3D illustration ภาพประกอบที่ไม่ได้มาจากการวาด !?

บทความโดย ลันละเม็ด

สวัสดีค่าาากลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับบทความของลันละเม็ด เมื่อพูดถึงภาพประกอบสิ่งแรกที่หลายๆ คนนึกถึงคืออะไรคะ? รูปวาดที่อยู่บนบทความต่างๆ หนังสือนิทาน หรือ ภาพวาดประกอบบนนิตยสาร ซึ่งเทคนิคที่นักวาดรูปประกอบหลายคนใช้ก็คงไม่พ้น digital paint, สีน้ำ หรือ การวาดรูปโดยเทคนิคต่างๆ

แต่ความจริงนอกจากการวาดหรือเพ้นท์แล้ว ยังเทคนิคอื่นๆ ที่ในการสร้างสรรค์ผลงานภาพประกอบขึ้นด้วยนะ ซึ่งวันนี้ลันละเม็ดเลยจะหยิบยกมาแนะนำ 1 รูปแบบนั่นก็คืองานภาพประกอบแบบ 3D illustration ให้ทุกคนได้รู้จักกันค่ะ !

ลักษณะของ 3D illustration

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับลักษณะงานแบบ 3d illustration กันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ามันเป็นยังไง? งานภาพประกอบแบบสามมิติเนี่ย เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวของศิลปะถึง 2 อย่างเข้าด้วยกันค่ะ อย่างแรกเลยคือ sculpting หรือการสร้างตัวละครและฉากต่างๆ  ขึ้นมา ซึ่งก็แล้วแต่ว่าศิลปินนั้นจะใช้เทคนิคอะไรในการสร้างสรรค์ ซึ่งถ้าหากศิลปินหยุดอยู่แค่นี้เนี่ย ก็เหมือนกับศิลปินสร้างตัวละครขึ้นมาแต่ไม่มีบทให้พวกมันเล่นใช่มั้ยคะ พวกเขาจึงต้องเพิ่มส่วนที่สองเข้ามาค่ะ

โดยส่วนที่สองนั้นจะทำให้งานของศิลปินมีเรื่องราวขึ้นมา นั่นก็คือการ documenting หรือการเก็บภาพนั่นเองค่า โดยศิลปินจะนำเอาตัวละครในขั้นตอน sculpting มาจัดวางบนฉากที่เขาสร้างขึ้นมา จัดวางองค์ประกอบต่างๆ ของรูปเพื่อสร้างเรื่องราว จัดแสงเพื่อเพิ่มบรรยากาศ แล้วก็ทำการถ่ายรูปเพื่อนำไปใช้จริงค่ะ เมื่อนำเอาทั้งสองศาสตร์นี้มารวมกันจึงเกิดเป็นภาพประกอบแบบสามมิตินั่นเองงง

ที่มาของ 3d illustration

ที่มาของภาพประกอบที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันเนี่ยต้องย้อนนนน…ไปไกลสมัยที่เพิ่งมีหนังสือในยุคแรกๆ หรือที่เขาเรียกกันว่า illustrated manuscript นั่นเองค่ะ โดยสมัยนั้นเนี่ยยังไม่มีกล้องถ่ายรูปเหมือนปัจจุบัน ทำให้งานภาพประกอบจึงมีแค่ภาพวาดสีน้ำและหมึก หรือที่เราเรียกกันว่า traditional 2D Illustration

ซึ่งวงการภาพประกอบเนี่ยก็เติบโตมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุค 1880 ถึงช่วงต้น 1940 เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวงการภาพประกอบเลยก็ว่าได้ แต่ก็มาซาตัวลงเอาหลังจากนั้นเนื่องจากกล้องถ่ายรูปได้ถูกนำมาใช้แทนการวาดภาพประกอบ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มของ 3D illustration ก็ว่าได้ เพราะ Goldilocks and the Three Bears โดย Lauren Child หนึ่งในหนังสือภาพที่ใช้เทคนิค 3D illustration ได้เกิดขึ้นในปี 1957 และหลังจากนั้นการทำภาพประกอบแบบสามมิติก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นจนมาถึงปัจจุบันนี้ค่า

โดยปกติแล้วการทำหนังสือภาพทั่วๆ ไปด้วยเทคนิค 2D illustration เนี่ยจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน แต่ลองมาทายกันดูมั้ยคะว่าการทำหนังสือภาพโดยใช้เทคนิค 3D illustration เนี่ยศิลปินเค้าใช้เวลากันเท่าไหร่ ?

โดยปกติแล้วเนี่ยการทำหนังสือภาพทั่วๆ ไปด้วยเทคนิค 2D illustration เนี่ยจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน แต่ลองมาทายกันดูมั้ยคะว่าการทำหนังสือภาพโดยใช้เทคนิค 3D illustration เนี่ยศิลปินเค้าใช้เวลากันเท่าไหร่? … เป็นไงคะ พอจะคาดเดากันออกมั้ย? คำตอบก็คือ 1-2 ปีค่ะ ! โอ้โหหหห ต้องใช้เวลาในการทำนานขนาดนี้ ศิลปินแต่ละท่านต้องทุ่มเทกับงานขนาดไหนเนี่ยย

เอาล่ะในเมื่อได้รู้จัก 3D illustration กันไปแล้ว และรู้ว่าศิลปินแต่ละท่านทุ่มแรงกับการทำงานไปขนาดไหน ก็ถึงเวลาที่เราจะไปรู้จักกับศิลปินแนะนำทั้ง 5 ท่าน ที่ใช้เทคนิคนี้ในการทำงานกันแล้วค่ะ จะมีใครบ้างนั้นก็ไปดูกันเลยค่าา

 

Red Nose Studio (Chris Sickels): คริส ซิคเคลซ์

ในตอนนี้ผมสร้างงาน 3D illustration และงานอนิเมชั่นด้วยสิ่งของที่ผมสามารถเอื้อมไปหยิบได้ในสตูดิโอ ทำให้งานผมมีชีวิตขึ้นมาด้วย texture แสง และความทุ่มเท

ศิลปินคนแรกที่เราจะมาพูดถึงกันไนวันนี้ก็คือศิลปินชาวอเมริกัน คริส ซิคเคลส์ค่ะ เขาเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเองในชื่อว่า Red Nose Studio ซึ่งสตูดิโอของเขาเนี่ยนอกจากจะทำภาพประกอบ และ โฆษณาแล้วก็ยังทำ stop motion animation อีกด้วยนะ! ซึ่งเทคนิคที่เขาใช้ในการสร้าง 3d illustration นั้นก็น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะโดยเฉพาะในเรื่องของวัสดุต่างๆ ที่เขานำมาใช้ คริสมักจะนำเอาอุปกรณ์หรือวัสดุที่หาได้ทั่วไปในบ้าน มาตัด เพนท์และนำมาใช้เป็นฉากหรือสิ่งของที่จะอยู่ในงานของเขา และหนึ่งในสิ่งที่เขานำมาใช้มากที่สุดคือ “กล่องซีเรียล และ แกนกระดาษทิชชู่”

ซึ่งเขาก็สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมัน จนเราแทบจะดูไม่ออกเลยล่ะค่ะว่าฉากต่างๆ นั้นทำมาจากของที่เรามองว่าเป็นขยะ! ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าของต่างๆ รอบตัว ที่เราไม่ได้ใส่ใจจะกลายมาเป็นงานศิลปะแบบนี้ได้ สุดยอดไปเลยย!

เราแทบจะดูไม่ออกเลยล่ะค่ะว่าฉากต่างๆ นั้น
ทำมาจากของที่เรามองว่าเป็นขยะ !

 

Irma Gruenholz: เออร์มา กรูเอ็นโฮลซ์

ฉันรักที่จะเปิดใจให้กับความเป็นไปได้ต่างๆ และทดลองเพื่อที่จะหาทางออกใหม่ๆ รวมถึงเสาะหา texture ที่แตกต่างออกไปด้วยเช่นกัน

เออร์มา กรูเอ็นโฮลซ์ ศิลปินชาวสเปน นอกจากจะเป็นศิลปินภาพประกอบแล้ว เธอยังเป็นนักประติมากรรมอีกด้วยนะ ! เออร์มาทำงานให้กับลูกค้าจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นงานสำหรับโฆษณา, หนังสือ, โปสเตอร์, แม็กกาซีน และสื่อออนไลน์ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นหนังสือภาพสัญชาติอิตาลี่เรื่อง Il ballerino del silenzio หรือในชื่ออังกฤษ The Dancer of Silence รวมไปถึงโปสเตอร์โปรโมทเทศกาล San Isidro 2019 ประเทศสเปนก็เป็นฝีมือของเธอเช่นกัน

นอกจากนั้นเธอยังเคยร่วมงานกับบริษัทอย่าง Coca Cola อีกด้วย! ซึ่งวัสดุหลักๆ ที่เออร์มาใช้นั้นจะเป็นดิน และวัสดุอื่นๆ อย่างเช่นกระดาษอีกเล็กน้อยโดยงานของเธอนั้นจะมีเอกลักษณ์ตรงที่ ชิ้นงานจะดูเรียบๆ นิ่งๆ ความเรียบเนียนของผิวสัมผัสและมีรายละเอียดของงานที่สูงมาก!

Gianluca Maruotti: กีเอนลูค่า มาโรตตี

สุดท้ายนี้ ผมก็ได้เรียนรู้ที่จะรักวิธีการทำงานแบบนี้ มันเหมือนกับผมได้ให้ชีวิตกับภาพประกอบที่ผมสร้างขึ้นมา

กีเอนลูค่า มาโรตตี ศิลปินชาวอิตาลี ซึ่งนอกจากเขาจะเป็น 3d illustrator แล้วเนี่ยเขายังทำอนิเมชั่นและ ตุ๊กตาหุ่นด้วยนะ งานของเขาจะมีสไตล์ที่ดูเด็กๆ และมีความขี้เล่นอยู่ในตัว โดยเขามักจะใช้ดินประเภทดินน้ำมันในการสร้างตัวละครและฉากต่างๆ งานของเขาจึงมีลักษณะ เหมือนกับ stop motion animation ดินน้ำมัน ที่เราเคยดูกันตอนเด็กๆ เลยนั่นเองค่ะ

 

Hudson Christie: ฮัดสัน คริสตี้

มันมักจะมีความลึกลับว่างานศิลปะแต่ละชิ้นนั้นสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งความลึกลับนี้แหละที่เป็นสิ่งสำคัญในงานของผม

งานของฮัดสันนั้นจะมีเอกลักษณ์ตรงที่ทั้งฉากสีและตัวละครนั้นจะมีความเป็นกราฟฟิคสูงมาก! วัสดุที่เขาใช้นั้นจะเป็นดิน polymer ซึ่งง่ายต่อการปั้นให้เป็นรูปทรงต่างๆ โดยในงานของเขามักจะใช้รูปทรงเลขาคณิตหรือรูปทรงที่ดูเรียบง่ายและจัดวางองค์ประกอบแบบแบนๆ ซึ่งทำให้งานของเขาโดดเด่นจากศิลปิน 3d illustration คนอื่นๆ เป็นอย่างมาก

นอกจากงานที่โดดเด่นแล้วเมื่อเขาทำงานเสร็จ เขาจะต่างจากศิลปินหลายๆ คนที่มักจะเก็บตัว figure ไว้แล้วนำไปขายหรือใช้ต่อ แต่ฮัดสันจะ “ทำลายงานทิ้ง” หลังจากที่ได้รูปถ่ายที่เขาพอใจแล้ว และงานของเขาจึงจะมีอยู่แต่ในรูปแบบของภาพถ่ายเท่านั้น!

ฮัดสันจะ “ทำลายงานทิ้ง” หลังจากที่ได้รูปถ่ายที่เขาพอใจแล้ว และงานของเขาจึงจะมีอยู่แต่ในรูปแบบของภาพถ่ายเท่านั้น!

Zim & Zou (ซิม แอนด์ ซู)

“กระดาษได้ให้แรงบัลดาลใจกับพวกเราในด้านของการความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปทรง ความหลากหลายของสีและผิวสัมผัส จากกระดาษเรียบๆ กลายเป็นรูปทรงต่างๆนาๆ ทำให้งานของพวกเราเป็นเหมือนบทกลอนของวัสดุที่ไม่คงทน”

ในขณะที่ศิลปิน 3d illustration หลายๆ คนเลือกที่จะใช้ “ดิน” ในการสร้างงาน แต่ Zim & Zou เลือกที่จะใช้วัสดุที่ต่างออกไปเพราะงานของพวกเขานั้นมักจะทำขึ้นมาจากกระดาษ ! Zim&Zou นั้น เป็นการรวมตัวกันของศิลปินชาวฝรั่งเศษ 2 คนด้วยกัน คือ Lucie Thomas (ลูซี่ โทมัส) และ Thibault Zimmermann (ทิบอล์ท ซิมเมอร์แมน)ซึ่งในตอนแรกทั้งสองเรียน graphic design และได้ผันตัวมาเป็นศิลปินที่ทำงานทางด้าน craft ก่อนที่จะหันความสนใจไปทำงานศิลปะแบบ installation แทน

ซึ่งพวกเขาก็ยังเคยได้ร่วมงานกับหลากหลายบริษัทที่มีชื่อเสียงเช่น Hermès และ Microsoft มาแล้วเช่นกัน นอกจากงาน installation แล้ว พวกเขาก็ยังทำภาพประกอบให้กับนิตยสารต่างๆ อีกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น Time Megazine และ Washington Post ! ซึ่งพวกเขามักจะเลือกใช้กระดาษสีที่มีสีสันสดใสและกระดาษที่มี texture ที่แตกต่างกันออกไป ความละเอียดของการตัดพับและรายละเอียดต่างๆ ของงานถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Zim & Zou เลยก็ว่าได้ !

—————————————————

และทั้งหมดนี้ก็คือศิลปินทั้ง 5 คนที่ลันละเม็ดอยากพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกันนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะได้เห็นงานภาพประกอบแบบสามมิติจากศิลปินหลายๆ ท่านกันไปแล้ว ถ้าวันไหนเพื่อนๆ อยากลองทำงานที่ท้าทายมากขึ้น อยากจะลองทำภาพประกอบแบบสามมิติแบบนี้บ้างก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยนะคะ วันนี้ลันละเม็ดก็ขอลาทุกคนไปก่อนเพียงเท่านี้ค่าา

อะแต่ก่อนจากกันไปลันละเม็ดเอาช่องทางการติดตามศิลปินทั้ 5 คนมาฝากกันด้วยค่ะโดยสามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยยย

Red Nose Studio https://www.instagram.com/rednosestudio/

Irma Gruenholz https://www.instagram.com/irmagruenholz/

Gianluca Maruotti https://www.instagram.com/gianluca.maruotti/

Hudson Christie https://www.instagram.com/hudson_christie/

Zim&Zou https://www.instagram.com/zimandzou/

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter ค่าาาา!!

อ้างอิง:

Shares