Karl Simon เส้นทางสู่นักวาด Concept Art ประสบการณ์โชกโชน แห่งฮอลลีวูด

“ผมมักจะไม่พอใจเมื่อผมทำอะไรที่ซ้ำซากมากเกินไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงทำงานทั้งด้านอุตสาหกรรมวิดีโอเกม สื่อสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมการพิมพ์ พอๆ กับ อุตสาหกรรมภาพยนตร์”

ผู้แปล ALcHaMeaSe
แปลจากบทสัมภาษณ์  Becoming a Concept Artist for a Hollywood Film By Sierra Mon
จากเว็บไซต์ magazine.artstation.com

นักวาดคอนเซปต์สำหรับภาพยนตร์ คืออะไร? หน้าที่ของพวกเขามีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์ภาพและนำความคิดในหัวจากโปรดิวเซอร์ หรือผู้กำกับ ให้ออกมาเห็นเป็นรูปเป็นร่าง เพื่อให้ผู้มีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนต์ทั้งหมดมีความเข้าใจตรงกัน เห็นภาพๆ เดียวกัน ก่อนจะเริ่มการทำงาน ซึ่งสำหรับภาพยนต์ฟอร์มยักษ์ที่มีดีไซน์เหนือล้ำกว่าความเข้าใจปกติของคนเรา ย่อมจะต้องขาดพวกเขาไปไม่ได้เลยทีเดียว

และวันนี้เราจะมาสัมภาษณ์นักวาดคอนเซปต์ภาพยนตร์ ผู้มีประสบการณ์โชกโชนอย่าง คาร์ล ไซมอน(ช่องทางการติดตามผลงาน >> https://www.artstation.com/karlsimon) โดยเขาจะบอกเราเกี่ยวกับการทำงานเบื้องหลัง และกระบวนการสร้างผลงานสำหรับคอนเซปต์ภาพยนตร์ต่างๆ

“เขาเรียนรู้ด้วยตนเองในงานดิจิทัลอารต์ จากการฝึกผ่านออนไลน์มาหลายปี”

คาร์ล ทำงานวาดคอนเซปต์สำหรับการสร้าง ภาพยนตร์ เกม และ Visual effects มาตั้งแต่ปี 2001 เขามีผลงานมากมายในภาพยนต์ฮอลลีวูด ยกตัวอย่างเช่น โฉมงามกับเจ้าชายอสูร, Les Misérables, แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1, เจ้าชายแห่งเปอร์เซีย : มหาสงครามทะเลทรายแห่งกาลเวลา, total recall(2012) ฯลฯ

เขาเป็นนักวาดชาวสวีเดน แต่ตอนนี้อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ เขามีประสบการณ์หลายปีในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หลังจากผ่านการเรียนหลักสูตรวิจิตรศิลป์ในโรงเรียนเรียนมัธยมปลาย จึงเรียนรู้งานดิจิทัลอารต์จากการฝึกด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์มาหลายปี เขาเริ่มทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกม โดยทำงานเกี่ยวกับ Texture คอนเซปต์อาร์ต อยู่ห้าปี ก่อนที่จะผันตัวมาเข้าสู่วงการภาพยนต์ อุตสาหกรรม VFX ทำ matte painting สำหรับภาพยนต์

ปัจจุบันเขาทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ส่วนใหญ่สร้างงานเกี่ยวกับกระบวนการเตรียมการ(Pre-productions) ก่อนเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ เกม Visual Effect หนังสือ และอื่นๆ

และวันนี้คาร์ลจะแบ่งปันสิ่งที่เขารู้จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปี เพื่อให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจในงานสายเดียวกับเขา


“คุณจะถูกจ้างให้วาดให้ระบายความคิดของคนอื่น ไม่ใช่ความคิดของคุณเอง”

-คุณสมบัติและประสบการณ์ที่ต้องการในการทำงานด้านนี้

คารล์ : มันไม่มีเกณฑ์ตายตัวสำหรับคุณสมบัติที่จะได้งาน สิ่งแรกที่ผู้คนจะมองหาจากพอร์ทโฟลิโอของคุณมักจะเป็นความสามารถในการวาดและสร้างอารมณ์ นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าประวัติส่วนตัวที่อธิบายว่าคุณมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และได้สกิลมาได้อย่างไรเสียอีก

อย่างที่สอง สิ่งที่นักวาดทุกคนต้องมีและควรฝึกฝนก็คือคุณต้องเป็นนักสื่อสารที่ดี เมื่อคุณเป็นนักวาดคอนเซปต์ เพราะว่าหลังจากนี้ คุณจะถูกจ้างให้วาดให้ระบายความคิดของคนอื่น ไม่ใช่ความคิดของคุณเอง ดังนั้นคุณต้องเข้าใจมันก่อนที่จะนำไปถ่ายทอดให้ผู้อื่น

“ผมคิดว่าผมคงจะไม่มีโอกาสได้ทำงานภาพยนต์มากมายขนาดนี้ ถ้าผมไม่ได้อาศัยอยู่ในลอนดอน ภาพยนตร์หลายเรื่องถูกสร้างที่นี่”

-ปัจจัยที่ควรจะคำนึงถึง : ความสัมพันธ์กับผู้อื่นในวงการ ชื่อเสียง และสภาพแวดล้อม

คารล์ : ความสัมพันธ์และโชค ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างแน่นอน แต่ปัจจัยสองอย่างนี้ไม่ง่ายที่เราจะควบคุม แต่ชื่อเสียงก็เป็นสิ่งสำคัญ และสิ่งนี้แหล่ะที่คุณสามารถควบคุมมันได้ คำแนะนำของผมก็คือ ถ้าคุณได้งาน ไม่ว่ามันจะเล็กน้อย และดูไม่สำคัญแค่ไหน คุณต้องจริงจังกับมัน และทำมันออกมาให้ดีที่สุด คุณไม่มีวันรู้หรอกว่าใครที่สำคัญพอที่คุณจะผูกความสัมพันธ์ด้วย และพาคุณไปสู่โปรเจกต์ในฝันของคุณ
อีกสิ่งหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญคือสภาพแวดล้อม ผมคิดว่าผมคงจะไม่มีโอกาสได้ทำงานภาพยนต์มากมายขนาดนี้ ถ้าผมไม่ได้อาศัยอยู่ในลอนดอน ภาพยนตร์หลายเรื่องถูกสร้างที่นี่ รวมทั้งที่ L.A ด้วยเช่นกัน

“คอนเซปอาร์ต ถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายและสื่อสารไอเดีย คุณต้องเข้าใจทุกอย่างในงานของคุณ”

-อะไรที่ควรจะใส่ไว้ในพอร์ตโฟลิโอของคุณ

คารล์ : คุณต้องมีผลงานภาพที่แสดงว่าคุณเข้าใจในการวาดรูป ผมหมายถึงการออกแบบ รูปร่าง และวัตถุในภาพ ของคุณ โดยไม่คำนึงว่าคุณจะสร้างมันขึ้นมาอย่างไร มันไม่จำเป็นต้องวาดด้วยดินสอ แต่อาจจะเป็นเทคนิคคอลลาจ, 3D หรืออะไรก็ได้ที่คุณชอบ คอนเซปอาร์ต ถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายและสื่อสารไอเดีย คุณต้องเข้าใจทุกอย่างในงานของคุณ

ภาพยนตร์คือการภาพถ่าย คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจพื้นฐานของการถ่ายภาพมันจะสามารถเพิ่มคะแนนให้คุณเป็นอย่างดี เช่น ฉากที่ใช้แสงจ้ามากเกินไปจะรู้สึกแตกต่างอย่างชัดเจนจากภาพที่แสงน้อย อะไรประมาณนี้

-อะไรคือขั้นตอนการทำงานของคุณ

คารล์ : ในตอนเริ่มแรกโปรเจกต์ผมอาจจะสเก็ตซ์โดยที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากสคริปต์พื้นฐาน ต่อมาผมจะได้ภาพในหัว สำหรับจุดเริ่มต้นในการทำงานมันอาจเป็นผ้าเช็ดปากที่มีลายมือเขียนลวกๆ จากผู้กำกับ ต่อมาก็อาจจะมาจากนักออกแบบการผลิตคนอื่น คนเรนเดอร์สร้างโมเดล 3D ถ้าหนังถูกสร้างจากสถานที่จริงมากว่าจำลองขึ้นเอาเอง ผมอาจจะวาดจากรูปถ่ายสถานที่พวกนั้น

” บางครั้งสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดคือการสเก็ตซ์ขาวดำไว้หลายๆ รูป ผมอาจจะใช้เวลาทำ 5 ถึง 6 ชม. ต่อวัน”

-เวลาที่ใช้ในการทำงานที่เหมาะสมที่จะตอบสนองความคาดหวังของนายจ้างได้

คารล์ : เวลาส่วนมากที่ผมใช้ในการทำงาน บางครั้งสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดคือการสเก็ตซ์ขาวดำไว้หลายๆ รูป เช่น การจัดวางองค์ประกอบที่เข้ากับแต่ละช๊อต การออกแบบสิ่งแวดล้อมในหลายๆ มิติ หรือการหาท่าทาง และโครงร่างสำหรับตัวละคร ผมอาจจะใช้เวลาทำ 5 ถึง 6 ชม. ต่อวัน

บางเวลานักออกแบบจำเป็นต้องทำงานเต็มเวลา ผมอาจจะสร้างเลย์เอาท์ 3D ขึ้นมา ใส่รายละเอียดเส้นวาด และตรวจสอบก่อนจะวาดมันด้วยอารมณ์ของสีและแสง โฟกัสไปที่ Material ใส่ตัวละครและสิ่งที่ดึงดูดความสนใจ วิธีนี้ใช้เวลาตั้งแต่ 2 วันจนถึงทั้งสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความเร็วที่เราจะดีไซน์ได้เหมาะสม และความซับซ้อนของฉากด้วย

-ขั้นตอน Pre-production และ กระบวนการต่างๆ

คารล์ : ในช่วง Pre-production ผมจะร่วมงานกับบุคคลที่รับผิดชอบฝ่าย art อย่าง Production Designer พวกเขารวบรวมภาพยนตร์ และรูปอ้างอิงจำนวนมาก มาสเก๊ตซ์เพื่ออธิบายไอเดียของเขา

บางครั้งผมก็ทำงานกับผู้กำกับฝ่ายศิลป์ด้วย พวกเราจะแบ่งปันรูปวาดและโมเดล 3D ในภาพยนตร์ให้กันดู ถ้าผู้กำกับมีความคุ้นเคยด้านภาพ เขาก็จะสามารถมีส่วนร่วมให้ฟีดแบ๊คโดยตรงได้เลย

เมื่อมาถึงส่วนของ Visual effects ผมเก็จะทำงานร่วมกับ VFX Supervisor หรือ Art Director เพื่อไปตอบคำถามกับผู้กำกับอีกที ทั้งนี้มันจะแตกต่างกันไปในแต่ละโปรเจกต์

“การเป็นผู้ฟังที่กระตือรือร้นและไม่กลัวที่จะถามคำถามนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ”

-อะไรคือความท้าทายในการทำงานของคุณ

คารล์ : ผมมักจะไม่พอใจเมื่อผมทำอะไรที่ซ้ำซากมากเกินไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงทำงานทั้งด้านอุตสาหกรรมวิดีโอเกม สื่อสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมการพิมพ์ พอๆ กับ อุตสาหกรรมหนัง

-การสื่อสารมีผลแค่ไหน

คารล์ : ความพยายามร่วมกันพัฒนาภาพยนต์ เกม และรูปภาพ มันจะไม่มีประโยชน์เลยหากเราเข้าใจสิ่งที่จะสื่อกันไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าศิลปินหลายคนประเมินค่าความสำคัญของคอนเซปอารต์เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารต่ำไป การเป็นผู้ฟังที่กระตือรือร้นและไม่กลัวที่จะถามคำถามนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

“มันยังเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมเมื่อได้ทำงานคอนเซปต์เกี่ยวกับฉากในภาพยนตร์ แลัวได้อิสระในการออกแบบและใส่อารมณ์ของเราเข้าไป”

-การสร้างและการเรียนรู้คุณค่าในบางสิ่งบางอย่าง

คารล์ : ผมโชคดีอย่างมากที่ได้ทำงาน ได้ทำความรู้จักกับผู้คนที่ดีและมีความรู้จากโปรเจกต์ที่ผมมีส่วนร่วม ทุกคนเป็นผู้เชียวชาญในสาขาเฉพาะทาง ผมยังคงมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากในการทำภาพยนต์ การได้ทำงานและเรียนรู้กับคนอื่นๆ นั้นถือว่าเป็นรางวัล ทำให้ผมเติบโตไปพร้อมกับศิลปินคนอื่นๆ

มันยังเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมเมื่อได้ทำงานคอนเซปต์เกี่ยวกับฉากในภาพยนตร์ แลัวได้อิสระในการออกแบบและใส่อารมณ์ของเราเข้าไป และก็จะยิ่งรู้สึกดีอีกถ้าหลังจากได้รับการตรวจสอบมันก็ผ่านและถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์จริงๆ

“รับแรงบันดาลใจจากแหล่งอื่นๆ นอกจากคอนเซปอาร์ตบ้าง มันมีงานศิลปะหลายชนิดมากข้างนอกนี้”

-คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักวาด Concept Art

คารล์ : รับแรงบันดาลใจจากแหล่งอื่นๆ นอกจากคอนเซปอาร์ตบ้าง มันมีงานศิลปะหลายชนิดมากข้างนอกนี้ และมันมักจะมีรูปแบบศิลปะที่คุณรู้จักน้อยที่สุด แต่คุณควรเรียนรู้จากมันมากที่สุด ลองพยายามไม่มองงานคอนเซปอาร์ตสักเดือนหนึ่ง แล้วไปเรียนรู้งานแกะสลัก โมเดิร์นอาร์ต ภาพแมคกาซีนยุค 1960 หรือหนังขาวดำจากยุค 1920 เป็นต้น ผมคิดว่าคุณจะเจอสิ่งที่พางานศิลปะของคุณไปในทิศทางใหม่ที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น

จงวาดชีวิตต่างๆ ให้มากเข้าไว้ สมองของคุณซึมซับข้อมูลมากกว่าที่คุณคิดเมื่อคุณสังเกตโลกรอบตัวคุณ มันอาจจะรู้สึกน่าเบื่อและหม่นหมอง ที่จะวาดและระบายอะไรที่ดูจะธรรมดาๆ แต่ในท้ายที่สุดคุณจะได้รับอะไรมากกว่าพลังงานที่คุณใส่เข้าไปตอนแรกเสียอีก


เส้นทางของผู้วาด คอนเซปต์อาร์ต ประสบการณ์โชกโชนผู้นี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ไปจุดประกายฝันให้ท่านๆ กันได้บ้างหรือเปล่าครับ ใครที่มีสกิลการวาดอยู่กับตัว เส้นทางนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางในฝันสำหรับหลายๆ คน ก้จงอย่าลืมขัดเกลาฝีมือตัวเองไว้ให้พร้อมเสมอ เผื่อวันใดคุณอาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับค่ายยักษ์ใหญ่แล้วเดินตามรอยเขาไปก็เป็นได้

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter


อ้างอิง

Becoming a Concept Artist for a Hollywood Film

https://3dtotal.com/news/interviews/interview-karl-simon-gustafsson-by-3dtotal-staff-concept-art-illustration-2d-film-painting-sketch#article-3dt-what-are-you-working-on-right-now

 

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"