WHEN FILM MEETS ART เมื่อภาพยนตร์พบศิลปะ

509

โดย สุภางค์ ศรีเสริมเกียรติ (จากบทความในนิตยสาร Starpics ฉบับที่ 884 เดือนธันวาคม 2560)

สวยงามดังภาพวาด” เป็นหนึ่งในคำกล่าวที่หลายคนคุ้นเคย และมักหยิบยกมาใช้เพื่อชื่นชมความงามของสิ่งต่างๆ และ ‘ภาพยนตร์’ ในฐานะผลงานศิลปะแขนงหนึ่งบางครั้งก็สามารถนำเสนอความงดงามที่ก้าวไปถึงระดับดังกล่าวได้ – ตัวอย่างเช่น What Dreams May Come (1998) หนังดังในอดีตที่เล่าถึงเรื่องราวหลังความตาย ความงามบรรเจิดของ ‘สวรรค์’ ซึ่ง คริส นีลเซ่น (โรบิน วิลเลี่ยมส์) ตัวเอกของเรื่องได้พบเห็น ถูกนำเสนอเป็นภาพแฟนตาซีที่ทั้งงดงามและคล้ายดั่ง ‘ภาพวาด’ หรือ Loving Vincent (2017) หนังชีวประวัติของ วินเซนต์ แวน โกะห์ ที่ทำเก๋ด้วยการใช้บรรดา ‘ภาพวาด’ อันงดงามของจิตรกรเอก มาเล่าเรื่องในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวและกลายเป็นหนังอนิเมชั่นที่วาดด้วยมือทั้งหมดเรื่องแรกของโลก

What Dream May Come

เพื่อขยายแง่มุมข้างต้นให้หลากหลายขึ้น บทความนี้จึงขอนำเสนอ ‘ภาพ’ จากบรรดาหนังดังที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งเราอาจไม่รู้มาก่อนว่ามีผลงานศิลปะอื่นเป็นแรงบันดาลใจ และเมื่อภาพสามารถแทนข้อความได้นับพัน เราจึงขอเน้นให้แต่ละภาพบอกเล่าเรื่องราวของตัวมันเอง

 

Part I: Biographic Films about Painters

ส่วนแรกนี้เราขอเสนอตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดกับหนังชีวประวัติของศิลปิน โดยเฉพาะบรรดาจิตรกรดัง ซึ่งก็เช่นเดียวกับบรรดาหนังชีวประวัติทั้งหลาย เรื่องราวชีวิตบางแง่มุม, แนวคิด ตลอดจนแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของเขาและเธอ – ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ เราขอเลือกหนังดังที่ค่อนข้างใหม่และหาดูได้ไม่ยากนักมาดังต่อไปนี้

 

Film: Girl with a Pearl Earring (2003, Peter Webber)

Artist: Johannes Vermeer (1632 – 1675)

จากนิยายอิงประวัติศาสตร์ชื่อเดียวกันของ เทรซี เชวาเลียร์ เล่าเหตุการณ์ในช่วงศตวรรษที่ 17 ผ่านตัวละครเด็กสาวขี้อายชื่อ ครีท (สการ์เล็ตต์ โจฮันส์สัน) ที่ไปทำงานเป็นหญิงรับใช้ในบ้านของ โยฮันเนส เวอร์เมียร์ (รับบทโดย โคลิน เฟิร์ธ) จิตรกรเรืองนามแห่งยุคทองของดัทช์ (Dutch Golden Age) โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เวอร์เมียร์กำลังวาดภาพที่ชื่อ Girl with a Pearl Earring (1665)

 

Film: Mr. Turner (2014, Mike Leigh)

Artist: J.M.W. Turner (1775 – 1851)

ผลงานเรื่องเยี่ยมเข้าชิง 4 ออสการ์ (กำกับภาพ, ออกแบบงานสร้าง, ออกแบบเครื่องแต่งกาย และดนตรีประกอบ) ของผู้กำกับชาวอังกฤษรุ่นอาวุโส ไมค์ ลีห์ (Happy-Go-Lucky, Another Year) ที่เล่าเรื่องราวในช่วง 25 ปีสุดท้ายในชีวิตของ โจเซฟ มัลลอร์ด วิลเลี่ยมเทอร์เนอร์ (ทิโมธี สปอลล์) จิตรกรชาวอังกฤษแห่งยุคโรแมนติก (Romanticism, ราวปี 1800 – 1850) ผู้เป็นที่รู้จักผลงานภาพวาดทิวทัศน์ที่โดดเด่นในการนำเสนอบรรยากาศของแสงและสื่อถึงพลังแห่งธรรมชาติ

 

Film: Frida (2002)

Artist: Frida Kahlo (1907 – 1954)

ผลงานกำกับของ จูลี่ เทย์มอร์ (Titus, Across the Universe) ที่ส่งให้ ซัลม่า ฮาเย็ค ชิงออสการ์นำหญิง (หนึ่งใน 6 รางวัลที่หนังได้เข้าชิง และได้มา 2 ในสาขาดนตรีประกอบและแต่งหน้า) จากการรับบท ฟรีดา คาห์โล จิตรกรหญิงแนวเซอร์เรียลลิสม์ชาวเม็กซิกัน กับเรื่องราวชีวิตของเธอทั้งในแง่มุมส่วนตัวและในฐานะศิลปิน ผู้ที่ตอนแรกเธอมักเป็นที่รู้จักแค่ในฐานะภรรยาคนหนึ่งของ ดิเอโก ริเวร่า (อัลเฟร็ด โมลิน่า) จิตรกรชื่อดัง ก่อนที่ผลงานอันโดดเด่นของเธอจะถูกค้นพบและได้รับการยอมรับในภายหลัง

 

Film: The Danish Girl (2015)

Artist: Gerda Wegener (1886 – 1940) & Lili Elbe (1882 – 1931)

แม้เรื่องราวของชายคนแรกๆ ที่ตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศเป็นหญิงในยุคสมัยที่เรื่องนี้ยังคงเพียงอยู่ในขั้นบุกเบิก ดูจะเป็นประเด็นหลักของเรื่อง แต่ขณะเดียวกันทั้ง ลิลิ เอลเบ (หรือตอนแรกคือ ไอนาร์ เวเกเนอร์ รับบทโดย เอ็ดดี้เรดเมย์น) และ เกอร์ดา เวเกเนอร์ (อลิเซีย วิคานเดอร์) ต่างก็เป็นจิตรกรที่มีความถนัดกันคนละด้าน  – ไอนาร์ ถนัดด้านการวาดภาพทิวทัศน์ ส่วนเกอร์ดาเป็นภาพบุคคล

 

Film: Pollock (2000)

Artist: Jackson Pollock (1912 – 1956)

เอ็ด แฮร์ริส นักแสดงมากฝีมือ ประเดิมงานกำกับครั้งแรกในเรื่องนี้ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ แถมเขายังนำแสดงเป็น แจ็คสัน พอลล็อค จิตรกรคนสำคัญแห่งกลุ่ม Abstract expressionism (กระแสความเคลื่อนไหวทางศิลปะโดยเฉพาะกับแวดวงจิตรกรรมในนิวยอร์คในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) เองด้วย หนังยังไปไกลถึงเวทีออสการ์คือแฮร์ริสที่ได้เข้าชิงในสาขานำชาย ทว่าคนที่คว้ารางวัลไปครองคือ มาร์เซีย เกย์ฮาร์เดน ในสาขาสมทบหญิง จากการรับบท ลี แครสเนอร์ (1908-1984) จิตรกรกลุ่มเดียวกันอีกคนและภรรยาของพอลล็อค

 

Part II: From Great Arts to Amazing Movie Shots

มิใช่เพียงหนังชีวประวัติเท่านั้นที่ผลงานอันน่าตะลึงของเหล่าศิลปินชื่อก้องจะได้มาโชว์ความงามบนจอหนัง เพราะแท้จริงแล้ว มีหนังอีกเพียบที่บางช็อตอันงดงามในเรื่อง ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ มาจากผลงานศิลปะชื่อดัง Vugar Efendiได้รวมรวมผลงานเหล่านั้นไว้ในคลิปวีดีโอสั้นๆ (แต่ละคลิปไม่ถึง 3 นาที) 3 คลิปที่เผยแพร่ทั้งทาง vimeo และ YouTube ซึ่งบทความนี้ขอเน้นเลือกหยิบยกช็อตจากหนังดังที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีเป็นหลักซึ่งน่าจะบอกเราได้ดีว่า งานศิลปะกับสื่อบันเทิงสำหรับมวลชนแบบหนังฮอลลีวู้ดอาจเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เราเคยรู้ (หากสนใจคลิปวีดีโอทั้งหมด สามารถหาชมได้จากทั้งสองช่องทางข้างต้น โดยเสิร์ชหาจากชื่อผู้เผยแพร่ Vugar Efendi และหัวข้อ Film Meets Art)

 

Art: Napoleon Bonaparte Musing at St. Helena (1845) by Benjamin Robert Haydon

Film: The Duellist (1977) by Ridley Scott

ก่อนจะสร้างชื่อจาก Alien (1979) ริดลี่ย์ สก็อตต์ ประเดิมงานหนังยาวเรื่องแรกกับ The Duellists หนังดราม่าอิงประวัติศาสตร์ช่วงสมัยนโปเลียนเรื่องนี้ ที่ว่าด้วยความบาดหมางยาวนานระหว่างสองนายทหาร ส่วนภาพวาดแรงบันดาลใจของช็อตนี้เป็นผลงานชิ้นหนึ่งของ เบนจามิน เฮย์ดอน (1786-1846) จิตรกรชาวอังกฤษซึ่งมักเชี่ยวชาญการวาดภาพบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์

 

Art: The Birth of Venus (1480-86) by Sandro Botticelli

Film: The Adventures of Baron Munchausen (1988) by Terry Gilliam

The Birth of Venus เป็นหนึ่งในผลงานเลื่องชื่อของ ซานโดร บ็อตติเซลลิ (1445-1510) จิตรกรชาวอิตาเลี่ยนแห่งยุคเรเนสซองซ์ (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-17) สู่แรงบันดาลใจในช็อตสวยๆ นี้ของ อูม่า เธอร์แมน ในบท วีนัส / โรส จากหนังผจญภัย / แฟนตาซีสุดอลังในปี 1988 เรื่องนี้ของ เทอร์รี่ กิลเลี่ยม อันถือเป็นผลงานลำดับที่ 3 ใน “ไตรภาคแห่งจินตนาการ” (“Trilogy of Imagination”) ถัดจาก Time Bandits (1981) และ Brazil (1985)

 

Art: The Blue Boy (1770) by Thomas Gainsborough

Film: Django Unchained (2012) by Quentin Tarantino

ฉากนี้ในบทหนัง เควนติน ตารันติโน่ ระบุว่า จังโก้ (เจมี่ ฟ็อกซ์) สวมชุดสีฟ้า เล่นเอา ชาเรน เดวิส ผู้ออกแบบเสื้อผ้าต้องปวดหัวตึ้บอยู่พักหนึ่งว่าจะทำไงดีไม่ให้ชุดออกมาดูเป็นยุค’70s กระทั่งเธอพบทางออกสุดเจ๋งจากภาพวาดสีน้ำมันในยุคศตวรรษที่ 18 นี้ของ โธมัสเกนส์โบโรห์ (1727-1788) จิตรกรชาวอังกฤษ

 

Art: The Last Supper (1498) by Leonardo Da Vinci

Film: Inherent Vice (2014) by Paul Thomas Anderson

Inherent Vice (2014)
Mash (1970)

พระกระยาหารมื้อสุดท้าย’ ภาพวาดด้วยเทคนิค Fresco (การลงสีวาดภาพบนพื้นผิวปูนที่ยังหมาดๆ) ผลงานเลื่องชื่อของ ลีโอนาร์โด ดา วินซี ที่แขวนอยู่ ณ โบสถ์ ซานตามารีอาเดลเลกราซีเอ ในมิลาน, อิตาลี คือหนึ่งในงานศิลปะระดับโลกที่เรารู้จักกันดี เพราะถูกอ้างอิงถึง / หยอกล้อบ่อยครั้งในวัฒนธรรมป็อป ถ้าไม่นับที่เล่นกันตรงๆ แบบ The Da Vinci Code ก่อนจะถูกอ้างถึงอีกครั้งโดย พอล โธมัส แอนเดอร์สัน ใน Inherent Vice ภาพนี้ก็เคยถูกผู้กำกับดังอีกคนคือ โรเบิร์ต อัลท์แมน อ้างถึงมาก่อนในหนังตลกเรื่อง MASH (1970)

 

Art: House by the Railroad (1925) by Edward Hopper

Film: Psycho (1960) by Alfred Hitchcock

เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ (1882-1967) จิตรกรดังชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักจากผลงานดังๆ ของเขา เช่นภาพ Automat (1927), Nighthawk (1942) ฯลฯ ส่วนผลงานปี 1925 ชิ้นนี้ก็ว่ากันว่าส่งอิทธิพลสำคัญต่อหนังสยองขวัญสุดคลาสสิกของฮิตช์ค็อกเรื่องนี้ โดยเฉพาะช็อตภาพบ้านของ นอร์แมน เบทส์

 

 

Art: Christina’s World (1948) by Andrew Wyeth

Film: Days of Heaven (1978) by Terrence Malick

แอนดรูว์ เวทธ์ (1917-2009) จิตรกรชาวอเมริกันตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ของเขาตามชื่อของ แอนนา คริสติน่า โอลสัน ซึ่งป่วยเป็น  Charcot–Marie–Tooth disease (CMT-โรคพันธุกรรมที่มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลายภาพขณะที่โอลสันกำลังคลานข้ามทุ่งหญ้าที่เวทธ์มองเห็นจากหน้าต่างบ้านของเขาและกลายเป็นแรงบันดาลใจของภาพนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานระดับไอค่อนของแวดวงศิลปะอเมริกัน ก่อนจะมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับช็อตนี้ใน Days of Heaven

 

Art: Pacific (1967) by Alex Colville

Film: Heat (1995) by Michael Mann

เมื่อพูดถึงหนังดังเรื่องนี้ของ ไมเคิล มานน์ หลายคนคงนึกถึงฉากประจันหน้าในร้านกาแฟ หรือไม่ก็ฉากปล้นในช่วงไคลแม็กซ์ท้ายเรื่องกันเป็นฉากแรกๆ แม้ที่จริงก่อนหน้านี้หนังก็มีช็อตสวยๆ ที่แสดงสภาวะจิตใจอันโดดเดี่ยวเดียวดายของตัวละคร (ตามสไตล์ของมานน์) อยู่หลายช็อต โดยเฉพาะฉากนี้ที่ดูเป๊ะมากกับภาพวาดที่เป็นแรงบันดาลใจของ อเล็กซ์ โคลวิลล์ (1920-2013) จิตรกรชาวแคนาดา

 

Art: To Prince Edward Island (1965) by Alex Colville

Film: Moonrise Kingdom (2012) by Wes Anderson

แฟนหนังของ เวส แอนเดอร์สัน ย่อมรู้ดีว่าสไตล์ภาพในหนังของเขานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการนำเสนอและจัดวางองค์ประกอบที่โดดเด่นมากอยู่แล้ว และกับช็อตสวยนี้ที่หลายคนคงจำได้ดีจาก Moonrise Kingdom ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากอีกหนึ่งผลงานเก๋ๆ ของ อเล็กซ์ โคลวิลล์

 

Art: Ophelia (1851 – 2) by John Everett Millais

Film: Melancholia (2011) by Lars Von Trier

ที่จริง Melancholia มีช็อตสวยๆ อยู่หลายช็อต แต่ที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้ง แถมยังถูกใช้เป็นโปสเตอร์หนังด้วยก็คือช็อตนี้ ที่ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ จากภาพวาดศตวรรษที่ 19 นี้ของ เซอร์ จอห์น เอเวอเร็ตต์มิลเล่ส์ (1829-1896) จิตรกรชาวอังกฤษ ที่พรรณนาถึง โอฟีเลีย ตัวละครจากบทละครเรื่อง Hamlet ของ วิลเลี่ยม เชคสเปียร์

 

Art: Jutta (1973) by John Kacere

Film: Lost in Translation (2003) by Sofia Coppola

ศิลปินชาวอเมริกัน จอห์น คาเซียร์ (1920-1999) เริ่มหันมาวาดภาพสไตล์ photorealist (อธิบายคร่าวๆ คงประมาณว่าการพยายามวาดภาพให้ดูสมจริงเหมือนดั่งภาพถ่าย) ในปี 1963 และภาพวาดสีอะครีลิคบนผืนผ้าใบผลงานในปี 1973 ชิ้นนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพช็อตแรกในช่วงเปิดเรื่องของหนังดังเรื่องนี้ของคอปโปล่า

 

 

Art: JeuneHomme Nu Assis au Bord de la Mer (1836) by Jean-HyppolyteFlandrin

Film: There Will Be Blood (2007) by Paul Thomas Anderson

“Young Male Nude Seated beside the Sea” คือชื่อภาษาอังกฤษของภาพวาด ผลงานจากศตวรรษที่ 19 ของจิตรกรชาวฝรั่งเศสผู้นี้ ที่ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ก่อนจะกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับช็อตนี้ในหนังของแอนเดอร์สัน

 

Art: Freedom from Fear (1943) by Norman Rockwell

Film: Empire of the Sun (1987) by Steven Spielberg

ก่อนจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับช็อตในหนังดราม่าสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องนี้ของสปีลเบิร์ก ที่จริงภาพนี้เป็นผลงานที่จิตรกรชาวอเมริกัน นอร์แมน ร็อคเวลล์ (1894-1978) สร้างสรรค์ขึ้นเป็นหนึ่งในผลงานภาพชุด 4 ภาพในชื่อ Four Freedoms ซึ่งอ้างอิงมาจากสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ ที่กล่าวไว้ในช่วง 11 เดือนก่อนที่อเมริกาจะประกาศสงครามกับญี่ปุ่นในวันที่ 8 ธันวาคม 1941 เพื่อตอบโต้การโจมตี เพิร์ล ฮาร์เบอร์

 

Art: Dawn (1989) by Odd Nerdrum

Film: The Cell (2000) by Tarsem Singh

ภาพวาดชิ้นนี้ของ ออดด์ เนอร์ดรัม (1944 – ?) จิตรกรชาวนอร์เวย์ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ช็อตนี้ในหนังเรื่องนี้ของ ทาร์เซ็ม ซิงห์ เพราะซิงห์ได้เห็นภาพนี้ที่บ้านของนักร้องดัง เดวิด โบวี่ ผู้ซื้อภาพนี้ของเนอร์ดรัมไปในปี 1990 โดยภายหลังจากการเสียชีวิตของโบวี่ในปี 2016 ภาพนี้ก็ถูกประมูลขายไปแล้ว

 

Art: Young Corn (1931) by Grant Wood

Film: The Imaginarium of Doctor Parnassus (1982) by Terry Gilliam

แกรนท์ วู้ด (1891-1942) เป็นจิตรกรชาวอเมริกันที่สร้างสรรค์ผลงานไว้หลายชิ้นในช่วงปลายยุค ‘20s – ต้น ‘40s หนึ่งในนั้นคือผลงานชิ้นดังที่มีชื่อว่า American Gothic (1930) ส่วนช็อตนี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพ Young Corn ก็เป็นอีกหนึ่งช็อตสวยจากหนังแฟนตาซีเรื่องนี้ที่ยังคงความจัดจ้านจัดเต็มตามสไตล์ของกิลเลี่ยมเช่นเคย

 

Art: La Mort de Marat (1793) by Jacques-Louis David

Film: About Schmidt (2002) by Alexander Payne

ภาพนี้ของ ฌาคส์-หลุยส์ เดวิด (1748-1825) จิตรกรชาวฝรั่งเศสเล่าถึงการฆาตกรรม ฌอง-ปอล มารา (Jean-Paul Marat, 1743-1793) นักทฤษฎีการเมือง, แพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้มีชื่อเสียงจากการเขียนบทความการเมืองที่ดุเดือดในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส นำมาสู่ช็อตที่ดูเรียบง่ายแต่น่าสนใจในหนังปี 2002 ของเพย์น

 

Art: Woman before the Rising Sun (1818-20) by Caspar David Friedrich

Film: Gone with the Wind (1939) by Victor Fleming

ช็อตสวยจากหนังอีพิคเรื่องยิ่งใหญ่นี้ มาจากภาพเขียนชื่อยาวของ แคสปาร์ เดวิด ฟรีดริช (1774-1840) จิตรกรชาวเยอรมันแห่งยุคโรแมนติก ผู้มีผลงานโดดเด่นในการวาดภาพทิวทัศน์

 

Art: The Abbey in the Oakwood (1809-10) by Caspar David Friedrich

Film: The Revenant (2015) by Alejandro Gonzalez Inarritu

ผลงานอีกชิ้นของฟรีดริชที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้หนึ่งในช็อตสวยหลอนใน The Revenant ผลงานที่ส่งให้ผู้กำกับภาพยอดฝีมือ เอ็มมานูเอล ลูเบซกี คว้าออสการ์ตัวที่ 3 ไปครอง

 

Art: Los Elefantes (1948) by Salvador Dali

Film: Mad Max: Fury Road (2015) by George Miller

ซัลวาดอร์ ดาลี (1904-1989) เป็นศิลปินชาวสเปนชื่อดังที่คอหนังน่าจะคุ้นชื่อและผลงานในแนวทางเซอร์เรียลิสม์ของเขากันดี เพราะดาลีเคยมาร่วมงานกับคนทำหนังชื่อดังหลายคน ทั้ง หลุยส์ บุนเยล, อเลฮานโดร โจโดโรวสกี หรือแม้แต่ อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อก (เช่น ฉากความฝันใน Spellbound (1945)) อย่างกรณีของช็อตสวยๆ นี้จาก Mad Max: Fury Road ก็มาจากผลงานในปี 1948 ของดาลีที่มีชื่อว่า ช้าง (Los Elefantes หรือ The Elephants)

 

Art: Pieta Dona delle Rose (1505) by Giovanni Bellini

Film: Children of Men (2006) by Alfonso Cuaron

แม้สถานการณ์และฉากหลังจะแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าท่าทางของตัวละครในหนังช็อตนี้ อ้างอิงถึงภาพสำคัญในคริสต์ศาสนาซึ่งปรากฏในผลงานศิลปะมากมาย รวมถึงภาพวาดนี้ของ จิโอวานนี เบลลินี่ (1430-1516) จิตรกรชาวอิตาเลี่ยนแห่งยุคเรเนสซองซ์

 

Art: L Empire des lumieres (1954) by Rene Margritte

Film: The Exorcist (1973) by William Friedkin

เรอเน่ มาร์กริตต์ (1898-1967) จิตรกรแนวเซอร์เรียลิสม์ชาวเบลเยี่ยม มีผลงานภาพวาดที่โด่งดังมากมาย และ L Empire des lumieres หรือ The Empire of Light คือหนึ่งในนั้น ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับช็อตสวยหลอนนี้จากหนังสยองเรื่องดัง The Exorcist ซึ่งยังถูกใช้เป็นโปสเตอร์หนังอีกด้วย

 

Art: Architecture au clair de lune (1956) by Rene Magritte

Film: The Truman Show (1998) by Peter Weir

Architecture au clair de lune (Architecture in the moonlight) เป็นอีกหนึ่งผลงานของมาร์กริตต์ ซึ่งความเซอร์เรียลของภาพนี้ ดูจะลงตัวกับหนังที่เล่นกับประเด็นว่าด้วยความจริงและความลวงเรื่องนี้เป็นอย่างดี

 

Art: La robe du soir (1954) by Rene Magritte

Film: Moonlight (2016) by Barry Jenkins

ตบท้ายด้วยอีกผลงานของมากริตต์ กับช็อตที่งดงามและเปี่ยมความหมายจากหนังออสการ์เรื่องนี้ของ แบร์รี่ เจนกิ้นส์

 

Part III: From Great Arts to Amazing Movie Posters

อีกกลุ่มหนึ่งที่ก็มีให้เห็นกันค่อนข้างบ่อยคือ จุดขายสำคัญอย่างหนึ่งของหนังอย่างโปสเตอร์ ซึ่งหลายเรื่องมีไอเดียการนำมาดัดแปลงและนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ (นี่เป็นการอ้างอิงบางส่วนจากข้อเขียนต้นฉบับ หากสนใจบทความฉบับเต็มหาอ่านได้จาก http://www.tasteofcinema.com/2016/13-great-movie-posters-you-didnt-know-were-inspired-by-famous-artworks/)

 

Poster: For Colored Girls (Tyler Perry, 2010)

Art: Composition With Red Blue and Yellow (Piet Mondrian, 1930)

โปสเตอร์เวอร์ชั่นนี้ของหนังดราม่าโดยผู้กำกับ ไทเลอร์ เพอร์รี่ กับต้นแบบที่เป็นภาพวาดแนวแอ็บสแทร็คของ พีต โมนดรียาน (1872-1944) จิตรกรชาวดัทช์

 

Poster: Days of Heaven (Terrence Malick, 1978)

Art: House by The Railroad (Edward Hopper, 1925)

 อีกครั้งกับผลงานเลื่องชื่อภาพนี้ของ เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับช็อตภาพบ้านใน Psycho (1960) มาแล้ว

 

Poster: Madea’s Family Reunion (Tyler Perry, 2006)

Art: Marilyn Diptych (Andy Warhol, 1962)

ผลงานกำกับอีกเรื่องของ ไทเลอร์ เพอร์รี่ กับโปสเตอร์เวอร์ชั่นที่ไม่ต้องเสียเวลาเดากันนานว่ามีต้นแบบมาจากไหน

 

Poster: Inception (Christopher Nolan, 2010)

Art: Wanderer above the Sea Fog (Caspar David Friedrich, 1818)

หนังฟอร์มบิ๊กที่มีโปสเตอร์หลายเวอร์ชั่น และเวอร์ชั่นนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงชวนให้นึกถึงภาพวาดชื่อดังนี้ของฟรีดริช

 

Poster: Scream (Wes Craven, 1996)

Art: The Scream (Edvard Munch, 1893)

ภาพนี้ของ เอ็ดวาร์ด มุนช์ (1863-1944) น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันดีในวัฒนธรรมป็อป และหนึ่งในตัวอย่างอันดีก็คือโปสเตอร์หนังสยองสุดฮิตเรื่องนี้

 

Poster: The Fall (Tarsem Singh, 2006)

Art: Face of Mae West (Which May be Used as an Apartment) (Salvador Dalí, 1934–1935)

นอกจากงานภาพในหนังจะสวยจับจิตแทบทุกช็อต โปสเตอร์หนังก็ไม่ยอมน้อยหน้า ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงานในยุค’30s ของ ซัลวาดอร์ ดาลี ชิ้นนี้

 

Poster: Midnight in Paris (Woody Allen, 2011)

Art: The Starry Night (Vincent van Gogh, 1889)

โปสเตอร์สวยๆ จากหนังเรื่องนี้ของ วู้ดดี้ อัลเลน ก็เป็นอีกภาพที่เสียเวลาเดาต้นแบบกันน้อยที่สุด เพราะภาพวาดต้นฉบับของ แวน โกะห์ นั้นดังสุดๆ อยู่แล้ว

 

Poster: The Silence of the Lambs (Jonathan Demme, 1991) & The Descent (2005, Neil Marshall)

Art: In Voluptas Mors (Phillip Halsman & Salvador Dalí, ca. 1951)

ภาพถ่ายนู้ด ขาว-ดำ ของผู้หญิงที่จัดวางองค์ประกอบคล้ายรูปหัวกะโหลกนี้ ช่างชวนให้รู้สึกขนลุกเหมาะกับความสะพรึงในหนังออสการ์เรื่องนี้ซะจริง (แม้จะต้องเพ่งสังเกตกันสักนิด)แถมยังเป็นแรงบันดาลใจที่ชัดเจน (มาก) อีกครั้งกับโปสเตอร์หนังสยองยุคถัดมาอย่าง The Descent

 

Poster: E.T. the Extra-terrestrial (Steven Spielberg, 1982)

Art: The Creation of Adam (Michelangelo, ca. 1512)

ภาพวาดปูนเปียก (fresco) ผลงานสุดคลาสสิกแสนงดงามของ มิเกลันเจโล (1475-1564) ศิลปินชาวอิตาเลี่ยนผู้โด่งดังอีกคนจากยุคเรเนสซองซ์ ดูไม่น่าจะมาเกี่ยวอะไรกับหนังครอบครัว / ไซ-ไฟ มนุษย์ต่างดาวเพื่อนรักเรื่องนี้ได้ แต่ในโปสเตอร์นี้คงยืนยันว่ามันเป็นไปแล้ว

 

Poster: Chinatown (Roman Polanski, 1974)

Art: Job Cigarettes (Alphonse Mucha, 1896)

อัลโฟนส์ มูคา (1860-1939) เป็นศิลปินแนวอาร์ทนูโว (Art Nouveau) ชาวเชคผู้มีสไตล์อันโดดเด่นและมีผลงานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งโปสเตอร์, งานพิมพ์, งานโลหะ และการออกแบบตกแต่ง และต้นแบบของโปสเตอร์หนังดังเรื่องนี้คือหนึ่งในผลงานเด่นของเขา

 

 

 

 

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก