Automata Toy ศิลปะกลไกสร้างชีวิตแก่เหล่าของเล่น

บทความโดย ลันละเม็ด

ถ้าพูดถึง Art Toy ในยุคนี้แน่นอนว่าหลายๆ ท่านน่าจะพอรู้จักกันว่า มันคือของเล่นที่เหล่าศิลปินและดีไซน์เนอร์ผลิดออกมาเองเพื่อขายในรูปแบบของของเล่นที่ผสมผสานกับศิลปะและการออกแบบ ให้กับแฟนคลับและผู้ที่สนใจ

แต่ Automata Toy ล่ะ เคยได้ยินคำนี้กันบ้างรึเปล่า ?
…สำหรับคนที่ยังไม่เคย วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จัก Art Toy ที่ซับซ้อนขึ้นไปกว่า Art Toy !  งงมั้ยคะ?
อย่าเพิ่งงงๆ ไปรู้จัก Art Toy อีกหนึ่งชนิดที่เรียกว่า “ Automata Toy” กันเลยจ้า !!!

ก่อนอื่นเรามารู้จักความหมายของ Automata Toy กันก่อนดีกว่าค่ะ คำว่า “Automata” เนี่ยมีที่มาจากภาษากรีกโบราณค่ะ ซึ่งแปลว่าเคลื่อนไหวไปตามที่ต้องการ ซึ่งแปลได้ง่ายๆ ว่าคือกลไก ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ดูราวกับว่ามันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเองหลังจากที่ผู้ใช้ได้เริ่มเปิดกลไกนั้นๆ แล้ว ดังนั้น Automata Toy ก็คือของเล่นที่สามารถขยับเขยื้อนได้ด้วยตัวเองเมื่อผู้เล่นได้ เปิดกลไกแล้วนั่นเอง!

แล้วอะไรละ ที่ทำให้ของเล่นจำพวก automata นั้นแตกต่างจาก art toy หรือของเล่นทั่วๆ ไป?

สิ่งนั้นก็คือการที่ศิลปินสามารถผสมผสานและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านของเล่น และผู้เล่นก็สามารถพลิดเพลินไปกับมันได้โดยกลไกของมันเองนั่นเอง เอาล่ะ บอกแบบนี้อาจจะจินตนาการหรือนึกภาพตามไม่ออก แต่ถ้าบอกว่าของเล่นเหล่านี้เนี่ยมันอยู่ใกล้กับเรามาตั้งแต่เด็กล่ะ? เชื่อเถอะว่าหลายๆ คนก็คงเคยเล่นหรือเคยเห็นหีบเพลง หรือตุ๊กตาไขลานกันใช่มั้ยล่ะ? นั่นแหละค่ะคือ Automata Toy !!

ที่มาของ Automata Toy นั้นคงต้องย้อนกลับไปยุคกรีกโบราณนู่นนนเลย ในยุคนั้นเนี่ยมีนักคณิตศาสตร์ และนักวิศวะกรรมชาวกรีกนามว่า Hero of Alexandria หรือคุณ เฮรอน ออฟ อเล็กซานเดียร์ ได้สร้างสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Automata ชิ้นแรกของโลก ! โดยกลไกนั้นก็เรียบง่ายด้วยการใช้พลังงานน้ำทำให้นกบนกล่องสามารถร้องเพลงได้ และเมื่อนกฮูกหันไปนาก เสียงร้องของนกบนกล่องก็จะหยุดลง

โดยในช่วง ค.ศ.1800 ถึงต้น ค.ศ.1900 นับได้ว่าเป็นยุคทองสำหรับของ Automata เลยก็ว่าได้! ในยุคนี้ต้นทุนของการสร้างของเล่นแบบ automata นั้นเรียกได้ว่าถูกลงจากยุคก่อนมาก และ ยังสร้างได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ศิลปินหลายๆ คนสามารถทำของเล่นออกมาขายเป็นจำนวนมากเลยล่ะค่ะ

เขาใช้เวลาสร้างเจ้าเครื่องนี้อยู่ 25 ปีเลยทีเดียว และเจ้าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เนี่ยถูกสร้างขึ้นมาให้ “พูดได้”  และถึงขั้น “ร้องเพลง” ได้ด้วย!

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้คงต้องยกให้สิ่งประดิษฐ์หลอนๆ ชิ้นนี้ที่มีชื่อว่า “Euphonia” (ยูโฟเนีย) โดยนาย Joseph Faber (โจเซฟ เฟเบอร์) นักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน เขาใช้เวลาสร้างเจ้าเครื่องนี้อยู่ 25 ปีเลยทีเดียว และเจ้าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เนี่ยถูกสร้างขึ้นมาให้ “พูดได้”  และถึงขั้น “ร้องเพลง” ได้ด้วย! โดยเจ้าเครื่องนี้จะทำงานเมื่อผู้ใช้กดลงบนคีย์เปียโนและเสียงที่ออกมาจะถูกปรับให้คล้ายเสียงของคน รวมไปถึงปากของผู้หญิงก็จะเปิดออกตามคีย์ที่กดเพื่อให้เหมือนว่า เธอกำลังพูดอยู่นั่นเองค่ะ… (สยองงง ~ )

เอาล่ะค่ะ เราได้รู้ประวัติคร่าวๆ กันไปแล้ว มารู้จักกับศิลปินที่ทำการสร้างสรรค์ของเล่นเหล่านี้กันบ้างดีกว่าค่ะ

Keith Newstead (คีธ นิวสตีด)

ชายคนนี้มองว่าการทำ Automata  Toy นั้นเป็นเหมือนการเอาศิลปะ และวิศวกรรมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ! และบึ้มมมม กลายเป็น ศิลปะแขนงใหม่ ซึ่งจุดเด่นในงานของคีธคือการขยับของตัวละคร ฉาก และสิ่งของต่างๆ นั้นมีความเสมือนจริง ทำให้กลไกต่างๆ นั้นมีความละเอียดและซับซ้อนเป็นอย่างมาก !

Kazuaki Harada (คาซูอากิ ฮาราดะ)

มาที่ชาวญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ ฮาราดะ สนใจศาสตร์ด้านนี้มากจนตัดสินใจ บินไกลไปเรียนต่อถึงประเทศอังกฤษ! ฮาราดะ มักจะได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ผลงานของเขาจึงมีลักษณะ เรียบง่ายแต่ดึงดูดและสร้างลอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คนที่มาลองเล่นได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้กลไกของเขาก็ได่ซับซ้อนเท่าไหร่นักเนื่องจากเขามองง่า  การที่ของเล่นนั้นไม่ได้ขยับแบบเหมือนจริงเนี่ย ถือว่าเป็นสเน่ห์ของของเล่นประเภทนี้ด้วย

Paul Spooner (พอล สปูเนอร์)

พอลมักจะนำเอาเรื่องตลกขำขันมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างของเล่นของตัวเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นมุกทั่วไป หรือ สิ่งต่างๆ ที่เขาคิดว่ามันตลก พอลก็จะหยิบเอามาสเก็ตเป็นไอเดีย แล้วนำไปสร้างเป็นของเล่นที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้เล่นได้เสมอ ซึ่งเขามองว่าเสียงหัวเราะเป็นเหมือนรางวัลที่เขาได้รับจากการสร้างสรรค์เล่นอีกด้วยนะ

Fi Henshall (ฟี เฮนแชล)

มาถึงคนสุดท้ายที่เราจะพูดถึงในวันนี้กันแล้วค่ะ ฟ๊ หญิงสาวชาวเวลส์ ที่เดิมทีเธออยากเป็นนักวาดภาพประกอบ ! แต่ทว่าเธอไม่อยากจะนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วนั่งวาดรูปไปวันๆ เธอจึงเริ่มทำ Automata Toy ขึ้นมา โดยเธอเรียกมันว่า “ภาพประกอบแบบ 3 มิติ” ซึ่งงานของเธอนั้นจะโดดเด่นในด้านวัสดุ เพราะเธอจะใช้วัสดุจำพวก found object หรือวัสดุที่เธอเก็บมาได้ เช่น กระป๋อง หรือเศษเหล็กต่างๆ งานของเธอจึงให้ความรู้สึกแบบดิบๆ อีกทั้งเธอมักจะใด้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือที่เธอเคยอ่านหรือสัตว์ต่างๆ ของเล่นของเธอจึงมีความแฟนตาซีสูง

สามารชมกลไกต่างของผลงานชิ้นต่างๆ รวมไปถึงบทสัมภาษณ์ของศิลปินแต่ละท่านได้ที่: http://bit.ly/2JDfyb3

———————————-

ถึงแม้ว่าคอมมูนิตี้สำหรับของเล่นประเภท Automata Toy จะยังไม่แพร่หลายมากนักในประเทศไทย แต่หากใครอ่านบทความนี้จบแล้วเกิดสนใจขึ้นมาล่ะก็ สามารถเข้าไปติดตามข่าวต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ Cabaret Mechanical Theater (CMT) ซึ่งเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์สำหรับ Automata Toy โดยเฉพาะ ! โดยทาง CMT นั้นจะรวบรวมผลงานของศิลปิน Automata หลายๆ ท่านเอาไว้เพื่อนำไป “จัดแสดงรอบโลก !” ซึ่งแน่นอนว่าศิลปินทุกคนที่เราพูดถึงในบทความนี้ก็เข้าร่วมกับทาง CMT ด้วยเช่นกัน ซึ่งเราก็คงได้แต่หวังว่าในอนาคตทาง CMT จะนำเอาของเล่นเหล่านี้มาจัดแสดงที่ไทยกันบ้างเนาะ 🙂

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจได้ในเว็บไซต์ Plotter ค่ะ

อ้างอิง

Shares