แนะนำการ์ตูน+นิยาย: “เพราะหัวใจใกล้ตับอ่อน” ชื่อแปลกจนงงว่า นี่หรือคือการ์ตูนรัก?

211

สวัสดีชาว Plotter ทุกท่านครับบบ เมื่อปี 2017 ยังพอจำกันได้ไหมครับว่ามันมีหนังญี่ปุ่นเรื่องนึงที่ได้ยินชื่อไทยแล้ว “เอ๊ะ… มันตั้งให้ดีกว่านี้ไม่ได้เหรอออ” หรือ “เอ๊ะ… ทำไมชื่อมันแปลกจัง? ชื่อแบบนี้จริงดิ?” ไปจนถึง “เอ๊ะ.. นี่หนังรักจริงหรอ ?”

แต่ถ้านึกไม่ออก(ก็ในหนึ่งปีมันมีหนังเข้าเยอะนี่เนอะ) ผมหมายถึง Kimi no Suizo wo tabetai(คิมิโนะ ซุยโซะ โวะ ทาเบะไต) หรือ “ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ”

บทความนี้จะได้ครบทั้งหนัง
การ์ตูนและนิยายกันเลยล่ะ

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ “Yoru Sumino”(โยรุ ซุมิโนะ) และใช่ครับผมเกริ่นนำด้วยหนัง แต่บทความนี้จะได้ครบทั้งหนัง การ์ตูนและนิยายกันเลยล่ะ เพราะผมจะพาไปเปรียบเทียบฉบับ อนิเมะ นิยาย และ ภาพยนตร์ กันครับ

Kimi no Suizo wo Tabetai หรือตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ ว่าด้วยเรื่องราวของ “ผม” ชายหนุ่มที่ไม่แยแสโลก ที่บังเอิญไปเจอกับ “บันทึกร่วมโรค” สมุดบันทึกประหลาดๆ ของ “ซากุระ ยามาอุชิ” ที่เธอตัดสินใจบันทึกเรื่องราวของเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะตายด้วยโรคตับอ่อน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่แทนที่ “ผม” จะอ่านแล้วเกิดความเห็นใจและเศร้าเสียใจกับชะตาชีวิตของเธอ กลับกลายเป็นว่าเขาไม่แสดงอาการหรือสีหน้าใดๆ ออกมาเลย ซากุระ จึงตัดสินใจใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่นี้กับ “ผม” เพื่อให้เขาได้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น

มังงะฉบับแปลไทยกำลังจะมา?

จริงๆ ผมเองก็หาเหตุผลอยู่นานเหมือนกันว่าทำไมต้องหยิบ “ตับอ่อน”(ขอเรียกสั้นๆ แบบนี้แล้วกันเนอะ) มาพูดถึงในช่วงนี้ทั้งๆ ที่หนังก็เข้าฉายไปตั้งแต่ปี 2017 แล้วนี่นา แถมก็มาพร้อมนิยายเลยด้วย และอนิเมะก็ฉายไปเมื่อปี 2018

ซึ่งเอาจริงๆ เนี่ยตัวผมเองก็ทั้งอ่าน ทั้งดูหนัง ทั้งดูเมะ จนครบไปหมดแล้ว ก็เลยอยากจะเขียนเปรียบเทียบหน่อยว่าต่างกันอย่างไรบ้างแค่นั้นจบ แต่…วันก่อนดันเลื่อนเฟซบุคไปเห็นข่าวจาก NED ก็ทำเอาตื่นเต้นขึ้นมาเลย เพราะเมื่อวันที่ 13 มีนาคมทางเพจ NED ประกาศลิขสิทธิ์ใหม่ถึง 4 เล่มด้วยกัน

ภาพจากเฟซบุค NED Club

และแน่นอนว่า 1 ในนั้นคือ “ตับอ่อน” นั่นเอง โดยฉบับมังงะจะได้ อิซูมิ คิริฮาระ (Idumi Kirihara)มาวาดให้ครับ และนอกจากตับอ่อนแล้วยังมี Mata, Onaji Yume Wo Miteita(มาตะ โอนะจิ ยูเมะ โวะ มิเทอิตะ) หรือ “ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว” อีกหนึ่งเรื่องราวจากปลายปากกาของ โยรุ ซุมิโนะ เช่นเดียวกับ ตับอ่อน

ก็จะออกฉบับมังงะแปลไทยด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการเตรียมตัวรออ่านฉบับมังงะอีกครั้งเรามาทวนความจำและเปรียบเทียบกันครับว่าแต่ละฉบับแตกต่างกันแค่ไหนยังไงบ้าง?

ทำไมต้องชื่อ “ตับอ่อน” ?

ต้องบอกก่อนว่าเริ่มรู้จัก “ตับอ่อน” จากฉบับภาพยนตร์ก่อน จากนั้นถึงตามอ่านนิยายจนจบและมาดูอนิเมะต่อในปีถัดมา ซึ่งฉบับภาพยนตร์ค่อนข้างโดนใจผมเลยทีเดียวล่ะ ความรู้สึกหลังดูจบมันเหมือนเราได้เห็นต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวต้นหนึ่งที่ถูกแช่แข็งไว้ค่อยๆ ละลายและเบ่งบานออกมาเป็นต้นซากุระยังไงอย่างงั้นเลย

เอาล่ะแต่ก่อนจะไปดูความแตกต่างเรามาไขข้อสงสัยกันก่อนว่าทำไมต้องชื่อ “ตับอ่อน” จริงๆ ก็ง่ายๆ ครับชื่อมันตามตัวเลย Kimi no Suizo wo Tabetai เนี่ยมันแปลเป็นภาษาไทย(ตาม Google Translate)ได้ว่า “ฉันต้องการที่จะกินตับอ่อนของคุณ”

แต่…ถ้าคิดว่าเออกูเกิ้ลเชื่อได้หรอ งั้นมาดูที่ชื่ออังกฤษกันครับ ชื่ออังกฤษของ Kimi no Suizo wo Tabetai มีชื่อว่า Let Me Eat Your Pancreas “ให้ฉันกินตับอ่อนของเธอเถอะนะ” (Pancreas แปลว่า ตับอ่อน) หรือชื่อแบบตรงตัวเลยจะชื่อว่า I Want to Eat Your Pancreas “ฉันต้องการที่จะกินตับอ่อนของคุณ”(ซึ่งฉบับอนิเมะก็ใช้ชื่อนี้เช่นกัน) เพราะงั้นชื่อไทยก็แปลตัวตัวเป๊ะๆ และชัดเจนตามชื่อต้นฉบับนั่นเองครับ (โดยฉบับภาพยตร์จะใช้ชื่อไทยว่า ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ แต่ฉบับอนิเมะจะใช้ชื่อว่า เพราะหัวใจใกล้ตับอ่อน)

ชื่อไทยก็แปลตัวตัวเป๊ะๆ
และชัดเจนตามชื่อต้นฉบับนั่นเองครับ

อะแต่เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะคิดว่า เอ๊าา ก็หนังต่างประเทศบางเรื่องมันก็ไม่ได้แปลตามทับศัพท์ป้ะ ! ขนาด X-Men: The Last Stand ยังรวมพลังประจัญบานเลยยย ! …

“ตับอ่อน” สามารถสื่อถึงเรื่องนี้ได้ดีที่สุดแล้ว

ก็ใช่ครับแต่ส่วนใหญ่ชื่อไทยมันก็สอดคล้องกับเนื้อหาของหนังแหละนะ และใช่แล้วครับเพราะว่า “ตับอ่อน” สามารถสื่อถึงเรื่องนี้ได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่เพียงเพราะว่านางเอกของเรื่องป่วยเป็นโรคตับอ่อน หากแต่เธอดันไปเจอความเชื่อที่ว่าในสมัยโบราณหากอวัยวะไหนกำลังจะเสื่อมให้กินอวัยวะนั้นเข้าไปเพื่อเป็นการรักษาโรค และเธอยังเชื่อว่าการกินตับอ่อนจะทำให้ดวงวิญญาณของ (อันนี้ไม่สปอยล์นะจ้ะ) เจ้าของตับอ่อนจะคงอยู่กับคนที่กินตับอ่อนตลอดไป และเพราะฉะนั้น มันจึงจำเป็นที่จะต้องมีคำว่า “ตับอ่อน” อยู่ในชื่อเรื่องด้วยนั่นเอง

ปกนินยาย โปสเตอร์ฉบับภาพยนตร์ โปสเตอร์ฉบับอนิเมะ ของไทย

ตัวเอกผู้ไม่มีชื่อ

ลูกเล่นที่น่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวละครครับเพราะเนื้อหาเนี่ยมันจะดำเนินเรื่องไปตามตัวเอกของเรื่องซึ่งตลอดเวลาที่เราอ่าน หรือดูก็ตาม เราจะไม่รู้จักชื่อพระเอกของเรื่องเลยครับ ราวกับว่าผู้เขียนต้องการที่จะให้ผู้อ่านหรือผู้ชมเนี่ยเป็นตัวเอกของเรื่องที่จะค่อยๆ ทำความรู้จักกับนางเอกไปเรื่อยๆ

แต่… มันก็ไม่ใช่จะไม่รู้จะไปจนจบเรื่องหรอกนะ เพราะในตอนท้ายเนื้อเรื่องก็จะผลักให้เรากลายเป็นผู้เฝ้าดูอย่างแท้จริง พร้อมกับเผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวละครและชื่อของพระเอก เอาล่ะ… เรามาทำความรู้จักกับตัวละครของเรื่องนี้กันดีกว่าครับ และตัวละครหลักๆ ของเรื่องจะมีเพียงแค่ 3 ตัวประกอบไปด้วย

“ผม”

ภาพยนตร์รับบทโดย ชุน โอกุริ(ตอนโต) และ ทาคุมิ คิตามุระ(ตอนวัยรุ่น)/ อนิเมะให้เสียงพากย์โดย มาฮิโระ ทาคาซึกิ

ตัวละครหลักของเรื่องที่มีคาแรคเตอร์แบบคนไม่สนโลก ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยที่ไม่สนใจใครเลยจนกระทั่งเขาเก็บสมุดบันทึกประหลาดๆ เล่มหนึ่งที่ปกเขียนว่า “บันทึกร่วมโรค” ได้ก่อนจะพบว่าเจ้าของบันทึกเล่มนั้นคือหญิงสาวสุดฮอตประจำห้อง “ซากุระ ยามาอุชิ” หญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับตับอ่อน และกำลังจะตายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเธอตัดสินใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร(ยกเว้นครอบครัวของเธอ)และบันทึกการใช้ชีวิตและการมีอยู่ของเธอลงบนบันทึกร่วมโรคเล่มนั้น ทว่า “ผม” ก็ดันไปเจอบันทึกเล่มนี้ซะได้

ซากุระ ยามาอุชิ

ภาพยนตร์รับบทโดย มินามิ ฮามาเบะ/ อนิเมะให้เสียงพากย์โดย ริน(Lynn)

ซากุระ ยามาอุชิ หญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับตับอ่อนและเธอรู้ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเธอก็ต้องจากโลกนี้ไป เธอจึงตัดสินใจเขียนบันทึกร่วมโรคขึ้นมา เพื่อบันทึกช่วงเวลาดีๆ และการมีอยู่ของเธอเอาไว้จนวินาทีสุดท้าย เธอไม่บอกเรื่องโรคนี้กับใครเว้นแค่ครอบครัวของเธอ เพราะเธอต้องการให้ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกับเธอดั่งคนปกติ และเธอรู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป เพื่อนๆ จะเสียใจ จนเข้าหาเธอด้วยสีหน้าที่อมทุกข์

กระทั่งเธอได้เจอกับชายคนหนึ่งที่เก็บบันทึกเล่มนั้นของเธอได้ ก่อนที่เธอจะพบว่าผู้ชายคนนี้เย็นชาไร้หัวใจ แต่ก็..ช่างโดดเดี่ยวและน่าสงสาร เธอจึงตัดสินใจยอมให้ “ผม” เป็นอีกหนึ่งคนนอกจากครอบครัวของเธอที่รู้ความลับนี้ และ ใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่กับ “ผม” ที่แม้จะรู้ความลับของเธอแต่ก็ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เลยแม้แต่น้อย ซึ่งนิสัยของเธอนั้นร่าเริงและแทบจะเป็นขั้วตรงข้ามกับ “ผม” โดยสิ้นเชิง

เคียวโกะ

ภาพยนตร์รับบทโดย เคย์โกะ คิตากาวะ และ คาเรน โอโตโมะ/ อนิเมะให้เสียงพากย์โดย ฟูจิอิ ยูกิโยะ 

เคียวโกะ คือเพื่อนสนิทของ ซากุระ เธอเป็นห่วงซากุระมากกว่าใครอื่น และเธอจะคอยดูแล ซากุระอยู่เสมอๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่อง “ผู้ชาย” ใครก็ตามที่จะเข้ามายุ่งกับซากุระล่ะก็ เคียวโกะจะคอยตามเช็คว่าเขาคนนั้น คู่ควรกับซากุระหรือไม่ !

ความเหมือนที่แตกต่าง

เอาล่ะรู้จักตัวละครไปแล้ว เนื้อเรื่องย่อก็รู้แล้ว ที่มาของชื่อก็รู้แล้วที่นี้มาดูกันครับว่า อนิเมะ นิยาย และภาพยนตร์ ต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ต้องเกริ่นก่อนว่าในช่วงปี 2016 มาจะเห็นว่านิยายญี่ปุ่นถูกหญิงมาทำเป็นภาพยนตร์ แล้วเอามาเข้าฉายในไทยค่อนข้างเยอะมากๆ เลยทีเดียวตั้งแต่

if cats disappeared from the world – ถ้าแมวตัวนั้น หายไปจากโลกนี้(2016)

Tomorrow i will date with yesterday’s you – พรุ่งนี้ผมจะเดทกับเธอคนเมื่อวาน(2016)

Laplace’s witch(ดัดแปลงจากนิยายในชื่อเดียวกันของ เคโกะ ฮิคาชิโนะ: ไม่มีฉบับแปลไทย)(2018)

The Travelling Cat Chronicles – ผม แมว และการเดินทางของเรา(2018)

Cafe funiculi funicula – เพียงช่วงเวลากาแฟยังอุ่น(2018)

ซึ่งบางเรื่องฉบับนิยายและฉบับภาพยนตร์ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางเรื่องก็ดัดแปลงไปกว่า 80% ได้ “ตับอ่อน” เองก็เช่นกันครับที่ ฉบับภาพยนตร์ มีการปรับเปลี่ยนและดัดแปลงทั้งวิธีการเล่า และแต่งเติมเนื้อเรื่องที่ไม่มีในนิยายขึ้นใหม่ ในขณะที่ ฉบับอนิเมะ มีการเล่าแบบเคารพต้นฉบับนิยายมากที่สุด แต่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาในตอนจบของเรื่องอยู่เล็กน้อยให้มีรสชาติที่แตกต่างออกไป แล้วมันแตกต่างยังไงบ้าง?

บางเรื่องฉบับนิยายและฉบับภาพยนตร์ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางเรื่องก็ดัดแปลงไปกว่า 80%

ฉบับภาพยนตร์: จากที่เห็นโฉมหน้าของตัวละครและนักแสดงที่มารับบทไปแล้วจะเห็นว่าฉบับภาพยนตร์จะมีนักแสดงสองคนด้วยกัน นั่นเพราะว่า ในฉบับภาพยนตร์นั้นมีการเพิ่มเติมเนื้อหาฉบับช่วงวัยผู้ใหญ่เข้ามาจากฉบับนิยายนั่นเองครับซึ่ง ทั้งนี้การเพิ่มเนื้อหาช่วงผู้ใหญ่เข้ามานั้นเพื่อเป็นการเปลี่ยนมุมมองการเล่าของหนัง และเพิ่มช่วงผ่อนอารมณ์ให้กับคนดู อีกทั้งยังทำให้เห็นว่าแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตามบางความทรงจำบางเรื่องราวจะยังคงสร้างความเจ็บปวดให้คุณได้เสมอ และจะมีใครบางคนที่กระตุ้นให้เราหันไปมองตัวเองในอดีต

ในฉบับภาพยนตร์นั้นมีการเพิ่มเติมเนื้อหาฉบับช่วงวัยผู้ใหญ่เข้ามาจากฉบับนิยายนั่นเอง

นอกจากเนื้อหาที่เพิ่มเติมเข้ามาแล้ว มุมมองความสัมพันธ์ก็แตกต่างกับฉบับนิยายอย่างค่อนข้างชัดเจน และฉบับภาพยนตร์ยังมีการสานต่อความสัมพันธ์ให้กับตัวละคร เพิ่มเข้าไปด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นทำให้ตัวละครบางตัวในฉบับนิยายมีบทบาทและมีความสำคัญเพิ่มขึ้น

ฉบับอนิเมะ: ตามที่เกริ่นไว้ครับว่าฉบับอนิเมะนั้นจะเล่าแบบเคารพต้นฉบับมากที่สุด เรียกว่าแทบจะถอดแบบออกมาจากนิยายเลยเพียงแต่ว่ามีการปรับเปลี่ยนตอนสุดท้ายไปเล็กน้อยโดยการเลือกที่จะจบแบบไม่สานต่อความสัมพันธ์ให้กับตัวละครและให้ตัวละครได้ทำในสิ่งที่ตั้งเป้าไว้จนลุล่วงเท่านั้น ซึ่งฉบับอนิเมะมีการให้ความสำคัญกับเหตุการณ์เล็กๆ (ที่จะเชื่อมโยงไปสู่เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง) ที่ถูกโยนทิ้งไว้ในต้นเรื่องของฉบับนิยายอยู่พอสมควร ซึ่งมันค่อนข้างสร้างอิมแพคให้กับเนื้อเรื่องและผู้ชมเป็นอย่างมากในภายหลัง

ฉบับอนิเมะมีการให้ความสำคัญกับเหตุการณ์เล็กๆ ที่ถูกโยนทิ้งไว้ในต้นเรื่องของฉบับนิยายอยู่พอสมควร

ทั้งนี้ฉบับอนิเมะและนิยายจะทำให้ตัวละครบางตัวหมดความสำคัญและกลายเป็นเพียงแค่ตัวประกอบที่ออกมาแค่เรียกเสียงฮาเฉยๆ เพียงเท่านั้น

รวมไปถึงมุมมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างคู่พระนางเองก็ค่อนข้างชัดเจนตามฉบับนิยายมากๆ ค่อนข้างผิดกับฉบับภาพยนตร์ที่ตีความความสัมพันธ์ของคู่นี้ไปอีกทิศทางหนึ่ง

.

.

.

อย่างไรก็ตามทั้งฉบับภาพยนตร์และฉบับอนิเมะนั้นจะมีการเปลี่ยนลำดับการเล่าเรื่องใหม่ ในขณะที่ฉบับนิยายจะเปิดเรื่องด้วยการกระแทกอารมณ์คนอ่านก่อน แล้วค่อยๆ เผยให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครไปเรื่อยๆ และจากการเปรียบเทียบนี้เองจะเห็นว่าฉบับภาพยนตร์นั้นจะมีการขยายความสัมพันธ์ของตัวละครและปรับให้ตัวละครมีความโดดเด่นและเชื่อมโยงการมากยิ่งขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ของกลุ่มตัวละครหลักของเรื่องนั้นสมบูรณ์ที่สุด

และนี่ก็คือความแตกต่างของ ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ ทั้ง 3 ฉบับครับก็สำหรับคนไทยเตรียมตัวพบกับฉบับมังงะได้เร็วๆ นี้แล้วลองมาดูว่ามันจะแตกต่างไปจากทั้ง 3 ฉบับนี้หรือเปล่า? และมันจะได้อารมณ์แค่ไหนกันนะ?

หรือใครอยากชมภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายของคุณ โยรุ ซูมิโนะ อีกล่ะก็ ส.ค. นี้ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมี Blue, Painful, and Brittle หรือ สองเรา เจ็บปวด เปราะบาง ให้ได้ชมกันด้วยครับระหว่างนี้ก็สามารถหานิยายฉบับแปลไทยมาอ่านรอกันไปก่อนได้นะ

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ การ์ตูน และศิลปะที่เว็บ Plotter ครับบ

อ้างอิง:

  • http://asianwiki.com/Let_Me_Eat_Your_Pancreas
  • https://www.facebook.com/nedcomics/

 

Shares