เจาะเวลาย้อนดู 9 นิตยสารการ์ตูนไทยร่วมสมัย ส่งท้ายปี 2019 ! !

520

บทความโดย นิรวาณ คุระทอง จาก Let’s Comic ฉับที่ 39: Let’s 9th Anniversary

เผลอแป๊บเดียวจะขึ้นปีใหม่อีกแล้ววว
เนื่องด้วยในโอกาสใกล้จะถึงปีใหม่นี้ ถือโอกาสพานักอ่านทั้งขำประจำ ขาจร ชาว Plotter หรือใครก็ตามที่แวะเวียนเข้ามาหาบทความเพลินๆ ย้อนวันวานนั่งอ่านส่งท้ายปี 2019 พาทุกท่านย้อนไปดู 9 นิตยสารการ์ตูนไทยร่วมสมัย ที่เคยโลดแล่นและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในวงการบ้านเรากันดีกว่าครับ !

 

นิตยสารสวนเด็ก (2532)

หนึ่งใน นิตยสารที่จัดทำโดย สำนักพิมพ์ บรรลือลือสาสน์ เจ้าพ่อการ์ตูนตลกขำขันไทย นั่นเอง
โดยแนวทางของนิตยสาร เล่มนี้ เป็น นิตยสารการ์ตูน+สาระและความรู้ โดยในเล่มก็มีการ์ตูนชุดที่มีตัวละครและมาสคอตของนิตยสาร นามว่า มังกี้ เป็นตัวชูโรง นอกจากนี้ก็ยังมี สาระ เกร็ดความรู้ นิยายวิทยาศาสตร์มากมาย และนิยายภาพประจำฉบับจากนักเขียนมากหน้าหลายตา

ซึ่งมีนักเขียนหลายๆ ท่าน ที่สร้างชื่อกับ นิตยสารหัวนี้ ไม่ว่าจะเป็น อธิฐาณ วงศสานศรี, ผดุง ไกรศรี(พี่เอ๊าะจากหนูหิ่น), พี่แก็ก (มังกี้) และ นิตยสารหัวนี้ ยังเป็นแหล่งงานท้ายๆ ของ คุณ เตรียม ชาชุมพร นักวาดในตำนานก่อนที่ท่านจะ ประสบอุบัติเหตุถึงแก่กรรม เมื่อช่วงปี 2533 ด้วย

——————————-

นิตยสาร ไทยคอมิก (2535)


 

จุดเริ่มต้น ของนิตยสารหัวนี้ เริ่มต้นในยุคตลาดการ์ตูนบ้านเราถูกครอบครองไปด้วย การ์ตูนไพเรท จากต่างประเทศ
จนกระทั่งไล่เลี่ยกับ ยุคของการ์ตูนลิขสิทธ์ ก้าวเข้ามาในประเทศเรา นิตยสาร ไทยคอมิก จึงได้เริ่มออกวางแผง ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2535 โดย วิบูลย์กิจ

ด้วยเวลากว่า 21 ปีที่โลดแล่นบนแผง ทำให้จากนิตยสารเล็กๆ หัวนี้กลายเป็นดั่งโรงเรียนที่คอยปั้นนักเขียน น้อยใหญ่ ขึ้นมาประดับวงการ และมีบทบาทต่อแวดวงนี้มากน้อยกันไป ไม่ว่าจะเป็น เอกสิทธ์ ไทยรัตน์ เจ้าของผลงาน จิตหลุด และ My Mania เรื่อยไปจนถึง จักรพันธ์ ห้วยเพชร เจ้าของงาน Super Dunker ซึ่งในเวลาต่อมา ก็ได้มีนิตยสารในเครือ เพิ่มมาอีกสองเล่ม เช่น Next และ Neoz นั่นเอง (แต่สองเล่มนี้รวมไปถึงเล่มอื่นๆ จะมีการ์ตูนไทยรวมอยู่กับการ์ตูนญี่ปุ่น)

——————————–

Advanced Comics (2537)

ขอขอบคุณภาพจาก คุณ สุทัศน์ เสมอเชื้อ

อีกหนึ่งนิตยสารการ์ตูนร่วมสมัย ในช่วงการ์ตูนไทยกลับมาบูม จากฝั่ง แอดวานซ์คอมิก ในขณะนั้น เหล่านักเขียน ในหนังสือหัวนี้ ล้วนเคยผ่านงานการ์ตูนเล่มละบาทมาก่อน ก่อนจะปรับแนวมาเขียนคอมิกส์ร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น ธเนตร ปรีดารัตน์ (บรรณธิการบริหารของทาง Cartoon Thai Studio ในปัจจุบัน), จุง ซากุระ และนักวาดมือฉมังอีกหลายๆ ท่าน

น่าเสียดายที่ แอดวานซ์คอมิก สานต่อได้แค่ 6 ฉบับ เท่านั้น แต่…นักวาดจากนิตยสารหัวนี้ก็ยังได้รับโอกาสให้ไปสร้างสรรค์การ์ตูนไทยต่อ ในนิตยสารรายสัปดาห์ นาม C-Kids นั่นเอง

——————————–

ซูเปอร์ตูนส์ (2535)

ผลงานการจัดทำ นิตยสารฝีมือคนไทยล้วน ในช่วงแรกๆ ของทาง สยามอินเตอร์คอมิกส์ โดยแนวทางของนิตยสาร หัวนี้ จะเป็นการนำ นิยายภาพเก่าๆ จากฝีมือปรมาจารย์ เช่น จุก เบี้ยวสกุล ไปจนถึง ราช เลอสรวง มาตีพิมพ์ใหม่ ควบคู่ไปกับงานที่เขียนใหม่ ของ สกนธ์ แพทย์กุล และ พล พิทยาสกุล มาตีพิมพ์ควบคู่สลับกันไป

ถึงแม้แนวทางของนิตยสารหัวนี้ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ ทางสยามสปอร์ต ก็ไม่ได้ปิดลู่ทางสำหรับคนการ์ตูนไทยไปซะทีเดียว แต่สานต่อด้วยการเปิดสนามการ์ตูนไทยขึ้นมาใหม่ ในนิตยสารลิขสิทธ์อย่าง C-Kids ที่จะกลายมาเป็น Cartoon Thai Studio ในปัจจุบัน

——————————–

A.Comix (2537)

 

อีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่การ์ตูนไทยในยุคนั้น เริ่มจากทางนิตยสารแวดวงโมเดลที่มีชื่อในขณะนั้นอย่าง A.Club ได้ฟอร์มทีมการ์ตูนไทยของตัวเองขึ้น จนได้นักเขียนมือฉมังจากแวดวงเล่มละบาท อย่างคุณ ตาโปน (ชัยยันต์ สุยะเวช) มาร่วมงาน ก่อนจะมี นักเขียนน้อยใหญ่ ตามมาอีกหลายท่าน เช่น วัชระ ส่งสมบูรณ์ (จอร์จ), ปวิตร ตรีเมฆ(ปู) ,ชัยพร พาณิชย์รุทติวงศ์ ผู้บุกเบิกแวดวง Animation บ้านเรา ในกาลต่อมา ไปจนถึง สุทธิชาติ ศราภัยวาณิช ผู้ให้กำเนิด Joe The Sea Cret Agent!!……

——————————–

M.Comic (2539)

อีกหนึ่งนิตยสารการ์ตูนไทยร่วมสมัย ที่จัดทำโดย ศักภพ เสาใบ นักเขียนที่สร้างชื่อในยุคนั้น โดยมีงานเด่นๆ กับทาง ไทยคอมิก อย่าง รามศึกอัศจรรย์ ด้วยความสนับสนุน จาก มีเดียออฟมีเดียส์ บริษัทผลิตรายการทีวีเจ้าดังในบ้านเรา

แนวทางของนิตยสารเล่มนี้ จะออกไปทางการ์ตูนแนว วิทยาศาสตร์และแฟนตาซี เกือบทั้งเล่ม มีการนำคอมพิวเตอร์กราฟิก มาบุกเบิกใช้ในการจัดทำ รวมไปถึงการจัดรูปเล่มให้ทันสมัยโดดเด่นกว่านิตยสารการ์ตูนไทยร่วมแผงด้วยกันในขณะนั้น แม้จะโลดแล่นในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ เอ็ม คอมิก ก็สร้างความจดจำให้กับผู้ติดตามแวดวงการ์ตูนไทยในตอนนั้น ได้มากพอสมควรเลยทีเดียว

——————————–

Katch และ Manga Katch (2541 และ2542)

 

 

จุดเริ่มต้นของ นิตยสารการ์ตูนสองหัวนี้ มาจาก คุณ บอยด์ โกสิยพงษ์ เจ้าของร่วมของค่ายเพลงในขณะนั้น อย่าง Bakery Music(ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นเจ้าของ LOVEiS แล้ว)ต้องการที่จะพัฒนา และจัดทำ การ์ตูนฝีมือชาวไทย แบบครบวงจร ทั้ง หนังสือ การ์ตูน และ Animation ด้วยการรวบรวมอดีตนักเขียน และทีมงานส่วนใหญ่ที่เคยจัดทำ A.Comix มาก่อตั้งเป็น ทีมงาน ที่ใช้ชื่อ B.Boyd CG บุกเบิกงานการ์ตูนฝีมือคนไทยบุกตลาดโลก ก่อนจะกลายเป็น นิตยสาร การ์ตูนผสมแฟชั่น ฉบับแรกของไทย นาม Katch และตามมาด้วย Manga Katch ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ถึงแม้ การลงทุนครั้งนี้ อาจจะไม่ถึงขั้นประสบความสำเร็จมากมายนัก แต่ก็นับว่าคุ้มค่า ที่อย่างน้อย ในแวดวง การ์ตูนและ Animation บ้านเรา ก็มีผู้ลงมาเปิดสนามบุกเบิก นับรวมไปถึงที่เราได้ การ์ตูนนิสต์ อย่าง สุทธิชาติ ศราภัยวาณิช ไปจนถึง วิสุทธิ์ พรนิมิตร มาประดับวงการบ้านเราด้วย

——————————–

CX (Cartoon Thai Extreme ) (2546)

อีกหนึ่งนิตยสารการ์ตูนบ้านเรา จากค่าย Comic Quest ที่บุกเบิกจัดทีมนักเขียนให้มีระบบและแบบแผน ในการสร้างสรรค์งานได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง รวมไปถึงนิตยสารหัวนี้ ยังเป็นเวทีแจ้งเกิดให้กับนักเขียนหลายท่านที่มีผลงานในบ้านเรามาจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ภานุ วัฒนานุกุล (Executinal), มนตรี คุ้มเรือน (Orge Kings)

ถึงแม้เมื่อวัดกันที่ตลาดการลงทุนปรับรูปแบบในครั้งนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่แนวทาง และรูปแบบของ CX ก็ถูกสานต่อใน รูปแบบการ์ตูนความรู้ที่จะกลายเป็น EQ + ในปัจจุบัน และ นิตยสาร Blacx จากทาง Punica นั่นเอง

——————————–

Fusion (2547)

นิตยสารการ์ตูนคนไทยล้วนเล่มแรก ที่ออกมาภายใต้ชื่อ Cartoon Thai Studio โดยแนวทางเป็นการรวบรวมการ์ตูนทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว จากนักเขียนน้อยใหญ่ที่เคยส่งงานประกวดใน หัว C-Kids ซึ่งก็จะมีงานของนักเขียนหลายๆ ท่าน ที่มีงานออกวางบนแผงมาจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น อเนก ร้อยแก้ว, โกสินทร์ เจียมชูโรจน์ (ผู้ล่วงลับ),ไปจนถึง นักเขียนรางวัล มังงะอวอรด์ อย่าง โกสินทร์ จีนสีคง และ เดอะดวง…..

ถึงแม้ ฟิวชั่น จะอยู่บนแผง ได้แค่ 2 – 3 ปี เท่านั้น แต่หนังสือหัวนี้ก็นับว่าสร้างรากฐานให้กับ Cartoon thai studio ไว้ไม่น้อย ซึ่งต่อมาพวกเขาก็ยังคงสนับสนุนนักเขียนหน้าใหม่ผ่านทาง นิตยสาร เช่น Debute เป็นต้น…..

.

.

.

.

ก็จะเห็นได้ว่า จากนิตยสารบางส่วนที่นำมาเป็นข้อมูลนี้พอจะทำให้เราแน่ใจได้ว่า งานการ์ตูนฝีมือคนไทยจะไม่มีวันหายสาบสูญไปไหนแน่ แม้ทุกวันนี้หลายๆ ท่านจะหันไปจับงานอื่นกันบ้าง แต่ก็ยังคงมีการ์ตูนไทยให้เห็นอยู่บนแผงเรื่อยๆ ไม่มากก็น้อย ปรับเปลี่ยนกันไปตามกาลเวลา และขึ้นอยู่กับว่าจะปรับรูปแบบไปในทางไหน จะ Present ตัวเองอย่างไรให้เข้าไปอยู่ในใจนักอ่าน ท่ามกลางลู่ทางที่หลากหลายมากกว่าในอดีตนั่นเอง ! ! ……

ปล.ยังมีนิตยสารการ์ตูนไทยอีกมากที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์วงการบ้านเราอีกมากมายหลายเล่ม ที่จะค่อยๆ ทยอยนำมาแนะนำให้รู้จักกัน ในโอกาสต่อๆ ไป ด้วยนะครับ

ปล2. ขายของจ้า ! หากสนใจข้อมูลเบื้องลึกเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่หนังสือ ประวัติย่อการ์ตูนไทย ของผู้เขียนบทความ ซื้อได้ที่ http://bit.ly/2Sb0Z2Z

——————————————-

 

 

อ๊ะๆๆๆๆ !! นักเขียนของเราจบบทความไปแล้ว

แต่… ยังไม่จบๆ

ก่อนจะจากไปนี้สุดท้ายทางทีมงาน Plotter ขอเพิ่มเติม นิตยสาร อีก 1 หัว

ต้อนรับปี 2020 ซักหน่อยจ้า

 

LET’S (2550)

ฉบับราย 1 เดือน


ฉบับราย 2 เดือน


ฉบับราย 3 เดือน

ฉบับราย 4 เดือน

ใช่แล้วไหนๆ ก็ไหนๆ ขอมาพูดถึง นิตยสารจากต้นสังกัดของเว็บแห่งนี้เองกันบ้างจ้า Let’s หรือ เล็ด คือนิตยสารการ์ตูนไทยที่เกิดจากการรวมตัวกันของเหล่านักวาดที่รู้จักกันผ่านเว็บไซต์วาดรูป item studio ที่เดิมทีนั้นได้มีการนัดพบกันเพื่อวางแผนในการระดมความคิดจัดทำนิตยสารการ์ตูนรูปแบบใหม่จากเหล่านักวาดต่างๆ จนต่อมา ก็ได้ข้อสรุปว่า บ.ก.ซัน (ธัญลักษณ์ เตชศรีสุธี) จะเป็นผู้จัดทำนิตยสาร การ์ตูนไทย ผสมผสานกับ ดิจิต้อลเพ้นท์ติ้ง ในรูปแบบรายเดือน โดยเริ่มออกวางจำหน่ายครั้งแรกในงานสัปดาห์หนังสือ เดือนตุลาคม 2007 นั่นเอง

ซึ่งนักวาดรวมไปถึงทีมงานรุ่นก่อตั้งนั้นก็จะประกอบไปด้วย SS / Puck / The Duang / Badang / Skan / Narm / Nummon / Nida Mailo / Meisan ฯลฯ โดย หลังจากที่วางจำหน่ายไปได้ 16 ฉบับ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นราย 2 เดือน ไปอีก 28 ฉบับ ก่อนที่จะปรับเป็นราย 3 เดือน อีก 12 ฉบับ และปิดตัวลงที่ราย 4 เดือน 4 ฉบับสุดท้าย ในปี 2560 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 10 ปี พอดี

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามในปัจจุบันนั้น ก็ยังมีการจัดทำหนังสือของสำนักพิมพ์อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ไม่ได้มีรูปแบบการออกวางจำหน่ายที่ตายตัวเหมือนเช่นแต่ก่อน โดยคาดว่าในปีหน้า 2020 ก็จะยังมีหนังสือออกมาให้หายคิดถึงกันบ้างนะจ๊ะ แฮ่..

ฉบับรายสะดวก

—————————————————–

จบจริงๆ แล้วจ้าาาา ขอขายของในค่ายส่งท้ายซักนิดหวังว่าคงไม่โกรธกันนะคร้าบบบบ แฮ่ๆๆๆ..

แล้วพบกันใหม่กับบทความเกี่ยวกับการ์ตูน ศิลปะ และภาพยนตร์ ที่เว็บ Plotter นะคร้าบบบ

Shares