ย้อนรอยนิตยสารนิยายภาพไทยสุดแนวในอดีต ! !

261

บทความจาก Let’s Comic ฉบับที่ 9 ฉบับ มิถุนายน 2553 โดย นิรวาณ คุระทอง 

ตั้งแต่เล็กจนโตเท่าที่ผมติดตามแวดวงการ์ตูนไทยมานั้น การ์ตูนแนวคอมิกส์ฝีมือคนไทยที่จัดทำออกมาในรูปแบบนิตยสารไม่เคยขาดไปจากแผงการ์ตูนบ้านเราเลย ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารอย่าง ไทยคอมิก กับนิตยสารรุ่นไล่เลี่ยกันเช่น เอ คอมิกซ์ ไล่จนถึงนิตยสารอายุสั้นอย่าง แอ้ดวานซ์คอมิกซ์ เรื่อยไปจนถึง เอ็ม คอมิกส์ เป็นต้น หรือที่หลายๆ คนเคยอาจได้สัมผัสในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่าง CX หรือ Fusion ไปจนถึงนิตยสารการ์ตูนไทยที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงที่คเกมออนไลน์ครองเมือง เช่น Seed นั่นเอง (หากอยากทราบรายละเอียดของนิตยสารเหล่านี้ติดตามได้ในหนังสือ ประวัติย่อการ์ตูนไทย ฮั่นแน่! มีแอบขายของ)…….

ซึ่งความพิเศษ(หรือเปล่า?)อีกอย่างของนิตยสารการ์ตูนที่จัดทำโดยคนไทยคือ ออกมาได้ไม่เท่าไหร่ก็จอดเสียแล้ว… ตามปกติก็อาจปิดตัวไปเมื่อครบปีหรือออกมาได้ห้าหกเล่ม บางรายออกมาได้แค่เล่มเดียวก็เดี้ยงเสียแล้ว อย่างเก่งหน่อยก็พออยู่ติดหูติดตาให้คนเห็นบนแผงสัก 3-4 ปี ดังนั้นใน ปัจจุบัน เจ้าไหนที่อยู่รอดมาได้เป็นสิบๆ ปีนี่ถือว่าแน่นะครับท่านผู้ชม (ฮา)

ว่าแล้วในครั้งนี้ก็อยากใช้พื้นที่อันมีค่าพามิตรรักนักอ่าน ย้อนอดีตไปดูนิตยสารการ์ตูนของคนไทยในอดีตที่ไกลขึ้นไปอีก !?! ที่มีแนวทางการนำเสนอที่แหวกแนว หมายยกระดับ และพัฒนาวงการ(ในยุคนั้นๆ) กันซักหน่อยดีกว่า……

—————————–

นิตยสารนิยายภาพ (จินดาสาสน์) / 2520

นิตยสารการ์ตูนไทยแนวลูกผู้ชายตัวจริงแห่งยุค 20

นิตยสารหัวนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงที่คุณ ราช เลอสรวง นักเขียนการ์ตูนไทยชั้นปรมาจารย์เจ้าของผลงานการ์ตูนบู๊อย่าง สิงห์ดำ ท่านได้หันเหตัวเองไปเป็นเป็นนายทุนจัดทำนิตยสาร แปลก, มหัศจรรย์ ให้กับสำนักพิมพ์ จินดาสาสน์  จนประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดัง  ในช่วงนี้เองท่านจึงมีความประสงค์จะยกระดับวงการและอาชีพนักเขียนนิยายภาพของไทยในขณะนั้น ด้วยการรวบรวมทีมงานนักเขียนนิยายภาพชั้นนำ มาจัดตั้งออฟฟิศสำนักงานชั้นดี เพื่อผลิตนิตยสารการ์ตูนฝีมือคนไทยนาม นิยายภาพ ออกมานั่นเอง

นิตยสารนิยายภาพ นี้มีขนาดไซส์ใหญ่กว่าบูมและซีคิดส์ในปัจจุบันเล็กน้อย หนา 32 หน้าวางแผงเป็นรายปักษ์ นิยายภาพในเล่มมักจะตีพิมพ์คราวละ 6 หน้า จัดทำโดย สกนธ์ แพทย์กุล ผู้เป็นลูกศิษย์ก้นกุฎิของคุณ ราช เลอสรวง นั่นเอง

โดยเล่มที่นำมาพูดถึงนี้เป็น ฉบับที่ 4 ปีที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2520 โดยมีนิยายภาพทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาวที่เด่นๆ ดังนี้   เรื่อง แค้น โดย ทอง ทวีพร เรื่องสั้นหักมุมเนื้อหากล่าวถึงชายหนุ่ม คนนึงที่กลับมาถึงบ้านและพบภรรยาสุดที่รักถูก ทรชนใจหยาบข่มเหงทั้งร่างกายและจิตใจ เขาจึงพาเธอออกล่าไอ้สารเลวคนนั้นเมื่อพวกเขาพบมันและชำระแค้นจนหนำใจแล้ว ระหว่างทางกลับเมื่อพบเจอคนนั่งผิงไฟอยู่หล่อนกลับบอกสามีของตนว่า “มันนั่นเอง….มันอยู่นั่นเอง!!”

แค้น โดย ทอง ทวีพร

ดูเหมือนการ์ตูนเรื่องสั้นเรื่องนี้จะดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นแนวหักมุมของฝรั่งเรื่องนึง เพราะเอกลักษณ์ของนิตยสารนิยายภาพนี้มักจะนำเรื่องสั้นของนักเขียนทั้งไทยและเทศมาถ่ายทอดเป็นการ์ตูน (โดยไม่ได้ขออนุญาตผู้แต่งอย่างเป็นทางการ) เพื่อเป็นการยกระดับและขยายฐานคนอ่านนั่นเอง เรื่องเด่นประจำฉบับอีกเรื่องก็น่าจะเป็น ผมชื่อเคน ผลงานการ์ตูนโดย ปรมาจารย์ จุก เบี้ยวสกุล  เนื้อหาคร่าวๆ กล่าวถึงหนุ่มบ้านนอกนาม เคน โคกสูง ที่ต้องรับหน้าที่นักสืบจำเป็น เรื่องนี้เท่าที่อ่านดูจะมีแก็กตลกสัปดนแทรกอยู่พอสมควร (แต่ก็คงเทียบไม่ได้กับการ์ตูนญี่ปุ่นแนวตลกทะลึ่งในปัจจุบันหรอกครับ(ฮา))

ผมชื่อเคน โดย  จุก เบี้ยวสกุล

อีกเรื่องในเล่มที่โดดเด่นก็เห็นจะเป็นเรื่องยาวจากฝีมือคุณ สกนธ์ แพทย์กุลเอง นั่นก็คือ เกาะอาธรรพณ์ เป็นเรื่องราวลึกลับที่เกิดบนเกาะแห่งหนึ่งที่ปมของเรื่องน่าจะอยู่ที่ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ทายาทมหาเศรษฐีที่มีความผูกพันกับเต่ายักษ์ประหลาดตัวหนึ่ง!……

เกาะอาธรรพณ์ โดย สกนธ์ แพทย์กุลเอง

นิตยสารนิยายภาพนี้เหล่าผู้จัดทำหมายจะให้เป็นการยกระดับและสร้างแนวทางใหม่ๆ ของวงการนิยายภาพไทยในยุคโน้น น่าเสียดายที่อาจจะไม่ตรงความต้องการของเหล่านักอ่านในสมัยนั้นเท่าไหร่นัก นิยายภาพจึงต้องยุติตัวเองไปอย่างรวดเร็วในปีถัดมา แม้ในภายหลังจะมีการจัดทำออกมาใหม่ก็ยังคงไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก ดังนั้นหลังจากนี้ไปการ์ตูนและนิยายภาพไทยแบบดั้งเดิมจึงค่อยๆ กลายพันธุ์ไปเป็นการ์ตูนเล่มละบาทที่เราคุ้นตากันนั่นเอง

การ์ตูนและนิยายภาพไทยแบบดั้งเดิม
จึงค่อยๆ กลายพันธุ์ไปเป็นการ์ตูนเล่มละบาท
ที่เราคุ้นตากันนั่นเอง

————————————–

หลายรส (บรรลือสาสน์) / 2524

เมื่อบรรลือสาสน์ออกการ์ตูนสะท้อนสังคม

คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันอาจคุ้นเคย กับ บรรลือสาสน์ ในฐานะเจ้าของนิตยสารการ์ตูนตลกอารมณ์ดีคู่ฟ้าเมืองไทยอย่าง ขายหัวเราะมหาสนุก แต่ใครเล่าจะรู้บ้างว่าในอดีตหลายสิบปีมาแล้วบรรลือสาสน์ก็เคยจัดทำนิตยสารนิยายภาพแนวสะท้อนสังคมออกมาด้วยเช่นกัน นิตยสารเล่มนั้นมีนามว่า หลายรส  จัดทำโดย นักเขียนการ์ตูนไทยผู้กลายเป็นตำนานนาม เตรียม ชาชุมพร เนื้อหาการ์ตูนส่วนใหญ่ในเล่มนั้นก็ออกจะเป็นแนวสะท้อนสังคม โดยในฉบับที่ 9 นั้นก็มีเรื่องสั้น ชีวิตกับความหวัง ผลงานการ์ตูนโดย จักรี เนื้อหากล่าวถึงครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดที่ในตอนท้ายพี่สาวคนโตของครอบครัวนี้ก็ถูกทรชนพรากชีวิตไป

ในอดีตหลายสิบปีมาแล้ว
บรรลือสาส์นก็เคยจัดทำนิตยสารนิยายภาพ
แนวสะท้อนสังคมออกมาด้วยเช่นกัน

ชีวิตกับความหวัง โดย จักรี

และ เกินกู่ก้องร้องหาความยุติธรรม โดย อ้อ อ่อนน้อม เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตคนชายขอบที่ต้องเผชิญความอยุติธรรมของราชการไทย

เกินกู่ก้องร้องหาความยุติธรรม โดย อ้อ อ่อนน้อม

ที่น่าตื่นเต้นกลับเป็นเรื่องสั้นสองเรื่องนี้เสียมากกว่า ผี โดย เฟน สตูดิโอ ใช่แล้วครับเรื่องสั้นแนวผีๆ ยุคแรกของพี่เฟนที่ในปัจจุบันเราจะรู้จักเขาในฐานะ นักเขียนขายหัวเราะเจ้าของผลงาอย่าง สาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่ นั่นเอง

ผี โดย เฟน สตูดิโอ

เมียพี่มีชู้ ผลงานของ ภักดิ์ เมืองไทย หรือ พี่ต่าย!

และอีกเรื่องที่เป็นไฮไลท์ คือ เมียพี่มีชู้ ผลงานของ ภักดิ์ เมืองไทย ที่ได้เห็นลายเส้นแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือผลงานชิ้นแรกๆ ของ ภักดี แสนทวีสุข หรือ พี่ต่าย! ที่เราหลงใหลในผลงานของเขาอย่าง ปังปอนด์ นั่นเอง

ในปัจจุบันนั้นนิตยสารหัวนี้ก็กลายเป็นตำนานไปแล้ว ดูเหมือนคนไทยเรานั้นดูจะพิสมัยกับเรื่องตลกโปกฮามากว่าเรื่องสะท้อนสังคมสะเทือนอารมณ์จริงๆ นะครับ……

—————————————————–

ยุทธจักรการ์ตูน (สำนักพิมพ์วิทวัส) / 2523

อหังการจอมยุทธ์ไทย

        เชื่อหรือไม่ว่าก่อนที่การ์ตูนจีนกำลังภายในจากฮ่องกงจะแทรกตัวเข้ามาอยู่บนแผงการ์ตูนเมืองไทยได้ในปัจจุบัน  ย้อนกลับไปเมื่อเมื่อช่วงยุค 80 เมื่อภาพยนตร์จีนกำลังภายในของ ชอวบราเดอร์เข้ามาอาละวาดในเมืองไทยเป็นว่าเล่น ฟากฝั่งทีวีก็มีหนังชุดกระบี่ไร้เทียมทานทำเอาชาวบ้านชาวช่องติดกันงอมแงม ดังนั้นก็ย่อมต้องมีชาวไทยหัวใสผลิตการ์ตูนที่อิงมาจากหนังจีนกำลังภายในเหล่านี้ขายด้วยเสียเลย !

หนึ่งในนิตยสารเหล่านั้นก็มี ยุทธจักรการ์ตูน ที่จัดทำโดยสำนักพิมพ์วิทวัส ร่วมอยู่ด้วยโดยทีมงานผู้วาดการ์ตูนในฉบับนั้นก็ไม่ใช่โนเนมที่ไหน พวกเขาก็คือ ประเสริฐ และ วิรัตน์ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานนิตยสารการ์ตูนฮีโร่ชื่อดังสมัยนั้นอย่าง ทีวีไลน์ และร่วมวาดการ์ตูนเด่นๆ อย่าง ซูเปอร์แมชชีน ไปจนถึง แอนดรอยด์ดราก้อน นั่นเอง เมื่อเห็นหนังจีนกำลังภายในสมัยนั้นไปได้สวยพวกเขาเลยแอบแวะมารับจ๊อบวาดการ์ตูนกำลังภายในขายกะเค้าด้วยเลย การ์ตูนในฉบับที่เด่นๆ มักจะเป็นการ์ตูนที่อิงมาจากหนังโทรทัศน์ที่กำลังฮิตๆ ในช่วงนั้นเช่น หงส์ผงาดฟ้า จอมโจรจอมใจ เป็นต้น……

จะเห็นได้ว่านิยายจีนกำลังภายในก็มีอิทธิพลต่อวงการการ์ตูนของไทยมานานแล้ว การ์ตูนไทยเรื่องฮิตอย่าง มีดที่สิบสาม เองก็มีอิทธิพลของเรื่องจีนกำลังภายในผสมอยู่ด้วยเช่นกัน

——————————————–

Smile Comics (บางกอกสาสน์) / 2537

จากนิตยสารการ์ตูนตลกสู่คอมิกส์ไทย

เผอิญผู้เขียนได้เจอนิตยสารหัวนี้ในแบบปรับโฉมใหม่ ซึ่งแต่เดิมนิตยสารการ์ตูนหัวนี้ใช้ชื่อว่า ขบวนการจี้เส้น วางแผงในรูปแบบ พ็อคเก็ตบุ้ค จัดทำโดย วัชรินทร์ เรียม และ ทีมงาน Friend Group ก่อนจะปรับเป็น นิตยสารในไซส์ แบบ Boom และ C-Kids ในเวลาต่อมา คงกะชนกับบูมและซีคิดที่เพิ่งออกในช่วงนั้นกระมัง?(ฮา) โดยฉบับที่นำมาพูดถึงนี้เป็นฉบับที่ 23 ปีที่ 2 พ.ศ 2539 คาดว่าคงเป็นนิตยสารรายปักษ์ โดยการ์ตูนเด่นๆ ในฉบับก็มี Black Moon โดย ธีรกุล สิงหะไชย การ์ตูนแนวแอ็คชั่นฮีโร่ที่ดูจะได้อิทธิพลจากการ์ตูนแนวบู๊ของทางญี่ปุ่นมาพอสมควร

Black Moon โดย ธีรกุล สิงหะไชย

เรื่องสั้นจบในเล่มอีกฉบับก็มี ผจญภัยในโรงเรียนผลงานการ์ตูน ของ โอฬาริก จารุวัฒน์ นักวาดคนนี้ถ้าใครเคยตามงานการ์ตูนไทยในบูมยุคแรกๆ คงพอคุ้นชื่อเขาบ้างล่ะ ไม่รู้เรื่องนี้ได้ต้นแบบมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องไหนหรือเปล่า? เพราะรู้สึกคุ้นๆ ยังไงไม่รู้

ผจญภัยในโรงเรียนผลงานการ์ตูน โดย โอฬาริก จารุวัฒน์

แต่ที่ได้ต้นแบบ(ก๊อป)มาของแท้แน่นอนคือเรื่องนี้ เจเจ ผจญภัย ที่ไปก้อปปี้ต้นฉบับมาจากการ์ตูนฝรั่งชื่อดัง ตินตินผจญภัย ตอนสำรวจดวงจันทร์ นั่นเองเหมือนกันเด๊ะเลย (ฮา)

 เจเจ ผจญภัย

นิตยสารหัวนี้ดูมีความพยายามที่จะปรับปรุงตนเองให้โดดเด่นติดตานักอ่าน แต่น่าเสียดายดูท่าจะจับทางตนเองไม่ได้ก็เลยกลายเป็นนิตยสารการ์ตูนฝีมือคนไทยที่หายสาปสูญไปอีกเล่ม…….

————————————————–

เมื่อดูจากนิตยสารการ์ตูน(เท่าที่รวบรวมมาได้)เหล่านี้ ก็จะเห็นว่าบรรดานักจัดทำและนักวาดการ์ตูนชาวไทยเอง ก็มีความพยายามลองผิดลองถูกทดลองทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันให้วงการการ์ตูนบ้านเรากันมาตั้งแต่อดีตแล้ว เพียงแต่อยู่ที่นักอ่านบ้านเรานี่แหละครับ ที่จะเป็นผู้ตัดสินชะตาของหนังสือเลห่านี้ว่าจะอยู่รอดได้นานแค่ไหนและในรูปแบบไหนต่อไปนั่นเอง

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวของ การ์ตูน ศิลปะ และภาพยนตร์ได้ที่เว็บ Plotter ครับผม

—————————————–

ข้อมูลบางส่วนจาก หนังสือตำนานการ์ตูน โดย จุกเบี้ยว สกุล

ปล.เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นลองมาดุ Time Line นิตยสารการ์ตูนไทยตั้งแต่ปี 2460 จนถึงปี 2562 ที่จัดทำโดย บ้านการ์ตูนไทยกันที่ลิงก์นี้: http://bit.ly/2QpaESi เพิ่มเติมได้เลยครับ

อ้างอิงจากหนังสือ Let’s Comic ฉบับที่ 9

Shares