โรคนางเอก

166

โดย ธนพัฒน์ ชูวาธิวัฒน์

ร้อยวันพันปีเรื่องราวของโรคภัยไข้เจ็บก็ยังคงวนเวียนอยู่บนโลกใบนี้ เป็นปัญหาที่มนุษย์เราต้องประสบพบเจออยู่เสมอ ซึ่งบรรดาโรคภัยทั้งหลายทั้งปวงอาจเกิดขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติก็เป็นได้ เมื่อมีเกิดก็ต้องมีตาย สบายดีมีความสุขก็ต้องมีความทุกข์เจ็บป่วย เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

แต่ที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่งก็คือ โรคภัยไข้เจ็บนั้นมักถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นสำคัญในหนัง ไม่ว่าจะเป็น จุดเริ่มต้นของเรื่องราว จุดไคลแมกซ์ หรือกระทั่งจุดหักมุม และตอนจบของเรื่อง และโรคต่างๆ ก็มักจะเกิดขึ้นกับเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะมาจากเหตุผลที่ว่า เพศหญิงนั้นถูกมองเป็นเพศอ่อนแอก็เป็นได้

ดังนั้น ผมจึงขอวินิจฉัยโรคที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์เหล่านี้ ว่าสามารถจัดเข้ากลุ่มของ “โรคนางเอก” อย่างไม่ต้องสงสัย

โรคนางเอกที่แพร่ระบาดในโลกภาพยนตร์นั้นมีอะไรบ้างไปดูกัน…

 

หมวดหมู่ที่ 1 – โรคที่พบทางการแพทย์

คือโรคที่สามารถอ้างอิงและพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่โรคที่ยกตัวอย่างมาต่อไปนี้มักจะเป็นประเภทร้ายแรงถึงขั้น “เสียชีวิต” นั่นก็เพราะว่าหนังจะได้เรียกน้ำตาจากคนดูยังไงล่ะ?

 

โรคลูคีเมีย จากเรื่อง A Walk To Remember (2002)

ผู้ป่วย – เจมี่ ซัลลีแวนด์ (แมนดี้ มัวร์)

ประวัติและอาการ – เจมี ซัลลีแวนด์ นักเรียนสาวไฮสคูลที่เรียบร้อย เก็บตัว เธอเป็นลูกสาวของบาทหลวงในเมือง เป็นนักร้องเพลงกอสเพลในโบสถ์ นักแสดงละครเวทีของโรงเรียนและอุทิศตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แลนดอน คาร์เตอร์ (เชน เวสต์) คือเด็กเฮี้ยวประจำโรงเรียนที่สร้างปัญหาตลอดเวลา และแล้วโชคชะตาได้นำพาทั้งสองมาพบกัน กาลเวลาทำให้เจมี่และแลนดอนเริ่มสนิทสนมกัน และพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ความรัก ทว่าวันหนึ่งเจมี่ก็ต้องพบกับความจริงว่า เวลาในชีวิตของเธอเหลืออีกไม่นานนัก เพราะเธอเป็น “โรคลูคีเมีย”

ผลการวินิจฉัย – โรคลูคีเมียหรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว สาเหตุของการเกิดโรคนี้เชื่อว่ามีด้วยกันหลายปัจจัย ทั้ง พันธุกรรม กัมมันตภาพรังสี สารเคมี และอาจเกิดจากเชื้อไวรัสบางชนิดก็เป็นได้ อาการของโรคก็อาทิ มีแผลพุพอง มีไข้สูง เป็นหวัดเรื้อรัง ผู้ป่วยหลายรายอาจมีเลือดออกง่ายทางจมูกและตามไรฟัน อีกทั้งยังเกิดรอยช้ำตามตัวเป็นจ้ำๆ โดยไม่รู้สาเหตุ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอาการไม่เจริญอาหาร อ่อนเปลี้ย น้ำหนักลด และปวดกระดูก แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏในหนัง เนื่องจากลองนึกสภาพดูสิครับ ถ้านางเอกเกิดรอยจ้ำ ช้ำเลือดช้ำหนองคงดูไม่จืดแต่โดยรวมแล้วโรคนี้นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ข้อบ่งชี้ – คำคมในตอนท้ายเรื่องที่ว่า “ความรักนั้นเปรียบเสมือนสายลม คุณไม่สามารถมองเห็นมัน แต่คุณสามารถสัมผัสและรับรู้ถึงมันได้” ซึ่งสามารถเปรียบเทียบกับการมีอยู่ของไวรัสหรือเชื้อโรคได้เช่นกัน และถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะโดนถล่มเละจากนักวิจารณ์ แต่บรรดาผู้ชมกลับเทใจให้ โดยยกย่องว่าเป็นหนังรักโรแมนติกที่ใสซื่อบริสุทธิ์และบีบน้ำตามากที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว

 

โรคอัลไซเมอร์ จากเรื่อง A Moment of Remember (2004)

ผู้ป่วย – ซู-จิน (ซอน เย-จิน)

ประวัติและอาการ – ซู-จิน สาวสวยที่อกหักจากแฟนหนุ่ม และระหว่างที่กำลังเมามาย เธอก็มีโอกาสได้พบกับหนุ่มเซอร์ผู้คุมงานก่อสร้างอย่าง ชุล-ซู (จุง วู-ซุง) โดยบังเอิญ เมื่อฟ้าเป็นใจให้ทั้งสองได้เจอกันมากยิ่งขึ้น ก็เกิดตกหลุมรักและแต่งงานกันในที่สุด แต่หลังจากเข้าพิธีวิวาห์ไปไม่นาน เคราะห์ร้ายก็มาเยือนเมื่อฝ่ายชายได้แอบทราบความจริงว่า ซู-จิน เป็น “โรคอัลไซเมอร์” อันนำไปสู่บทสรุปที่เรียกน้ำตาในตอนท้าย

ผลการวินิจฉัย – เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุ พบในคนอายุน้อยได้แต่ไม่มากนัก โรคนี้ไม่สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ อาการเด่นของโรคอัลไซเมอร์คือ ความจำเสื่อม หลงลืม เรื่องที่ลืมจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันตัวอย่างในหนังเช่นนางเอกไม่สามารถจำชื่อของตนเองและจำไม่ได้ว่าใครคือคนรักของเธอ สาเหตุของโรคเกิดจากความผิดปกติในเนื้อสมอง โดยจะพบลักษณะที่สำคัญสองอย่าง คือกลุ่มใยประสาทที่พันกัน Neurofibrillary Tangles.และมีสาร Beta Amyloid ในสมอง ใยสมองที่พันกันนั้นทำให้สารอาหารไม่สามารถไปเลี้ยงสมอง และการที่สมองมีคราบ Beta Amyloid หุ้ม ก็ทำให้ระดับ acetylcholine สมองลดลง ซึ่งสาร acetylcholine มีส่วนสำคัญในเรื่องการเรียนรู้และความจำ

ข้อบ่งชี้ – ผู้ป่วยโรคนี้ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาการหลงลืมอาจนำไปสู่อันตรายได้รอบตัว หนำซ้ำยังเป็นโรคที่ทำให้คนรอบข้างทุกข์ทรมานใจได้มากที่สุด (ดังนั้นผู้ดูแลจึงควรระวังรักษาสุขภาพจิตของตัวเองด้วย) ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรู้จัก กระทั่งคนรัก ลองคิดดูสิว่าถ้าหากวันหนึ่งคนที่เคยรักกันมากที่สุด กลับทำเหมือนว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันจะทุกข์ใจและน่าเศร้าเพียงใดถ้าหากเกิดกับตัวคุณเอง

 

โรควัณโรค จาก ข้างหลังภาพ (๒๕๔๔)

ผู้ป่วย – คุณหญิงกีรติ (คารา พลสิทธิ์)

ประวัติและอาการ – พ่อของนพพรได้ขอร้องให้ นพพร (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) พา คุณหญิงกีรติ เที่ยวญี่ปุ่นเพราะตัวท่านนั้นแก่เกินกว่าจะไปไหนต่อไหน ที่นี่เองนพพรได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่สวยสง่า กิริยาวาจาสูงส่ง แม้นพพรจะรู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดีว่าเธอนั้นได้แต่งงานกับชายที่อายุคราวพ่อแล้วก็ตาม แต่ใจของเขาเฝ้ารอคอยว่าสักวันทั้งสองจะได้ครองรักกัน

หลายปีผ่านไป หลังจากเดินทางกลับมาเมืองไทย ท่านเจ้าคุณคู่ครองของคุณหญิงกีรติได้เสียชีวิตลง เธอกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง หลังจากนั้นสามปี นพพรก็เดินทางกลับมายังเมืองไทย นี่คือโอกาสของเขาที่จะได้แต่งงานกับหญิงที่เขาหลงรักมาตลอดชีวิต หากความรักของสุภาพสตรีวัย 42 กับบุรุษหนุ่มอายุ 29 นั้นมันจะราบรื่นได้หรือ ? ยิ่งไปกว่านั้น เวลาในบั้นปลายชีวิตของคุณหญิงกีรติกำลังจะหมดลงด้วยโรค “วัณโรค”

ผลการวินิจฉัย – วัณโรคเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยวัณโรคปอดโดยเฉพาะมีโพรงหนอง และวัณโรคกล่องเสียงจะมีเชื้อปริมาณมาก ดังนั้นจึงติดต่อรับเชื้อได้ง่ายโดยไม่รู้ตัวหากใกล้ชิดกับผู้ป่วย

ข้อบ่งชี้ – ปัจจุบันความก้าวหน้าของวงการแพทย์สามารถคิดค้นยารักษาวัณโรคได้แล้ว แต่ในยุคสมัยของเรื่อง ข้างหลังภาพ โรคนี้เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก ทำให้เรื่องราวความรักต่างวัยของนพพรและคุณหญิงกีรติยิ่งกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีทางออก

 

โรคอ้วน จาก โคเลสเตอรอล..ที่รัก (๒๕๔๗)

ผู้ป่วย – ลูกเกด (เมทินี  กิ่งโพยม)

ประวัติและอาการ เจษฎาภรณ์ (วัชระ ตังคะประเสริฐ) หนุ่มนักเรียนนอกที่กลับจากต่างประเทศพร้อมกับ นาเดีย สาวเพื่อนสนิท เมื่อเดินทางถึงบ้านเขาได้รับรู้ว่าจะต้องแต่งงานกับ ลูกเกด หญิงสาวที่เคยช่วยเหลือเขาจากการจมน้ำเมื่อสิบกว่าปีก่อน เพราะพ่อของเขาได้ให้สัญญาไว้ว่าโตขึ้นจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่แล้วเขาก็ช็อคสุดขีดเมื่อพบว่าลูกเกดคือสาวร่างตุ้ยนุ้ย เขาจึงขอยกเลิกการแต่งงานทั้งหมดทำให้ลูกเกดใจสลาย เธอเดินทางไปรักษาแผลใจที่อเมริกา ก่อนกลับมาในฐานะนางแบบอินเตอร์เพื่อแก้แค้นชายหนุ่มที่เคยปฏิเสธเธออย่างสาสม

ผลการวินิจฉัย – โรคอ้วนคือภาวะที่มีปริมาณไขมันในร่างกายมากกว่าปกติ เกิดขึ้นได้จาก 1.สาเหตุภายนอก คือการตามใจปากมากเกินไป กินมากเกินความต้องการของร่างกาย 2. สาเหตุภายใน จากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ 3. กรรมพันธุ์ ซึ่งความอ้วนยังบ่อนทำลายจิตใจของเจ้าของเรือนร่าง ทั้งนี้จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมักจะขาดความเชื่อมั่นในตนเอง แม้จะประสบความสำเร็จในด้านอื่นๆ ก็ตาม อีกทั้งผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานจะเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ และผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีอายุสั้นกว่าอายุเฉลี่ยของคนทั่วๆ ไป

ข้อบ่งชี้ – ควรรับประทานอาหารแต่พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป อีกทั้งถ้าหากเรากินอยู่อย่างถูกสุขลักษณะและถูกต้องตามหลักโภชนาการ ก็ย่อมปลอดภัยต่อการเกิดโรคอย่างแน่นอน

 

หมวดหมู่ที่ 2 – โรคจำพวกกึ่งจริงกึ่งนิยาย

โรคหมวดหมู่นี้จะมีความเป็นวิทยาศาสตร์ผนวกกับความเป็นนิยายที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง หรืออาจเป็นโรคที่ไม่ชี้ชัดในทางการแพทย์ซะทีเดียว

 

โรคเหงา / ซึมเศร้า จาก The Hours (2002)

ผู้ป่วย – เวอร์จิเนีย วูฟฟ์ (นิโคล คิดแมน), ลอร่า  บราวน์ (จูลี่แอนด์  มัวร์) และ แคริซซ่า เวจน์ (เมอร์ริล สตรีฟ)

ประวัติและอาการ – หนังเล่าเรื่องชีวิตของผู้หญิงสามคนในต่างกรรมต่างวาระที่มีความเหมือนกันคือ ความโศกเศร้า, ความเหินห่าง และการตามหาความรัก ในปี 1923 เวอร์จิเนีย วูฟฟ์ (นิโคล คิดแมน) นักเขียนหญิงต้องต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยทางจิตใจอยู่ตลอดเวลา เมื่อครั้งที่เธอสร้างตัวละครตัวหนึ่งนั่นคือ คาร์ริซซ่า ดอลเลอเวย์ และในปี 1950 ณ ชานเมืองแคลิฟอร์เนีย ลอร่า  บราวน์ (จูลี่แอนด์  มัวร์) ก็กำลังต่อสู้กับภาวะจิตตกอยู่เช่นกัน เธอพยายามจะจัดงานวันเกิดให้กับสามี แต่กลับไม่สามารถวางมือจากการอ่านหนังสือเรื่อง Mrs.Dalloway ได้และในแมนฮัตตันยุคที่เจริญแล้ว แคริซซ่า เวจน์ (เมอร์ริล สตรีฟ) เลสเบี้ยนซึ่งอาศัยอยู่กับคู่รัก และบุตรสาว ก็กำลังพยายามจัดงานปาร์ตี้ให้กับอดีตสามีของเธอที่ต้องตายด้วยโรคเอดส์ให้ได้

ผลการวินิจฉัย – ความเหงาเป็นอารมณ์หนึ่งของมนุษย์ที่รู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวไร้คนเหลียวแลได้เป็นบางครั้งบางคราวตามปรกติวิสัย แต่สำหรับกรณีนี้ เธอทั้งสามประสบปัญหาความเหงาอย่างรุนแรง หมกมุ่นครุ่นคิดจนอาจเรียกได้ว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะหนึ่งในนั้นเลือกจบชีวิตของตัวเองด้วยความตาย อีกสองคนก็จมอยู่ในห้วงของความทุกข์ที่ดูท่าว่าจะไม่มีทางรักษาเยียวยาได้เลย โดยคนรอบตัวก็อาจไม่รับรู้ถึงปัญหาได้เลยหากไม่มีการพูดคุยหรือแสดงออกมา

ข้อบ่งชี้ – ชีวิตคนเราต้องคอยหาความสุขใส่ตัวเสียบ้าง เพราะความสุขคือเกราะป้องกันความเหงาได้เป็นอย่างดี อย่ารอคอยคนอื่นมาให้ความสุขกับเรา เพราะไม่มีใครที่จะเข้าใจตัวเราได้มากเท่ากับตัวเราเอง และหากรู้สึกว่าความโศกเศร้าเหงาหงอยนั้นชักจะเรื้อรังถาวรขึ้นทุกที จนอาจนำไปสู่การดำดิ่ง ก็ควรจะเปิดอกพูดคุยกับคนที่ไว้ใจหรือปรึกษาจิตแพทย์

 

โรคเสพติดความเสี่ยง จาก Basic Instinct 2 Risk Addiction (2006)

ผู้ป่วย – แคทเทอรีน  ทราเมล (ชารอน สโตน)

ประวัติและอาการ – ดร.ไมเคิล กลาซ (เควิด มอร์ริสซีย์) คือจิตแพทย์หนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการสอบสวนและประเมินสุขภาพจิตของ แคทเทอรีน ทราเมล (ชารอน สโตน) นักเขียนนิยายลึกลับสาวสุดยั่วยวนที่เข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมนักกีฬาชื่อดัง แรกเห็นทั้งคู่ก็เกิดความปรารถนาซึ่งกันและกัน ยิ่งเวลาผ่านไป ไมเคิลยิ่งรู้สึกถลำลึกลงไปทุกวัน คนรอบๆ ข้างตัวเขาก็ล้มตายอย่างปริศนาไปทีละคน นำไปสู่เรื่องราวชิงไหวชิงพริบระหว่างไมเคิลและแคทเทอรีน ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตทั้งสองตลอดกาล

ผลการวินิจฉัย – ถ้าเราลองสำรวจลึกดู โรคเสพติดความเสี่ยงของแคทเทอรีนนั้นก็คล้ายเป็นโรคจิตเภทประเภทหนึ่งนั่นเอง จากการแสดงออกของเธอที่มักจะเลือกเหยื่อเพศชาย พยายามทำให้เหยื่อหลงเสน่ห์แล้วจัดการปั่นหัวเหยื่อ รวมไปถึงคนรอบข้างของเหยื่อ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอก็จะจัดการเหยื่อด้วยวิธีการที่แนบเนียนและเลือดเย็น โดยเรื่องราวในนิยายลึกลับของเธอนั้นเธอก็นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ มาเขียนนั่นแหละ

ข้อบ่งชี้ – นี่น่าจะเรียกว่า ‘โรคนางร้าย’ มากกว่า เพราะคนอย่างแคทเธอรีนนั้นจัดเป็นผู้ป่วยด้านจิตเภทที่ถือเป็น ”ตัวอันตราย” หรือภัยสังคมได้เลย แต่จะทำอย่างไรเมื่อกฎหมายทุกวันนี้ยังมีช่องโหว่ให้คนร้ายตัวจริงหลุดรอด เพราะเธอหลุดพ้นความผิดมาถึงสองคราแล้วนับตั้งแต่ Basic Instinct และ Basic Instinct 2 Risk Addiction แต่ก็คงยากที่จะมาก่อเหตุได้อีก เพราะความแป้กของรายได้หนังและความแห้งเหี่ยวไปตามกาลของ ชารอน สโตน

 

โรคแลมปิงตั้น จาก Last Holiday (2006)

ผู้ป่วย – จอร์เจียร์ เบิร์ด (ควีน  ลาติฟาห์)

ประวัติและอาการ – จอร์เจียร์ เบิร์ด เป็นเสมียนในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เธอเป็นคนขยันทำอาหาร ชอบดูรายการอาหารทางทีวี แต่อยู่มาวันหนึ่งเธอเกิดอุบัติเหตุหัวล้มฟาดพื้น จากการตรวจของแพทย์ยืนยันว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 3-4 สัปดาห์เท่านั้น เมื่อเห็นว่ายังไงก็คงต้องตาย เธอจึงทำทุกอย่างตามใจฝัน เช่น ไปพักโรงแรม 5 ดาว เข้าสปา เล่นสกี ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

ผลการวินิจฉัย – มีซะที่ไหนล่ะ! ไอ้โรคที่ว่าเนี่ย มโนกันขึ้นมาทั้งนั้น แต่ถ้าให้ลองวินิจฉัยจากอาการที่เกิดขึ้นในหนังแล้ว (ซึ่งอันที่จริงมันคือความลับของเรื่องบอกไม่ได้….อิอิ) มันอาจจะเป็นโรคที่เกิดจากความกระทบกระเทือนทางสมอง จนเส้นเลือดแดงและดำในสมองมาประสานเชื่อมขอดกันอย่างผิดปกติ อาจมีบางเส้นโป่งพองจนมีโอกาสแตกง่ายกว่าปกติ พบได้ทุกวัย อาการที่เป็นคือปวดหัวเป็นระยะๆ ซึ่งหากหลอดเลือดที่ผิดปกตินั้นได้รับการกระทบกระเทือนจนแตกขึ้นมา เลือดจะออกในสมองทำให้มีความดันในสมองสูง ปวดหัว อาเจียน มึน และถึงขั้นหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่ง ‘ความเครียด’ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ไปกระตุ้นให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ ด้วยเหตุนี้ การไปพักผ่อนคลายซะบ้างอย่างนางเอกในหนังจึงเป็นการลดความเสี่ยงได้ (แต่ก็ต้องมีตังค์ด้วยนะ ไม่งั้นกลับมาเครียดหนักกว่าเดิม)

ข้อบ่งชี้ –  คนเราควรทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า ชีวิตของเราจะเป็นเช่นไร เงินทองของนอกกายยังไม่ตายเราก็หาใหม่ได้ แต่เวลาที่เสียไปมันหวนกลับมาไม่ได้  ที่จริงแล้วหนังเรืองนี้เคยสร้างมาแล้วในปี 1950 ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ได้ดาราอย่าง ควีน ลาติฟาห์ มาโอบอุ้มหนังไว้ทั้งเรื่องด้วยเสน่ห์ของเธอ

 

โรคความจำชั่วข้ามคืน จาก 50 First Dates (2004)

ผู้ป่วย – ลูซี่  วิทมอร์ (ดรูว์ แบร์รี่มอร์)

ประวัติและอาการ – ลูซี่ วิทมอร์ คือสาวสวยผู้โชคร้าย ได้รับกระทบกระเทือนทางสมองจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ นับตั้งแต่วันนั้นเธอจะจดจำเรื่องราวได้เพียงหนึ่งวันและความจำทั้งหมดจะถูกลบหลังจากเธอนอนหลับ วันหนึ่งเธอได้พบกับ เฮนรี่ ร็อธ (อดัม แซนด์เลอร์) สัตวแพทย์หนุ่มที่หลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่ถ้าหากเขาอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ นั่นหมายความว่าเขาจะต้องทำให้เธอหลงรักเขาใหม่ซ้ำๆ ทุกวันเรื่อยไป

ผลการวินิจฉัย – นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่น่าสนใจ แต่ก็อีกเช่นกันว่ามันไม่มีจริงหรอกโรคนี้ ซึ่งจะว่าไป โรคนี้ก็เข้าข่ายโรคอัลไซเมอร์เช่นกัน แตกต่างตรงที่ผู้ป่วยสามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ทั้งหมด แต่จะลืมเหตุการณ์ทั้งหมดเกลี้ยงหลังจากนอนหลับ เรียกว่าเป็นอัลไซเมอร์แบบฉับพลันทันที หรือ ‘ความจำสั้น’ (แค่ 1 วัน) ก็ว่าได้

สาระที่ได้จากเรื่อง – ถ้ารักใครแล้ว เราพร้อมที่จะทำความรู้จักคนคนนั้นไปได้ชั่วชีวิตไหม ถ้าทำได้ นี่สิถึงเรียกว่า คู่แท้ ฟ้าดินสลาย (มาจากรักแท้ + แม้ฟ้าดินสลาย) มุขเชยแต่ก็น่ารักนะเธอ

โรคมนุษย์หมาป่า จาก Ginger Snaps (2000)

ผู้ป่วย – จิงเจอร์ (แคทเธอรีน อิซซาเบล)

ประวัติและอาการ – บริเจ็ตต์ และ จิงเจอร์ เป็นเด็กสาวที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ และมีบุคลิกผิดจากเด็กปกติทั่วไป พวกเธอหมกมุ่นอยู่กับเรื่องความตาย วันหนึ่งระหว่างที่ทั้งสองเดินผ่านป่า จิงเจอร์ถูกอะไรบางอย่างจู่โจมเข้าทำร้ายโดยที่บริเจ็ตต์ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่หนีเอาตัวรอดกลับบ้านมาได้ แต่ก็ต้องพบกับเรื่องประหลาด เมื่อแผลของจิงเจอร์หายเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นไม่นานจิงเจอร์ก็เปลี่ยนไป เธอกระหายอยากดื่มเลือด, อารมณ์ทางเพศแปรปรวน, และเริ่มมีประจำเดือน  ต่อจากนั้นไม่นานเธอก็กลายร่างไปเป็นบางสิ่งที่กระหายเลือด นั่นคือ……………………..หมาป่า

ผลการวินิจฉัย – หนังเรื่องนี้สามารถหยิบยกประเด็นที่ทำให้เกิดโรคได้อย่างน่าสนใจ เพราะว่าการที่จิงเจอร์กลายสภาพเป็นหมาป่าอาจจะมาจากเธอถูกหมาป่าทำร้ายในช่วงที่เธอเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ผนวกกับวันนั้นเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง มันจึงส่งผลข้างเคียงให้เธอกลายสภาพเป็นแบบนี้ ซึ่งที่จริงแล้วโรคมนุษย์หมาป่าจัดเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนเด่นบนโครโมโซม X พบได้น้อย ลักษณะทางกายภาพของโรคก็คือ จะมีขนรุงรังตามใบหน้า ลำตัวและแขนขาต่างหาก

ข้อบ่งชี้ – Ginger Snaps สามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความอึดอัดที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเด็กสาว กับเรื่องราวในตำนานที่น่ากลัวได้อย่างหลักแหลมลงตัว ถือเป็นหนังสยองขวัญยุคใหม่ที่ดูฉลาด และมีภาคต่อออกมาอีก 2 ภาค คือ Ginger Snaps: Beginner และ Ginger Snaps: Unleashed

 

เวปไซต์อ้างอิงข้อมูลทางวิชาการ

http://www.elib-online.com/

http://www.thailabonline.com/alternews7.htm

http://www.ipst.ac.th/

http://www.siamhealth.net

 

 

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก