Red Velvet เกิร์ลกรุปพราวเสน่ห์ ที่มีเบื้องหลังจากหนังสยองขวัญและคดีฆาตกรรม !?

974

บทความโดย โฮกปิ๊บ

สวัสดีพี่ๆ น้องๆ ชาว Potter ทุกๆ คนนะครับ วันนี้ก็มาพบกับโฮกปิ๊บกันอีกแล้ว ว่าแต่..เพื่อนๆ เคยสังสัยกันมั้ยครับว่าทำไมช่วงนี้สื่อโซเชี่ยลมีเดียร์ต่างๆ ถึงเต็มไปด้วย culture ต่างๆ ของเกาหลีเต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีย์ละคร ภาพยนต์ เสื้อผ้าแฟชั่น รวมไปถึงเพลงต่างๆ ด้วย ทำไมทุกคนถึงให้ความสนใจกับความบันเทิงและสื่อต่างๆ ของเกาหลีกันนะ?

คำตอบง่ายๆ เลย เป็นเพราะว่าประเทศเกาหลีใต้นั้นให้การสนับสนุนสื่อบันเทิงต่างๆ ทั้งจากหลายๆ ฝ่ายรวมไปถึงหน่วยรัฐบาลอีกด้วย โดยถ้าให้มองอีกแบบหนึ่ง อาจเป็นเพราะประเทศเกาหลีมองว่าสื่อบันเทิงสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคมให้พัฒนาขึ้นได้ยังไงล่ะครับ และสื่อบันเทิงที่เราเห็นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเพลง K-pop ที่ใครๆ หลายๆ คนให้ความสนใจอย่างมาก

วันนี้โฮกปิ๊บ จึงมาเชิญชวนชาว Plotter ทุกๆ คนเรียนรู้วัฒนธรรมสื่อบันเทิงต่างๆ ของเกาหลีผ่านวงไอดอลสาวเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง Red Velvet ที่แสนจะน่ารักและสดใส แต่ ! มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า เบื้องหลังเพลงและ MV เพลงต่างๆของวงนี้กลับได้รับอิทธิพลมาจากคดีฆาตกรรมและหนังสยองขวัญนั่นเองครับ !?

สมาชิกวงRed Velvet

วง Red Velvet เป็นเกิร์ลกรุ๊ปหญิงเกาหลีใต้ สังกัดค่ายเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2014 ด้วยซิงเกิล “แฮปปี้เนส” ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 4 คนครับ ได้แก่…

 

ไอรีน

เบจูฮยอน (배주현)

ตำแหน่ง : ลีดเดอร์,แร็ปเปอร์หลัก,นักร้องสนับสนุน และนักเต้นนำ

 

ซึลกิ

คังซึลกิ (강슬기)

ตำแหน่ง : นักร้องนำ, นักเต้นหลัก และเซนเตอร์ของวง

 

เวนดี้

ซนซึงวาน (손승완)

ตำแหน่ง : นักร้องเสียงหลัก

 

จอย

พัคซูยอง (박수영)

ตำแหน่ง : นักร้องเสริมและแร็ปเปอร์นำ ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่

 

ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 เยรี เป็นสมาชิกคนที่ห้าที่ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่ม

คิมเยริม (김예림)

ตำแหน่ง : นักร้องสนับสนุนและนักเต้นนำ

ด้วยคอนเซปของวงจะมีเพลงออกมาด้วยกัน 2 แบบซึ่งแบบแรกคือวงฝั่ง Red จะเป็น “เพลงแนวดนตรีเร็วเร้าอารมณ์” สาวๆ จะแสดงออกถึงความสดใสน่ารักและยั่วยวน และอีกฝั่งนึงคือ Velvet จะเป็นเพลงที่ว่าด้วย “เรื่องความโศกเศร้าเสียใจ” แต่อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่าความจริงนั้นแต่ละเพลงของวง Red Velvet มีที่มาจากหนังสยองขวัญและคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงต่างๆ รวมไว้ในเนื้อร้องและ MV อีกด้วย..

Reference & Symbolism

สำหรับชาว Plotter อย่างพวกเราแล้วนั้นหลายๆ ท่านที่กำลังวาดภาพหรือลงสีภาพอยู่คงจะมีเรื่องหนักใจในเรื่องการใช้สีและการหา Reference สำหรับงานต่างๆ อยู่ใช่มั้ยล่ะ ซึ่งสำหรับโฮกปิ๊บเองก็มีปัญหาเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน จนวันหนึ่งเพื่อนของโฮกปิ๊บก็แนะนำให้รู้จักกับวง Red Velvet เข้า

ซึ่งวงนี้นั้นมีจุดเด่นสำคัญของวงอยู่ที่ MV แต่ละเพลงนั้นมี Mood and Tone ที่น่าสนใจมาก ทั้งการจับคู่สีการเลือกใช้สีต่างๆ รวมไปถึงการจัด Art direction ของวงนี้เองถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

เราจึงจะมาวิเคราะห์ถึง การเลือกใช้สี การใช้ Reference ต่างๆ สำหรับ  MV เพลงรวมไปถึงสัญญะต่างๆ ที่สามารถทำให้พวกเราเห็นว่า การเสพสิ่งบันเทิง K-pop ก็สามารถทำให้เราพัฒนางานและฝีมือได้นะ !

 

Mood and Tone

เสน่ห์อีกหนึ่งอย่างที่น่าหลงไหลของวง Red Velvet นั่นก็คือ Mood and Tone ต่างๆ ใน mv ของแต่ละเพลง สิ่งที่สนใจในการเลือกใช้สีให้เข้ากับบทบาทของเพลง เช่น เพลง “Power Up” ซึ่งเป็นเพลง Summer Mini Album ที่เป็นเพลงแนว Uptempo Pop ผสมผสานกับซาวน์ดนตรี 8-bit มาพร้อมกับท่อนฮุกที่ติดหู และเนื้อร้องที่น่าตื่นเต้นทำให้เรารู้สึกถึงฤดูร้อนที่สนุกสนาน

อัลบั้มเพลง Summer Mini 

ซึ่งในมิวสิควีดีโอเพลงเต็มไปด้วยสีสันสดใสโดยการคุมโทนความเป็นโทนเย็นระหว่างสีฟ้าและสีเหลือง  ทำให้เรารู้สึกสดชื่นบวกกับความน่ารักของสาวๆ มาช่วยเพิ่มพลังปัดเป่าความร้อนของช่วงหน้าร้อนให้หายไป โดยในเพลงนี้หลังจากปล่อยออกมากระแสตอบรับได้ผลดีอย่างมากจนฮิตติดชาร์ตอันดับ 1 ใน ITunes กว่า 28 ประเทศเชียวนะ เพราะกระแสตอบรับดีขนาดนี้พวกเธอยังได้รับการขนานนามว่า Summer Queen เป็นราชินีแห่งฤดูร้อนกันเลยทีเดียว โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไปรับชมมิวสิควีดีโอเพลงได้ที่คลิปเลยครับ

 

Reference & Symbolism

เราจะเห็นได้ว่าวง Red Velvet นั้นให้ความสำคัญกับเรื่อง Mood and tone แล้ว ในมิวสิควีดีโอยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ Reference & Symbolism ซึ่งการใช้ Reference และสัญญะต่างๆ มาใช้ประกอบกับมิวสิควีดีโอเพลง เช่น เพลง Psycho เป็นเพลงแนวเออร์เบิน-ป๊อปจังหวะเร็ว ซึ่งผสมผสานเสียงร้องที่ไพเราะของห้าสาว อีกทั้งยังโดดเด่นตรงท่อนฮุกที่มีความติดหูและทำนองที่แตกต่างไปจากเดิม

เนื้อเพลงว่าด้วยเรื่องความรักที่อาจจะดูแปลกประหลาด แต่สุดท้ายก็สามารถยอมรับซึ่งกันและกันได้ โดยเพลงนี้ได้รับการแต่งโดย Yoo youngjin และ Kenzie ซึ่งทั้งคู่เป็นนักแต่งเพลงที่ไม่เปิดเผยตัวตน โดยในมิวสิควีดีโอเพลงจะสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกลึกลับ และ น่าหลงไหล แต่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าในความจริงแล้วนั้น เพลงนี้ได้รับอิทธิพลมาจากหนังแนวฆาตกรรม นั้นเอง

 

โดย Reference ที่ใช้กับมิวสิควีดีโอนั้นด้รับอิทธิพลมาจากหนังเรื่อง เรื่อง psycho (1960) และ จากหนังเรื่อง Black Swan (2010)

ฉากใน MV เพลง Psycho จะเห็นได้ว่า Reference ได้เอามาจากหนังเรื่อง psycho (1960)

เราจะสังเกตได้ว่ามิวสิควีดีโอเพลงนั้นคอมโพสบางช่วงจะมีความคล้ายคลึงกับแบบในภาพยนต์ เป็นเพราะผู้กำกับ mv วางแผนให้ตัวมีความคล้ายคลึงกับภาพยนต์ที่มีการพูดถึงความโรคจิตและลึกลับเหมือนกับชื่อของเพลง อีกทั้งนี้ mood and tone และคอสตูมต่างๆ ของมิวสิควีดีโอยังมีความใกล้เคียงกับหนังเรื่อง Black Swan ที่แฝงไปด้วย Symbolism หรือสัญญะต่างๆ ที่สามารถทำให้เราตีความได้ดีขึ้นด้วย

เราจะเห็นว่าได้ชัดเลยว่ากว่าจะเป็นมิวสิควีดีโอซักเพลงได้นั้น เราจำเป็นที่จะต้องศึกษางานและหา Reference ในการทำงานเราศึกษาแล้วเราสามารถนำมาต่อยอดกับผลงานของเราส่งผลให้งานของเรานั้นดูมีเสนห์มากขึ้นด้วยนะ สำหรับคนที่สนใจ ถ้าสนใจอยากรับฟังมิวสิควีดีโอสามารถเข้าไปดูที่คลิปได้เลย

 

Storytelling

หลายๆ คนอาจะยังไม่รู้ว่าเบื้องหลังหลายๆ มิวสิควีดีโอของ Red Velvet นั้นได้รับอิทธิพลมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือคดีลึกลับต่างๆ มากมายถึงแม้ว่าเราจะมองเห็นความสดใสหรือความสวยงามของมิวสิควีดีโอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มิวสิควีดีโอหลายๆ เพลงของได้สะท้อนและบอกเล่าโศกนาฏรรมต่างๆ จากเหตุการณ์จริง

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในวันที่ 16 เมษายน 2557 ที่เรือโดยสารเซวอล ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 475 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมทันว็อนในเมืองอันซัน(Ansan) ที่กำลังเดินทางจากเมืองอินช็อนไปทัศนศึกษาที่เกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ เกิดอับปางลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยมีผู้เสียชีวิต 188 คน สูญหาย 114 คน และรอดชีวิต 174 คน โดยมีผู้โดยสารรวม 476 คน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เป็นเด็กนักเรียน

โดยเรื่องที่เศร้าสลดเอามากๆ นั้นก็คือ ระหว่างที่เรือกำลังพลิกคว่ำและค่อยๆ จมลง ผู้ที่ติดอยู่ข้างในยังสามารถส่งข้อความทางโซเชี่ยลให้คนภายนอกได้ โดยข้อความเหล่านั้นเป็นข้อความบอกลาต่างๆ ที่เด็กนักเรียนเหล่านี้ส่งไปยังพ่อแม่ที่พวกเขาไม่สามารถกลับไปหาได้อีกแล้ว..

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่สร้างความโศกเศร้าให้กับพ่อแม่และประชาชนเกาหลีอย่างมาก Red Velvet เองจึงทำเพลงที่มีชื่อว่า “One Of These Nights” เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านมิวสิควีดีโอแสดงความเสียใจและถ่ายทอดเหตุกาณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเรือ

ภาพเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในวันที่ 16 เมษายน 2557 ที่เรือโดยสารเซวอล

โดยภาพที่ทุกคนถือเทียนนั้นหมายถึงการไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต แต่มีในภาพมีเพียงเยริผู้มีอายุน้อยที่สุดในวงโดนเบลอภาพออก นั่นเป็นเพราะเยริมาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น โดยเนื้อเพลงเป็นการพูดถึงเพื่อนที่จากไปในที่ไกลแสนไกลแล้วนั่นเอง

โดยเพื่อนสามารถเข้าไปรับชมมิวสิควีดีโอสามารถไปที่ชมได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับ

เมื่อเราพูดถึงเหตุการณ์ณีสะเทือนขวัญที่น่าเศร้าไปแล้ว เรามาดูเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องสยองขวัญกันบ้างดีกว่ากับเพลง “Peek-A-Boo”

ซึ่งเป็นเพลงเร็วและสนุกสนานมีเสียงบีททุ้ม แต่เต็มไปด้วยความน่ากลัวต่างๆ โดยในเพลงนี้นั้นเป็นการว่าด้วยเรื่องสาวๆ 5 คนจะทำการหาเหยื่อมาฆ่าทุกๆ 1 เดือนในคืนพระจันทร์เต็มดวง โดยเป้าหมายที่สาวๆ เหล่านี้มันจะเลือกนั่นก็คือ เด็กส่งพิซซ่า โดยเพลงๆ นี้ได้รับอิทธิมาจากลัทธิบูชาซาตานในอเมริกาจึงทำออกมาเป็นแบบแนวหลอนๆ และมีการใช้สีแดงเพื่อเป็นนัยยะแสดงถึงเลือด และซาตาน

โดยเพื่อนสามารถเข้าไปฟังเพลง “Peek-A-Boo” ได้ที่นี่เลยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับชาว Plotter ทุกๆ ท่าน เราจะเห็นได้ว่าการหา Reference และ สัญญะต่างๆ ในการทำงานนั้นจะช่วยดึงเสน่ห์ทำให้ผลงานของเราดูน่าสนใจมากขึ้นได้มากมายเลยนะครับ แถมยิ่งเป็นสัญญะที่ดูไม่น่าจะเอามารวมกันได้แบบนี้กลับกลายเป็นยิ่งน่าสนใจมากเข้าไปอีกด้วยใช่มั้ยครับ

โฮกปิ๊บหวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆ ได้รับไอเดียในการนำไปสร้างสรรค์ผลงานกันได้มากขึ้นนะครับ

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ในเว็บ Plotter ครับ

อ้างอิง

Shares