รวมบทวิเคราะห์สตูดิโออนิเมะยอดนิยม เพื่อการตัดสินใจก่อนเลือกชมกันยาวๆ !!!

เนื้อเรื่องดีแต่ภาพห่วยคงจะเสียอารมณ์น่าดู ถ้าภาพดีแล้วเนื้อเรื่องดีอีกคงจะสุขใจน่าดู

บทความโดย ตาใสไร้สมอง

สวัสดีจ้า ด้วยการที่ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบดูอนิเมะมาก ติดตามดูทุกฤดูกาลเลย ซึ่งบางทีก่อนที่จะดูนั้นจะเล็งก่อนว่าสตูดิโอไหนเป็นคนผลิต เพราะอะไร??

เพราะแต่ละสตูดิโอก็จะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องผลงาน ภาพ เอฟเฟค เสียง ซาวน์ประกอบ ความลื่นไหลของภาพ หรือแม้แต่แนวเรื่องและงบประมาณ ซึ่งในวันนี่เราจะมาสรุปจุดเด่นของสตูดิโอที่น่าสนใจและมีผู้คนชื่นชอบกันเพื่อความสะดวกในการตัดสินใจก่อนเลือกชมนั่นเอง พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย


 

เริ่มกันที่  A-1 Pictures

“ส่วนใหญ่จะใช้สีสันน้อย ทำให้ดูสบายตา”

เอ-1 พิกเจอร์ส เป็นสตูดิโอแอนิเมชั่นในประเทศญี่ปุ่น โดยอดีตโปรดิวเซอร์ของทาง Sunrise คุณ อิวาตะ มิกิฮิโร่ เป็นบริษัทสาขาของทาง Aniplex และ เป็นบริษัทลูกของบริษัทโซนี่มิวสิกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (คือหนึ่งในสี่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของโลกภายใต้การควบคุมของบริษัทโซนี่ สหรัฐอเมริกา) ก่อตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 เป็นหนึ่งในสตูดิโอที่มีผลงานที่โดดเด่นในเรื่องของเพลงประกอบเป็นอย่างมาก และ ภาพที่มีความลื่นไหล ไม่เคยทำให้คนดูผิดหวังเลย โดยจะมีอนิเมะเด่นๆ ในค่าย เช่น

Sword Art Online ขายได้ 36159 แผ่น ปี 2012 ต้นฉบับจาก นิยาย

Ano Hi Mita Hana no Namae wo Bokutachi wa Mada Shiranai.ขายได้ 31818 แผ่น ปี 2011 //เรื่องนี่บอกเลยต้องดู แล้วคุณจะรู้ถึงคำว่าเพื่อน TT

Granblue Fantasy The Animation ขายได้ 57466 แผ่น 2017 ต้นฉบับจาก เกม

เป็นอนิเมะที่คนส่วนใหญ่สามารถดูได้ เพราะเนื้อหาที่สตูดิโอ เอ-1 พิกเจอร์ส เลือกทำนั้นจะค่อนข้างกว้างและไม่เจาะจงเฉพาะกลุ่มเกินไป มีการโปรโมตค่อนข้างดี และ สตูดิโอ เอ-1 พิกเจอร์ส ยังถูกเลือกเป็นหนึ่งใน 10 สตูดิโอ ที่เป็นขวัญใจแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

จุดเด่น
: ฉากหลังสวยแบบเฉพาะตัว
: ทำอนิเมหลากหลายแนว
: ส่วนใหญ่จะใช้สีสันไม่มากนัก ทำให้ดูสบายตา ไม่เน้นเอฟเฟคแสงเงาสะท้อน
: ลายเส้นกับโมชั่นการเคลื่อนไหวสวยงาม


J.C. Staff

” มีความเข้าใจตลาดสูง และมีกำลังในการรับงานพร้อมกันหลายๆ งานได้”

เจ.ซี.สตาฟ เป็นสตูดิโอออกอากาศประเภทอนิเมะ ก่อตั้งขึ้นวันที่ 18 มกราคม 1986 โดย มิยาตะ โทโมยูกิ อดีตทีมงานของ Tatsunoko Production (บริษัทอนิเมะ ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 1962 ถือเป็นสตูดิโอเก่าแก่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ยังมีผลงานจนถึงปัจจุบัน) ซึ่งบอกได้เลยว่าสตูดิโอนี้เป็นหนึ่งในสตูดิโอที่ทำอนิเมะออกมาเยอะมาก เพราะเป็นสตูดิโอที่มีมานานด้วย โดยมีผลงานเด่นๆ อย่างเช่น

Toaru Majutsu no Index ภาค 1 ขายได้ 12125 แผ่น  และ ภาค 2 ขายได้ 17103 แผ่น  ต้นฉบับจาก นิยาย

Toradora ขายได้ 10742 แผ่น ในปี 2008

Shokugeki no Soma  ขายได้ 1368 แผ่น ในปี 2016

สตูดิโอนี้มีความน่าเชื่อถือ เพราะมีผลงานคุณภาพเยอะ แต่ช่วงหลังๆ เพราะรับงานที่ทำอนิเมะเยอะมากหรืออย่างไร เลยทำให้อนิเมะบางเรื่อง เกิดข้อผิดพลาดขึ้น โดยมีชาวเน็ตส่วนใหญ่มาบ่นเรื่องภาพที่ไม่ได้คุณภาพ แต่ถึงอย่างนั้นสตูดิโอนี้ก็ยังคงติดอยู่ในค่ายที่มีคนชื่นชอบจากผลงานเก่าๆ ที่ส่วนใหญ่จะทำมาจาก มังงะ หรือ นิยายที่มีคนตามดูกันอยู่แล้ว และยังมีการเฟ้นหาเสียงนักพากย์ได้ดีอีกด้วย

จุดเด่น
: มีความเข้าใจตลาดสูง และมีกำลังในการรับงานพร้อมกันหลายๆ งานได้
: ทำอนิเมะท้าออกมาดีก็ดีเลย แต่ถ้าแย่ก็แย่ไปเลย


Bones

“ลายเส้นเปี่ยมไปด้วยพลัง และเนื้อเรื่องแนวๆ”

Bones เป็น สตูดิโอ ของบริษัทอนิเมะที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ตุลาคม 1998 โดยอดีตทีมงานจาก Sunrise  มีผลงานเด่นหลายเรื่องทั้งทีวีอนิเมะ, OVA, ภาพยนตร์, อนิเมชั่น หรือ เกม ถึงจะไม่ได้เป็นสตูดิโอที่อยู่มานานเท่าค่ายที่เราพูดถึงก่อนหน้า แต่ผลงานไม่ได้น้อยหน้ากันเลย ซึ่งที่เราๆ คุ้นๆ กันดีก็อย่าง

Hagane no Renkinjutsushi ที่ยอดขายแผ่นสูงถึง 36574 แผ่น ในปี 2003 ที่เป็นผลงานที่สร้างจาก มังงะ

kekkai sensen ขายได้ 17254 แผ่น ในปี 2015 ต้นฉบับจาก มังงะ

Boku no Hero Academia 2nd Season ขายได้ 2807 แผ่น ในปี 2017 ที่ได้ต้นฉบับจาก มังงะ ที่กำลังโดงดังในตอนนี้

โดยงานส่วนใหญ่ที่ค่ายนี้ทำออกมาจะเป็นอนิเมะที่มีภาคต่อ และต้องการใช้ลายเส้นเดิมจากภาคแรกที่มีคุณภาพอยู่แล้ว และยังเป็นสตูดิโอ 1 ใน 10 ที่แฟนๆ ชาวญี่ปุ่น ชื่นชอบอีกด้วย

จุดเด่น
: ภาพที่มีความลื่นไหลไม่สะดุด ไม่ขัดตา
: ฉากต่อสู้ที่อลังการ ลายเส้นเปี่ยมไปด้วยพลัง และเนื้อเรื่องที่มีความแปลกใหม่


Doga Koba

 

“สำหรับสาววายหรือผู้ชายที่ชอบดูความน่ารักของคาแรคเตอร์”

สตูดิโออนิเมะที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม 1973 ก่อตั้งโดย ฟุรุซาวะ ฮิเดโอะ อดีตทีมงานของ Toei Animation ทางสตูดิโอมีส่วนร่วมในการช่วยผลิตอนิเมชั่นหลายเรื่อง แต่ทีวีอนิเมะที่ผลิตเองเริ่มนั้นในปี 2007 ซึ่งผลงานหลักๆ ของค่ายก็จะเป็นแนว คอมเมดี้ ใสๆ น่ารัก ที่มีความเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสาววายหรือ ผู้ชายที่ชอบดูความน่ารักของคาแรคเตอร์ ผลงานที่โดดเด่น เช่น

Touken Ranbu : Hanamaru ขายได้ 17969 แผ่น ในปี 2016 ที่ต้นฉบับจาก เกม ที่มีแฟนคลับอยู่เยอะ

Gekkan Shoujo Nozaki-kun  ขายได้ 10563 แผ่น ในปี 2014 ต้นฉบับจาก มังงะ

New Game! ขายได้  5886 แผ่น ในปี 2016 ต้นฉบับจาก มังงะ

ซึ่งถ้าดูมาแต่ละเรื่อง จะเป็นอนิเมะเฉพาะกลุ่ม ที่มีเนื้อหาที่ดูแล้วใจเต้น โดคิโดคิ น่ารักน่าหลงใหลหรือถ้าเป็น แนววายก็ดูจิ้นกันให้ฟินไปเลย และสตูดิโอ Doga Koba ยังเป็น สตูดิโอ 1 ใน 10 ที่แฟนชาวญี่ปุ่นชื่นชอบ อีกด้วย

จุดเด่น
: คาแรคเตอร์ตัวละครโดดเด่น มีความน่ารักสดใส่ มีฉากให้จิ้นเยอะ เรือเลยจ้า
: เอาใจกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ทำอนิเมะเฉพาะกลุ่มเป็นส่วนใหญ่


P.A. Works

“อนิเมะซีรี่ย์ของค่ายนี่ออกมาน้อย แต่คุณภาพมาครบ”

Progressive Animation Works หรือ P.A.Works (บริษัทพีเอเวิรกส์) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นห้องศิลป์ผลิตอนิเมะเลยก็ว่าได้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2000 โดยคุณ Horikawa Kenji ที่ส่วนใหญ่จะเคยร่วมงานกับทาง Tatsunoko Production, Production I.G. และ Bee Train มาก่อน

และนอกจากอนิเมะแล้วยังร่วมงานกับบริษัทอื่นทั้งเกมและอนิเมะในโรงภาพยนตร์หลายเรื่อง เลยทำให้อนิเมะซีรี่ย์ของค่ายนี่ออกมาน้อย แต่คุณภาพมาครบ เช่น

Angel Beats! ขายได้ 34107 ในปี 2010 มีต้นฉบับของตัวเอง

Another ขายได้ 2694 ในปี 2012  ต้นฉบับจากนิยาย

Nagi no Asukara ขายได้ 4245 แผ่น ในปี 2013 มีต้นฉบับของตัวเอง

ก็เป็นค่ายที่ติดอันดับสตูดิโอที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบ ซึ่งไม่ใช้แค่ชาวญี่ปุ่น คนไทยเราก็ชื่นชอบและตราตรึงใจในอนิเมะของค่ายนี้ เพราะด้วยภาพที่สวยสดงดงาม และเนื้อเรื่องก็เป็นจุดขายที่โดดเด่นไม่เหมือนค่ายไหน โดยเนื้อเรื่องจะมีการหักมุมให้คนดูได้อึ้งทึ่งอยู่เรื่อยๆ เลย

จุดเด่น
: เนื้อเรื่องที่คาดเดายาก และชวนให้เสียน้ำตา และตราตรึงใจมาก (บางเรื่อง )
: ฉากหลังชวนดื่มด่ำ เพลงประกอบรื่นรมย์ติดหู


White Fox

“จุดเด่นของค่ายนี้คือเนื้อเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้”

White Fox หรือ White Fox Co., Ltd. สตูดิโออนิเมะในญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2007 โดย อิวาสะ กาคุ ที่เป็นทีมงานบางส่วน มาจากสตูดิโอ OLM, Inc โดย สตูดิโอ White Fox อาจเป็นน้องใหม่ไฟแรง แต่ผลงานนั้นมีคุณภาพครบครัน เช่น

steins gate ขายได้ 16,151 แผ่น ในปี 2011 ต้นฉบับจาก เกม

Re:Zero kara Hajimeru Isekai Seikatsu ขายได้ 11,997 แผ่น ในปี 2016 ต้นฉบับจาก นิยาย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนอนิเมะจดจำและยังพูดถึงกันอยู่

Akame ga Kill! ขายได้ 1,891 แผ่น ในปี 2014

จุดเด่นของค่ายนี้คือเนื้อเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ภาพที่มีเอกลักษณ์ และเพลงประกอบฉากที่ติดหู โดยอนิเมะส่วนใหญ่จะเป็นอนิเมะเฉพาะกลุ่ม มีเนื้อหาที่รุนแรง ฉากการต่อสู้ที่เลือดเป็นเลือด มาพร้อมกับดนตรีประกอบที่บิวต์อารมณ์มาก เลยเป็นอีกหนึ่งสตูดิโอที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คน

จุดเด่น
: ฉากต่อสู้ที่เลือดสาด พร้อมเพลงประกอบที่บิวต์อารมณ์
: เนื้อเรื่องที่คิดตามแทบไม่ทัน


Sunrise

“หุ่นยนต์  หุ่นรบ เมคานิค ต้องค่ายนี้เลยจ้า”

Sunrise ก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 1972 ก่อตั้งโดยอดีตสมาชิกของบริษัท Mushi Production ตั้งชื่อว่า Sunrise Studio, Limited มีส่วนร่วมกับหลายบริษัทจนเริ่มมีผลงานของตัวเอง ถือเป็นบริษัทใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมากและหลายสตูดิโอย่อยที่ผลิตอนิเมะต่างกัน เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานาน

ภายหลังกลายเป็นบริษัทลูกของ Bandai Namco Holdings ในเดือนเมษายน 2015 มีบริษัทแยกโดยแบ่งทีมงานจากทาง ซันไรส์ มาในชื่อ Bandai Namco Pictures หรือ BN Pictures รับงานต่อจากทางซันไรส์หลายเรื่อง โดยเรื่องเด่นๆ อย่างเช่น

Kidou Senshi Gundam Seed Destiny ขายได้ 68,959 แผ่น ในปี2014

Code Geass Hangyaku no Lelouch ขายได้ 45,423 ในปี 2016

Love Live! 2nd Season ขายได้ 67,366 แผ่น ในปี 2014

ภายในของบริษัทซันไรส์ แบ่งออกเป็นหลายสตูดิโอย่อย ที่มีผลงานอนิเมะตั้งแต่ Studio 1 – Studio 11, D.I.D และ Nerima Studio ซึ่งไม่ได้มีการเอ่ยถึงทีมที่ดูแลเรื่องไหนเป็นพิเศษ เพราะต้องดูแล ค่ายอื่นให้ทั่วถึง

จุดเด่น
: เป็นบริษัทใหญ่ ขายของเก่ง
: ฉากบู๊หุ่นยนต์ต้องค่ายนี้เท่านั้น
: ถ้าซีรีย์ยาวจะค่อนข้างทำงานคุณภาพเสมอต้นเสมอปลาย


Kyoto Animation

“เน้นเนื้อเรื่องสบายๆ + ตัวละครโมเอะ แต่ถ้าทำแนวดราม่า เนื้อเรื่องจะสนุกเป็นสองเท่า”

KyoAni หรือ Kyoto Animation สตูดิโอที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1981 เคยร่วมผลิตอนิเมะหลายเรื่อง ก่อนจะมีผลงานเป็นของตัวเองมากขึ้นในช่วงหลังปี 2000 มีผลงานที่รู้จักกันดีหลายเรื่องเช่น

Suzumiya Haruhi no Yuuutsu ขายได้ 19,602  แผ่น ในปี 2009

 K-On! (Spring 2009) ขายได้ 43,883 แผ่น K-On!! (Spring 2010) ขายได้ 39,385 แผ่น

Violet Evergarden ขายได้ 7,322 แผ่น ในปี 2018

ซึ่งช่วงหลัง สตูดิโอ KyoAni ส่วนใหญ่จะรับงานที่เป็น Movie ค่อนข้างมากกว่าทีวีอนิเมะ

จุดเด่น
: ทำอนิเมะออกมาสนุกทุกเรื่อง (ขออวยแพร้บ)
: หลังๆ เริ่มเน้นเนื้อเรื่องสบายๆ + ตัวละครโมเอะ แต่ถ้าทำแนวดราม่า เนื้อเรื่องจะสนุกเป็นสองเท่า (อวยเข้าไปอีก)
: งานภาพลื่นไหล ตัวละครมีมิติ (ยิ่งเรื่องไหนทุนหนาเงินหนา ทำทีวีซีรีย์ยังกับมูฟวี่เลยทีเดียว)


Production I.G

“ทำอนิเมะจากมังงะออกมาได้ดีแทบทุกเรื่อง”

Production I.G, Inc. เป็นสตูดิโอที่ก่อตั้งขึ้นเดือนธันวาคม 1987 โดย อิชิกาว่า มิสึฮิสะ และ โกโต้ ทาคายูกิ (ชื่อบริษัท I.G. มาจากนามสกุลของผู้ก่อตั้งทั้งสอง) มีผลงานเด่นๆ หลายเรื่อง เช่น

Guilty Crown ขายได้ 7993 แผ่น ในปี 2011

Haikyuu!! Second Season ขายได้ 25470 แผ่นในปี 2014

Attackt on Titan ขายได้ 52078 ในปี 2013

โดยค่าย IG นั้นได้มีส่วนร่วมในการสร้างอนิเมะมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 เรื่องและยังรับงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, รายการทีวี, วีดีโอเกม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ช่วย โดยค่ายนี่แม้จะทำอนิเมหลายแนว แต่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นเรื่องของการทำอนิเม sci-fi แนวดาร์กๆ หนักๆ หน่อย

จุดเด่น
: งานภาพอลังการงานสร้าง ภาพพริ้วไหวไปตามมุมกล้อง โดยเฉพาะอนิเมะแนวกีฬา
: การกำกับเสียง ในช่วงฉากสำคัญๆ ทำออกมาได้อารมณ์ดีมากๆ
: ฉากหลังสวย และมักจะออกแบบเชิงเมคานิกได้ดี


 

เป็นอย่างไรกันบางครับ กับการวิเคราะห์ค่ายต่างๆ ที่ผลิตอนิเมะให้เราได้ชมกัน มีความหลากหลายให้เลือกดูกันตามแต่ความชอบเลยจ้า ซึ่งบางทีคนเรามีความชอบไม่เหมือนกัน การวิเคราะห์ผมว่ามานั้นอาจไม่ได้ตรงกับความชอบของแต่ละคนด้วย แต่ถึงอย่างไรก็หวังว่าจะเป็นแนวทางในการเลือกชมได้บ้างก็แล้วกันครับ บายจ้า

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter นะครับ

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"