นคุณหมอช่วยเติมคำให้ แต่ก็ไม่มีประโยชน์  เพราะคนดูอ่านไม่ทัน”

นอกจากนั้น เธอยังเป็นผู้แปลซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษให้หนังไทยหลายเรื่อง เพื่อส่งไปขายยังตลาดต่างประเทศ โดยเรื่องแรกคือ ผีหัวขาด ตามด้วยหนังของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ และหนังของหลากหลายค่าย เช่น  บุญชู 10, เฉือน, Sexphone: คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน, รักจัง  รวมถึงหนังของค่ายเล็กๆ อย่าง Yes Or No เป็นต้น

Sexphone: คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน

“มันเหมือนกับว่าเรามีส่วนร่วมในการทำเงินเข้าประเทศ ได้ช่วยเผยแพร่หนังไทยให้ต่างชาติได้เห็นผ่านซับไตเติ้ลของเรา ถึงเราจะไม่ได้เป็นคนสร้างหนัง แต่เราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำเงินเข้าประเทศปีละหลายๆล้าน เวลาเขาไปเทศกาลหนัง พี่จะถามตลอด ขายได้ป่าวๆ ถ้าขายได้ เขาก็จะเลือกให้ทำตลอด เพราะหนังขายได้ไง”

 

ซับ (และ) ไตเติ้ล ความสุขในชีวิต

นักแปลซับไตเติ้ลเป็นอาชีพฟรีแลนซ์ ที่แม้จะไม่มีเงินเดือนประจำและสวัสดิการแบบงานเต็มเวลา แต่สำหรับธนัชชาแล้ว มันเป็นงานที่มั่นคง อิสระ และยังทำให้เธอสามารถให้เวลาดูแล “ไตเติ้ล” ลูกสาววัยหกขวบได้อีกด้วย

“ลูกเป็นคนสำคัญที่เราต้องเทคแคร์ เวลาของเค้ามาก่อน แล้วเราก็จัดสรรเวลาที่เหลือมาทำงาน จากเมื่อก่อน พี่ตื่นสายมาก ลูกค้าโทรมาเนี่ยรู้เลยว่าเขาต้องโทรมาใกล้ๆ เที่ยงนะ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ลูกต้องมาก่อน ก็ส่งลูกไปโรงเรียนแต่เช้า ยุ่งตั้งแต่ 6 โมง กว่าจะกลับมาที่บ้านก็ประมาณ 9 โมง ถึงเริ่มทำงาน”

คุณธนัชชากับลูกสาว น้องไตเติ้ล

เมื่อเสร็จภารกิจงานแปลและการดูแลลูกสาวสุดที่รัก ยามว่างของธนัชชาหมดไปกับงานอดิเรก 2 อย่าง คือ เลี้ยงปลาและเล่นเฟซบุ๊ค ซึ่งอย่างหลังเธอยอมรับว่าติดงอมแงม ถึงขั้นต้องปิดแอ็คเค้าท์หนีเวลาที่มีงานเข้า “พี่ชอบโพสรูปลูกเป็นงานอดิเรก คนจะว่า โอ๊ย อยากดันลูกเป็นดาราเหรอ เปล่า มันเหมือนว่าเราได้เห็นสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารักอะ แล้วก็ได้คุยกับกลุ่มคนที่เขารักเรา… อย่าง pantip พี่ไม่ค่อยได้เข้าค่ะ เข้าไปทีไรตกใจทุกที เคยมีโพสความผิดพลาด มาบอกธนัชชาขอโทษ ทั้งที่หนังเรื่องนั้นพี่ไม่ได้แปล แต่พี่มีแฟนคลับ ชื่อ Pikaball เขาจะคอยตามดูว่าพี่แปลหนังเรื่องอะไร และต้องไปดูก่อนอาทิตย์แรก แล้วจู่ๆ เขาก็เสียชีวิต พี่เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าเขาไปตามตอบกระทู้ให้พี่”

นอกจากการดูหนังจะนำมาซึ่งความสุขในชีวิตแล้ว เรื่องราวบนแผ่นฟิล์มนี้ยังให้มุมมองชีวิตดีๆ กับเธอ “เรื่องๆเดียวกัน มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเคยคิด มันมีหลายมุมมอง มีหนังบางเรื่องที่คนนี้มองเป็นอย่างนึงแต่คนนี้มองเป็นอีกอย่างนึง ทั้งที่โดยตัวเนื้อหาของมันเป็นเหตุการณ์เดียวกัน แต่คนก็ตีความแตกต่างกันไป เราก็เลยเปิดใจให้กว้าง เรื่องๆเดียวกันเนี่ย มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ มันก็มีอีกหลายมุมนะ เปิดใจให้กว้างขึ้น  โกรธใคร อย่าโกรธนาน”

 

ถึงไม่มีรางวัล แต่ก็มีความสุขล้นใจ

“ถ้าเราทำงานแล้วให้ความสุขกับคนดูได้ นั่นก็เป็นรางวัลของเรา แต่ถ้าเขามีรางวัลให้ ก็พี่ก็อยากได้นะ แต่ทุกวันนี้ มีความสุขจากคนดูหนังที่เขาแฮ็ปปี้กับซับฯของเรา ซับฯเราช่วยให้เขาอินไปกับหนังได้”

ธนัชชาพูดถึงรางวัลของนักแปลซับไตเติ้ล ซึ่งแม้จะยังไม่มีให้จับต้องจากสถาบันไหน แต่ก็เป็นรางวัลจากใจของคนดูหนังที่มีความสุขไปกับซับไตเติ้ลของเธอ และบรรดาCatch Phrase” หรือคำคมสะดุดใจจากหนังที่เธอเป็นคนแปล เช่น“ปลามีไว้คบ ไม่ได้มีไว้เคี้ยว” (Fish are Friends, not Food) จากอนิเมชั่นเรื่อง Finding Nemo (2003) และอีกหนึ่งคำคมโดนใจจากหนังซูเปอร์ฮีโร่พ่นใย Spider-Man (2002) ที่หลายคนจำได้ขึ้นใจ

“With great power comes great responsibility เราเป็นคนแปลว่า ‘พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง’ มีการเล่นคำนิดนึง แทนที่จะเป็น ‘ยิ่งใหญ่กับยิ่งใหญ่’ ก็ให้เป็น ‘ยิ่งใหญ่’กับ ‘ใหญ่ยิ่ง’ ประโยคนี้โดนใจคนเยอะนะคะ ถึงจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนแปล แต่คนจำประโยคนี้ได้ มันตกผลึกอยู่ในความชอบ ความประทับใจของเขา เราก็เออ มันเท่ห์ดีนะที่ได้อยู่ในความคิดเขา”

ก่อนจากกัน ธนัชชาได้เผยเคล็ดลับให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากก้าวเข้ามาเป็นนักแปลซับไตเติ้ลว่า “ต้องรักมันมากๆ คุณต้องไม่เบื่อว่า ทำไมต้องทำมันสามสี่รอบ ทำไมต้องแก้มันด้วย คือคงเบื่อนะ เอือมระอา บางคนไม่ดูหนังเลย แต่อยากแปลหนัง เอาสคริปต์ไป แปลแต่สคริปต์ แล้วแปลหนังยังไงล่ะ คือคนที่ไม่ทำด้วยใจรัก คุณได้เงินก็จริงแต่งานคุณก็แบนๆไปเท่านั้น”

(จากคอลัมน์  SP INTERVIEW ในนิตยสาร Starpics ฉบับที่ 829 ประจำเดือนพฤษภาคม 2013)

Shares