10 โลกจินตนาการความ Punk เมื่อโลกพัฒนาไปในทิศทางที่ต่างไป !

โดย SCARX

ในงาน E3 2019 ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ นั้น มีเกมส์หนึ่งที่ทำเอาผู้คนต่างตื่นเต้นและถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล! และเกมส์ที่ว่านั้นก็คือ Cyberpunk 2077 นั่นเอง แต่ไอ้คำว่า Cyberpunk เนี่ยมันคืออะไรล่ะ ? นอกจาก Cyberpunk แล้วเหมือนจะยังมีอะไรพังก์ๆ อีกใช่มั้ยนะ ? เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่า จักรวาล ?! ของคำว่า Punk นั้นมันมีประเภทอะไรบ้าง พร้อมแล้วไปลุยกันเลยย !!!

Cyberpunk  / คุณภาพชีวิตที่สวนทางกับเทคโนโลยี

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำนี้ดีไม่ว่าจะจากนิยาย เกม หรือภาพยนตร์ แต่รู้ไหมว่าไอ้ต้นกำเนิดจริงๆ ของคำนี้น่ะ มันมาจากนวนิยายแนวไซไฟในปี 1983 ชื่อ “Cyberpunk” (ตรงๆ ตัวเลยนี่แหละ) ซึ่งเขียนขึ้นโดย Bruce Bethke คำนิยามสั้นๆ ของ Cyberpunk ก็เรียบง่ายได้ใจความ “เทคโนโลยีสูง คุณภาพชีวิตต่ำ” (High Tech Low Life) โดยเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของแฮคเกอร์ ความขัดแย้งทางการเมือง โลกอันดำมืด และความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกหนแห่ง พร้อมแฝงปรัชญาสุดคมคาย ซึ่งภาพยนตร์ที่ปลุกชีพโลก Cyberpunk ขึ้นมาอีกครั้งก็ก็คือ Blade Runner (1982) ของ Ridley Scott, Blade Runner 2049 หรือ Netflix’s Original Series: Altered Carbon นั่นเองคร้าบบ

Steampunk  / อดีตกับพัฒนาการที่แตกต่าง

มาที่โลกอีกประเภทที่สวนทางกับ Cyberpunk ด้วยการ ย้อนไปในอดีตที่มีการพัฒนาโลกในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป!? แต่แน่ล่ะมันชื่อว่า Steampunk เพราะฉะนั้นแรงบันดาลในการดีไซน์ต่างๆ ก็ย่อมมาจากอุตสาหกรรมเครื่องจักรไอน้ำอย่างแน่นอน

คำว่า Steampunk ถือกำเนิดมาจาก K.W. Jeter และปรากฏครั้งแรกในนิยายเรื่อง “Morlock Night” ของตัวเขาเอง หากคิดไม่ออกว่า Steampunk มีลักษณะเป็นยังไงลองนึกถึงเกมส์ Bioshock Infinite หรือ Dishonored ดูครับ เพราะสองเกมส์นี้เนี่ยเป็น Steampunk ที่ชัดเจนที่สุดแล้วล่ะนะ

Dieselpunk  / เมื่อน้ำมันคือหัวใจสำคัญ

Dieselpunk อันที่จริงแล้วประเภทนี้อาจจะดูไม่เป็นที่นิยมเท่าใหร่นัก โดยกล่าวถึงยุคที่มีการเล่าเรื่องที่ประวัติศาสตร์ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ เครื่องจักรที่ใช้ “น้ำมัน!” ซึ่งไอ้เจ้า Dieselpunk เนี่ย จะคาบเกี่ยวระหว่าง Cyberpunk และ Steampunk แต่แม้ Dieselpunk จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ แต่ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับยุคนี้กลับสวนทาง เพราะว่า ดังเปรี้ยงปร้างสุดๆ มันส์สุดๆ ลุ้นสุดใจ!  และภาพยนตร์เรื่องนั้นก็คือ MAD MAX: Fury Road นั่นเอง !!!

Biopunk  / โลกที่มนุษย์อยากเป็นพระเจ้า

จะเป็นอย่างไรเมื่อมนุษย์อยากเป็นพระเจ้า !!! เจ้าโลก Biopunk นี้มันก็จะหลอนๆ หน่อยนะ เพราะเนื้อหาจะพาไปสัมผัสความอันตราย ทะเยอทะยาน และความโหดร้ายของมนุษย์เมื่อสามารถตัดต่อและดัดแปลง DNA ของมนุษย์รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้ ! แต่ผลที่ตามมามันไม่สวยงามเอาซะเลย ! เพราะมันส่งผลให้โลกเปลี่ยนไปโดยมิอาจหวนกลับ

ไอ้เจ้า Biopunk เนี่ยมันมีความใก้ลเคียงกันกับ Cyberpunk เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของโลก Cyberpunk ในหนังสือนิยาย Cyberpunk เล่มแรกอย่าง Neuromancer ของ William Gibson นั่นเอง ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ของ Biopunk คือเกม Killing Floor และ Bioshock

Mythpunk  / โลกแฟนตาซีสุดแหวกแนวและโดดเด่นเฉพาะตัว

 

เรื่องราวในยุคนี้คือการเอายุคเก่ามาปรับเป็นการเล่าเรื่องแบบยุคสมัยใหม่ มันก็จะทำให้เนื้อหามีความแฟนตาซีหน่อยๆ และอาจจะมีตัวละครแปลกๆ โผล่ออกมาด้วยนะ รวมไปถึงยังมีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างแหวกแนวมากๆ ด้วย และที่สำคัญ Mythpunk มีความโดดเด่นและเฉพาะตัวสูงงงงมากกกกก ! ยกตัวอย่างเช่นนวนิยายเรื่อง The Orphan’s Tales โดย Catherynne M. Valente หรือถ้าจะให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นล่ะก็คงจะเป็น Pan’s Labyrinth ของผู้กำกับสุดแนวอย่าง Guillermo del Toro นั่นเอง

Elfpunk / ตัวละครแฟนตาซีที่มีเบื้องหลังเป็นสงครามเย็น

เห้ย โลกของเอลฟ์แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ? ถูกแล้วครับ Elfpunk มันก็คือโลกเกี่ยวกับเอลฟ์นี่แหละ! โดยเนื้อหาจะดำเนินเรื่องผ่านตัวละคร Elf และนางฟ้า โดยไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มาร่วมแจมเลย ซึ่งเนื้อหาก็จะเน้นไปที่ความรุนแรง การแย่งชิง ไปจนถึงต่อต้านสังคม เช่นเดียวกันกับ Cyberpunk เลยล่ะ แหม่เนื้อหาดุดันสวนทางกับชื่อแฟนตาซี๊ แฟนตาซีเลยนะเนี่ย

MANNERPUNK / ความมืดหม่นที่เกิดจากมุกตลก

 

Mannerpunk เป็นเสมือนความเงียบสงบที่แสนจอมปลอม โลกของ Mannerpunk มีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน และเต็มไปด้วยสงครามเย็น มักจะใช้ช่วงช่วงต้นประวัติศาสตร์อังกฤษก่อนได้รับการปฏิวัติอุตสาหกรรมถือเป็นแบ็คกราวด์ โดย Mannerpunk มีที่มาจากนวนิยายในปี ค.ศ. 1991 เรื่อง Swordspoint ซึ่งเขียนโดย Ellen Kushner แต่ถึงแม้ว่าเนื้อหาของ Mannerpunk จะเครียดแสนเครียด ทว่าที่มาของมันกลับมาจากมุกตลกเกี่ยวกับเรื่องชนชั้นวรรณะเสียอย่างนั้น Pride and Prejudice and Zombies ของ Burr Steers และ Castlevania คงจะเป็นตัวอย่างที่ดีทีเดียวล่ะสำหรับ Mannerpunk

Splatterpunk  / โลกสุดโหดอันเต็มไปด้วยเลือด

เชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนใช่มั้ยล่ะ แต่ชื่อมันดูสาดๆ เปียกๆ ยังไงไม่รู้แฮะแต่ก็นะ…เนื้อหาของ Splatterpunk ก็ตรงตัวเด๊ะๆ ด้วยการเล่าเรื่องผ่านความสยองขวัญ โดยเน้นไปที่ฉากโหดแบบเต็มสูบไร้การเซ็นเซอร์!! และพบได้มากในหนังสยองขวัญยุค 90s (เอาง่ายๆ ก็สไตล์หนัง Slasher นั่นแหละนะ) แต่ปัจจุบันค่อนข้างเสื่อมความนิยมไปมากแล้ว ยกตัวอย่างเช่นนิยาย Clive Barker ซึ่งโด่งดังจนกลายมาเป็นเกมส์ให้ได้เล่นกันด้วยนะ นั่นคือ Clive Barker’s : Undying และ Clive Barker’s : Jericho นั่นเอง

Nanopunk / แฝดคนละฝาของ BioPunk

Punk ยุคใหม่ที่ต่อจาก Cyberpunk ซึ่งมีความคล้ายกับ Biopunk ชนิดที่เรียกว่าแทบจะลอกกันมาเลยเพียงแค่เปลี่ยนจากการตัดแต่ง DNA เป็นการใช้เทคโนโลยีนาโนแทน แต่ Nanopunk จะไม่หมืดหม่นเท่ากับ Cyberpunk นะ อันที่ดูจะใกล้เคียงที่สุดคงต้องยกให้ Deus Ex: Mankind Divided เลยล่ะ

Greenpunk / เมื่อโลกก้าวข้ามปัญหาทรัพยากรณ์และธรรมชาติ

แหม่เห็นชื่อแล้วรู้สึกมันดูสดใสเหลือเกินใช่มะ Greenpunk นี้เป็นยุคที่มนุษย์ก้าวข้ามปัญหาธรรมชาติและทรัพยากรได้แล้ว เอาง่ายๆ ว่า เทคโนโลยีมันไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตแล้วล่ะนะ แทบจะเป็นยุคในอุดมคติเลยก็ว่าได้ล่ะมั้งเนี่ย ซึ่ง Greenpunk ถือว่ายังเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ และอาจเป็นแนวทางของความ Punk ในยุคต่อๆ ไปอีกด้วยนะ

——————————————-

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อนๆ คงจะได้รู้จักความ Punk กันไม่มากก็น้อยแล้วล่ะเนอะ ซึ่งแต่ละยุคก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน ตามแต่สไตล์การตีความของแต่ละยุคแต่ละสมัยกันไป แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับคิดว่าอนาคตอันใกล้นี่โลกน่าจะเป็น Punk แบบไหนกันนะ

ก็เอาเป็นว่าวันนี้มาเก็บข้อมูลก่อนจะไปลุยในเกม Cyberpunk 2077 ที่กว่าจะได้เล่นก็…. อืมปีหน้าแหละ(มั้ง) กันนะครับฮ่าๆ

สำหรับวันนี้เราแวะมาให้ความรู้กันเท่านี้ก่อน ส่วนครั้งหน้าเราจะมาพูดถึงอะไร ก็ต้องรอติดตามชมกันน้า

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter คร้าบบบบ!!

แหล่งข้อมูล

 

 

 

 

 

 

Shares