30 MUST SEE: เสียดายดาราตายไม่ได้ดู

THE 30 MUST SEE to be a movie lover

จากไปก่อนหนังสมบูรณ์: เสียดายดาราตายไม่ได้ดู

เขียนโดย: ยอริฟ อมิซิทตัส และ กอร์ดอน เก็กโค่

 

บางคนอาจจะมองอย่างงดงาม – เมื่อดารานักแสดงสักคนเสียชีวิตลง การได้ดูภาพยนตร์เรื่องที่เขาหรือเธอมีส่วนร่วมก่อนจะสิ้นลมนั้น ก็เหมือนกับการบอกลาครั้งสุดท้ายที่อาจจะเศร้าสร้อยปนโรแมนติก บรรจุเต็มเปี่ยมด้วยความอาลัยอาวรณ์ และบางที อาจจะประหนึ่งของที่ระลึกที่เอาไว้เชื่อมโยงระหว่างนักแสดงกับแฟนหนังผู้ภักดี

แต่บางคนอาจไม่ได้คิดเห็นแง่บวกอย่างนั้น หนังเรื่องสุดท้ายของดารานั้นเสมือนมีพลังงานบางอย่างซุกซ่อนอยู่ มันคือบันทึกห้วงเวลาที่บุคคลเหล่านั้นได้หายใจและทำกิจกรรมอยู่บนโลก ก่อนที่เงามืดบางอย่างจะมาพรากพวกเขาไปนิจนิรันดร์ และนั่นเอง สิ่งใดก็ตามที่บันทึกมันเอาไว้ก็เป็นได้ทั้งของที่ระลึก พอๆ กับเป็นสิ่งอาถรรพณ์

ทั้งหมดทั้งมวล มันก็สุดแล้วแต่ใครจะมอง แต่เราเห็นว่า การได้ดูหนังเรื่องสุดท้ายที่ดาราผู้วายชนม์ไม่ได้ดู ก็มีความน่าสนใจอยู่ในตัวของมันเอง ทั้งในแง่ของการบันทึกประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และ การได้สัมผัสถึงความขลุกขลักลักลั่น เมื่อบุคคลสำคัญของหนังเสียชีวิตไปก่อนที่มันจะเสร็จสมบูรณ์

ในบางกรณี นักแสดงอยู่ในขั้นตอนการซักซ้อมบท หรือกระทั่งแค่เตรียมงานถ่ายทำ – แบบนี้ไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับคนเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาเท่าใด

แต่บางกรณี นักแสดงยังพัวพันคาราคาซังกับหนังอยู่ ไมว่าจะเป็นในระหว่างช่วงเวลาการถ่ายทำ หรือกระทั่งยังเก็บรายละเอียดในช่วงโพสท์โปรดักชั่นไม่เรียบร้อย – แบบนี้เริ่มเป็นปัญหาอันทำให้ปริมาณผมของโปรดิวเซอร์ลดลง และเพิ่มปริมาณผมขาวบนหนังศีรษะ

ทว่ากรณีที่ชวนช็อคที่สุดก็คือ การประสบภยันตรายบางอย่างระหว่างการถ่ายทำ และเสียชีวิตคากองถ่าย บ้างก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และระดับขั้นที่เข้าข่ายตำนานมรณะและสุ่มเสี่ยงจะเป็นเรื่องเล่าแนวเขย่าขวัญก็คือ การเสียชีวิตคาที่ในกองถ่าย ต่อหน้าต่อตาเพื่อนนักแสดง และหน้ากล้อง

ใดๆ ก็ตาม ผลงานชิ้นสุดท้ายของนักแสดงล้วนมีเรื่องราวน่าสนใจอยู่เสมอ ในหลายกรณี มันอาจจะไม่ใช่มาสเตอร์พีซหรือหนังดิบดี แต่ก็อย่างที่บอกไป สำหรับบางคน – มันก็เหมือนการบอกลาครั้งสุดท้ายที่กินใจอย่างยิ่ง

Starpics ขอเชิญทุกท่านสัมผัสประสบการณ์ของ “เสียดายดาราตายไม่ได้ดู”

 

[ เกือบเสร็จสมบูรณ์ ]

สำหรับนักแสดงบางคน ผลงานที่พวกเขาและเธอร่วมสร้างสรรค์กันมานั้น เสร็จสิ้นงดงามเรียบร้อยแล้ว ทว่าก่อนจะได้เห็นว่ามันมีรูปโฉมโนมพรรณท้ายที่สุดอย่างไร เจ้าตัวก็ชิงตัดหน้าเสียชีวิตไปก่อน นั่นหมายความว่า กระบวนการทำงานแทบจะหมดจดครบถ้วน รอแต่เพียงได้ดูผลงานฉบับสมบูรณ์…ทว่าโอกาสนั้นก็เดินทางมาไม่ถึง

 

  1. GUESS WHO’S COMING TO DINNER (1967) – สเปนเซอร์ เทรซี่

สเปนเซอร์ เทรซี่ คือยอดคนแห่งฮอลลีวู้ด ในฐานะนักแสดงหนังระดับบรมครูที่คว้าออสการ์นักแสดงนำชายไปสองตัว เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 9 ครั้ง และเล่นหนังมาทั้งหมด 74 เรื่อง (และส่วนใหญ่เป็นหนังระดับยอดเยี่ยม) และนั่นเอง หนังเรื่องสุดท้ายนี้เองที่เขาด่วนจากไปโดยไม่ได้ดูผลงานตัวเอง เพราะภายหลังจากการถ่ายทำเสร็จไป 17 วัน ลุงสเปนเซอร์ก็ถูกอาการโรคหัวใจจู่โจม จนไม่มีโอกาสได้ดูหนังเวอร์ชั่นเต็ม

 

  1. GIANT (1955) – เจมส์ ดีน

แม้ชื่อเสียงเรียงนามของหนัง Giant อาจจะไม่เท่างานที่สร้างความครึกโครมอย่าง Rebel without a cause (1955) แต่หนังเรื่องนี้เองที่บรรจุภาพบนโลกภาพยนตร์ครั้งสุดท้ายของเขาเอาไว้ และเมื่อมาคิดสะระตะรวมแล้ว เจมส์ ดีน แสดงหนังทั้งชีวิตเพียง 3 เรื่อง ในช่วงเวลาแห่งความเกรียงไกร 4 ปี ทว่ามันกลายเป็นหนังระดับคลาสสิค และภาพลักษณ์หนุ่มขบถสุดเท่ของเขาก็อยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้

ดีนถ่ายทำหนังเรื่องสุดท้ายในชีวิตอย่าง Giant เสร็จสิ้นไปแล้ว ทว่าในวัย 24 ปี เขาประสบอุบัติเหตุรถชนอย่างสยดสยองจนเสียชีวิต จากนั้นปัญหาเล็กๆ กับหนังที่ถ่ายทำเสร็จไปแล้วก็เกิดขึ้นในขั้นตอนการตัดต่อ เมื่อผู้กำกับพบว่าดีนพูดจาไม่รู้เรื่องในช่วงหนึ่งของหนัง จึงให้นักแสดงอีกคนมาพากย์เสียงช่วย

แม้จะจากไปอย่างรวดเร็ว แต่แรงหนุนในชื่อเสียงและความนิยมของตัวเขากลับทวีคูณ เมื่อทำสถิติเป็นคนตายคนแรกในประวัติศาสตร์ออสการ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล – ภายหลังผลงานเรื่องสุดท้ายออกฉาย

 

  1. SPARKLE (2012) – วิทนีย์ ฮูสตัน

            ตัวหนังว่าด้วยนักร้องผิวสีที่ไต่เต้าจนโด่งดังนี้ อาจไม่มีอะไรแปลกใหม่ (และคุณภาพก็อยู่ในระดับปานกลาง) แต่มันเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของตำนานแห่งวงการนักร้อง/นักแสดง วิทนี่ย์ ฮูสตัน ซึ่งฝากผลงานเป็นคุณแม่ของนางเอก และยังเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารของเรื่องนี้อีกด้วย

ความตายของวิทนี่ย์เกิดขึ้นในแบบช็อคคนดูทั้งโลก ภายหลังถูกพบเป็นศพในห้องน้ำของโรงแรมและผลการวินิจฉัยก็คือเกี่ยวข้องกับอาการหัวใจล้มเหลวและยาเสพติด อย่างไรก็ตาม หนังที่ถ่ายนั้นเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เธอไม่มีโอกาสได้ชมผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตนี้ด้วยตนเองขณะเดียวกัน เรื่องเล่าเล็กๆ ก็แพลมออกมาว่า หนังเรื่องนี้วางแผนจะสร้างตั้งแต่ช่วงต้นยุค 2000 แล้ว แต่นักแสดงที่วิทนี่ย์หมายตาเอาไว้นั้นได้เสียชีวิตไปก่อน ซึ่งได้แก่สาวดาวรุ่งอย่าง อาไลยาห์!

 

  1. HALLOWEEN: THE CURSE OF MICHAEL MYERS (1995) – โดนัลด์ พลีเซนซ์

            แม้ว่าภาคต่อของฮาโลวีนเรื่องนี้จะถ่ายเสร็จสิ้นตามตารางไปแล้ว แต่ท้ายที่สุด เมื่อปฏิกิริยาจากผู้ชมออกมาในทางย่ำแย่ ผู้กำกับจึงตัดสินใจถ่ายใหม่เพิ่มเติม ทว่าระหว่างกำหนดตารางกันใหม่นั้น หนึ่งในนักแสดงอย่าง โดนัลด์ พลีเซนซ์ ได้เข้ารับการผ่าตัดหัวใจและเสียชีวิตไปเสียก่อน ดังนั้น ผู้กำกับจึงแก้ปัญหาด้วยการให้ตัวละครของโดนัลด์นั้น ตายมันซะเลย!

 

[ ในช่วงถ่ายทำ ]

            มีนักแสดงจำนวนมากที่เสียชีวิตใน “ช่วงเวลาของการดำเนินงาน” ไม่ว่าจะเป็นภายหลังซ้อมบทไปแล้ว อาจจะเป็นการพักผ่อนระหว่างหยุดพักกอง หรือกำลังเดินทางไปมาเพื่อเข้าฉาก เหล่านี้เราเรียกว่าเสียชีวิตในช่วงถ่ายทำ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่พวกเขาและเธอไม่ได้เห็นหนังที่ตนเองแสดงในแบบสมบูรณ์

 

  1. QUEEN OF THE DAMNED (2002) – อาไลยาห์

            หนังแวมไพร์และราชินีแห่งมหันตภัยนี้ คุณภาพอยู่ในระดับน่าผิดหวัง (และจะยิ่งผิดหวังมากขึ้นเมื่อมันสร้างจากนิยายชั้นยอดของคุณป้า แอน ไรซ์) แต่เหนืออื่นใด มันเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของนักแสดงดาวรุ่งที่ควรจะมีลมหายใจยาวนานกว่านี้อย่าง อาไลยาห์ โดยหลังจากถ่ายซีนของเธอเสร็จทั้งหมด และอยู่ในช่วงรอเก็บกวาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เธอก็ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนเสียชีวิตในวัย 22 ปี ดังนั้น สิ่งที่ขาดเหลือเล็กน้อยอย่างการพากย์เสียงบางช่วง ก็ได้น้องชายของเธอมาช่วยเหลือ

แม้หนังจะย่ำแย่ แต่การแสดงของ อาไลยาห์ ได้รับการพูดถึงในแง่บวก เป็นแสงเรืองรองไม่กี่ส่วนที่หนังเรื่องนี้มี

 

  1. DARK BLOOD (2012) – ริเวอร์ ฟินิกซ์

            ในวัย 16 ปี ริเวอร์ ฟินิกซ์ (พี่ชายของ วาคิน ฟินิกซ์) กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงจากการร่วมแสดงในหนังดังอย่าง Stand by Me และเมื่อชื่อเสียงและวิถีชีวิตแห่งดาราถาโถมเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด เขาเริ่มหันหน้าเข้าหายาเสพติด กระทั่งเมื่อเสพยาเกินขนาด (บ้างก็ว่าเพราะผสมโคเคนเข้ากับเฮโรอีน) นำไปสู่อาการหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในขณะอายุได้ 23 ปี ทิ้งให้หนังที่เขากำลังถ่ายทำอยู่อย่าง Dark Blood ลอยเท้งเต้งในมหาสมุทรแห่งปัญหา

หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเด็กกำพร้าที่ดันไปอาศัยในทะเลทรายซึ่งใกล้กับสถานที่ทดลองนิวเคลียร์ อันนำมาสู่ประเด็นด้านสุขภาพและความขัดแย้ง อันที่จริง ฉากของฟินิกซ์นั้นถ่ายทำเสร็จสิ้นไปแล้วร้อยละ 80 ทว่าฉากที่ยังไม่เสร็จนั้นดันเป็นฉากสำคัญยิ่งยวด จากนั้นเมื่อมีปัญหานักแสดงนำเสียชีวิต ตามติดด้วยปัญหาพะรุงพะรังระหว่างบริษัทประกันกับครอบครัวของเขา ก็พลอยทำให้หนังเรื่องนี้อยู่ในสภาวะแช่แข็งเป็นเวลาอันยาวนาน ก่อนที่ผู้กำกับ จอร์จ สลุยเซอร์ จะตัดสินใจเอาฟุตเตจจากสารคดีของฟินิกซ์และเทคนิคต่างๆ นานา มาทำให้หนังเสร็จสมบูรณ์ ทว่ามันก็ดูจะช้านานเกินไป กระทั่งหนังได้ไปฉายเพียงตามเทศกาลต่างๆ ประปราย และมีสถานะดีกว่าไม่ได้ฉาย-แค่นิดหน่อย

           

  1. STRETCH (2011) – เดวิด คาร์ราดีน

            โดยตัวหนังอย่าง Stretch นั้นคงไม่ค่อยมีใครสนใจสักเท่าไหร่ และคงเป็นหนังฝรั่งเศสที่เลือนหายไปจากความทรงจำ หากมันไม่ใช่หนังเรื่องสุดท้ายของ เดวิด คาร์ราดีน ที่หลายคนมักคุ้นจากหนังสุดเจ๋ง Kill Bill

ความตายของเขาในโรงแรมที่กรุงเทพฯ นี้ ถูกวิเคราะห์สาเหตุต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย หรือการ “สำเร็จความใคร่ด้วยวิธีพิสดาร” (อันนำไปสู่คำฮิตในช่วงนั้น คือ “ออโต้อีโรติก”) แล้วพลาดพลั้งจนเสียชีวิต แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันเป็นความน่าโศกเศร้าที่นักแสดงมากฝีมือและปรากฏตัวในหนังดังหลายเรื่องคนนี้ มาด่วนจากไปก่อนเวลาอันควร

 

  1. THE HUNGER GAMES: MOCKINGJAY – ฟิลิป ซีย์มัวร์ ฮอฟฟ์แมน

            หลังเปิดตัวอย่างเร้าใจในภาค 2 ของ The Hunger Games พอมาถึงภาคที่เขาจะยิ่งมีบทบาทสำคัญ ฟิลิป ซีย์มัวร์ ฮอฟฟ์แมน ก็ด่วนลาโลกไปด้วยสาเหตุไม่แน่ชัด (แต่ผลสรุปดูใกล้เคียงกับการเสพยาเกินขนาด) ทิ้งให้ทีมงานต้องมาดิ้นรนเพื่อหาทางจัดการกับปัญหานักแสดง แต่ทางสตูดิโอก็ออกมายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ (ภายหลังแสดงความเสียใจต่อการจากไป) ว่ามีวิธีการเตรียมไว้แล้ว และยังกำหนดวันเวลาฉายภาคต่อ 2 ภาคที่เหลือ (Mockingjay part 1 & 2) เอาไว้ที่ปลายปี 2014 และ 2015 เหมือนเดิม

 

  1. SOMETHING’S GOT TO GIVE (1962) – มาริลีน มอนโร

            ในตอนแรก แม่สาว นอร์มา จีน หรือ มาริลีน มอนโร ไอคอนเซ็กซี่แห่งโลกภาพยนตร์ (และโลกมนุษย์) คือนักแสดงนำในหนังผัวๆ เมียๆ เรื่องนี้ ทว่าเมื่อเกิดปัญหาขัดแย้งกับทีมงานถ่ายทำ (ซึ่งไม่ต้องสงสัยใดๆ ว่าเป็นเพราะนิสัยงุ้งงิ้งเจ้าปัญหาของเธอเอง) ทำให้ถูกไล่ออกจากโปรดักชั่น อย่างไรก็ตาม ด้วยอำนาจอิทธิพลบางอย่าง ก็ผลักดันให้มอนโรกลับมาอยู่ในสถานะนักแสดงนำและพร้อมจะถ่ายทำต่ออีกครั้ง

ทว่าเหมือนหนังต้องคำสาปไม่ให้ถ่ายจบ เพราะมอนโรก็ด่วนลาโลกไปด้วยการเสพยาเกินขนาด ทิ้งให้หนังกลายเป็นภาพยนตร์ปริศนาดำมืด-ถ่ายไม่เสร็จและไม่ได้ฉาย อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาได้มีผู้รวบรวมฟุตเตจเป็นเวลา 37 นาทีของเรื่อง นำไปผนวกเอาไว้ในฐานะส่วนหนึ่งของหนังสารคดี Marilyn Monroe: the final days (2001)

 

  1. GAME OF DEATH (1978) – บรูซ ลี

            ระหว่างการถ่ายทำหนังกังฟูอย่าง Game of Death บรูซ ลี เกิดได้รับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ (เพราะเขารอคอยมายาวนาน) นั่นคือ การสร้างหนังในฝันอย่าง Enter the dragon ด้วยงบประมาณมหาศาล ทว่าเมื่อหันเหไปทำเรื่องดังกล่าวและกำลังตัดต่ออย่างขะมักเขม้น จอมยุทธ์ลีก็เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ทิ้งให้หนังที่เขาหยุดกลางคันอย่าง Game of Death สุ่มเสี่ยงว่าจะย่อยยับ

อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับของ Enter the dragon อย่าง โรเบิร์ต เคล้าส์ ก็ก้าวเข้ามาแก้ปัญหาและใช้ตัวแสดงแทนในบางฉาก พร้อมกับเทคนิคสารพัดทำให้หนังออกฉายสำเร็จ แน่นอน ส่วนที่ลีไม่ได้อยู่แสดงนั้นออกมาดูย่ำแย่ ทว่าส่วนที่เขาได้แสดงไปแล้ว โดยเฉพาะการต่อสู้กับพี่ยักษ์ คารีม อับดุล-แจ็บบาร์ นั้นนับว่ามันส์ระดับห้าดาว  

 

  1. BRAINSTORM (1983) – นาตาลี วู้ด

            หนังไซ-ไฟเรื่องนี้นับว่าฟอร์มใหญ่ในยุคนั้นพอสมควร หลังจากถ่ายทำไปเยอะแล้วและทุกอย่างราบรื่นดี พอหยุดกองให้นักแสดงไปเฉลิมฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ปรากฏว่าดาราคนสำคัญอย่าง นาตาลี วู้ด ก็ตกเรือยอร์ชสุดหรูและจมน้ำเสียชีวิต! ผู้กำกับอย่าง ดั๊กลาส ทรัมบูลล์ ไม่อยากให้ MGM ทิ้งหนังเรื่องนี้ไป เขาจึงยืนกรานว่าต้องแก้ปัญหาและทำหนังให้จบให้ได้ ซึ่งนับว่าผลออกมาน่าพอใจ เพราะใช้ตัวแสดงแทนในฉากสำคัญที่เหลือ เล่นกับมุมกล้องอย่างชำนาญ ไปจนถึงเทคนิคพิเศษออกมาค่อนข้างเนียน ทุกอย่างจึงกลับมาสู่ลู่ทางที่ดีอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มันก็หักมุมอีกรอบเมื่อออกฉายแล้ว…หนังเจ๊ง!

 

  1. THE MATRIX RELOADED (2003) – กลอเรีย ฟอสเตอร์

            หนังแมทริกซ์เหมือนจะมีอาถรรพณ์อะไรปกคลุมอยู่ นอกเหนือจาก อาไลยาห์ ที่คาดหมายจะมารับบทตัวประกอบสำคัญ-ต้องด่วนจากไปก่อนหน้า นักแสดงอย่าง กลอเรีย ฟอสเตอร์ กับบท ดิ ออราเคิล ก็ด่วนจากโลกใบนี้ไปด้วยโรคเบาหวาน โชคยังดีที่ภาค 2 นี้เธอถ่ายทำอะไรต่อมิอะไรครบถ้วนแล้ว เลยไม่เป็นปัญหานัก ดังนั้น พอไปถึงภาคจบใน Revolutions ก็จัดการให้ ดิ ออราเคิล แสดงโดยดาราคนใหม่อย่าง แมรี่ อลิซ

 

  1. THE IMAGINARIUM OF DOCTOR PARNASSUS (2009) – ฮีธ เล็ดเจอร์

            ด้วยความที่เป็นหนังเซอร์เรียลของ เทอร์รี่ กิลเลียม เมื่อนักแสดงคนสำคัญอย่าง ฮีธ เล็ดเจอร์ เสียชีวิตด้วยการใช้ยาเกินขนาด ระหว่างที่หนังถ่ายทำไปได้ไม่มากนัก ผู้สร้างจึงแก้ปัญหาด้วยการให้นักแสดงชื่อก้องแต่อยากมีส่วนร่วม อาทิ จอห์นนี่ เด็ปป์, โคลิน ฟาร์เรล และ จู้ด ลอว์ มารับบทเดียวกันต่อเนื่อง (นัยว่าตัวละครเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเรื่อยๆ) กลายเป็นการแก้ปัญหานักแสดงเสียชีวิตในช่วงการถ่ายทำได้เข้ากับสไตล์ของหนังอย่างยิ่ง

 

  1. FAST AND FURIOUS 7 – พอล วอล์คเกอร์

            การตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ของ พอล วอล์คเกอร์ อาจจะเป็นเรื่องน่าเศร้าและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน เพราะเขานั้นยังหนุ่มแน่น (นิสัยดี) และเร็วเกินไปที่จะไปเฝ้าพระเจ้า ขณะเดียวกันการตายของเขาจากการนั่งรถซิ่งเพื่อไปทำการกุศล ก็ดูขัดแย้งกับบทบาทไอ้หนุ่มตีนผีที่ไม่เคยตายในหนังรถแข่งเรื่องนี้เหลือเกิน

ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดภายหลังหนังภาค 6 ออกฉายและทำเงินแบบมโหฬาร และอยู่ในช่วงตั้งไข่ของภาค 7 ไปแล้ว ซึ่งคาดว่าในภาค 7 อาจจะต้องมีการปรับบทและทำอะไรบางอย่างกับตัวละครของวอล์คเกอร์ – แม้ว่าเขาจะเป็นพระเอกมาแทบทุกภาคก็ตาม!

 

  1. SHREK (2001) – คริส ฟาร์ลี่ย์

            หนุ่มนักแสดงจาก Saturday Night Live อย่าง คริส ฟาร์ลี่ย์ ได้บันทีกเสียงเป็นเจ้าออร์กพระเอกแห่ง Shrek ไปเยอะแล้ว ทว่าดันมาด่วนเสียชีวิตด้วยการเสพยาเกินขนาด ดังนั้น เพื่อนร่วมวงจาก SNL อย่าง ไมค์ ไมเยอร์ส จึงถูกดึงเข้ามาพากย์เสียงแทนแบบเนียนๆ ทั้งหมด

 

  1. HARRY POTTER AND THE PRISONER OF AZKABAN (2004) – ริชาร์ด แฮร์ริส

            บทของครูใหญ่แห่งฮอกวอตส์ ศาสตราจารย์อัลบัส ดัมเบิลดอร์ โดย ริชาร์ด แฮร์ริส มีอันต้องสิ้นสุดเพียงภาคที่ 2 เพราะหลังจากนั้นลุงริชาร์ดก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งก่อนเริ่มถ่ายทำภาคที่ 3 แต่แฟนหนังไม่ได้วิตกกังวลอะไรกันเลย เนื่องจากถูกแทนที่โดยนักแสดงที่ฝีไม้ลายมือทัดเทียมกันอย่าง ไมเคิล แกมบอน ดังนั้น ภาคสามจึงไม่มี ริชาร์ด แฮร์ริส ให้ดูกันอีกต่อไป

 

  1. THE MISFITS (1961) – คลาร์ก เกเบิ้ล

            หนังรักว่าด้วยคาวบอยหนุ่มใหญ่กับสาวเซ็กซี่ อาจดูเป็นพล็อตปกติ ทว่าเมื่อมันถูกเกี่ยวข้องโดยตำนานของฮอลลีวู้ด ทั้งผู้กำกับ-จอห์น ฮุสตัน, คนเขียนบท-อาร์เธอร์ มิลเลอร์ และกลุ่มนักแสดงนำ มอนท์โกเมอรี่ คลิฟท์, มาริลีน มอนโร และ คลาร์ก เกเบิ้ล หนังเรื่องนี้จึงเป็นหนึ่งในผลงานคลาสสิคโดยปริยาย

แต่มันก็เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของปูชนียบุคคลแห่งอเมริกาอย่าง คลาร์ก เกเบิ้ล ที่เสียชีวิตด้วยอาการโรคหัวใจ ซึ่งบ้างก็ว่าเขาตรากตรำทำงานหนักเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นสตั๊นท์เอง โดยภายหลังจากเสียชีวิต ได้มีการใช้ตัวแสดงแทนคุณปู่เพียงนิดหน่อย เพราะถ่ายทำเสร็จโดยส่วนใหญ่แล้ว

 

  1. TRAIL OF THE PINK PANTHER (1982) – ปีเตอร์ เซลเลอร์ส

            นักแสดงคนอื่นเขามีแต่ตายคากองถ่ายบ้าง ตายระหว่างถ่ายทำบ้าง จนต้องตามไปแก้ปัญหาพะเรอเกวียนตามมา แต่หนังเรื่องนี้กลับตรงกันข้าม มันเป็นเพราะนักแสดงตายไปก่อนแล้วนั่นแหละ มันถึงได้มีการตกลงว่าจะทำออกมาสไตล์นี้ และงานโปรดักชั่นก็เริ่มต้นหลังจากที่นักแสดงนำ ปีเตอร์ เซลเลอร์ส เสียชีวิตไปแล้วถึงสองปี!

คำเฉลยต่อปริศนาดังกล่าวก็คือ เบลค เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้กำกับหนังนักสืบพิ้งค์แพนเธอร์ส ยังอยากให้มีตอนต่อออกไปเรื่อยๆ และแม้ว่าเซลเลอร์สจะตายไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถไปเอาภาพฟุตเตจของเขาจากเรื่องอื่นๆ มาผสมผสานกับส่วนที่ถ่ายใหม่ให้กลายเป็นหนังอีกตอนอย่างสบายๆ (เอากับลุงแกสิ!) แต่คนดูได้โปรดอย่าคาดหวังอะไรกับหนังนักสืบรวยอารมณ์ขันภาคนี้นัก … เพราะหนังมันห่วยมาก

 

  1. THE TRANSFORMERS: THE MOVIE (1986) – ออร์สัน เวลส์

            ออร์สัน เวลส์ ผู้กำกับ Citizen Kane นี่แหละครับ! ไม่ใช่คนชื่อเหมือน และหนังที่เขาไปพากย์เสียงก็ไม่ใช่หนังชื่อเหมือนด้วย แต่มันคือทรานฟอร์เมอร์สเวอร์ชั่นดั้งเดิมในปี 1986 ที่หุ่นยนต์สู้กันไปมาจนข้าวของพังกระจายไปหมดนั่นแหละ

ด้วยอาการเจ็บป่วย สุขภาพวิกฤต พลอยทำให้เสียงพากย์ของเขาออกมาย่ำแย่ไปด้วย กระทั่งมีข่าวลือว่าเสียงที่เราได้ยินในหนังนั้นได้นักแสดงอีกคนมาพากย์ให้ใหม่ อย่างไรก็ตาม มีผู้เกี่ยวข้องออกมาปฏิเสธและแก้ต่างว่า ที่มันออกมาฟังดูดีกว่าตัวจริงเพราะใช้เทคโนโลยีช่วย ขณะที่ตอนยังมีชีวิตนั้น แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่าเวลส์ก็เกลียดหนังชุดนี้มาก และให้ความเห็นอย่างเย้ยหยันว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับของเล่นชิ้นใหญ่ที่ทำลายล้างของเล่นชิ้นเล็กกว่า!!!

 

  1. GLADIATOR (2000) – โอลิเวอร์ รี้ด

            ความยิ่งใหญ่ของหนังสไตล์นักสู้โรมันเรื่องนี้-ทั้งการทำเงินแบบมโหฬารและการคว้าออสการ์หนังยอดเยี่ยม-อาจบดบังเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง เมื่อยอดนักแสดงชาวอังกฤษอย่าง โอลิเวอร์ รี้ด ซึ่งรับบทบาทสำคัญ พร็อกซิโม ทาสผู้ไต่เต้าสู่ฐานะผู้สั่งสอนพระเอก ได้เสียชีวิตด้วยอาการโรคหัวใจในวัย 61 ปี การตายในช่วงระหว่างการถ่ายทำของเขา ยังผลให้ผู้กำกับอย่าง ริดลี่ย์ สก็อตต์ ต้องใช้นักแสดงแทนในฉากเล็กๆ น้อยๆ ที่เหลือ (ความจริงคือ เขาถ่ายในส่วนของตนเองเสร็จเกือบหมดแล้ว) พร้อมด้วยสเปเชียลเอฟเฟ็คท์แต่งเติมหน้าตาให้เหมือนตัวจริง ซึ่งกินมูลค่าประมาณ 3 ล้านเหรียญฯ

 

[ คากองถ่าย ]

          อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่เสี่ยงตายไหม? ถ้าตอบแบบรวมๆ ก็คงจะประมาณว่า “ไม่หรอกน่า!” กระนั้นก็ตาม อะไรต่อมิอะไรถ้าไม่ระมัดระวังให้ดีโดยเฉพาะงานสตั๊นท์เสี่ยงตายกับข้าวของระเกะระกะละแวกนั้น ก็อาจจะลงเอยด้วยอุบัติเหตุร้ายแรง และบางครั้งเมื่อคนจะจากไปก่อนวัยอันควรขณะที่กำลังอยู่ในกองถ่ายหรือโลเคชั่นการถ่ายทำ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะห้ามปรามได้ ต่อไปนี้คือนักแสดงที่กล่าวได้ว่า “เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่”

 

  1. OCEAN’S DEADLIEST (2007) – สตีฟ เออร์วิน

            คำจำกัดความของ สตีฟ เออร์วิน ที่หลายคนเรียกว่า “นักล่าจระเข้” อาจดูไม่ครอบคลุมความเป็นจริงนัก เพราะเขาน่าจะเป็นประธานชมรมคนรักสัตว์แห่งโลกมนุษย์เสียมากกว่า ความรักใคร่ใยดีในสิ่งมีชีวิตร่วมโลกทำให้หนุ่มเออร์วินเข้าใกล้กับสัตว์โลกทั้งแบบน่ารักและไม่น่ารักชนิดไม่หวาดหวั่นใดๆ ชื่อเสียงอันโด่งดังของเขามาจากการบุกตะลุยไปพบปะสังสรรค์กับสัตว์ป่าชนิดไม่กลัวเกรงอันตราย ทว่าก็เหมือนปลาตายน้ำตื้น ในวัย 44 ปี-ขณะทำสารคดีสำรวจโลกใต้มหาสมุทรในแถบชายฝั่งออสเตรเลีย เขาก็พลาดถูกเงี่ยงปลากระเบนแทงเข้าที่หน้าอก ก่อนจะเสียชีวิต “ในสถานที่ถ่ายทำ” ด้วยบาดแผลและสารพิษจากเงี่ยงดังกล่าว

สารคดีสำรวจโลกเร้นลับในมหาสมุทรเรื่องนี้ จึงลงเอยด้วยความตายอันเหลือเชื่อและพิสดาร โดยออกอากาศในฐานะหนังสารคดีฉายทางทีวีเมื่อต้นปี 2007

           

  1. WAGONS EAST! (1994) – จอห์น แคนดี้

            มันเป็นหนังล้อเลียนแนวคาวบอยที่คุณภาพ “น่าอเนจอนาถ” แต่นี่คือหมุดหมายสำคัญที่คนรักหนังยุค 80-90 จดจำได้ เนื่องจากหนุ่มใหญ่ใจดีที่เป็นขวัญใจจอแก้วอย่าง จอห์น แคนดี้ ในวัย 43 ปีเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายฉับพลัน ขณะที่กำลังนอนหลับพักผ่อนหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำประจำวัน-ในเซ็ทที่เม็กซิโก ยังผลให้ผู้กำกับต้องใช้นักแสดงแทนใน 2-3 ฉากที่เหลือของเขา และต้องให้คนเสียงคล้ายมาพากย์เพิ่มเติมในบางส่วนอีกด้วย

 

  1. PLAN 9 FROM OUTER SPACE (1959) – เบล่า ลูโกชี่

            ตามที่นักวิจารณ์และสถาบันต่างๆ มักจะระบุเอาไว้ ภาพยนตร์ภายใต้การกำกับของ เอ็ด วู้ด เรื่องนี้ดำรงตำแหน่ง “หนังห่วยที่สุดตลอดกาล” และกลายเป็น “หนังคัลท์” ที่นิยมกันในหมู่คนอยากเห็นของแปลก ไม่ว่าจะพิจารณาจากพล็อตเรื่องซึ่งบ้าบอคอแตก มีทั้งซอมบี้ แวมไพร์ มนุษย์ต่างดาว ฯลฯ การดำเนินเรื่องลักลั่น โปรดักชั่นทุเรศทุรัง และหนึ่งในสาเหตุก็คือการเสียชีวิตในระหว่างช่วงการถ่ายทำของ เบล่า ลูโกชี่ – ตำนานแห่งโลกภาพยนตร์สยองขวัญ – ด้วยโรคหัวใจ มันทำให้ผู้กำกับไปนำเอาภาพฟุตเตจของลูโกชี่ที่ถ่ายไปบ้างบางส่วน มาตัดต่อใช้งานซ้ำๆ (เฮ่ย!) และให้ตัวแสดงแทนที่ดูยังไงก็ไม่ใกล้เคียงคุณลุงแม้แต่นิด มาทำอะไรเงอะงะน่าหัวเราะ

มันเป็นการจบสิ้นตำนานนักแสดงหนังแนวสยอง ซึ่งเจ้าตัวคงไม่มีวันรู้มาก่อน ว่าจะได้รับการกล่าวขานในฐานะหนังอันดับหนึ่งตลอดกาล…สาขาห่วยยอดเยี่ยม

 

  1. TWILIGHT ZONE: THE MOVIE (1983) – วิค มอร์โรว์

            หนังระทึกขวัญ/ไซไฟเรื่องนี้แบ่งออกเป็นตอนย่อย 4 ตอน และในตอนของผู้กำกับที่กำลังมือขึ้นอย่าง จอห์น แลนดิส ก็เกิดเหตุโศกนาฏกรรม เมื่อเอฟเฟ็คท์ประกอบฉากดันระเบิดผิดพลาด จนทำให้บดบังกีดขวางทัศนวิสัยเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะตามด้วยการที่ ฮ. เสียหลักและพุ่งชนนักแสดงอาวุโสกับนักแสดงเด็กอีกสองคนที่กำลังวิ่งในฉาก จนถึงแก่กรรม

ความน่าตื่นตะลึงก็คือ ในหนึ่งปีก่อนหน้าที่ วิค มอร์โรว์ นักแสดงวัย 53 จะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำนี้ เขาเคยได้รับข้อเสนอให้แสดงในหนัง Dirty Mary Crazy Larry ซึ่งต้องบินด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในครั้งนั้นมอร์โรว์ปฏิเสธไปเพราะเกิดนิมิตว่าเขาอาจจะตายด้วยอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์!

 

  1. HANDS OF STEEL (1986) – คลอดิโอ คาสซิเนลลี่

            คลอดิโอ คาสซิเนลลี่ อาจไม่ใช่นักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ แต่เขาก็คือตัวประกอบและนักแสดงระดับมีบทบาทของเรื่อง-ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง ในระหว่างที่แสดงหนังของผู้กำกับร่วมชาติอิตาลีอย่าง แซร์จิโอ้ มาร์ติโน่ ซึ่งมีพล็อตเรื่องว่าด้วยหุ่นไซบอร์กไล่ฆ่านักวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่า ก็ได้เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์พุ่งชนสะพานนาบาโย่ในอาริโซนา และยังผลให้คาสซิเนลลี่เสียชีวิตคาที่ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์เศร้าด้านการถ่ายทำหนังที่โหมกระหน่ำยุค 80 อย่างบ้าคลั่ง

 

  1. THE RETURN OF THE MUSKETEERS (1989) – รอย คินเนียร์

            หนังว่าด้วยการกลับมาอีกครั้งของแก๊ง “สามทหารเสือ” เรื่องนี้ มีส่วนประกอบที่แสนเศร้า เมื่อนักแสดงสมทบคนสำคัญของเรื่องอย่าง รอย คินเนียร์ ประสบอุบัติเหตุตกจากหลังม้า แต่เขาหาได้รอดพ้นและต่อสู้กับชีวิตเหมือนกับซูเปอร์แมน-คริสโตเฟอร์ รีฟส์ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในฉับพลันนั้นก็คือ กระดูกเชิงกรานหักอย่างรุนแรง เลือดไหลจนไม่อาจระงับได้ และเสียชีวิตในเวลาถัดมา

ผู้กำกับแก้ปัญหาโดยใช้นักแสดงแทน และมีพากย์เสียงเป็นตัวเขาอีกนิดหน่อย ซึ่งผลลัพธ์ในภาพรวมของหนังที่ออกฉายก็เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ (โดยไม่ต้องนับการตายของลุงชาวอังกฤษอย่างคินเนียร์) คือสุดแสนจะธรรมดา ขณะที่คินเนียร์ก็ถูกบันทึกว่าเป็นนักแสดงระดับมีชื่อเสียงอีกคนที่เสียชีวิตในช่วงยุคแห่งดาวดับวงการหนัง-80s

 

  1. อินทรีทอง (พ.ศ.๒๕๑๓) – มิตร ชัยบัญชา

            พระเอกอันดับหนึ่งตลอดกาลของไทย มิตร ชัยบัญชา มีความรักใคร่ในบท อินทรีแดง ของ เศก ดุสิต อย่างมาก และเมื่อความพร้อมมาถึง มิตรจึงได้ขอกำกับหนังภาคใหม่-ที่มีพล็อตเรื่องว่าด้วยอินทรีแดงตัวปลอม-ด้วยตนเอง ทั้งยังทุ่มเทแสดงฉากเสี่ยงตายโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ และนั่นนำไปสู่ฉากการโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งบินสูงน่าหวาดเสียว ผลลัพธ์จากการแสดงฉากดังกล่าวทำให้มิตรพลาดพลั้งตกลงมายังเบื้องล่าง และนี่คือหนังเรื่องสุดท้ายของตำนานพระเอกเมืองไทย…มิตร ชัยบัญชา

 

  1. THE FLIGHT OF THE PHOENIX (1965) – พอล มานท์ซ

            พล็อตเรื่องว่าด้วยเครื่องบินโดยสารที่ตกในทะเลทราย ทำให้ลูกเรือทั้งหลายต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดนี้อาจจะไม่แปลกใหม่ในยุคปัจจุบัน เพราะทำกันซ้ำๆ ไปแล้วหลายเรื่อง ทว่าในช่วงยุค 1965 ต้องนับว่ามันมีความน่าสนใจและท้าทายในการถ่ายทำพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเครื่องบินให้ขึ้นและลงด้วยความยากลำบากในสภาพทะเลทรายอันไม่ค่อยเอื้ออำนวย และอุบัติเหตุร้ายแรงก็เกิดขึ้นกับนักแสดงสตั๊นท์ระดับตำนาน ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตนักบินผู้ผันตัวสู่วงการหนังอย่างเกรียงไกร พอล มานท์ซ เขาต้องขับเครื่องบินขึ้นลงในภูมิประเทศทุรกันดาร และก็พลาดพลั้งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในการถ่ายทำ

 

  1. SARATOGA (1937) – จีน ฮาร์โลว์

            ด้วยอายุเพียง 26 ปี สาวสวยผมบลอนด์อย่าง จีน ฮาร์โลว์ ควรจะมีชีวิตต่อจากนั้น เก็บเกี่ยวชื่อเสียงและความสุขมากมายจากการเป็นดาราชั้นนำ ทว่าภายหลังจากถ่ายไปแล้ว 90% ฮาร์โลว์ก็ล้มลงในฉากที่ถ่ายทำด้วยอาการไตวาย และหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ เธอก็เสียชีวิต

ผู้กำกับใช้นักแสดงแทนและการพากย์เสียงเพิ่มเติมเข้าไป ทำให้หนังสามารถออกฉายได้ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

 

  1. THE CROW (1994) – แบรนดอน ลี

            หนังว่าด้วยมนุษย์คืนชีพด้วยอิทธิฤทธิ์ของอีกาและออกล้างแค้นพวกสามานย์นี้ ดูสนุกสนานใช้ได้ แต่มันก็เคลือบแฝงด้วยความหม่นเศร้า เมื่อนักแสดงนำวัย 28 ปีของเรื่อง แบรนดอน ลี-ในฐานะดาราดาวรุ่งและลูกชายของตำนานผู้จากไปเร็วเกินคาดอย่าง บรูซ ลี-ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคากองถ่าย เมื่อถูกยิงด้วยกระสุนจริงเข้าที่ท้อง (เป็นอุบัติเหตุ) ก่อนหน้าจะปิดกล้องเพียง 8 วัน มันทำให้ผู้กำกับอย่าง อเล็กซ์ โพรยาส ต้องแก้ปัญหาโดยใช้นักแสดงแทนสองคนและเทคนิคภาพพิเศษ เพื่อให้มีภาพของหนุ่มแบรนดอนโลดแล่นในฉากที่เหลือ

 

(บทความจากนิตยสาร Starpics ฉบับ 840 ประจำเดือนเมษายน 2014)

Shares