“นาซี” กับความโหดร้ายที่ถ่ายทอดผ่านแอนิเมชั่น

734

บมตวามโดย Reiden Art

“นาซี” คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำๆ นี้ รวมไปถึงวีรกรรมที่โหดร้ายไปทั่วทั้งยุโรป ซึ่งส่งผลให้ชาวยุโรปตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวจากการกดขี่ของกองทัพนาซี

จากการที่เยอรมันยึดครองโปแลนด์ได้สำเร็จในปี 1938 ได้กลายมาเป็นเหตุชนวนที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้ก่อตั้งระบบ เก็ตโต หรือระบบการแยกคนยิวออกด้วยการเนรเทศซึ่งจัดตั้งโดยนาซี ซึ่งอำนาจในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนยิวอยู่ภายใต้การดูแลของ เอสเอส หน่วยที่ฮิตเลอร์จัดตั้งขึ้นมาและรับคำสั่งจากเขาเพียงคนเดียว โดยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นเริ่มต้นที่เยอรมัน ทั่วทั้งทวีปยุโรป ไปจนถึงทุกดินแดนที่ฝ่ายอักษะยึดครอง โดยได้รับความร่วมมือจาก เอสเอส การสนับสนุนจากท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นค่ายกักกันมากมาย ทั้งในเยอรมันออสเตรีย และ โปแลนด์ ซึ่งรวมนับเป็นพันๆ แห่งทั่วทั้งยุโรป โดยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในระหว่างปี 1941 ถึง 1945

จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้เองทำให้มีชาวยิว เสียชีวิตกว่า 1.3 ล้านคน และฝันร้ายของชาวยิวนี้ก็ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับสงครามในเดือนพฤษภาคม ปี 1945 ซึ่งความป่าเถื่อนและความโหดร้ายนี้เองจะกลายมาเป็นตราบาปต่อเยอรมนี และ นาซี ไปตลอดกาล

ไม่แปลกใจเลยที่ชื่อนี้จะกลายมาเป็น
ตัวแทนของความชั่วร้าย
ไม่ว่าจะในความเป็นจริงหรือในโลกการ์ตูน

อีกทั้งมันยังแสดงถึงความแข็งกระด้าง เผด็จการ และ ไร้ความเมตตา นับเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามยากที่จะต่อกร แม้เราอาจจะไม่ได้เห็นวีรกรรมของพวกนาซีกับตาตัวเองก็ตามแต่เราสามารถรับรู้ถึงความป่าเถื่อน และ โหดร้าย ที่ได้ถูกจดจำและกลายเป็นที่พูดถึงต่อๆ กันมาอีกทั้งยังสามารถสัมผัสความโหดร้ายเหล่านี้ผ่านทาง สารคดี หนังสือ ภาพยนตร์ และแน่นอนว่ารวมไปถึง การ์ตูนแอนิเมชั่น ก็ด้วยเช่นกัน

เอาล่ะเรารู้จักกัความโหดร้ายของ นาซีกันมาพอสมควรแล้ว วันนี้ผมจะขอพาท่านผู้อ่านมารับชมวีรกรรมของนาซี ผ่านแอนิเมชั่นทั้ง 5 เรื่องนี้กันครับ

——————————————-

Hellsing Ultimate
สงครามนาซีแวมไพร์เก๊ !?

 Hellsing เล่าถึงตระกูลนักล่าแวมไพร์ชื่อดัง Van Hellsing ที่เก็บแวมไพร์ที่ชื่อ Alucard ไว้เป็นข้ารับใช้โดยหน้าที่ของ Alucard คือการจัดการกับแวมไพร์ประดิษฐ์ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วอังกฤษ ซึ่งแวมไพร์เหล่านี้เพิ่มจำนวนพวก Ghoul และคอยสร้างความไม่สงบในประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของตระกูล Hellsing ที่จะต้องปกปิดความลับของแวมไพร์เหล่านี้ เพื่อรักษาความสงบของประเทศไว้

แวมไพร์ประดิษฐ์ หรือ แวมไพร์เก๊: เกิดขึ้นจากภาคอนิเมซีรี่ย์ โดยการที่คนธรรมดากลายเป็นแวมไพร์นั้น เกิดจากการถูกฝังชิปชีวภาพผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่งผลต่อสมองอย่างรุนแรง และ ดัดแปลงจากภายในออกมาให้คล้ายแวมไพร์ ซึ่งมีชิปจำนวนมากฝังอยู่ในตัวคนธรรมดาและทำให้เกิดปัญหาไม่ใช่แค่ในอังกฤษ แต่แพร่กระจายไปสู่หลายๆ ประเทศในยุโรปด้วย

แต่ทำไมถึงเรียกว่าแวมไพร์เก๊ล่ะ?: นั่นเพราะความสามารถของแวมไพร์ประดิษฐ์ คือเมื่อได้กินเลือดของคนแล้ว คนที่ถูกกัดจะกลายเป็นซอมบี้หรือพวก Ghoul ! ! ซึ่งซอมบี้ที่จะรับค่ำสั่งจากผู้ที่กัดตนเอง หากแต่ว่าความสามารถก็ยังด้อยกว่า แวมไพร์แท้ อย่าง Alucard  อยู่มาก เพราะแวมไพร์ประดิษฐ์ ไม่สามารถ ฟื้นตัว สะกดจิต แปลงร่าง หายตัว หรือเดินทะลุกำแพงได้ ทำได้เพียงกัดกินและบงการผู้ที่ถูกกัดจนกลายเป็นพวก Ghoul แค่นั้นเอง

การเปลี่ยนทหารนาซีให้เป็น แวมไพร์ประดิษฐ์: การวิจัยแวมไพร์ของมิลเลเนี่ยมครั้งแรกเป็นหน้าที่ของ Herr Doctor ผู้ที่ทำการทดลองกับเชลยศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โปแลนด์ โดยวิจัยจากศพของ มีน่า ฮาร์เกอร์ ซึ่งเชื่อว่าหลังเธอเปลี่ยนจากแวมไพร์เป็นมนุษย์ธรรมดานั้น ยังพอมีเซล์ที่สามารถเปลี่ยนคนให้เป็นแวมไพร์ แต่หลังจากแพ้สงคราม กลุ่มมิลเลเนี่ยมก็ย้ายไปทำการวิจัย พร้อมสะสมกำลังอย่างเงียบๆ ใน จนสุดท้ายมิลเลเนี่ยมก็ค้นพบวิธีการเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นแวมไพร์ โดยใช้ตัวต้นแบบที่พวกเขามีคือ มีน่า ฮาร์เกอร์ ซึ่งเป็นแวมไพร์ต้นแบบที่พวกเขามี เป็นระยะเวลา 50 ปี กว่าผลจะออกมาประสบความสำเร็จ พวกเขาสามารถเปลี่ยนทหารธรรมดาให้เป็นกองทัพแวมไพร์ผีดูดเลือดได้สำเร็จ

ความโหดร้ายของนาซีในเรื่อง : ใช้ชื่อว่ามิลเลเนี่ยมกองทัพแวมไพร์เพื่อวางแผนโจมตี สหราชอณาจักรอังกฤษ ตามโครงประวัติศาสตร์เดิม ในชื่อปฏิบัติการ Sealion แต่ปฏิบัติการนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะพวกเขานั่งเรือเหาะสามลำจากบราซิล มุ่งตรงสู่ราชอณาจักรอังกฤษ แล้วทำการโจมตีลอนดอนแบบไม่ทันตั้งตัว และมีการทิ้งระเบิดหลายจุดทั่วลอนดอนไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์สงครามของอังกฤษ และหอนาฬิกา ก่อนที่เหล่าทหารนาซีจะโดดลงเข้าสู่พื้นดินของลอนดอนและกัดกินผู้คนอย่างป่าเถื่อน !!

——————————————

 

First Squad : Moment of Truth กองทัพครูเสดของนาซีเยอรมัน

“First Squad” เล่าถึง เหตุการณ์ในแนวรบตะวันออก ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งนาซีเยอรมันเริ่มปฏิบัติการ “บาบาราสซ่า” และเริ่มรุกรานเข้ามายังรัสเซีย โดยมีตัวละครหลัก คือ กลุ่มยุวชนชาวโซเวียต ที่มีความสามารถพิเศษ ซึ่งกลุ่มยุวชนเหล่านี้ ถูกจัดตั้งเป็นหน่วยรบพิเศษเพื่อไว้ใช้ต่อสู้กับ “การรุกรานของกองทัพเยอรมัน”

พวกเขาต้องต่อสู้กับ หน่วยรบ SS หรือ Schutzstaffel หน่วยรบที่พยายามปลุกชีพให้กองทัพครูเสด Sacred Cross จากศัตวรรษที่ 12 ให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง และพวกนาซีจะใช้กองทัพเหล่านี้ในการสู้ ซึ่ง “First Squad” มีหน้าที่ขัดขวางเพื่อไม่ให้พวกนาซีทำสำเร็จ

ปฎิบัติการณ์บาบารอสซ่า? จุดเริ่มของการก่อตั้ง First Squad: ชื่อนี้ถูกตั้งตามชื่อของจักรพรรดิ ฟรีดริช บาร์บารอสซ่า ผู้นำสงครามครูเสดครั้งที่สาม โดยจุดประสงค์ของปฏิบัติการนี้ คือ การพิชิตสหภาพโซเวียตทางภาคพื้นยุโรปทั้งหมด แต่ปฏิบัติการนี้ไม่สำเร็จเนื่องจากความล่าช้าทางการส่งกำลังและเสบียงรวมถึง ฤดูหนาวของรัสเซียทำให้เคลื่อนทัพล่าช้า และกลายเป็นจุดผันเปลี่ยนของกองทัพเยอรมันทำให้ไม่สามารถมีโอกาสรุกได้อีก เพราะ รัสเซียสามารถรวมกำลังไว้ตั้งรับและพร้อมโต้กลับตลอดเวลา

ความโหดร้ายของกองทัพนาซีในเรื่อง: เยอรมันละเมิดสนธิสัญญาพันธมิตรกับรัสเซีย เริ่มรุกรานเข้ามายัง รัสเซีย ปฏิบัติการ “บาบารอสซ่า” ด้วยการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้กองทัพรัสเซียตั้งรับไม่ทัน และทำให้เยอรมันรุกรานเข้ามาจนเกือบถึง มอสโค

พื้นที่ต่างๆ ถูกยึดครอง ถูกทหารเผาทำลายบ้านเรือนและถูกปล้นสะดม ข่าวการรุกรานแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ สร้างความเสียหายให้กับประเทศและจิตใจชาวรัสเซีย ส่งผลให้ชาวรัสเซียโกรธแค้นเป็นอย่างมาก สตาลินจึงได้เริ่มระดมผลคนทั้งประเทศ ไม่ว่าชายหรือหญิง เข้าสู่การเป็นทหาร เพื่อต่อสู้กับกองทัพเยอรมัน ที่รุกรานเข้ามา และหนึ่งในนั้นคือกลุ่มของตัวละครหลักที่ชื่อ Nadya นั่นเอง

———————————————–

Izetta : The Last Witch
กองทัพนาซีเผชิญหน้ากับแม่มดคนสุดท้าย

เรื่องราวเริ่มขึ้นโดยอิงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเนื้อเรื่องจะพูดถึง Izetta แม่มดคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ เธอมีความสามารถในการควบคุมวัตถุต่างๆ ที่เธอได้สัมผัสได้อย่างน่าอัศจรรย์

หน้าที่ของ Izetta คือการปกป้องเจ้าหญิง ฟีเน่ และ จักรวรรดิเล็กๆ ของเธอ จากการรุกรานของกองทัพจักรวรรดิเยอรมันอันแข็งแกร่ง

บทบาทของกองทัพเยอรมันในเรื่องนี้: ค่อนข้างเดินตามรอยประวัติศาสตร์เดิม ซึ่งอ้างอิงจากชื่อ ปฏิบัติการ “สายฟ้าแล่บ” หรือ “BlitzKrieg” ที่กองทัพเยอรมันโจมตีประเทศฝั่งตะวันตก และ ยึดฝรั่งเศส ได้อย่างรวดเร็ว การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว และการผสมกำลังระหว่างภาคพื้นดินกับทัพอากาศ ทำให้กองทัพขององค์หญิงฟีเน่ ถูกทำลายเกือบหมด

โดยต้นแบบจากในเรื่องอ้างอิงจากกองทัพฝรั่งเศส เช่น อาวุธ ยานพาหนะ และ เครื่องแบบ ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ซึ่งมีประสิทธิภาพน้อยกว่ากองทัพเยอรมันเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้ว่าการต่อสู้เริ่มได้ไม่นาน ก็รู้ผลแพ้ ชนะได้อย่างชัดเจนซะแล้ว

เพราะความต่างทางด้านกำลังและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และ ความก้าวหน้าของเยอรมัน แต่ว่าเนื้อเรื่องได้ใส่สิ่งที่เหนือความคาดหมายลงไปนั่นคือ แม่มดตัวเป็นๆ ที่ชื่อ Izetta สิ่งที่อยู่เหนือกองทัพที่แข็งแกร่ง

ยุทธการ สายฟ้าแล่บ หรือ Blitzkrieg ? คืออะไร: มันเป็นยุทธการของกองทัพเยอรมันที่แสดงแสนยานุภาพทางภาคพื้นดินและอากาศ เป็นคำอธิบายการโจมตีอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วยการทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินรบ และ การระดมยิงของปืนใหญ่ก่อนใช้ยานเกราะ และ ทหารราบ เพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับข้าศึก ทำให้ไม่มีเวลาตั้งรับ หรือโอกาสในการป้องกัน เพื่อป้องกันการทำศึกที่ยืดเยื้อนั่นเอง

.
.
.
.
เอาล่ะพักเรื่องซีเรียสของนาซีมาแนวตลกคอมเมดี้ล้อเลียนกันบ้างดีกว่า

—————————————————–

Lupin III Hitler’s Legacy ขุมทรัพย์ของฮิตเลอร์ที่สาบสูญ

แอนิเมชั่นที่เราจะได้เห็นการตามหาสมบัตินาซีในแบบคอมเมดี้ ซึ่งลูแปงตามหาสมบัติของฮิตเลอร์ที่คาดว่าจะเป็นทองคำที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก โดยเบาะแสของลูแปงคืออดีตนายทหารประจำตัวของฮิตเลอร์ “เก็นฮาร์ท”

เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าสมบัติของฮิตเลอร์อยู่ที่ไหน ซึ่ง ลูแปง จะต้องพาตัว เก็นฮาร์ท ออกจากเบอร์ลินตะวันออกเพื่อหาความลับว่าขุมทรัพย์นั้นอยู่ที่ไหนกันแน่

บทบาทนาซีในเรื่อง: สำหรับเรื่องนี้เราจะไม่ค่อยได้เห็นบทบาทของนาซีในเรื่องมากนัก แต่เราจะได้เห็นซีนย้อนอดีตที่ลูแปงพยายามปลอมตัวเป็นฮิตเลอร์ เพื่อให้เก็นฮาร์ท จำได้ว่าเขาซ่อนสมบัติของนาซีไว้ที่ไหน และเราจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบรรยากาศในห้องประชุมของฮิตเลอร์เพราะเป็นช่วงท้ายสงคราม ตอนที่เยอรมนีกำลังจะพ่ายแพ้

ขุมทรัพย์ของนาซีที่กระจายอยู่ทั่วโลก?: มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับขุมทรัพย์ของนาซีว่ามีสมบัติที่ถูกซ่อนอยู่ในทะเล ในเถือกเขาแอลป์ ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่า มีสมบัติของนาซีอยู่จริง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือถูกค้นพบทางตอนเหนือของเยอรมัน ในเมือง ลูนบวร์ค คนที่ค้นพบชื่อ มาริโอ พาห์โลว เขาขุดค้นพบทองคำของนาซี จำนวน 217 เหรียญ มีค่าปัจจุบันราว 45,000 ยูโร หรือราว 1,700,000 บาท คาดว่าถูกขโมยมาจาก ธนาคารของนาซีเยอรมัน

และยังมีการพบเจอ รถไฟที่คาดว่าใช้ในการขนสมบัติของนาซีในโปแลนด์ ถูกซ่อนในทางรถไฟลึกลับยาว 4 กม. ซึ่งคาดว่าทรัพย์สมบัติที่ถูกซ่อนไว้คือ ทองคำ 300 ตัน อัญมนี และศิลปวัตถุล้ำค่า ซึ่งเชื่อว่าพวกนาซีคนย้ายมาจากเมืองเบสเลา เพื่อหนีกองทัพโซเวียตที่บุกเข้ามาในช่วง สงครามใกล้สิ้นสุด 

เอาล่ะเราพูดถึงแต่แอนิเมชั่นในแถบเอเชียไปแล้วเรามาดูทางอเมริกากันบ้างดีกว่ากับเรื่อง
.
.
.
.

——————————————-

Education of Death
นาซีฆ่าเด็กชาวเยอรมันด้วยการศึกษา

สำหรับแอนิเมชั่นเรื่อง Education of Death ออกจะเป็นแนวโฆษณาชวนเชื่อ หรือ Propaganda มากกว่าแอนิเมชั่นที่เคยกล่าวๆ มา

เด็กชายผู้เติบโตในการปกครองของนาซีในเยอรมัน: ทุกครอบครัวในเยอรมันภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์ จะต้องพิสูจน์สายเลือดของตัวเองเพื่อยืนยันว่าพวกเขานั้นมีสายเลือดของ อารยัน อันบริสุทธิ์ เมื่อยืนยันชนชาติของตนเอง พวกเขาต้องส่งมอบลูกชายโดยใช้ชื่อภายใต้พรรคและเมื่อเติบโตขึ้นเด็กๆ เหล่านี้จะต้องรับใช้ชาติภายใต้คำสั่งของพรรคนาซี !

พวกเขาจะได้หนังสือ Mein Kampf ซึ่งเขียนโดยท่านผู้นำ ฮิตเลอร์ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ส่งมอบลูกชายในการรับใช้ชาติและพรรคนาซี

เด็กชายของเยอรมันทุกคนต้องเป็นทหาร !: พวกเขาถูกสอนให้สรรเสริญผู้นำของประเทศ ให้ภูมิใจในสายเลือดอารยัน ถูกสอนให้เกลียดชังผู้ที่เห็นต่าง หรือ ผู้ที่อ่อนแอกว่าชนชาติตัวเอง ซึ่งบทเรียนจากหนังสือนั้นมีเพียงวีรกรรมของท่านผู้นำผู้กอบกู้ประเทศจากระบอบประชาธิปไตย

บทเรียนจากหนังสือนั้นมีเพียง
วีรกรรมของท่านผู้นำ
ผู้กอบกู้ประเทศจากระบอบประชาธิปไตย

แม้ตอนที่ ฮานซ์ ป่วย แม่ของเขาคอยดูแลอาการป่วยอย่างใกล้ชิดด้วยความรักของคนเป็นแม่และต้องการดูแลให้อาการป่วยของลูกชายดีขึ้น ทว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาพาตัวฮานซ์ออกไป โดยกำชับว่าห้ามผู้เป็นแม่ทำอะไรตามใจ เพราะจะทำให้ฮานซ์อ่อนแอ จากการตามใจของแม่

 

แสดงให้เห็นถึงการสอนในรูปแบบของทหารที่ห้ามแสดงถึงความเมตตา หรือ อารมณ์ต่างๆ ที่มีผลทำให้จิตใจอ่อนแอ

เมื่อ “ ฮานซ์ ” อายุได้ 10 ขวบ เขาถูกพรากจากอกแม่เข้าสู่ชั้นเรียนในกองทัพ ถูกสอนให้คิด และ ทำตามแบบของนาซี

ไม่มีที่ของความอ่อนแอในชายชาติทหาร

ผู้เข้มแข็งปกครองผู้อ่อนแอ

สองอย่างนี้คือสิ่งที่หล่อหลอมอยู่ในตัวของ ฮานซ์

ถูกสอนไม่ให้แสดงความเห็น ไม่ให้ออกนอกกรอบ ไม่ให้คิดต่าง สิ่งเดียวที่ฮานซ์ถูกสอนคือการสรรเสริญพรรคนาซี ท่านผู้นำ หรือ ชนชาติตัวเอง

เมื่อ ฮานซ์ เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นบทบาทหน้าที่ของนาซีก็ได้เผยออกมา เขาเผาหนังสือทุกเล่มที่คิดตรงข้ามกับ ฮิตเลอร์ เปลี่ยนพระคัมภีร์ไบเบิลเป็น หนังสือ Mein Kampf ของท่านผู้นำ ไม้กางเขนถูกเปลี่ยนเป็นดาบของนาซีและเผาโบสถ์คาทอลิก

ฮานซ์ เติบโตขึ้นพร้อมกับการศึกษาของพรรคนาซี ฮานซ์จะเป็นทหารที่ภูมิใจของเยอรมัน และได้เดินทัพในฐานะชายชาติทหาร เข้าสู่สงคราม

เขาจะไม่เห็นอะไรนอกจากสิ่งที่พรรคต้องการให้เห็น, ไม่พูดอะไรนอกจากสิ่งที่พรรคต้องการให้พูด, ไม่ทำอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่พรรคต้องการให้ทำ

ท้ายที่สุดการศึกษาที่หล่อหลอมฮานซ์ให้เป็นนาซีเต็มตัวได้มอบความตายที่มีเกียรติ ซึ่งมีเพียงแค่หลุมศพกับป้ายชื่อ และ วีรกรรมอันชั่วร้ายของนาซี ในการจบหลักสูตรที่ชื่อว่า “Education of Death” นั่นเอง

มีการเผาหนังสือไบเบิลจริงหรือ ?: การเผาหนังสือเกิดขึ้นในนาซีเยอรมันและออสเตรียในปี 1930 จากการรณรงค์ที่จัดทำโดยสมาพันธ์นักศึกษาชาวเยอรมัน ซึ่งหนังสือที่ถูกเผา คือหนังสือที่คาดว่าขัดกับอุดมการณ์ หรือ มีแนวคิดต่อต้านนาซีของฮิตเลอร์ สิ่งเหล่านี้รวมถึงหนังสือที่เขียนโดย ชาวยิว เกี่ยวกับ เสรีนิยม อนาธิปไตย สังคมนิยมคอมมิวนิสต์

————————————-
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราววีรกรรมของนาซีในโลกแอนิเมชั่นทั้งหมด 5 เรื่อง

ซึ่งจริงๆ ภาพยนตร์เองก็มีหลายเรื่องที่เล่าเรื่องราววีรกรรมของนาซีคล้ายๆ จากอนิเมชั่นที่ผมเอามาแนะนำให้รู้จักกัน เช่น Stalingrad และ Enemy at The Gate ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับแอนิเมชั่นเรื่อง The First Squad หรือ หนังที่เกี่ยวกับ การตามหาสมบัติของนาซี อย่างเรื่อง The Monument men และ Renegades และ อีกเรื่องที่ผมอยากแนะนำเกี่ยวกับเด็กที่เติบโตในการปกครองของนาซีเยอรมันอย่างเรื่อง The ฺBook Thief แต่ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะรับชม ผ่าน ภาพยนตร์ หรือ การ์ตูน ก็ตาม หากลองหาหนังสือประกอบเรื่องราวจากสิ่งที่คุณดู มันอาจให้ข้อมูลที่คุณอาจมองข้ามจากการรับชม หรือ อาจทำให้คุณอินมากกว่าเดิมก็เป็นได้

สุดท้ายผมอยากจะบอกว่าไม่ใช่นาซีทุกคนที่เลวร้าย พวกเขาบางคนก็อาจยังมีจิตใจยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ แท้จริงแล้วพวกเขาอาจไม่มีทางเลือกเพราะเป็นทหารต้องทำตามคำสั่งของผู้นำ เพราะหากขัดขืนล่ะก็ ชีวิตเขาอาจจะต้องหยุดลงตรงนั้นก็เป็นได้ บางคนต้องเข้าร่วมกับนาซีด้วยความจำยอมเพื่อครอบครัว บางคนปฎิเสธการช่วยเหลือชาวยิวเพราะหากถูกจับได้จะถูกตัดสินว่าให้ที่พักพิงศัตรูของชาติ เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงอยากแนะนำผู้อ่านว่า ลองหาข้อมูลประกอบกับการรับชม มันอาจทำให้คุณเห็นอีกมุมมองของนาซีบ้างก็เป็นได้

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจได้ในเว็บไซต์ Plotter นะครับ

Shares