30 MUST SEE…คู่อริบนแผ่นฟิล์ม

150

บทความโดย กันตพัฒน์ พาวงษ์ บทความจากนิตยสาร Starpics ฉบับที่ 864 เดือนเมษายน 2016

อาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนักที่เราคงต้องยอมรับว่า ความขัดแย้งนั้นคือ ‘เรื่องธรรมดาสากล’ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะคนเราสามารถขัดแย้งกันได้ด้วยเหตุผลง่ายๆ หรือเห็นต่างกันในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงบาดหมางกันในเรื่องผลประโยชน์จำนวนมหาศาล หรือลุกลามบานปลายกลายเป็นศึกสงครามให้ต้องรบราฆ่าฟัน

ไม่ว่าเรื่องราวที่ขัดแย้งจะมีขนาดเล็กใหญ่เพียงไร สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สเกลของมัน ก็คือเหตุผลที่ทำให้คนขัดแย้งหรือเรื่องราวก่อนกาลแตกหัก (เช่นบางสงครามก็อาจปะทุขึ้นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง) – ภาพยนตร์จำนวนมากจึงเลือกที่จะถ่ายทอดภาพความขัดแย้ง แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น หรือการล้างแค้น เพราะนอกจากมันจะเป็นสิ่งสากลที่เกิดขึ้นให้เห็นอยู่เป็นประจำแล้ว บางเรื่องราวยังมีแง่มุมที่น่าสนใจ สนุกตื่นเต้น หรือดราม่าซาบซึ้งใจ ทั้งความขัดแย้งที่เป็นเรื่องแต่งและที่เกิดขึ้นจริง

และหากลองไล่เรียงนึกชื่อคู่แข่งหรือคู่ขัดแย้งที่ปรากฏบนแผ่นฟิล์ม ก็คงพอจะเห็นว่า แต่ละคู่ก็มีลักษณะ เหตุผล รวมถึงจุดจบที่ต่างกันออกไป บางคู่ชิงชัยในเกมกีฬา บางคู่เข้าทำนองคู่รักคู่แค้น บางคู่ทะเลาะกันเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจหรืออิจฉาริษยา บางคู่แปรเปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นศัตรู หรืออีกหลายคู่ก็สู้กันเพราะเรื่องหัวใจ

SP จึงขออนุญาตพาผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของคู่ปะทะเหล่านั้น (เหมือนเรากำลังพาไปดูคนตีกันเลยเนอะ) ว่าจะรุนแรงหรือดุเด็ดเผ็ดมันส์แค่ไหน!

 

คู่แค้นแสนรัก

คู่แข่งหรือคู่แค้นที่เคยเป็นเพื่อน คนรัก หรือนับถือกันมาก่อน แต่ด้วยความคิดที่เห็นต่างหรือความบาดหมางที่ยากจะให้อภัย จึงต้องกลายเป็นศัตรูกันไป คู่แข่งประเภทนี้มีให้เห็นเยอะ และมักจะมาพร้อมแบ็คกราวด์ที่มากด้วยความรู้สึก จึงเป็นที่ต้องการของคนทำหนัง นอกเหนือจากในลิสต์ก็เช่น จิวยี่ – ขงเบ้ง (The Red Cliff 1-2, 2008-2009) หรือความขัดแย้งในหมู่ฮีโร่กลุ่ม วอทช์เมน (Watchmen, 2009)

30. ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ – แฮร์รี่ ออสบอร์น (Spider-Man)

ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ สนิทซี้ปึ้กกับ แฮร์รี่ ออสบอร์น มาตั้งแต่สมัยเรียน แม้ทั้งสองจะมีหลายอย่างที่แตกต่าง ปีเตอร์มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง ส่วนแฮร์รี่คือลูกคนรวยที่ถูกพ่อสปอยล์มาแต่เด็ก กระทั่งตกหลุมรักสาวคนเดียวกัน แต่ถ้าจะหาเพื่อนที่พาร์คเกอร์รักและเชื่อใจที่สุด แฮร์รี่ ออสบอร์น คือคนคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่เมื่อแฮร์รี่ปักธงแค้นกับไอ้แมงมุมว่าเป็นฆาตกรฆ่าพ่อของเขา และมารู้ภายหลังว่าชายใต้หน้ากากฮีโร่ก็คือเพื่อนสนิทหน้าซื่อนี่เอง แถมพาร์คเกอร์ยังเป็นผู้กุมหัวใจหญิงที่เขาเคยรักอีก – แฮร์รี่จึงเลือกเป็น กรีน ก็อบลิน คนที่ 2 ตามรอยบิดา และหาทางกำจัด (อดีต) เพื่อนรักให้สาสมกับความแค้น

29. โปรเฟสเซอร์ เอ็กซ์ – แม็กนีโต (X-Men)

มิวแทนต์ (มนุษย์กลายพันธุ์) สองรายที่กลายมาเป็นเพื่อนที่รู้ใจ เพราะต่างก็ ‘แปลกแยก’ – ชาร์ลส์ เซเวียร์ มีพลังจิตและเป็นเจ้าในโลกแห่งความคิดของคน ส่วน อีริค เลห์นเชอร์ นั้นสามารถควบคุมเหล็กและโลหะทุกชนิดได้ดั่งใจนึก – พวกเขาร่วมมือกันออกตามหาและรวบรวมเหล่าผู้แปลกแยกที่เคยต้องหลบๆ ซ่อนๆ ปิดบังพลังตนเอง มารวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว

ทว่าด้วยทัศนคติที่แตกต่าง เซเวียร์คิดว่ามนุษย์กลายพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกับคนปกติอย่างสงบสุขได้ (อาจเพราะเขาเกิดและโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม) แต่เลห์นเชอร์กลับเห็นว่ามนุษย์คือเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายน่ารังเกียจ (เพราะเขาเจอมาทั้งการตกเป็นเหยื่อนาซีและเห็นแม่ถูกสังหารต่อหน้า) แถมยังอ่อนด้อยกว่ามิวแทนต์เป็นไหนๆ มนุษย์ต่างหากที่ควรอยู่ใต้อำนาจของมิวแทนต์ – สองเพื่อนรักเลยไม่อาจสมานฉันท์กันได้ เซเวียร์กลายเป็น โปรเฟสเซอร์ เอ็กซ์ เปิดโรงเรียนสอนเยาวชนมิวแทนต์ให้ใช้พลังปกป้องโลก ส่วนเลห์นเนอร์ก็กลายเป็น แม็กนีโต คู่ปรับตลอดกาลของกลุ่ม X-Men ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตเพื่อนรักของเขาเอง

28. ธอร์-โลกิ (Thor)

อีกหนึ่งคู่แค้นสุดคลาสสิก (ที่แฟนๆ มองว่าเป็นคู่จิ้น >.<) แห่งโลกคอมิกส์ จากพี่น้องต่างสายเลือดที่เติบโตมาด้วยกัน โลกิ (ทอม ฮิดเดิลสตัน) บุตรบุญธรรมแห่ง โอดิน คิดว่าบิดานั้นรัก ธอร์ (คริส เฮมสเวิร์ธ) พี่ชายของเขามากกว่า กลายเป็นความริษยาที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ทะลุจุดเดือดเมื่อโอดินมอบค้อน ‘มโยลเนียร์’ ยอดอาวุธการันตีการเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งแอสการ์ดให้กับธอร์

โลกิจึงเข้าสู่ด้านมืดเต็มตัว กลายเป็นจอมกะล่อนปลิ้นปล้อนที่ใช้ความเกลียดชังและคั่งแค้นเป็นแรงผลักดันไปยังเป้าหมาย นั่นคือการล้มธอร์และยึดครองแอสการ์ดให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายกล้ามปูเลย กลายเป็นศึกแห่งลูกเทพที่สู้กันจนวอดวายตั้งแต่สวรรค์ยันพื้นโลก

27. อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ – โอบี-วัน เคโนบี (Star Wars)

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ศิษย์พาดาวันที่เจได โอบี-วัน เคโนบี เลี้ยงดูสั่งสอนให้ใช้พลัง (ซึ่งยิ่งใหญ่เกินหยั่งถึง) ของตัวเองในทางที่ถูกต้อง แต่พอย่างเข้าวัยรุ่น อนาคินก็เริ่มหุนหันพลันแล่น มั่นใจในตัวเองมากเกิน และแอบดื้อแพ่งเป็นบางครั้ง (ตามประสาวัยว้าวุ่น) แต่เขาก็ยังเคารพนับถือ โอบี-วัน มาโดยตลอด

ทว่าชนวนเหตุสำคัญของการแตกหักระหว่างศิษย์-อาจารย์ คือการที่อนาคินไปสนิทสนมกับ พัลพาทีน หรือ ดาร์ธ ซีเดียส ผู้ล่อหลอกเจไดหนุ่มเข้าสู่ด้านมืด ด้วยการบอกว่าพลังนั้นจะช่วยชีวิตคนที่เขารักได้ อนาคินผู้มีปมสูญเสียแม่จึงยอมทำตามโดยละทิ้งวิถีแห่งเจได จนสุดท้ายเขาก็กลายเป็นลอร์ดมืดเต็มตัว มีอุดมการณ์ที่แตกต่างสุดขั้วกับโอบี-วัน และสองศิษย์อาจารย์ก็ไม่อาจลงรอยกันได้อีกเลยนับแต่นั้น

26. มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก – เอดูอาร์โด้ ซาเวริน (The Social Network)

คนทั่วไปอาจรู้จัก มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก (เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก ในบทบาทแจ้งเกิด) ในฐานะผู้ก่อตั้ง Facebook แต่น้อยคนนักที่รู้จักเขาในแง่มุมอื่นๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับ (อดีต) เพื่อนรัก เอดูอาร์โด้ ซาเวริน (แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ก่อนเป็นสไปเดอร์-แมน) ผู้ฟูมฟักสื่อโซเชียลชื่อดังมาด้วยกันแต่แรก หากด้วยความคิดที่ไม่ลงรอย บวกกับการมี ฌอน พาร์คเกอร์ (อดีตเจ้าของ Napster) เข้ามาพัวพัน เป็นอีกปัจจัยสำคัญให้มิตรภาพล่มสลาย เมื่อซักเกอร์เบิร์กเชื่อพาร์คเกอร์มากกว่า แถมยังไปลดหุ้นส่วนของซาเวรินอีก เรื่องจึงเลยเถิดจนเป็นคดีความให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน โดยไม่มีคำว่า ‘เพื่อน’ อีกต่อไป

25. เจ้าสาว-บิลล์ (Kill Bill)

5 ปีหลังเหตุฆาตกรรมหมู่สุดสะเทือนขวัญในพิธี (ซ้อม) มงคลสมรสของเจ้าสาวท้องแก่ไม่ทราบชื่อ (ที่มาเฉลยในภาค 2 ว่าคือ บีอาทริกซ์ คิดโด้) เจ้าสาวเดนตายผู้รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ก็ออกไล่ล่าคิดบัญชีแค้นกับพวกที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ดังกล่าว ซึ่งก็คือ บิลล์ และลูกสมุนทั้ง 4 เวโรนิต้า กรีน, โอเรน อิชิอิ, แอวล์ ไดร์เวอร์ และ บัดด์ ที่เป็นอดีตพรรคพวกของเธอเอง

เพราะในอดีต เจ้าสาวคือนักฆ่าคนโปรดของบิลล์ (โปรดถึงขั้นส่งเธอไปฝึกกับอาจารย์ ไป่เม่ย เพื่อยกระดับฝีมือการต่อสู้) กระทั่งเธอพบว่ากำลังตั้งท้อง เจ้าสาวไม่อยากให้ลูกเกิดมาพบว่าแม่เป็นนักฆ่ามือเปื้อนเลือด เธอจึงตัดสินใจทิ้งชีวิตมือสังหารมาแต่งงานในเมืองชนบท แต่เจ้านายผู้เลือดเย็นก็ตามมาจนเจอ และจัดการเก็บเธอด้วยแรงโมโห ทั้งที่ลึกๆ ในใจแล้วเขาน่ะรักเธอจะตาย และเธอเองก็รักเขามากเช่นกัน – นี่คือคู่แค้นที่รักแรงเกลียดแรงสุดๆ ในผลงานยอดฮิตของ เควนติน ตารันติโน่

24. เบรนแดน คอนลอน – ทอม คอนลอน (Warrior)

สองหนุ่มสกุลคอนลอน อดีตนักสู้บนสังเวียนที่แขวนนวมไปมีชีวิตที่ต่างกันลิบลับ เบรนแดน (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน) ผู้พี่ เป็นครูสอนฟิสิกส์ที่บ้านกำลังจะโดนยึดเพราะหนี้สินก้อนโต ส่วน ทอมมี่ (ทอม ฮาร์ดี้) ผู้น้อง คืออดีตนาวิกโยธิน วีรบุรุษในสงครามอิรัก สิ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือทักษะเตะต่อยที่ไม่เป็นสองรองใคร, ปัญหาระหองระแหงกับพ่อขี้เมา และการต้องกลับมาสู้อีกครั้งเพื่อรักษา ‘ครอบครัว’ ของตัวเองเอาไว้

ทั้งสองกลับมาเจอกันในการแข่งขันต่อสู้รายการใหญ่แห่งปี หลังจากแยกกันเพราะบ้านแตกสาแหรกขาดตั้งแต่ตอนเด็ก ทอมกล่าวโทษว่าเบรนแดนหนีไปมีความสุขกับลูกเมีย โดยไม่เคยเหลียวแลเขากับแม่ที่ป่วยหนัก ขณะที่เบรนแดนเองก็แพ้ไม่ได้เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้ ความขุ่นข้องหมองใจต่อกันที่เก็บมานานหลายปี ทำให้สองพี่น้องเดินหน้าสาวหมัดใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

23. นิค-เอมี่ (Gone Girl)

คู่ผัวเมียละเหี่ยใจที่สมกันดั่งกิ่งทองใบหยก! ในหนังของ เดวิด ฟินเชอร์ ที่ดัดแปลงจากนิยายดังแนวสืบสวนชื่อเดียวกัน ว่าด้วยการหายตัวอย่างปริศนาของ เอมี่ (โรซามุนด์ ไพค์) ในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 ของเธอกับสามี นิค (เบน อัฟเฟล็คท์) จนกลายเป็นข่าวใหญ่โต แต่แล้วพยานหลักฐานทั้งหลายก็บ่งชี้มาว่านิคนี่แหละคือคนร้าย ฝ่ายชายจึงต้องสืบหาความจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง พร้อมๆ กับหาว่าเอมี่ยังมีชีวิตอยู่หรือหายไปไหนกันแน่

เอาจริงๆ หนังออกแนวสืบสวนแค่ครึ่งแรกเท่านั้น ครึ่งหลังคือการละเลงเพลงแค้นล้วนๆ เมื่อความจริงแล้วนิคแอบคบชู้ ส่วนเอมี่ก็เข้าข่ายโรคจิต หนำซ้ำทั้งสองไม่เคยรักใน ‘ตัวตน’ จริงๆ กันแต่แรก เลยนำมาซึ่งแผนการอันสุดโต่งและแยบคายของเอมี่ ที่ทำให้ความรักของหญิงร้ายชายเลวคู่นี้มีบทสรุปอันสุดจะทุกข์ทรมาน

22. เนี่ยฟง – ปู้จิงอวิ๋น (The Storm Riders)

ด้วยความทะเยอทะยานอยากเป็นเจ้ายุทธภพ สงป้า ประมุขพรรคใต้หล้าผู้โฉดชั่ว จึงพาตัว เนี่ยฟง และ ปู้จิงอวิ๋น เด็กหนุ่มที่คำทำนายว่าจะส่งเสริมให้ไม่มีใครทัดเทียมเขาได้มาชุบเลี้ยง ผ่านไป 10 ปี ทั้งสองเติบโตขึ้นเป็นศิษย์เอกมือซ้าย-ขวา พร้อมพรั่งด้วยวรยุทธ์สุดเลิศล้ำ ทว่าคำทำนายดันกลับตาลปัตรว่า ฟง-อวิ๋น จะกลายเป็นภัยในภายหน้า สงป้าจึงวางแผนกำจัดสองศิษย์ให้พ้นทาง ด้วยการยก ข่งฉือ ลูกสาวหนึ่งเดียวของเขาที่ปู้จิงอวิ๋นแอบชอบ ให้ไปแต่งงานกับเนี่ยฟง เพื่อยุยงให้ ฟง-อวิ๋น บาดหมางจนฆ่าแกงกันเอ

21. วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมซาร์ท อันโตนิโอ ซาเลียรี่ (Amadeus)

หนังที่ยืมชื่อมาจากยอดนักประพันธ์ วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมซาร์ท กับเรื่องราวความอิจฉาริษยาที่นักประพันธ์รุ่นพี่ อันโตนิโอ ซาเลียรี่ มีต่อเขา บอกเล่าโดยซาเลียรี่ในวัยชรา ย้อนความไปถึงวันแรกที่เขาได้เจอกับโมซาร์ท-ไอ้เด็กกะล่อนไม่รู้กาลเทศะ (ในสายตาของเขาตอนนั้น) ทว่ากลับมากด้วยพรสวรรค์ทางดนตรี ราวกับเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้ สวนทางกับตัวเขาที่แต่งเพลงอะไรไปก็ไม่มีใครจดจำ

หากแต่ลึกๆ แล้ว ซาเลียรี่ก็อดชื่นชมในความอัจฉริยะของโมซาร์ทไม่ได้ เมื่อเพลงที่เขาประพันธ์ขึ้นนั้นยอดเยี่ยม น่าทึ่ง และล้ำสมัยกว่าเพลงคลาสสิกยุคเดียวกัน – อย่างไม่อาจปฏิเสธ

 

แค้นนี้ต้องชำระ

 เพราะ “บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ – 10 ปีล้างแค้นยังไม่สาย” ความอัดอั้นตันใจที่เก็บไว้มานานก็ต้องระบายออกในสักวัน ระดับความรุนแรงของคู่แค้นในลิสต์นี้ดูจะมากกว่าหมวดอื่นสักหน่อย เช่น การทวงแค้นของคุณพ่อผู้รักลูกสาว (Taken, 2008) หรือความแค้นของช่างตัดผม (Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street, 2007)

20. โอ แท สึ – ลี วู จิน (Oldboy)

จากความคับแค้นใจที่เก็บไว้ตลอดหลายปี ลี วู จิน (ยู จีแท) จึงวางแผนลักพาตัว โอ แท สึ (ชอย มินซิก) ชายขี้เมาหยำเปไปขังไว้ในห้องแคบๆ ที่มีเพียงโทรทัศน์เก่าๆ กับเตียงนอนโทรมๆ นานถึง 15 ปี เมื่อแทสึออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมนั้นได้ (อย่างงงๆ) แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เขาทำคือตามล่าหาตัวคนชั่วที่พรากอิสรภาพไปจากเขาและเอาคืนให้สาสม แต่เหนืออื่นใด แทสึอยากรู้ว่าไอ้/อีผู้นั้น มันแค้นอะไรเขานักหนา

แม้จะเป็นเวลาเกินสิบปีแล้วนับแต่หนังเรื่องนี้เข้าฉาย (จนมีเวอร์ชั่นรีเมคฮอลลีวู้ดไปแล้ว) แต่แฟนหนังก็ยังคงพูดฉากลองเทคที่แทสึสู้กับเหล่ามาเฟีย หรือฉากไคลแมกซ์อันลือลั่นช่วงท้ายเรื่องกันอยู่เลย ไม่นับรวมความเหนือชั้นในการถ่ายทอดฉากรุนแรงให้ดูสวยงามราวกับงานศิลปะ ที่น่าจะเพียงพอต่อการทำให้ Oldboy เป็น ‘มาสเตอร์พีซ’ ของผู้กำกับ ปาร์ก ชาน วุก อย่างไม่ต้องสงสัยได้แล้ว

19. เคดี้ เฮรอน – เรจิน่า จอร์จ (Mean Girls)

เรจิน่า จอร์จ (ราเชล แม็คอดัมส์) คือสาวเปรี้ยวสุดป็อปผู้เป๊ะตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงการเลือกคบเพื่อนสาวในชื่อ แก๊งพลาสติก เที่ยวเฉิดฉายบริหารเสน่ห์ไปทั่วโรงเรียน  กระทั่งเมื่อ เคดี้ เฮรอน (ลินด์เซย์ โลฮาน สมัยยังรุ่ง) ย้ายจากแอฟริกามาเรียน เรจิน่าเห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ใต้มาดของเด็กเรียบร้อย เธอจึงชวน (กึ่งบังคับ) ให้เคดี้มาเข้าแก๊ง โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือการชักศึกเข้าบ้าน เมื่อเคดี้เกิดไปตกหลุมรัก แอรอน หนุ่มหล่อนักกีฬาซึ่งดันเป็นแฟนเก่าของเรจิน่าเข้า และไปๆ มาๆ เคดี้ก็แย่งความสนใจในหมู่เด็กไฮสคูลไปจากเธออีก สงครามแบบผู้หญิ๊งผู้หญิงที่น่ากลัวอย่าบอกใครเชียวจึงบังเกิด!

18. แม็กซิมัส-คอมโมดัส (Gladiator)

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ความเคารพนับถือดุจพี่ชายที่ คอมโมดัส (วาคิน ฟีนิกซ์) รัชทายาทของจักรพรรดิซีซาร์แห่งโรมัน มีต่อ แม็กซิมัส (รัสเซล โครว์) แม่ทัพผู้เก่งกล้า กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาตพยาบาทได้อย่างง่ายดายเพียงชั่ววูบ เมื่อจักรพรรดิเฒ่ามอบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนให้แก่แม็กซิมัส แทนที่จะเป็นคอมโมดัสผู้คาดหวังเอาไว้เต็มเหนี่ยว

ด้วยแรงแค้น คอมโมดัสจึงกล่าวหาว่าแม็กซิมัสและส่งทหารไปสังหารลูกเมียของเขา แม็กซิมัสหมดทุกอย่าง กลายเป็นนักสู้ในสนามมรณะ สิ่งเดียวที่ยื้อลมหายใจให้เขายังมีชีวิตอยู่ ก็คือความหวังที่จะชำระแค้นคอมโมดัสให้สาสม – ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นจนหนังของ ริดลี่ย์ สก็อตต์ เรื่องนี้คว้าไปถึง 5 ออสการ์

17. แอนดรูว์ นีแมน – เทอเรนซ์ เฟลทเชอร์ (Whiplash)

หนังดีกรีออสการ์ที่ส่งให้ เจ.เค.ซิมมอนส์ คว้ารางวัลสมทบชายยอดเยี่ยมไปครองอย่างไร้ข้อกังขา กับบทบาทครูขาโหด เทอเรนซ์ เฟลทเชอร์ ผู้ควบคุมวงดนตรีของโรงเรียนในสไตล์ ‘ถึงลูกถึงคน’ จนทำให้ แอนดรูว์ นีย์แมน (ไมล์ส เทลเลอร์) มือกลองที่โดนเคี่ยวเข็ญเป็นพิเศษ ต้องระบายผ่านการหวดกลองชนิดเลือดสาด โดนปั่นหัวแทบเป็นบ้า ยิ่งเจอประโยคสุดกดดันจากครูจอมโหดอย่าง “นี่ไม่ใช่จังหวะของผม” หรือ “นายกำลังเล่นเร่ง หรือลาก” ก็ยิ่งทำให้แอนดรูว์บรรเลงเพลงแค้นหนักมือขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

นั่นทำให้เขาหาได้เล่นดนตรีเพื่อความฝันที่จะเป็นมือกลองแจ๊สระดับโลกอีกต่อไป เขาเพียงแต่อยากเอาชนะครูหน้าเลือดหัวโล้นให้ได้เท่านั้นเอง

16. มูฟาซา-สการ์ (The Lion King)

พี่น้องสองสิงห์จากการ์ตูนดิสนีย์เรื่องดังที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว – ราชสีห์ มูฟาซา ผู้พี่ สง่าผ่าเผย ทรงปัญญา และกล้าหาญชาญชัย แต่ สการ์ ผู้น้อง โกหกปลิ้นปล้อน ไร้ซึ่งคุณธรรม และมักใหญ่ใฝ่สูง สการ์ทั้งอิจฉาในอำนาจอันล้นเหลือของพี่ชาย และแค้นใจที่รู้ว่ามูฟาซาหมายมั่นจะแต่งตั้ง ซิมบ้า ลูกชายตัวน้อย ขึ้นเป็นเจ้าป่าในอนาคต แทนที่จะเป็นเขาซึ่งเฝ้ารอตำแหน่งนี้มานาน (และยิ่งเจ็บจี๊ดหนักเมื่อซิมบ้าถามเขาว่า ถ้าตนขึ้นเป็นราชสีห์ในอนาคต แล้วเขาจะเป็นอะไร สการ์จึงตอบไปว่า ก็เป็นได้แค่อาของราชสีห์ยังไงล่ะ) เขาจึงใช้ซิมบ้าเป็นเครื่องมือหลอกล่อมูฟาซาไปติดกับดักสังหารและยึดบัลลังก์มาเป็นของตัวเองสมใจอยาก

15. มาร์ตี้ แม็คฟลาย-บิล แทนเนน (Back to the Future)

ด้วยสิ่งประดิษฐ์ของ ด็อกเตอร์ เอ็มเม็ตต์ บราวน์ ทำให้ มาร์ตี้ แม็คฟลาย (ไมเคิล เจ ฟ็อกซ์) เดินทางข้ามเวลาสู่ปี 1955 โดยมีภารกิจทำให้พ่อแม่สมัยยังเรียนนั้นปิ๊งปั๊งกันให้ได้ เพื่อการันตีว่าตัวเขาจะได้เกิดมาบนโลกแน่ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องต่อกรกับว่าที่เจ้านายของพ่ออย่าง บิฟ แทนเนน (โทมัส เอฟ.วิลสัน) ซึ่งตอนนั้นยังเป็นแค่จิ๊กโก๋ประจำโรงเรียน หลีกทางให้พ่อแม่เขาได้จีบกันอย่างสะดวกโยธิน ทั้งยังเพื่อล้างแค้นบิฟในอนาคตที่มาระรานพ่อเขา แถมยังชอบเรียกเขาว่าเป็น ‘ไอ้เด็กหัวขี้เลื่อย

โดยที่มาร์ตี้เองก็ไม่คิดมาก่อนว่า การกำราบบิฟลงได้ในปี 1955 นั้นจะทำให้หน้าประวัติศาสตร์ในปีที่เขาจากมาเปลี่ยนแปลงไปชนิดหลังมือเป็นหน้ามือ

14. อลิซาเบธ-นิค (Double Jeopardy)

คงยากที่เราจะไม่นำหนังปี 1999 เรื่องนี้ไปเปรียบกับหนังทริลเลอร์ที่มาทีหลังอย่าง Gone Girl เมื่อมันว่าด้วยการล้างแค้นของคู่สามีภรรยาที่ (เคย) รักกันหวานชื่น แถมฝ่ายชายยังชื่อ นิค เหมือนกัน แต่หนังเรื่องนี้ไม่ต้องมาไขปริศนาหรือถอดรหัสลับให้มากความ มันเดินหน้าพาไปยังไคลแมกซ์ของเรื่องอย่างไม่ละฝีก้าว – กับเรื่องราวที่เริ่มขึ้นเมื่อ อลิซาเบธ (หรือ ลิบบี้ รับบทโดย แอชลี่ จัดด์) โดนข้อหาฆาตกรรมสามีตัวเองบนเรือหรูกลางทะเล ต้องโทษจำคุกนานถึง 6 ปี และต้องฝาก แมตตี้ ลูกชายวัยกำลังซนไว้กับเพื่อนสนิท แองเจล่า ทว่าในวันที่เธอโทรศัพท์จากคุกไปหาแองเจล่าเพื่อขอคุยกับลูก เธอกลับได้ยินแมตตี้ตะโกนเรียกพ่อที่ปลายสาย อลิซาเบธถึงได้รู้ว่านิคตายไม่จริง และเขาจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับเธอ

 

คู่คี่สูสี

หลายๆ คู่ในหมวดนี้เป็นประเภท ‘ธรรมะปะทะอธรรม’ อีกหลายคู่ก็มาในการแข่งขันเกมกีฬาจากหลากหลายวงการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ล้วนเป็น ‘มวยถูกคู่’ ที่สู้กันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ คู่ที่นอกเหนือจากในลิสต์ก็เช่น ร็อคกี้ บัลบัว – อะพอลโล ครีด (Rocky 1-2, 1976-1979) หรือ ริชาร์ด นิกสัน – เดวิด ฟรอสต์ (FROST/NIXON, 2008)

 

13. แบทแมน-โจ๊กเกอร์ (Batman)

ศัตรูคู่แค้นแห่งกอตแธมที่ต่างก็เป็นผลผลิตของความฟอนเฟะและอยุติธรรมในเมืองนี้กันทั้งคู่ แต่คนหนึ่งเลือกสวมชุดค้างคาวออกปกปักษ์รักษาความยุติธรรม (ที่มีเหลืออยู่น้อยนิด) ส่วนอีกคนกลับกลายเป็นอาชญากรโรคจิตผู้มองความหายนะเป็นเรื่องบันเทิง

ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็เป็นมนุษย์เดินดินไร้ซึ่งพลังวิเศษ สู้กันเมื่อไหร่จึงสูสีคู่คี่เมื่อนั้น แบทแมนอาจเป็นต่อในเรื่องสรรพาวุธสุดไฮเทค (ที่บันดาลด้วยอำนาจเงิน) แต่โจ๊กเกอร์เองก็ฉลาดเป็นกรด มีจิตวิทยาและวาทศิลป์ที่หลักแหลม มักใช้คนใกล้ตัวของแบทแมนเป็นเครื่องมือป่วนประสาทมนุษย์ค้างคาวให้เสียท่าอย่างเจ็บแค้นมาแล้วนักต่อนัก – เอาแค่ในหนังแบทแมนฉบับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่โจ๊กเกอร์ (ซึ่งรับบทโดย ฮีธ เล็ดเจอร์) วางแผนปั่นหัวชาวเมืองกอตแธม แบทแมน รวมไปถึง ฮาร์วีย์ เดนท์ จนนำมาซึ่งจุดจบที่แสนปวดร้าว แค่นี้ก็ทำให้ไอ้ค้างคาวแค้นจนไม่รู้จะแค้นยังไง

12. ซูเปอร์แมน-เล็กซ์ ลูเธอร์ (Superman)

หากวัดกันทางกายภาพ ย่อมไม่มีมนุษย์คนใดแข็งแกร่งพอจะต่อกรหรือสร้างความเจ็บปวดให้กับ ซูเปอร์แมน ได้ – แต่อาจเป็นเพราะเล่ห์เหลี่ยมมารยาของมนุษย์นั้นสุดแท้ที่เอเลี่ยนขั้นเทพอย่างซูเปอร์แมนจะหยั่งถึง (พูดง่ายๆ ว่าไม่ทันคน) จึงทำให้เขามักจะแพ้ทางศัตรูประเภทฉลาดแกมโกง หรือปราดเปรื่องในเรื่องชั่วๆ เช่น วายร้ายผู้อาภัพเส้นผม เล็กซ์ ลูเธอร์ เป็นต้น

ด้วยความฉลาดเฉลียว (ปนสอดรู้สอดเห็น) นี้เองที่ทำให้ลูเธอร์ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของซูเปอร์แมน ว่าจะอ่อนระโหยโรยแรงยามเจอคริสตัลสีเขียว ‘คริปโตไนท์’ รวมถึงการมี โลอิส เลน สาวคนรักให้คอยห่วงพะวง จนกลายเป็นช่องโหว่ที่เขานำมาใช้ทำให้ฮีโร่ของเราพลาดท่าเสียทีหลายต่อหลายหน…

11. แอล-คิระ (Yagami Light) (Death Note)

หนังที่ดัดแปลงจากมังงะยอดนิยม ว่าด้วย ยางามิ ไลท์ เด็ก ม.ปลาย หัวหมอที่ถูกเลือกจากยมทูตให้เป็นผู้ครอบครองบันทึกมรณะ เดธโน้ต ที่ใช้สังหารคนได้เพียงเขียนชื่อลงบนหน้ากระดาษ ไลท์จึงตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงโลกโดยใช้เดธโน้ตฆ่าอาชญากรหรือคนที่เขาเห็นว่าไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป และตั้งตนเป็นประหนึ่งผู้ลงทัณฑ์คนบาป จนผู้คนขนานนามเขาว่า ‘คิระ’ (Killer) แต่เมื่อเหตุฆาตกรรมชักบานปลาย ทางการจึงมอบหมายให้ แอล เด็กหนุ่มอัจฉริยะอีกราย สืบหาตัวคิระมาลงโทษตามกฎหมาย แอลเข้าใกล้ตัวคิระมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ไลท์ก็พยายามหาชื่อจริงของแอลเพื่อสังหารเขาทิ้งซะ มันจึงเป็นการวัดสมองประลองไหวพริบของสองอัจฉริยะที่มีชะตาชีวิตเป็นเดิมพัน

10. สป็อค-ข่าน (Star Trek Into Darkness)

สป็อค ต้นเรือแห่งยาน ยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้คอยช่วยเหลือกัปตัน เจมส์ ที เคิร์ก ในภารกิจสำรวจดินแดนห่างไกลในจักรวาลอันกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ทั้งที่มาดีและมาร้าย ซึ่งหากจะนึกชื่อวายร้ายที่สร้างความลำบากลำบนให้กับเขาและชาวคณะได้มากที่สุด คงต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ ข่าน ผู้ถูกปลุกจากการหลับใหลอันยาวนาน และได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมจนแข็งแกร่งเกินคน

จากคำกล่าวของสป็อคเองใน Star Trek Into Darkness หนังภาคต่อจากการรีบูตจักรวาล Star Trek โดย เจ.เจ.อับรามส์ ว่า “ข่านคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดที่เขาเคยต่อกรด้วย” เพราะเขาเคยพลาดท่าครั้งใหญ่ให้กับข่านใน Star Trek II: The Wrath of Khan (ซึ่งอยู่คนละจักรวาลกับหนังเวอร์ชั่นเจเจ) จนเอาตัวไม่รอด – เช่นเดียวกับข่านเองที่เอาชนะสป็อคผู้ฉลาดเป็นกรดอย่างเด็ดขาดไม่ได้สักทีไม่ว่าจะสู้กันกี่ภาคๆ

9. เชอร์ล็อก โฮล์มส์ – มอริอาร์ตี้ (Sherlock Homes: A Game of Shadows)

สองตัวละครจากจินตนาการของนักเขียนในตำนาน เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ที่ฉลาดทันกันจนเป็นเหมือนมวยคู่เอก คนหนึ่งคือนักสืบช่างสังเกต เชอร์ล็อก โฮล์มส์ (พ่วงด้วยผู้ช่วย ด็อกเตอร์ จอห์น วัตสัน) อีกคนคือ เจมส์ มอริอาร์ตี้ เจ้าของฉายา ‘นโปเลียนแห่งวงการอาชญากรรม’ – โฮล์มส์ผ่านคดียากง่ายมานับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่มีใครสร้างความเหนื่อยใจให้กับเขาได้มากเท่ามอริอาร์ตี้ ผู้เหมือนจะรู้ทันเกมเขาไปซะหมด นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกของอาชญากรสมองใสในเรื่องสั้น “The Final Problem” ในชุด The Memoirs of Sherlock Holmes เมื่อปี 1893 จนถึงหนังเรื่อง Sherlock Homes: A Game of Shadows หรือซีรีส์ Sherlock มอริอาร์ตี้ก็ยังคงเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของโฮล์มส์ไม่เสื่อมคลาย

8. โรเบิร์ต แองจิเออร์ – อัลเฟรด บอร์เดน (The Prestige)

สองยอดนักมายากลที่เคยเป็นเพื่อนร่วมฝันไร้ชื่อเสียง แต่ด้วยอุบัติเหตุจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ อัลเฟรด บอร์เดน (คริสเตียน เบล) ในระหว่างการแสดง ทำให้คนรักของ โรเบิร์ต แองจิเออร์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) ต้องจบชีวิต หลังจากนั้น แองจิเออร์ก็พยายามล้างแค้นด้วยการปลอมตัวเข้าไปทำลายการแสดงของบอร์เดน มิตรภาพของพวกเขาจึงขาดสะบั้น กลายเป็นความอาฆาตที่ไม่มีทางอภัยให้กันได้

ทั้งสองยังทะเยอทะยานอยากเป็นนักมายากลที่เหนือชั้นกว่าอีกฝ่าย ผลัดกันชิงเล่ห์เหลี่ยมด้วยกลเม็ดเด็ดพรายชนิดเอ็งทีข้าที งัดเอากลที่ตื่นตาตื่นใจกว่ามาเกทับบลัฟแหลก หรือถ้าสู้ไม่ได้ก็ใช้วิธีสกปรกเข้าช่วย พูดง่ายๆ คือทำยังไงก็ได้เพื่อเอาชนะอีกฝ่าย ต่อให้ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันก็ยอม

7. เจมส์ ฮันท์ – นิกิ เลาดา (Rush)

หนังของผู้กำกับ รอน โฮเวิร์ด ที่ถ่ายทอดวีรกรรมของสองนักแข่งในตำนาน ฟอร์มูล่า วัน นิกิ เลาด้า (แดเนียล บรูห์ล) และ เจมส์ ฮันต์ (คริส เฮมสเวิร์ธ) พวกเขาต่างก็กระหายอยากเป็นที่หนึ่ง โดยเฉพาะในรายการชิงแชมป์โลกประจำปี 1976 เมื่อคนหนึ่งมาเพื่อท้าชิง อีกคนมาเพื่อป้องกันแชมป์ การขับเคี่ยวจึงเป็นไปอย่างคู่คี่สูสี ท้าความเร็วกันอย่างดุเดือดเร้าใจชนิดไม่กลัวตาย

ส่วนชีวิตนอกสนามแข่งของทั้งสองก็มันส์ไม่แพ้ในสนาม เมื่อเลาด้าและฮันต์นั้นตรงข้ามกันในทุกๆทาง ทั้งลักษณะนิสัย มุมมองต่ออาชีพนักแข่งรถ ไปจนถึงออร่าความเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการกีฬา – แรงแค้นทั้งหมดที่เก็บบ่มมานาน จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนพวกเขาให้ต้องเอาชนะคะคานกันให้ถึงที่สุด

6. เคนชิน – ชิชิโอ (Rorouni Kenshin)

จากการ์ตูนฮิตสู่หนังไตรภาคฉบับคนแสดงที่หยิบเอาเส้นเรื่องส่วนที่เข้มข้นที่สุดมาดัดแปลงขึ้นจอ ว่าด้วยซามูไรพเนจร ฮิมุระ เคนชิน อดีตนักดาบนามระบือผู้โหดเหี้ยมแห่งคณะปฏิวัติ ก่อนจะกลับใจมาเป็นคนดีเพื่อชดเชยบาปหนาที่ได้สร้างไว้ แต่ในช่วงที่เคนชินหันหลังให้กับตำแหน่ง ชิชิโอ มาโคโตะ มือสังหารรุ่นน้องที่มีฝีมือไม่ยิ่งหย่อนกว่าก็ขึ้นมาแทนที่ ทว่าเขาถูกหักหลัง โดนลอบสังหารด้วยการจุดไฟเผาทั้งเป็น แต่เมื่อชิชิโอผู้ผ่านความตายมาแล้วหนหนึ่ง รอดกลับมาพร้อมร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยผ้าพันแผล วางแผนจะทำเกียวโตให้วอดวายกลายเป็นทะเลเพลิง เคนชินผู้ถือว่าตนเองก็มีส่วนทำให้ชิชิโอกลายเป็นปิศาจร้าย จึงเดินทางไปยังเกียวโตเพื่อดับไฟแค้นของอดีตรุ่นน้องไม่ให้ลุกลาม

5. ดีเร็ค ซูแลนเดอร์ – แฮนเซล แม็คโดนัลด์ (Zoolander)

คู่แค้นแห่งวงการแฟชั่นที่ทำเอาแคทวอล์คแทบลุกเป็นไฟ ในหนังตลกเบาสมองที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ดีเร็ค ซูแลนเดอร์ (เบน สติลเลอร์ ที่ควบตำแหน่งผู้กำกับด้วย) สุดยอดซูเปอร์โมเดลชาย 3 ปีซ้อน แต่เขากลับต้องกลายเป็น ‘อดีต’ เมื่อเสียตำแหน่งที่หวงแหนนี้ให้กับ ฮานเซล แม็คโดนัลด์ (โอเว่น วิลสัน) คลื่นลูกใหม่ที่ทั้งหล่อกว่า มีสไตล์และดูสมาร์ท (สวนทางกับเขาที่มักได้เป็นนายแบบให้โฆษณาสุดพิลึกพิลั่น) แต่เพราะอาชีพนายแบบคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขา งานนี้ดีเร็คจึงไม่ยอมง่ายๆ ท้าให้ฮานเซลมาเดินแบบประชันกันบนแคทวอล์คชนิดท่าต่อท่า เพื่อให้รู้ไปเลยว่าใครคือตัวพ่อที่แท้จริง!

4. พอร์โก้ รอสโซ่ – โดนัลด์ เคอร์ติส (Porco Rosso)

อีกครั้งที่ผู้กำกับระดับปรมาจารย์แห่งค่ายจิบลิ ฮายาโอะ มิยาซากิ นำเอาความชอบส่วนตัวมาถ่ายทอดเป็นอนิเมชั่น กับเรื่องราวของสองนักบินที่แข่งกันอย่างสุดมันส์กลางน่านฟ้า ฝ่ายหนึ่งคือนักบินมากประสบการณ์ที่ถูกสาปให้มีใบหน้าเป็นหมู ทั้งยังเป็นอดีตทหารฟาสซิสต์ที่ปลดระวางมาเป็นนักบินล่าค่าหัวนาม พอร์โก้ รอสโซ่ ส่วนอีกฝ่ายคือนักบินอเมริกันมาดจองหองนาม โดนัลด์ เคอร์ติส ทั้งคู่ขับเครื่องบินดวลกันท่ามกลางสักขีพยานมากมาย โดยมีศักดิ์ศรีของนักบินแห่งทะเลอาเดรียติก, เงินพนันขันแข่งก้อนโต และหัวใจของผู้หญิงที่พวกเขาตกหลุมรัก เป็นเดิมพัน

3. หลิว – เหยิน (Infernal Affairs)

การเชือดเหลี่ยมเฉือนคมสุดระห่ำในหนังฮ่องกงที่จับเอาสองพระเอกฮ็อต หลิวเต๋อหัว กับ เหลียงเฉาเหว่ย มาปะทะกัน คนหนึ่งคือนายตำรวจที่ถูกส่งไปแทรกซึมในรังมาเฟีย อีกคนคือลูกน้องมาเฟียที่ถูกส่งมาเป็นสายในคราบตำรวจ ทั้งคู่ผลัดกันชิงไหวชิงพริบเพื่อตามล่าหา ‘หนอนบ่อนไส้’ ของแต่ละฝ่าย โดยต้องปิดบังฐานะที่แท้จริงของตัวเองไม่ให้ถูกเปิดโปงด้วยเช่นกัน

หนังที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นต่อเนื่องถึง 3 ภาคนี้ ไปเข้าตา มาร์ติน สกอร์เซซี จนผู้กำกับมือเก๋าเอาไปรีเมคเป็นเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดอย่าง The Departed (2006) ซึ่งแม้จะประสบความสำเร็จกลายเป็นดาวจรัสแสงบนเวทีออสการ์ แต่แฟนหนังที่ติดตามมาแต่แรกต่างก็บอกว่า มันยังยอดเยี่ยมไม่ถึงครึ่งของต้นฉบับด้วยซ้ำ

2. นีนา – ลิลลี่ (Black Swan)

แม้หนังของผู้กำกับ ดาเรน อโรนอฟสกี้ เรื่องนี้จะมุ่งสำรวจจิตใจของ นีน่า (นาตาลี พอร์ตแมน) นักบัลเล่ต์ผู้โตมาในกรอบของแม่ผู้แสนดีเป็นหลัก แต่การชิงดีชิงเด่นระหว่างเธอกับ ลิลี่ (มิล่า คูนิส) นักบัลเล่ต์ร่วมคณะก็ตื่นเต้นชวนติดตามไม่แพ้กัน เมื่อพวกเธอต่างอยากได้บท ‘ราชินีหงส์’ ในการแสดงชุด Swan Lake ที่ต้องถ่ายทอดทั้งภาคที่งดงาม อ่อนไหว (หงส์ขาว) และภาคที่ชั่วร้ายแต่น่าหลงใหล (หงส์ดำ) ในคนเดียวกัน – นีน่าคือหงส์ขาวที่สมบูรณ์แบบ ทว่าไร้ซึ่งอารมณ์ปรารถนา – ส่วนลิลี่ แม้จะเต้นไม่เก่งเท่านีน่า แต่เธอก็ยืดหยุ่นพอจะแสดงได้ทั้งสองภาค หากเมื่อนีน่าค่อยๆ ถลำสู่ด้านมืดจนเข้าใกล้การเป็นหงส์ดำขึ้นเรื่อยๆ ศึกสองพญาหงส์จึงทวีความรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

1. แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ – เดรโก มัลฟอย (Harry Potter)

ในโลกแห่งเวทมนตร์ของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง หากต้องหาคู่ปรับที่ดวลคาถาใส่กันชนิดไม่มีใครยอมใคร คงต้องยกให้คู่ของสองนักเรียนต่างบ้านอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ พ่อมดน้อยผู้มาพร้อมรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผากจากบ้านกริฟฟินดอร์ กับ เดรโก มัลฟอย ทายาทแห่งตระกูลผู้รับใช้ฝ่ายมืดจากบ้านสลิธีริน

จุดเริ่มต้นของความร้าวฉานนี้เป็นเพราะมัลฟอยนั้นยิ่งทะนงในความเป็นพ่อมด ‘เลือดบริสุทธิ์’ ของตน ตรงข้ามกับแฮร์รี่และเพื่อนๆ รอน วิสลีย์ กับ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ บวกกับการเอาชิงเอาชัยในชั้นเรียนและสนามแข่งควิดดิช และการถูกบ่มเพาะโดยบิดาอย่าง ลูเซียส มัลฟอย ให้เดรโกฝักใฝ่ในตัวจอมมาร ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ ตรงข้ามกับแฮร์รี่ผู้วางตัวเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายมืดมาตลอด ทำให้ทั้งสองไม่มีทางจะญาติดีกันได้เลย ตลอดเวลาหลายปีในรั้วฮอกวอตส์

 

 

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก