โปรดอย่าสับสน!!! เมื่อแอนิเมชันเหล่านี้มีฝาแฝด!!?

696

โดย นมสด

ในปัจจุบันมีแอนิเมชันมากมายหลายเรื่อง ที่ประสบความสำเร็จและอยู่ในใจหลายๆ คน

แต่ !! ก่อนจะคว้าแอนิเมชันเหล่านั้นมานั่งชมอย่างเพลิดเพลินเนี่ยต้องดูปกกันดีๆ ก่อนนะ เพราะถ้าคุณมองไม่ดีอาจจะสับสนเอาได้ง่ายๆ เนื่องจากแอนิเมชันเหล่านี้ “มีฝาแฝด !!!”
และในวันนี้ ผม นมสด จะพาไปพบกับฝาแฝดของแอนิเมชันชื่อดังกันครับว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง
พร้อมแล้วไปเลย !!!!

The Lion King, Kimba The White Lion และ Simba The King Lion

เริ่มจากอนิเมชั่นเรื่องดังที่ฉบับภาพยนตร์กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้แล้วววว The Lion King เรื่องราวของลูกสิงโตสุดน่ารักที่ต้องเรียนรู้เพื่อเป็นเจ้าป่าผู้กล้าหาญ แอนิเมชั่นจาก Walt Disney เรื่องนี้ โด่งดังไปทั่วโลก และยังทำเงินมากมายมหาศาลจนมีภาคต่อออกมามากมาย จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานกันเลยทีเดียว โดย The Lion King นั้นเริ่มมีการพัฒนาโปรเจคท์มาตั้งแต่ปี 1988 และเริ่มกระบวนการโปรดัคชั่นในปี 1991 ก่อนจะเข้าโรงฉายในปี 1994… แต่คงต้องดูดีๆ กันสักหน่อย !!! ว่าดูถูกเรื่องจริงรึเปล่า ? เพราะแอนิเมชันเรื่องนี้ มีฝาแฝดอยู่ทางฝั่งเอเชียนี่เอง แอนิเมชันเรื่องที่ว่าก็คือ  “Kimba the White Lion”

Kimba the White Lion หรือในชื่อญี่ปุ่น Janguru Taitei เป็นเรื่องราวของ “Leo” เจ้าสิงโตสีขาวที่ตามหาความยุติธรรมและความสงบสุขให้กับเหล่าสรรพสัตว์ ซึ่ง Kimba The White Lion นั้น เป็นผลงานของปรมจารย์นักวาดการ์ตูน Tezuka Osamu นั่นเอง โดยในฉบับมังงะได้ถูกตีพิมพ์ในปี 1950 และสร้างเป็นแอนิเมชันในปี 1964 ซึ่งแอนิเมชั่นเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของเจ้า “Simba” ใน “The Lion King” เลยก็ว่าได้ เพราะมีความคล้ายคลึงกันมากกกก!!! ทั้งการออกแบบตัวละคร จนไปถึงเนื้อเรื่องบางส่วน

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ Walt Disney ก็ออกมาปฎิเสธว่าไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ หรือแม้แต่ อาจารย์ Tezuka มาก่อนเลย!?… แหม่แต่ฝั่ง Kimba The White Lion เนี่ยก็ยังคงมีแอนิเมชั่นและฉบับฉายโรงเรื่อยมาจนถึงปี 2009 เลยนะ ลองมาดุฉากเปรียบเทียบกันหน่อยดีกว่า

ฉากที่เจ้า “Leo” กำลังจะร่วงจากหน้าผาโดยมี “Belladonna” อยู่ด้านบน มันช่างเหมือนกับฉากที่ “Scar” กำลังจะผลัก “Simba”ตกลงจากหน้าผาไม่มีผิด!!?

ส่วนฉากนี้ “Panja” และ “Mufaza” ก็ดูสง่าไม่น้อยหน้ากันเลยนะเนี่ย

ยังมีอีกหลายๆ ฉากที่ออกจะคล้ายคลึงกันมากเกินไปซะหน่อย นี่เป็นเพราะ “The Lion King” เลียนแบบ “Kimba The White Lion” หรือเปล่า? หรือเป็นแค่เรื่องบังเอิญอย่างที่ Disney กล่าวอ้างจริงๆ ? ถ้าอย่างนั้น เพื่อนๆ ลองตัดสินเอาเองละกันนะ…

แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่หมดเท่านั้นครับ เพราะ “The Lion King” ยังมีฝาแฝดอยู่ทางฝั่งอิตาลีอีกต่างหาก นั่นก็คือเรื่อง…..Simba The King Lion

เรื่องราวของ “ซิมบ้า” ?? ลูกสิงโตตัวน้อยที่ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาจักร จากเจ้าสการ์…เอ้ยยย !!! “แชร์คาน”  ซึ่งแอนิเมชันของอิตาลีเรื่องนี้เนี่ยได้รับแรงบัลดาลใจมาจาก “The Lion King” ผสมผสานกับ “The Jungle Book” นั่นเองครับ เจอแบบนี้แล้วถึงกับสับสนกันได้ง่ายๆ เลยนะเนี่ย !!!!

————————

เอาล่ะ…เรากลับมาที่ฝั่งยุโรปกันดีว่า กับผลงานของ DreamWorks Animation ที่หยิบเอาตำนานโบราณของจีนอันเป็นที่เลื่องลือมาเล่าเรื่องในฉบับฮาน้ำตาเล็ด…แหมพูดขนาดนี้แล้วจะเป็นเรื่องอะไรไปได้อีกถ้าไม่ใช่

Kung Fu Panda และ Little Panda Fighter

“โป” หมีแพนด้า ตุ้ยนุ้ย ที่มีใจรัก ในวิชายุทธ์ และฝันจะเป็นนักรบมังกรคนนี้ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีภาคต่อออกมาถึง 3 ภาค!!!! แต่รู้กันรึเปล่าว่า จอมยุทธ์พลิกล๊อค ช๊อคยุทธภพคนนี้ ก็มีฝาแฝดกับเขาเหมือนกันนะเออ !!? นั่นก็คือ “Little Panda Fighter”

เรื่องราวสุดประหลาดของ..เอ่อ..แพนด้า !? ที่ทำงานอยู่ที่ค่ายมวย แต่กลับฝันจะเป็นนักเต้นมืออาชีพ? ซึ่งเจ้าแอนิเมชันเรื่องนี้เนี่ยถูกกล่าวถึงในระดับสากล !! ว่าเป็นหนึ่งใน “แอนิเมชันที่เลวร้ายที่สุด !!!” ซึ่งเป็นเพราะ CGI ที่น่ากลัว รวมไปถึง พล็อต และสคริปต์ ที่แสนจะประหลาด !?

แต่จะว่าไป เจ้าแอนิเมชั่นเรื่องนี้มันก็ยังมีข่าวว่ากำลังจะออกภาค 2 ด้วยนะ !!? ซึงยังไม่ทันไรเลยก็ถูกประท้วงจนต้องพับโปรเจคท์ไปเสียก่อน ขนาดนั้นเลยทีเดียว…

————————–

ต่อมาเรามาย้อนเวลากลับไปในปี 1998 ซึ่งมีการเปิดตัวแอนิเมชัน จากค่ายดัง 2 ค่าย นั่นก็คือคือ

ANTZ จากDREAMWORKS และ A BUG’S LIFE จาก PIXAR 

แอนิเมชัน ทั้งสองเรื่อง เปิดตัวห่างกันเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น นั่นทำให้หลายๆ คนพากันสงสัยว่า มันคล้ายกันเกินไปรึเปล่าฟะ !!! เพราะแอนิเมชันทั้งสองมีมดงานเป็นตัวดำเนินเรื่อง และทั้งคู่ก็เป็นวีระบุรุษเหมือนกัน!! และยังจะตกหลุมรักเจ้าหญิงเหมือนกัน อีกต่างหาก !!! นี่เป็นเรื่องบังเอิญ ? หรือว่ามีอะไรแอบแฝงกันแน่

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แอนิเมชันสองเรื่องนี้ก็กลายเป็นตัวจุดฉนวนความไม่ลงรอยกันของทั้งสองสูดิโอนานร่วม 10 ปีเลยทีเดียว !!!!

———————–

แอนิเมชันเรื่องต่อมาเราคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี… โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบเข้าร้าน Mini So เนี่ยเจอพวกเขาบ่อยมากกก กับแอนิเมชันเรื่อง

Adventure Time และ The Legend of Lucky Pie

เรื่องราวการผจญภัยของฟินกับเจค ที่ฉายทาง Cartoon Network และมันเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ แถมยังได้รับรางวัล Annie Award สาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 อีกต่างหาก !!!

เครดิตดีขนาดนี้ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีฝาแฝดกับเขา ซึ่งแฝดคนละฝาของพวกเขาทั้งคู่ ก็อยู่ในเอเชียนี่เอง นั่นก็คือแอนิเมชันเรื่อง The Legend of Lucky Pie

แอนิเมชันของพี่จีน ที่พูดถึงการผจญภัยของ “Lucky” กับ “Pie” อืมมม…เหมือนเคยได้ยินที่ไหน ?  เพียงแต่มันสร้างโดยคนแค่สองคนเท่านั้น !! แต่ฉายได้เพียงแค่ 4 ตอนเท่านั้นแหละ เพราะว่าไม่มีเงินทุนที่จะทำต่อ… และถึงแม้ว่ามันจะมาเพียงแค่ไม่กี่ตอน แต่คนดูต่างก็ถามถึงความเหมือน ว่าเรื่องนี้มันออกจะคล้ายกับ Adventure time ของฝั่งอเมริกามากเกินไปสักหน่อยมั้ยเนี่ย !?

ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น องค์ประกอบภาพ หรือดีไซน์ตัวละครต่างๆ เรียกได้ว่าดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์!!? เอ้ย!! มีความเหมือน Adventure Time เสียเหลือเกิน!!

——————-

แต่ช้าก่อน !! ไม่ใช่แค่ Adventure Time เท่านั้นน เพราะเรื่อง The Amazing World of Gumball จาก Cartoon Network เองก็มีแฝดเหมือนกัน !!

The Amazing World of Gumball และ The Incredible World of ChiChi

“Gumball” เจ้าแมวสีฟ้าสุดเกรียน มาแบบแพ็คคู่กับ “Darvin” ปลาทองสุดกวน ที่ออกมาสร้างเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ให้กับคนดู ถึงแม้ว่ามันอาจไม่ใช่การ์ตูนที่ได้รับความนิยมที่สุด แต่เป็นการ์ตูนที่มีความแปลกใหม่และน่าสนใจเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ จนอาจไปเข้าตาพี่จีน(อีกแล้ว!)เอาตอนไหนไม่รู้ เพราะค่าย Miracle Star ของพี่จีน ได้สร้างสรรค์ แอนิเมชันซีรีย์ที่มีชื่อว่า “The Incredible World of ChiChi”

ซึ่งมันมีความคลายคลึงกับ “Gumball” เป็นอย่างมาก รวมถึงเนื้อเรื่องและภาพโดยรวมที่พอมองดูดีๆ แล้วต้องร้องว่า นี่มัน Gumball ชัดๆ !!!!

เอิ่ม…นี่มันเหมือนเกินไปหรือเปล่าเนี่ย

จนกระทั่ง ทาง Cartoon Network ได้แก้เผ็ด Miracle Star ของพี่จีนบ้าง โดยมีตอนนึงใน ซีรีย์ The Amazing World of Gumball มีชื่อตอนว่า “Copy Cat” ซึ่งกล่าวถึงครอบครัวของ Gumball ที่เจอกับครอบครัวประหลาด ที่ทำเลียนแบบเหมือนพวกเขาทุกอย่าง ซึ่งตัวละครตัวนั้นมีชื่อว่า ChiChi และมีคาแร็คเตอร์โดยรวมเหมือนกับ ChiChi จาก Miracle star ของพี่จีนไม่มีผิด

ซึ่งก็มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การทำให้น้องสาวคนเล็กของฝั่งพี่จีนหายไป โดยให้เหตุผลว่า ผู้หญิงไม่ควรมีสิทธิ์ออกมาแสดงตัวตนเป็นคนดังเหมือนคนอื่นๆ !!! หรือ นั่นอาจจะเป็นการจิกกัดพี่จีนเรื่อง นโยบายลูกคนเดียวกับการอวยลูกชาย กันแน่นะ !!!?

โหหห !!! แยกแทบไม่ออกเลยนะเนี่ย นี่ตั้งใจลอกเลียนแบบ หรือว่าเป็นเรื่องบังเอิญกันแน่ ?? เอาล่ะ จริงๆ ก็มีแอนิเมชันที่มีฝาแฝดอีกเพียบเลย เรียกได้ว่าจะหยิบเรื่องไหนมาดูก็ต้องดูกันให้ดีหน่อยล่ะทีนี้ เดี่ยวดูผิดไปจนจบไม่รุ็ตัวซะงั้น..

และถ้าเพื่อนๆ มีแฝดแอนิเมชั่นเรื่องไหนอีก ก็คอมเมนต์บอกกันได้นะ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อนล่ะ บ๊ายบายยย!!

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter คร้าบบบบ!!

แหล่งข้อมูล

  • https://mondo-world.fandom.com/wiki/Simba_the_King_Lion
  • https://www.avclub.com/disneys-claim-that-the-lion-king-was-their-first-origi-1822629988
  • https://aminoapps.com/c/disney/page/blog/did-the-lion-king-actually-rip-off-kimba-the-white-lion/BQ2l_E2JtwuJvb1JoZp8YRB0l753rwqEovk
  • http://www.metalbridges.com/spirited-away/
  • https://mgronline.com/entertainment/detail/9590000088996
  • https://mockbuster.fandom.com/wiki/The_Little_Panda_Fighter
  • https://www.polygon.com/tv/2017/2/7/14524680/the-amazing-world-of-gumball-the-copy-cats
  • https://www.denofgeek.com/uk/movies/antz/60800/antz-vs-a-bug-s-life-20-years-on
  • https://adventuretime.fandom.com/wiki/Adventure_Time
  • https://brightside.me/wonder-curiosities/12-hilarious-rip-offs-of-popular-cartoon-characters-412910/
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Kimba_the_White_Lion
  • https://en.wikipedia.org/wiki/The_Lion_King
Shares