Let’s Pick Thai Artist : แนะนำอาร์ทติสไทยประจำสัปดาห์ : Napon Suzuki

1265

สวัสดีครับ กระผม บ.ก.ซัน ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Let’s Comic และเพจ Plotter
ช่องทางสื่อการ์ตูนและภาพประกอบจากฝีมือนักวาดชาวไทยกว่า 10 ปี
ขอเสนอบทความแนะนำนักวาดการ์ตูนและภาพประกอบชาวไทยรายสัปดาห์
“Let’s Pick Thai Artist”

และสำหรับสัปดาห์นี้
เราขอนำเสนอศิลปินสาย Concept Art กันบ้าง
ขอเชิญพบกับ
.
.
.
.

Napon Suzuki
ชื่อ นภนต์ ซูซูกิ เทปเป้
วันเดือนปีเกิด 2 .11.1994

ช่องทางติดต่อ
facebook : art of napon suzuki (เพจ)
Instagram : napon_suzuki
Artstation : napon suzuki
Email : sk.teppei@gmail.com 

ผลงานบางส่วน

ชมผลงานกันไปแล้ว
ก็มาพูดคุยกับศิลปินของเรากันต่อเลยจ้า

————————–

-.ช่วยแนะนำตัวเองก่อนซักหน่อยครับ ว่าเริ่มหันมาเป็นนักวาด Concept Art ได้อย่างไร 

ชื่อเทปเป้ครับ นภนต์ ซูซูกิ ตอนนี้เป็นฟรีแลนส์คอนเซปอาร์ติส นักวาดภาพประกอบ นักปั้น และเป็นอาจารย์ (concept artist I illustrator I sculptor I instructor )ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ทำเป็นงานดิจิตอลครับ

ที่มาวาด Concept art อยู่ตอนนี้น่าจะเพราะความชอบที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นอยู่ที่ญี่ปุ่นประมาณเตรียมอนุบาล (เพราะคุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นความโชคดีในชีวิตของผมที่ได้มีวัยเด็กที่นู่น เพราะมีวัตถุดิบมากมายที่พร้อมจะปลูกฝังและส่งเสริมให้เด็กธรรมดาคนนึงเกิดจินตนาการ แม่ชอบพาไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ สวนสัตว์ อควอเรี่ยม การได้เห็นของจริงเคลื่อนไหวได้มีโปรดักชั่นอลังการ และยิ่งขนาดที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับไซส์ตัวเราตอนนั้น เด็กคนนั้นก็ตกหลุมรักกับสิ่งเหล่านี้แบบถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องหาที่มาระบายสิ่งที่โลดแล่นอยู่ในหัวออกมา อะไรจะดีไปกว่าการวาดรูป

ก็ต้องหาที่มาระบาย
สิ่งที่โลดแล่นอยู่ในหัวออกมา
อะไรจะดีไปกว่าการวาดรูป

อยู่ญี่ปุ่นได้ไม่กี่ปีผมก็กลับมาที่ไทย วัยประถมในไทยได้ดูหนังหรือการ์ตูนมากมาย จะชอบของแฟนตาซี ชอบสัตว์ประหลาด  เช่น godzilla, mononoke hime, Lionking, Tarzan, แต่มีอยู่บางเรื่องที่มีอิทธิพลกับผมมากเป็นพิเศษ คือ the lord of the rings ตอนนั้น ป.2 ทุกอย่างมันว้าวไปหมด ดูไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่ประทับใจแทบทุกซีน กลับมาก็วาดรูปสิ่งที่ดูมารัวๆ จะเลือกวาดซีนที่ยากไว้ก่อน ซีนสงคราม ซีนต่อสู้ จะชอบวาดอะไรที่ยาก และมีมูฟเม้นมาตั้งแต่เด็ก ชอบวาดซีนรุนแรง ซีนต่อสู้ สัตว์กินเนื้อ ตัวร้าย สัตว์ประหลาดตัวใหญ่55555 เพลิดเพลินมากๆ มีช่วงนึงผมดูทุกวันตอนกินข้าวเย็น สรุปรวมทุกภาค น่าจะได้ดูไปไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง55555 รู้สึกตัวอีกทีตอนโต ว่าสิ่งเหล่านี้มันซึมอยู่ใต้จิตสำนึกเราเกิดเป็นสไตล์บางอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นก็วาดรูปมาตลอด แต่พอ ม.ปลาย ได้วาดรูปน้อยลงมาก ได้ไปโครงการแลกเปลี่ยนที่ยุโรป เล่นกีฬา เตรียมเอนทรานซ์ เคยถึงขนาดมีความคิดว่าจะไม่เรียนสายศิลปะเด็ดขาด เพราะรู้สึกไปเองว่ามันดูไม่ได้เรื่องได้ราว ดูห่วย ดูไม่สำคัญ(ไม่ได้มีใครมาบอกอย่างนั้นนะ แต่มันรู้สึกไปเอง) ก็เลยตัดสินใจเข้าเรียนสถาปัตย์ที่จุฬา ก็เป็นทางออกของเด็กที่ชอบวาดรูปและตอบโจทย์หน้าที่การงานในอนาคต ฝังความชอบจริงๆ ของเราไว้ลึกๆ

แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้มาเข้าเรียน มันมีหลายเหตุการณ์มากๆ จริงๆ ที่ส่งผลต่อความคิดของเรา ทั้งเนื้อหาที่เรียน เพื่อน กิจกรรม เป็น 5 ปีที่ทำให้เราดันขีดจำกัดของตัวเองออกมาถึงขีดสุด เพราะเป็นคนบ้างานมาก ผมเคยทำทีสีสจนต้องเข้าโรงพยาบาล นอนโรงพยาบาลครึ่งเดือน ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างมันเร็ว เรารู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง และเกิดมรณานุสติ ผมหันมาถามตัวเองอีกครั้งว่าเรากำลังทำอะไร เราชอบอะไรจริงๆ ซึ่งนั่นก็คือการวาดรูป บวกกับเริ่มสนใจดิจิตอลเพ้น จึงซื้อเม้าส์ปากกา และเริ่มต้นวาด ตอนนั้นเรายังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเส้นทางนี้หรอก อย่างเดียวที่เรารู้คือเราอยากวาดอะไร นั่นทำให้เราไม่ได้คิดอะไรมาก แค่วาด วาด และก็วาด

ผมเคยทำทีสีสจนเข้าโรงพยาบาลครึ่งเดือน
เรารู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง และเกิดมรณานุสติ
ผมหันมาถามตัวเองอีกครั้งว่า
เรากำลังทำอะไร เราชอบอะไรจริงๆ

ผมวาดรูปตลอดเวลาที่ว่าง วินัยจัดมากโดยที่แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร  รู้ตัวอีกทีตอนอยู่ปี 4 ผมก็ได้จัดโซโล่เอ็กสิบิชั่นของตัวเองแล้ว หลังจากเรียนจบสถาปัตย์ปีที่ 5 หมกมุ่นกับการวาดรูปมากขึ้นเรื่อยๆ วาดแล้วก็อัพลงโซเชียล เริ่มมีคนเห็นงานเรามากขึ้น เริ่มมีการจ้างเข้ามา ผมจริงจัง ฝึกหนัก และพยามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ผมมี open mindset มากขึ้น ทดลองอะไรที่ไม่เคยทำ

เมื่อก่อนจะมีอีโก้แรงว่าฉันวาดรูปเก่งกว่าใครๆ แต่พอโตขึ้น เห็นงานมากขึ้น เราก็เริ่มรู้สึกว่าเรายังไม่เก่ง ปวดใจเล็กน้อย แต่พอตั้งสติได้ มันทำให้เราถ่อมตัวขึ้นและเดินต่อ หลังจากเรียนจบมาได้ 1 ปี มีโอกาสได้มาสอนที่ KP learning space พอได้มาสอน ยิ่งทำให้พื้นฐานเราแข็งแรงขึ้น ได้เรียนรู้จากนักเรียน ได้เรียนรู้จากการสอน ระหว่างนั้นก็รับงานคอมมิชชั่นต่างๆ ไปด้วย ผมพยามทำให้ทุกชิ้นงานมีคุณค่าทั้งกับลูกค้าและตัวเราเอง  ผมเชื่อว่าตอนนี้เส้นทางสาย concept art เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็คงไม่เหมือนกับผมในตอนนี้แน่นอน

-.เห็นว่าจบทางสถาปัตย์มา อันนี้เราคิดว่ามีสิ่งไหนจากศาสตร์ด้านนั้นที่เรานำมาใช้กับงานวาดในปัจจุบันบ้างครับ 

หลักๆ เลยเห็นจะเป็นเรื่องกระบวนการออกแบบครับ สถาปัตย์สอนให้เรารู้จักการค้นคว้า วิเคราะห์เชิงลึก และออกแบบ ซึ่งเราไม่ได้ออกแบบแค่เพราะเราชอบหรือมันสวย แต่มันต้องมีเหตุมีผล ในแง่ของคอนเซปอาร์ต มันทำให้ดีไซน์ของเราดูเม้คเซ้น ดูจริงจังมากขึ้น เราไม่ต้องการให้คนดูมองว่ามันฉาบฉวย เน้นหวือหวาแล้วจบไป แต่การออกแบบจะต้องช่วยส่งเสริมเรื่องราว คาแรกเตอร์ ทำให้ดูมีภูมิหลัง มีมิติขึ้นมาได้ แม้จะไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ประกอบ

เราทำงานไม่ตรงสายก็จริงแต่ไม่เคยเสียใจเลยซักครั้งที่เข้าเรียนสถาปัตย์

เราทำงานไม่ตรงสายก็จริง
แต่ไม่เคยเสียใจเลยซักครั้ง
ที่เข้าเรียนสถาปัตย์

-.คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการวาด Concept Art ที่ดีสำหรับเราคืออะไรครับ

คือการเล่าเรื่องครับ การถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นภาพให้สามารถสื่อสารถึงคนดูให้ได้ ทำให้เค้าเข้าใจให้ได้

มันต่างจากศิลปะบางแขนง เช่น fine art หรือ abstract art ที่ไม่จำเป็นต้องให้คนดูเข้าใจ หรืออาจมีความหมายที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ คอนเซปอาร์ทเป็นอะไรที่โต้งๆ ตรงไปตรงมา จุดประสงค์ก็เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวหรือไอเดีย ออกมาเป็นภาพ ให้คนเข้าใจ ซึ่งความท้าทายของคอนเซปอาร์ทคือ การต้องทำให้คนดูดูแล้วรู้สึกเชื่อ  เชื่อว่าปราสาทหลังนี้สามารถลอยฟ้าได้ เชื่อว่าเอเลี่ยนตัวนี้หลุดออกมาจากมิติพิศวง เชื่อว่าหนูท่อตัวนี้สามารถทำอาหารในภัตตาคารฝรั่งเศส…

เพราะขึ้นชื่อว่า concept art เลยมักจะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง สถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง สุดแล้วแต่จินตนาการจะไปถึง เพราะฉะนั้น concept artist จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความสามารถในการหยิบเอาความเป็นจริงมาผสานกับจินตนาการ และยังต้องมีความเข้าใจทะลุปรุโปร่งในพื้นฐานของการวาดรูปแสงเงา กล้ามเนื้อ และ perspective ต่างๆ

-.เห็นว่าเป็นอาจารย์สอน Concept Art ด้วย แล้วสิ่งไหนของศาสตร์นี้ที่เราคิดว่าสอนหรือเรียน ได้ยากที่สุดครับ 

แน่นอนว่าคือการออกแบบครับ ไม่ว่าจะออกแบบอะไรก็ตาม จำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่มากกว่าคนทั่วไป ต้องเห็นเยอะ สังเกตเยอะ กล้าลอง กล้าทิ้ง ซึ่งเราสอนให้เค้าออกแบบได้ แต่ยากมากที่จะสอนให้นักเรียนออกแบบออกมาได้ดีมีเสน่ห์ ด้วยเวลาแค่ไม่กี่ครั้ง ผมใช้เวลาเกือบ 5 ปี ที่คิดว่าตัวเองเริ่มเกทไอเดียของการออกแบบ

เราสอนให้เค้าออกแบบได้
แต่ยากมากที่จะสอน
ให้นักเรียนออกแบบออกมาได้ดีมีเสน่ห์

ส่วนเรื่องพื้นฐานวาดรูป แสงเงา อนาโตมี่ พวกนี้ยังไม่ยากเท่าไหร่เพราะมีกฎเกณฑ์ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่พลิกแพลง ถ้าหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินตัว

-.เห็นมีทำพวกงานปั้นกับงาน 3D ด้วย คิดว่าการศึกษางานปั้นมีผลกับงานวาดของเราด้วยมั้ยครับ

มีผลเต็มๆ ครับ หลายๆ ครั้งผมจะปั้นดินเป็นคาแรกเตอร์ที่วาดออกมาแบบเร็วๆ ตัวนึงไม่เกิน 20 นาที เพื่อเช็คแสงเงา เพราะบางทีถ้าเราต้องมาจินตนาการแสงเงาทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่เกินกำลังเกินไป ที่สำคัญมากๆ คือ การปั้นมันจะช่วยให้เราเข้าใจรูปทรงสามมิติมากขึ้น จากที่เคยแต่วาด มองอะไรแบนๆ พอได้มาเห็นมันเป็นสามมิติหรือมองในมุมอื่นๆบ้างมันช่วยเพิ่มทักษะในการวาดให้เราจริงๆ นอกจากปั้น ผมยังชอบเก็บฟิกเกอร์ โครงกระดูก โมเดลต่างๆ เป็นเรฟเวลาวาดด้วย

-.ชอบ Concept Art ของภาพยนตร์หรือเกมเรื่องไหนมากที่สุดเพราะอะไรครับ

จริงๆ คือชอบหลายเรื่องมาก God of Wars, How to Train Your Dragon, Coco แต่ที่ชอบสุดแน่นอนว่าไม่พ้น The Lord of the Rings เรื่องโปรด ชอบสุดไม่ได้หมายความว่ามันดีที่สุดนะครับ แต่เราชอบเพราะเรื่องราว เพราะเพลง ทุกอย่างมันส่งเสริมกัน คงไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่านั้น 555

-.ถ้าให้เลือกทำ Concept Art รีเมคให้ภาพยนตร์ได้ 1 เรื่องจะเลือกทำเรื่องอะไรครับ

คงเป็น Percy Jackson ครับ เพราะเป็นเรื่องที่เราอ่านมาก่อน คาดหวังมาก เพราะชอบพวกเทพเจ้ากรีกด้วย แต่พอได้ดู แล้วภาพทุกอย่างมันไม่เหมือนที่คิดในทางที่ไม่ดี555555 ผิดหวังมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากทำใหม่ให้มันดีขึ้นครับ

-.สุดท้ายถ้าให้ต้องเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์สำคัญของภาพยนตร์ได้ 1 เรื่อง จะเลือกตอนไหนเพราะอะไรครับ

อันนี้ไม่ได้เป็นเหตุการณ์นะครับ แต่อยากไปอยู่ในจูราสสิคเวิลด์ อยากไปสวนไดโนเสาร์แบบนั้นมานานแล้ว แต่ขอไปวันที่ไดโนเสาร์ไม่แหกกรงออกมาละกัน

————————————

LET’S Time Line
ผลงานเก่าๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันของศิลปิน

อันนี้วาดตอนประมาณ 4-5 ขวบ เป็นช่วงที่ดู godzilla บ่อยมากกก ก็เป็นซีนการต่อสู้ของเหล่าสัตว์ประหลาด

ปราสาท neuschwanstein  วาดตอนป.5 ด้วยสีชอล์ก ส่งประกวดในวิชาศิลปะของโรงเรียน หัวข้อคืออะไรจำไม่ได้แล้ว น่าจะเป็นรูปแรกๆที่ได้วาดแลนสเคปและสถาปัตยกรรมแบบจัดเต็ม

The red incubus  ภาพนี้วาดปี 2016 ตอนเปิดเพจใหม่ๆ อยู่ประมาณปี 4 หลังจากที่เริ่มคล่องกับเม้าส์ปากกาแล้ว เป็นช่วงแรกๆ ที่เริ่มกล้าใช้สีแรงๆ จากที่ก่อนหน้าจะลงสีตุ่นๆ ทะมึนๆ

Primitive hunt ภาพนี้วาดในปัจจุบันปี 2020 หลังเรียนจบมาแล้วปีครึ่ง  เป็นซีนการล่ากิ้งก่ายักษ์ของมนุษย์โบราณ

————————————————

Artist Listening Inspiration
ช่วงเวลาทำงานศิลปินของเราฟังอะไรไปด้วย ?

เพลงชื่อ Time ของ Pink floyd

เป็นเพลงนึงของวงยุค 90 ที่ฟังมาตลอดหลายปีมานี้แต่ก็ยังไม่เบื่อ  เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกได้รับพลังงาน  รู้สึกฮึกเหิม 5555

———————————–

จบกันไปอีกสัปดาห์
หวังว่าสำหรับสาย Concept Art แบบจริงจัง เข้มๆ เน้นๆ
ก็น่าจะเต็มอิ่มกันไปไม่น้อยเลยนะครับผม

ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นอาร์ทติสท่านใด
ยังไงก็รอติดตามสปอยล์ทางเพจ Let’s comic เร็วๆ นี้ครับ

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และ ศิลปะ ที่เว็บ Plotter จ้าาา
แฮ่..

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic