Hello Van Gogh พิพิธภัณฑ์ปลุกชีพศิลปะ Post-Impressionism!

82

สวัสดีชาว Plotter ทุกคนคร้าบบ เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ย ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ พัทยา มาครับและบังเอิญไปพบกับพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งเข้า โดยพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเนี่ยมีชื่อว่า “Hello Van Gogh” นั่นเองแต่… แม้ว่าจะใช้ชื่อว่า Hello Van Gogh ก็ตามแต่ภายในพิพิธภัณฑ์เนี่ยมันมีผลงานของศิลปินท่านอื่นๆ ของยุค Impressionism(ศิลปะประทับใจ) ให้ได้ชมกันด้วยนะเอ้อ

เอาล่ะแต่ก่อนที่จะเริ่มแนะนำพิพิธภัณฑ์นี้คงต้อพาผู้อ่านมารู้จักกับ Vincent Van Gogh  และ ศิลปินผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อศิลปะ Impressionism กันแบบคร่าวๆ ก่อนดีกว่าครับ

Vincent Van Gogh

Vincent Van Gogh(วินเซ็นต์ ฟาน ก๊อก หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันในชื่อ แวนโก๊ะ) ศิลปินชาวดัทช์ที่เป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนศิลปะแบบ Post-Impressionism เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 1853 ซึ่งตัวเขาได้ทำผลงานไว้ถึง 2100 ชิ้น ประกอบด้วยผลงานสีน้ำมันถึง 860 ชิ้นด้วยกันโดยผลงานในช่วงท้ายของชีวิตเขานั้นมักจะประกอบไปด้วย ภาพ Landscape, Still lifes(หุ่นนิ่ง) Portrait และ Self-Portrait ซึ่งผลงานของเขาที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากๆๆๆๆๆๆๆ เนี่ยคงหนีไม่พ้น The Starry Night อย่างแน่นอน

The Starry Night ผลงานขึ้นชื่อของ Vincent Van Gogh

แต่วีรกรรมของเขาก็ไม่ธรรมดาเชียวล่ะ Van Gogh เกิดในครอบครัวของชนชั้นกลางและเริ่มเส้นทางสายศิลปะด้วยการเป็นพ่อค้าขายผลงานศิลปะ จากนั้นเขาก็ออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะผันตัวมาเป็น จิตรกรในปี 1881 โดยผลงานของ Van Gogh ในยุคแรกๆ นั้นก็ยังเขียนแบบเหมือนจริงนั่นแหละครับ(ยังไม่ได้มีสไตล์จัดเหมือนช่วงท้ายๆ)

ผลงานของ Van Gogh ในยุคแรกๆ นั้น
ก็ยังเขียนแบบเหมือนจริง


The Potato Eaters ผลงานในช่วงแรกๆ ของ Van Gogh

แต่ว่าหลังจากที่เขาได้พบกับ  Émile Bernard(เอมิล เบอร์นาร์ด) และ Paul Gauguin(พอล โกแกง) ผลงานของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น โดยมีโทนสีที่ว่างขึ้น และเริ่มมีไสตล์อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหลังจากที่เขาทำงานอยู่นาน Van Gogh ก็เริ่มมีอาการหลงผิดและจิตที่ไม่ปกติ ไม่ค่อยกินข้าวและเริ่มเมาหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเขาเริ่มมีปัญหากับ Gauguin ส่งผลให้มิตรภาพที่มีขาดสะบั้นลง ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเฉือนหูของตัวเองทิ้ง เพื่อที่จะนำหูดังกล่าวไปมอบให้กับหญิงขายบริการนางหนึ่ง

หลังจากที่เขาทำงานอยู่นาน Van Gogh
ก็เริ่มมีอาการหลงผิดและจิตที่ไม่ปกติ

ซึ่งแน่นอนว่าเฉือนหูแล้วเขาก็ยังวาด Self-Portrait เก็บเอาไว้ด้วย

ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวทำให้เขาต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และยิงตัวตายในที่สุด แต่ที่น่าเศร้ากว่าก็คือ ..ผลงานของเขาที่เดิมนั้นเป็นที่รู้จักเลยแม้แต่น้อย หากแต่ว่าหลังจากที่เขาหมดลมหายใจลงไปแล้ว ผลงานของเขากลับมีมูลค่ามากมายมหาศาลเลยทีเดียวเชียว

Impressionism

Woman with a Parasol – Madame Monet and Her Son ผลงานของ Claude Monet

มารู้จัก Impressionism กันต่อเลย ศิลปะรูปแบบนี้นับเริ่มมีการเคลื่อนไหวในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยผลงานในช่วงนี้เนียจะไม่ได้เน้นไปที่ความใหญ่อลังการครับ เนื่องจากว่ากลุ่ม Impressionism นั้นมองว่าศิลปะแท้จริงแล้วน่ะแค่ชิ้นเล็กก็ได้ สำคัญอยู่ที่อารมณ์ แสง สี และคุณภาพ อีกทั้งกลุ่มนี้ยังให้อิสระแก่การจัดองค์ประกอบของภาพด้วยเช่นกัน แต่แน่ล่ะครับความคิดสวนทางขนาดนี้ย่อมถูกนักวิจารณ์สวดยับเป็นธรรมดา ทำให้ผลงานแบบ Impressionism เนี่ยมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากเลยล่ะ โดยผลงานที่เป็นตัวขับเคลื่อนศิลปะแบบ Impressionism นั้นมาจากผลงานของ Claude Monet(โคลด โมเนต์) ในชื่อ Impression, Sunrise ซึ่งโดนนักวิจารณ์อย่าง Louis Leroy(หลุย ลีรอย) วิจารณ์อย่างเหน็บแนมบนหนังสือพิมพ์ปารีสในยุคนั้น

Impression, Sunrise ผลงานของ Claude Monet ที่ถูกวิพากย์วิจารณ์การเป็นตัวขับเคลื่อนศิลปะแบบ Impressionism

แต่ Impressionism เนี่ยน่าจะเป็นยุคเดียวที่มีความเคลื่อนไหวแตกแยกย่อยออกมาเยอะที่สุดในการเคลื่อนไหวทางศิลปะแล้วล่ะครับ เพราะมันได้มีการแตกแขนงออกเป็น Post-Impressionism และ Neo-Impressionism ในเวลาต่อมาด้วยโดย Vincent Van Gogh นั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มการเคลื่อนไหวแบบ Post Impressionism นั่นเอง โดย Post Impressionism นั้นผลงานจะค่อนข้างมีสีที่สดกว่า ส่วนของ Neo-Impressionism นั้นมีแนวคิดว่าสีนั้นเกิดจากเม็ดสีหลายๆ เม็ด รวมตัวกันจนเกิดเป็นแสงสีและน้ำหนัก

Intérieur aux deux ผลงานของ Marius Borgeaud (Post Impressionism)

The Dream ผลงานของ Henri Rousseau (Post Impressionism)

 Couple dans la rue ผลงานของ Charles Angrand (Neo-Impressionism)

Hay harvest at Eragny-sur-Epte ผลงานของ Camille Pissarro (Neo-Impressionism)

… อ่ะ เอาล่ะครับเราก็ได้รู้จักกับ Van Gogh และ Impressionism ไปครา่วๆ แล้วทีนี้เรามาลุยภายในพิพิธภัณฑ์กันดีกว่า ! ! !

แล้ว Hello Van Gogh มันเกี่ยวกับ Van Gogh ยังไงล่ะ?

คือแบบนี้ครับ มันเกี่ยวกับ Van Gogh ตรงที่ภายในพิพิธภัณฑ์นี้น่ะมันเป็นเสมือนเรื่องราวชีวิตของ Van Gogh นั่นเอง ว่าจุดเริ่มต้นนั้นผลงานเขาเป็นยังไง มีพัฒนาการยังไง

และศิลปินคนไหนที่เขาได้ประสบพบเจอมาไม่ว่าจะเป็น โคลด โมเนต์, มาเนต์, ฌอร์ฌ-ปีแยร์ เซอรา, เดอกา และ เรอนัวร์

ซึ่งส่งผลต่อผลงานของ Van Gogh และแน่นอนว่าผู้เข้าชมก็จะได้เห็นพัฒนาการผลงานของ Van Gogh ด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นในพิพิธภัณฑ์ยังมีลำดับเครือญาติของ Vincent Van Gogh ให้ดูด้วยนะ

หรือผลงานของศิลปินคนอื่นๆ นอกจาก Van Gogh เองก็มีให้ชมด้วยเช่นกัน

แต่มันก็แค่ชมผลงานของ Van Gogh แล้วมันพิเศษยังไงล่ะ?

ความพิเศษของพิพิธภัณฑ์นี้มันคือการทีเขาเอาผลงานของ Van Gogh และศิลปินท่านอื่นๆ มาจัดทำในรูปแบบ Media Art ราวกับว่าทำให้ผลงานเหล่านั้นได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นภายในยังมีการตกแต่งสถานที่ให้มีความใกล้เคียงกับภาพวาดของ Van Gogh และมีบรรยากาศใกล้เคียงกับผลงานของศิลปินท่านอื่นๆ อีกด้วย

Hello Van Gogh จึงเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเหล่าผลงาน Master Piece ของศิลปินดังๆ ในยุคนั้นเอาไว้และทำมให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งนั่นเอง

ตัวอย่างงานที่เป็น Media Art ภายในงาน เป็นแบบนี้จ้า… สร้างบรรยากาศให้งานได้ดีจริงๆ เลยนะเนี่ย

สำหรับคนที่สนใจอยากลองไปชมกันล่ะก็ Hello Van Gogh อยู่ที่: หมู่ที่ 2 286/49 ถนนสุขุมวิท อำเภอบางละมุง ชลบุรี 20150 (พัทยา) จ้า (เซิสว่า Hello Van Gogh ใน GPS ก็ขึ้นเลยนะเออ)
โดยมีค่าบริการอยู่ที่ 200 บาทต่อคนจ้า

วันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจได้ในเว็บไซต์ Plotter นะจ้าาาาาา

อ้างอิง

  • https://en.wikipedia.org/wiki/Vincent_van_Gogh
  • https://www.ripleys.com/weird-news/van-gogh-severed-ear/
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Post-Impressionism
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Neo-impressionism
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Impressionism
Shares