คุยกับเหล่าผู้สร้าง “ปิ่นโต” จากคอมมิคไทยสู่อนิเมชั่นจอเงิน !!

2886

“นักเขียนการ์ตูน​คืออาชีพที่ผมอยากเป็นที่สุดในสายวาดรูปเสมอครับ”
– สินาด จารุอรรจนภัทร์ –

บทความโดย พี่สุชาติ ไปทุกที่

สวัสดีครับ วันนี้ Plotter มีโอกาสได้สัมภาษณ์ทีมงานการ์ตูนอนิเมชั่นไทยเรื่องหนึ่ง ที่ตอนนี้กําลังเป็นที่พูดถึงอยู่มากทีเดียว ซึ่งหลายๆ ท่านคงจะเคยได้เห็นการ์ตูนเรื่องนี้ในแบบเวอร์ชั่น Comic ผ่านเว็ป Ookbee Comics มาบ้างแล้ว นั่นก็คือเรื่อง “ ปิ่นโต ” นั้นเอง!!

ซึ่งก็นับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยที่ผลงานการ์ตูนเรื่องหนึ่งจะได้กลายมาเป็นอนิเมชั่นในบ้านเราได้ แถมยังเป็นอนิเมชั่นที่ฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย !! ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ลองไปอ่านบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับผลงานชิ้นนี้กันเลยดีกว่า

—————————————————————————————————————————–

1.อยากรู้จุดเริ่มต้นของการ์ตูนเรื่อง ปิ่นโต ฉบับ Comic ครับว่าเริ่มมาได้อย่างไร ?

อ.สินาด : นักเขียนการ์ตูน​คืออาชีพที่ผมอยากเป็นที่สุดในสายวาดรูปเสมอครับ ช่วงหลังเรียนจบ ผมเดินทางในสาย Illustrator สิบกว่าปี แต่ก็ยังไม่ลืมความฝันว่าอยากจะมีผลงาน​การ์ตูน​ของตัวเองสักเรื่อง

จนเมื่อห้าปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับพี่หลิว แกชวนผมเปิดโรงเรียนสอนวาดรูปด้วยกัน (The Zero One) และอีกอย่างหนึ่งที่แกพูดก็คือ “สินาดน่าจะเขียนคอมิคนะ” ซึ่งผลงานเรื่องปิ่นโตก็ได้ตกผลึกหลังจากทดลองแต่งมาหลายเรื่องครับ

เวลาที่ผมไปปรึกษาใครต่อใคร ก็จะมีคำว่า “มันยากนะในบ้านเรา”

2.แล้วทีนี้ อะไรที่ทำให้เกิดการต่อยอดไปสู่ฉบับอนิเมชั่นบนโรงภาพยนตร์ครับ ?

พี่หลิว The Zero One : ด้วยตัวเนื้องานของมังงะเรื่อง ปิ่นโต ผมมองไว้อยู่แล้วว่ามันน่าจะพัฒนาเป็นอะไรได้อีกนอกจาก “หนังสือ” และด้วยกระแสการตอบรับที่ดี จึงทำให้ผมตัดสินใจพูดคุยและนำเสนอ ปิ่นโต ให้กลายเป็น ภาพยนตร์อนิเมชั่น

เราอยากลองท้าทายตัวเอง ประเมินด้วยศักภาพของ The Zero One ทักษะและประสบการณ์การทำงานที่เรามีทั้งหมด เวลาที่ผมไปปรึกษาใครต่อใคร ก็จะมีคำว่า “มันยากนะในบ้านเรา”

ผมเลยคิดว่าผมคงต้องทำอะไรซักอย่าง จากที่หลายๆ คนบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ ท้ายที่สุดด้วยความเชื่อมั่นและคุณภาพของตัวมังงะ “ปิ่นโต” เอง ซึ่งนั่นก็ทำให้เราก็ผ่านด่านแรกมาจนได้โอกาสร่วมงานกับสตูดิโอในการต่อยอดทำเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่น

3.ในฉบับภาพยนตร์จะมีเนื้อหาแตกต่างจากในฉบับ Comic ตรงจุดไหนบ้างรึเปล่าครับผม ?

พี่หลิว The Zero One : แน่นอนครับว่า ฉบับมังงะ อ.สินาด วางเอาไว้เป็นเรื่องยาว แต่พอมาทำเป็นอนิเมชั่นที่มีความยาว 90 นาทีกว่าๆ มันก็ต้องมีการกระชับเนื้อเรื่อง ไม่ให้มันเยิ่นเย้อเกินไป

เราก็มาปรึกษากันในทีมก่อนว่า ตัวมังงะและตัวภาพยนตร์จะไปทิศทางไหน เพราะผมและ อ.สินาด ต่างก็เห็นตรงกันว่า อยากให้ไปทิศทางเดียวกัน ทั้งสองเวอร์ชั่น แต่ฉบับมังงะก็จะมีดีเทลที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มอรถรส ส่วนฉบับอนิเมชั่นก็จะได้เห็นตัวละครที่หลายๆ คนรัก อย่าง น้องมุก และ น้าพลอย เคลื่อนไหวบนจอใหญ่

“ผมเชื่ออย่างนึง ถ้าของมันดี จะมีคนบอกต่อ และเขาเหล่านั้น ก็จะช่วยกันสนับสนุนกันเองครับ”

4.อยากรู้ว่าทางทีมงานคาดหวังกับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้แค่ไหนในเรื่องอะไรบ้างครับ ?

พี่หลิว The Zero One : อย่างแรกคือตอนนี้มันเกินความคาดหวังไปมากเพราะ ปิ่นโต เองก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ที่รอชมภาพยนตร์อนิเมชั่นอย่างอบอุ่น ชนิดที่บอกเลยว่า เกินความคาดหมายไปมาก

อย่างที่สองนี่คือผลงานที่ อ.สินาด ทำด้วยใจ ทุกช่องทุกแผ่น บางช่องเป็นสัปดาห์

อย่างที่สามคือเราได้ทำงานร่วมกับ North Star Studio ที่ทำงานอนิเมชั่นให้ทางญี่ปุ่นซึ่งมีความเป็นมืออาชีพมากๆ ในงานสายนี้

สามอย่างที่ผมบอก มันตอบโจทย์ตัวของมันเอง เราเพียงอยากจะเปิดอีกหน้าของวงการ 2D อนิเมชั่นเมืองไทย ถ้ามันทำได้และสำเร็จ มันก็จะมีคนที่กล้าจะทำตามๆ กันมา แต่ก่อนอื่นเราต้องการผู้กล้าที่จะนำก่อน..

ผมเชื่ออย่างนึง ถ้าของมันดี จะมีคนบอกต่อ และเขาเหล่านั้น ก็จะช่วยกันสนับสนุนกันเองครับ

ตัวอย่างจาก Comic

5.แล้วหลังจากนี้เราจะมีโอกาสได้อ่านฉบับ Comic ของปิ่นโตต่ออีกมั้ยครับ ?

อ.สินาด : ฉบับคอมมิคจะยังมีอยู่เหมือนเดิมครับ แต่เพราะผมต้องเตรียมงานในส่วนสตอรี่บอร์ด​และบทของฉบับภาพยนตร์​ไปพร้อมๆ กันกับการเขียนฉบับคอมมิค ซึ่งอาจทำให้งานคอมมิคออกมาล่าช้า แต่จะพยายามให้ต่อเนื่องมากที่สุดครับ ต้องขอโทษทุกท่านที่คอยอ่านด้วยจริงๆ ครับ

ตัวอย่างจาก Comic

“2020 คือปีที่เรากำหนดไว้ว่า เราจะได้เจอกันในโรงภาพยนตร์ครับ”

6.สุดท้ายแล้ว ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายเมื่อไหร่ครับ ?

พี่หลิว The Zero One : ตอนนี้เรากำลังเริ่มทำในส่วนของตัวอย่าง จัดการเรื่องของระบบการทำงานและทีม ซึ่งเป็นเสกลที่ใหญ่และใช้พลังงานค่อนข้างสูง 2020 คือปีที่เรากำหนดไว้ว่า เราจะได้เจอกันในโรงภาพยนตร์ครับ

—————————————————————————————————————————–

และทั้งหมดนี้คือบทสัมภาษณ์คร่าวๆ ของผู้ร่วมสร้างโปรเจคหนังอนิเมชั่นไทยเรื่อง ปิ่นโต ที่ Plotter ได้มีโอกาสไปถามไถ่กันมาให้รับรู้กันในวันนี้นะครับ และขณะที่ผมสัมภาษณ์ไปก็ยิ่งทําให้ผมรู้สึกอยากดูหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้มากขึ้นซะแล้วซิ !!!

ส่วนใครที่ยังไม่ได้อ่านฉบับมังงะ ก็เข้าไปอ่านและติดตามกันได้ที่ได้ที่ https://www.ookbeecomics.com/comics/6754/%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%95-love-in-a-lunchbox

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวกับเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจได้ในเว็บไซต์ Plotter ครับผม

 

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"